ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 99 เจ้าต้องรับผิดชอบข้า
การที่โมจิ่วเยี่ยยอมสละชีพเพื่อนางเช่นนี้ ไม่ว่าความรู้สึกของโม
จิ่วเยี่ยที่มีต่อนางจะเป็นความรักแบบญาติพี่น้อง มิตรภาพ หรือความ
รักของหนุ่มสาว นางก็ยืนยันได้ว่าโมจิ่วเยี่ยมีใจให้นางจริง ๆ
เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าโมจิ่วเยี่ยนั้นไว้ใจได้
ดังนั้น หลังจากเฮ่อจือหร่านเปิดเผยความลับทั้งหมดของนางให้
โมจิ่วเยี่ยฟัง นางกลับไม่รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย ทั้งยังผ่อนคลายยิ่ง
กว่าเดิมเสียด้วยซ ้า
อย่างน้อยที่สุด หากในอนาคตนางต้องการน าสิ่งของบางอย่าง
ออกมาจากพื้นที่มิติ ก็จะมีคนรู้เห็นเป็นใจคอยช่วยเหลืออ าพรางให้
แล้ว
โมจิ่วเยี่ยสงบสติอารมณ์ลงได้ก็เพิ่งสังเกตบนร่างกายของตนเอง
เขาถูกคลุมด้วยผ้าห่มสีขาวสะอาด และรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตนเอง
ไม่ได้สวมใส่อะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
เมื่อรู้สึกถึงสิ่งนี้ ร่างกายของโมจิ่วเยี่ยก็แข็งที่อขึ้นมา
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ ตอนนี้ร่างกายของตนถูกเฮ่อจือหร่าน
มองเห็นหมดทุกซอกทุกมุมแล้ว
เมื่อนึกย้อนไปถึงวันแต่งงาน ฉากที่เฮ่อจือหร่านเปลี่ยนยาให้เขา
เทียบกับการได้เห็น ‘เต็มตา’ ในวันนี้แล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลย…
เฮ่อจือหร่านไม่รู้เลยว่าตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก าลังคิดอะไรอยู่ นาง
เพียงถือขวดน ้าเกลือเตรียมจะเปลี่ยนให้เขาเท่านั้น
แต่จู่ ๆ ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยก็เกือบพาให้นางท าขวดน ้าเกลือใน
มือหล่น
“เจ้าเห็นร่างกายของข้าหมดแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบข้า”
เฮ่อจือหร่านเบิกตากว้าง นิ้วชี้ใส่ตัวเอง
“ให้ข้ารับผิดชอบ?”
ถึงแม้สีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยจะดูเขินอายอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงพูด
ต่อด้วยความล าบากใจ
“ใช่ ต้องรับผิดชอบ”
ในตอนที่เฮ่อจือหร่านกระโดดลงมาจากหน้าผานั้น เขาตระหนัก
ได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว
เขาตกหลุมรักสตรีนางนี้เสียแล้ว ถึงแม้จะรู้ดีว่าโอกาสรอดชีวิต
จากการกระโดดตามนางลงไปนั้นแสนริบหรี่ แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะ
กระโดดลงมา
ตอนนั้นความคิดเพียงหนึ่งเดียวในหัวของเขาก็คือ ชีวิตนี้เขา
ขาดนางไปไม่ได้
ความจริงแล้วด้วยนิสัยของเขา โม่จิ่วเยี่ยควรพูดเหมือนอย่าง
ครั้งก่อนว่า “ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง”
แต่อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้โม่จิ่วเยี่ยกลับจงใจพูดกลับกัน เพื่อจะได้
ใช้โอกาสนี้เหนี่ยวรั้งนางให้แนบแน่นไปตลอดชีวิต
ด้วยเฮ่อจือหร่านรู้จักโม่จิ่วเยี่ยดี เขาคนนี้ไม่ใช่พวกที่ชอบพูด
เล่นไปเรื่อย
เห็นได้ชัดว่า ค าพูดของเขาจริงจังแค่ไหน
ทว่าพอฟังดูแล้ว มันก็ค่อนข้างขัดหูนางอยู่สักหน่อย
เขาไม่ควรเป็นฝ่ายพูดว่า “ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง” หรอกหรือ?
ท าไมประโยคถึงกลับกันแบบนี้เล่า?
แต่เมื่อนางมองไปยังโม่จิ่วเยี่ย นางจึงค่อยเข้าใจเขาขึ้นมาทันที่
ที่แท้ การที่เขาให้นางรับผิดชอบก็เป็นเพราะเขาถูกนางเห็น
ร่างกายแล้วนี่เอง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็อดหัวเราะไม่ได้
นางหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ได้ ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง”
เห็นนางไม่ได้พูดอย่างจริงจัง โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่แน่ใจในค าพูดนี้นัก
“เจ้า…ตกลงจริง ๆ หรือ”
ตอนที่ร่วงลงมาจากหน้าผา เฮ่อจือหร่านรู้ใจตัวเองแล้ว นางจึง
ไม่แสร้งท าเป็นเขินอายเหมือนหญิงสาวสมัยก่อน
“จริงสิ ตราบใดที่ท่านท าดีกับข้า ข้าก็จะดูแลท่านไปตลอดชีวิต”
สิ้นค าพูด นางก็เคยเห็นโม่จิ่วเยี่ยแย้มยิ้มเป็นครั้งแรก
แม้ว่าเขาจะยังร่างกายอ่อนแออยู่ แต่รอยยิ้มนั้นสามารถท าให้
สตรีนับหมื่นหลงใหลได้อย่างแน่นอน
เฮ่อจือหร่านอารมณ์ดีนัก เพราะบุรุษรูปงามเช่นนี้กลายเป็นของ
นางแล้ว
หลังจากให้น ้าเกลือกับโม่จิ่วเยี่ยจนหมด เฮ่อจือหร่านก็เหลือบ
มองนาฬิกาแขวนบนผนัง ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงยามซวีแล้ว
พวกเขาทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ในพื้นที่มิติเกือบทั้งวัน
เพราะต้องรีบผ่าตัดให้โม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงยังไม่ได้ท าตาม
แผนที่วางไว้ว่าจะใช้พื้นที่มิติลงจากหน้าผา
เวลาป่านนี้ด้านนอกคงมืดสนิทไปแล้ว นางไม่อาจเสี่ยงลงมือ ใน
เมื่อมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมภายนอก
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะดูเวลาบนนาฬิกาแขวนไม่เป็น แต่เขาก็รู้สึกได้ว่า
อยู่ในพื้นที่มิตินี้มานานมากแล้ว
“พวกเราออกมานานขนาดนี้ ท่านแม่กับพวกพี่สะใภ้ต้องเป็น
ห่วงมากแน่ ๆ”
เฮ่อจือหร่านไม่ใช่ไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ เพียงแต่สภาพของโม่จิ่ว
เยี่ยในยามนี้ไม่เหมาะจะเคลื่อนที่จริง ๆ “ท าอย่างไรