ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 97 เป้าหมายของคนพวกนี้คือข้า
เผิงวั่งพูดจนคนตระกูลฟางที่เหลือคลายกังวลลงได้
ฟางฉวนโจวเดินเข้าไปหาเฮ่อจือหร่าน เพื่อขอร้องให้นางช่วย
รักษากระดูกที่หักให้ฮูหยินฟาง
ในขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ของตระกูลฟางต่างก็มาอยู่ตรงหน้าโม่
จิ่วเยี่ย พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าลงและโค้งค านับให้
เป็นการขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตฮูหยินฟางไว้
เฮ่อจือหร่านจัดกระดูกซึ่งปูดโปนออกมาของฮูหยินฟางให้กลับ
เข้าที่อย่างช านาญ จากนั้นจึงใช้ไม้เล็ก ๆ ที่เพิ่งหามาดามไว้
ตระกูลฟางต่างขอบคุณเฮ่อจือหร่านอีกครั้ง
ฟางฉวนโจวกล่าวว่า โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านได้ช่วยชีวิตฮูหยิ
นฟาง ตระกูลฟางของเขาจะขอตอบแทนบุญคุณนี้ไปชั่วชีวิต
หลังจากพักผ่อนไปพักหนึ่ง พวกเขาก็ออกเดินทางต่อ จนกระทั่ง
เวลามืดค ่ามาเยือนจึงได้หาที่พักในหุบเขา
ตอนนี้มีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ด้วย เฮ่อจือหร่านไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่อง
ความปลอดภัยนัก นางเพียงพักผ่อนไปตามสบายก็พอ
พวกพี่สะใภ้ต่างแย่งกันไปจัดเตรียมอาหารเย็น เฮ่อจือหร่านจึง
ได้พักผ่อน
บนภูเขามีลมแรง พวกเขารับประทานอาหารเย็นเสร็จก็พากันมุด
กลับเข้าไปในกระโจม
เฮ่อจือหร่านพักผ่อนอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนี้ กลับ
รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
จิตส านึกของนางเข้าสู่พื้นที่มิติ มองดูนาฬิกาแขวนบนผนัง
ตอนนี้เป็นเวลาตีสามกว่า ๆ
ยังมีเวลาอีกพักหนึ่งกว่าจะถึงรุ่งสาง เฮ่อจือหร่านจึงหลับตาลง
ตั้งใจจะนอนต่ออีกสักหน่อย
ขณะจิตส านึกของนางก าลังเลือนราง นางกลับรู้สึกว่าโม่จิ่ว
เยี่ยซึ่งอยู่ด้านข้างลุกขึ้นนั่ง
ตอนนั้นเอง นางก็รับรู้อย่างแผ่วเบาว่ามีเสียงบางอย่างดังอยู่ใกล้
ๆ
เฮ่อจือหร่านจึงลุกขึ้นนั่งตามสัญชาตญาณ เมื่อสบตากับโม่จิ่ว
เยี่ย ทั้งสองก็สัมผัสกลิ่นอายอันตรายเกือบจะพร้อมกัน
ทั้งสองคนรีบจัดแจงเสื้อผ้า แล้วออกจากกระโจมไป
ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวหน้ากระโจม ก็เห็นเจ้าหน้าที่สองคนที่
ก าลังยืนเฝ้ายามอยู่ ถูกธนูยิงเข้าที่หน้าอกแล้วล้มลงกับพื้นในทันที่
โม่จิ่วเยี่ยดึงเฮ่อจือหร่านมาไว้ข้างกาย แล้วรีบสั่ง “เป้าหมายของ
พวกมันคือข้า เจ้าอยู่ที่นี่อย่าไปไหน ข้าจะล่อพวกมันไปเอง”
สิ้นประโยค ร่างของเขาก็พุ่งทะยานไปในอากาศ เพียงไม่กี่ก้าวก็
หายลับไปท่ามกลางป่าเบื้องหน้า
คนชุดด าสิบกว่าคนปรากฏตัวขึ้น พวกเขาเร่งความเร็วจน
สุดก าลังเพื่อไล่ตามโม่จิ่วเยี่ยไปติด ๆ พร้อมกับยิงธนูเข้าใส่เป็นระยะ
ยามนั้นเผิงวั่งและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย
จากด้านนอก พวกเขาจึงเดินงัวเงียออกมาดู
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่สองนายนอนจมกองเลือดอยู่ เผิงวั่งจึงรีบน า
ก าลังคนเข้าไปตรวจสอบ
เฮ่อจือหร่านมองตามร่างของโม่จิ่วเยี่ยที่เลือนหายไปอย่าง
รวดเร็ว ในใจพลันนึกถึงเพียงเรื่องเดียว
นางต้องสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงรีบเคลื่อนไหว นางตะโกนเรียก
เผิงวั่งเสียงดัง
“พี่เผิงมีมือสังหารมาลอบโจมตี! ข้าต้องไปช่วยสามีข้า!”
เผิงวั่งอยากจะห้ามนาง แต่ก็เห็นเพียงเงาร่างของเฮ่อจือหร่านวิ่ง
ไกลออกไปแล้ว จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย แล้วหันไปจัดการเรื่อง
ของสหายร่วมทางคนอื่น ๆ ต่อ
อีกด้าน โม่จิ่วเยี่ยก็ได้ล่อเหล่าชายชุดด าออกไปไกล
เฮ่อจือหร่านจึงวิ่งตามไปไม่ทัน
แต่โชคยังดีที่นางยังพอมีประสาทที่เฉียบแหลม หลังฟังเสียงรอบ
ทิศก็พอจะรู้ว่าพวกเขาไปยังทิศทางได้
ระหว่างเฮ่อจือหร่านก าลังไล่ตามไปนั้น จิตของนางก็เข้าสู่พื้นที่
มิติ
ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ นางไม่ลังเลใจที่จะหยิบปืนกล ซึ่ง
เป็นอาวุธรุนแรงที่สุดในบรรดาอาวุธทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่มิติออกมา
ท่ามกลางความเร่งรีบ นางไม่ได้ปล่อยให้ความตื่นตระหนกเข้า
ครอบง า
นางกังวลว่า หากใช้อาวุธที่ล ้าสมัยเช่นนี้ในยุคโบราณ แม้จะ
สามารถสังหารเหล่าชายชุดด าได้ทั้งหมด แต่ถ้ามีใครรอดชีวิต
กลับไปรายงานเรื่องนี้จนรู้ไปถึงจักรพรรดิซุ่นอู่ เกรงว่าอาจจะน าภัย
มาสู่ครอบครัวของนางได้
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจซื้อหมวกคลุมศีรษะมาปกปิด
ใบหน้าของตนอย่างมิดชิด
นางถือปืนกลไล่ตามศพของชายชุดด าที่อยู่บนพื้น จนกระทั่งพบ
ต าแหน่งของโม่จิ่วเยี่ย
ในที่สุด เฮ่อจือหร่านก็เห็นชายชุดด าก าลังเผชิญหน้ากับโม่จิ่ว
เยี่ยที่หน้าผาแห่งหนึ่ง
ตอนนี้ลูกดอกเกาทัณฑ์แขนเสื้อของโม่จิ่วเยี่ยถูกยิงจนหมดแล้ว
และเขาเตรียมที่จะต่อสู้กับฝ่ายศัตรูด้วยมือเปล่า
ส่วนชายชุดด าก าลังสนใจแค่โม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงเล็งไปยัง
ต าแหน่งที่เหมาะที่สุดส าหรับการเหนี่ยวไก
เสียงปังดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขาอันเงียบสงัด
เฮ่อจือหร่านยิงชายชุดด าล้มลงได้สี่ห้าคน
อีกทั้งนางยังดึงดูดความสนใจจากทุกคนได้
ชายชุดด าเหล่านั้นหันขวับมองนางเป็นตาเดียว
โม่จิ่วเยี่ยเองก็เห็นนางแล้วเช่นกัน
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าสตรีนางนี้จะกล้าตามตนเองมาถึงที่นี่
ยังไม่ทันที่โม่จิ่วเยี่ยจะเอ่ยปากไล่นางไป เฮ่อจือหร่านก็ลั่นไกอีก
ครั้ง
เหล่าชายชุดด าต่างก็มีวรยุทธ์สูงส่ง บวกกับบทเรียนจากเมื่อครู่
คราวนี้จึงยิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้น
พวกเขาต่างหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามาได้
แม้จะมีบางคนที่ไม่สามารถหลบได้ทัน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังรอด
ชีวิตอยู่
เหล่าชายชุดด าต่างมองหน้ากันอย่างรู้ใจ จากนั้นก็เริ่ม
จัดรูปแบบโจมตีใหม่ทันที่
เฮ่อจือหร่านยังยิงไม่หยุด นางกระหน ่ายิงใส่เหล่าชายชุดด า
ต่อไป
การยิงของนางช่วยแบ่งเบาภาระของโม่จิ่วเยี่ยไปได้มาก
ชายหนุ่มจึงถือโอกาสนี้ก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง
เมื่อกลุ่มชายชุดด าก าลังคืบคลานเข้ามาใกล้เฮ่อจือหร่านมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่พูดพร ่าท าเพลง รีบคว้าเอวของนางไว้แล้ว
ใช้วิชาตัวเบากระโดดถอยหลัง
เฮ่อจือหร่านถือโอกาสนั้นยิงปืนใส่กลุ่มชายชุดด าอีกครั้ง
จ านวนของพวกมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด นางคิดว่าหากสังหาร
พวกเขาได้หมด การลอบสังหารครั้งนี้คงจะจบลงเสียที่
แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่า นอกจากชายชุดด าที่ยังตามมาอย่างไม่
ลดละแล้ว ด้านหน้าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีก
เฮ่อจือหร่านหยิบมีดพับออกมาจากพื้นที่มิติ ยื่นส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
ส่วนตนเองก็เล็งปืนไปยังชายชุดด าที่เหลืออยู่
ในตอนนี้คนทั้งสองต่างหันหลังชนกันด้วยความเชื่อใจ
เฮ่อจือหร่านใช้ปืนกลกวาดล้างชายชุดด าที่เหลือ ส่วนโม่จิ่วเยี่ย
ก็ใช้มีดพับในมือปัดป้องลูกธนูที่พุ่งมาจากฝั่งตรงข้าม
โชคดีที่ชายชุดด าด้านเฮ่อจือหร่านถูกจัดการได้อย่างรวดเร็ว
พอนางหันหลังกลับไปก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยดึงตัวไปหลบอยู่ด้านหลัง
“หลบอยู่หลังข้า ห้ามออกมา”
เฮ่อจือหร่านมาที่นี่ก็เพื่อช่วยเขา นางจะหลบอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร
จิตส านึกของนางเข้าสู่พื้นที่มิติอีกครั้ง จากนั้นซื้อโล่ขนาดใหญ่
สองอันมาก าบังตัวเองและโม่จิ่วเยี่ย
ทั้งสองคนก้าวถอยหลังไปพร้อมกัน จงใจจะล่อให้พวกคนชุดด า
ออกมา
เมื่อพบเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ระยะประชิดของโม่จิ่วเยี่ย
หรือการยิงระยะไกลของนาง ก็สามารถจัดการได้อย่างดีเยี่ยม
แน่นอนว่าเมื่อทั้งสองถอยออกไปไม่ไกล พวกชายชุดด าที่เห็นว่า
ลูกธนูท าร้ายพวกเขาไม่ได้ จึงพากันปรากฏตัว
ในมือของเฮ่อจือหร่านปรากฏปืนกลที่บรรจุกระสุนจนเต็ม เล็งใส่
คนชุดด าทั้งหลายแล้วลั่นไก
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านใช้อาวุธอะไรต่อสู้ แต่เขา
สามารถบอกได้ว่าอาวุธของนางเหมาะกับการโจมตีระยะไกล หาก
พวกคนชุดด าเข้าใกล้ พลังของอาวุธในมือนางก็ไร้ผล
เพื่อไม่ให้คนชุดด าเข้าใกล้และเป็นอันตรายต่อเฮ่อจือหร่าน โม่
จิ่วเยี่ยจึงมอบโล่ให้นาง แล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดเข้าไปสู้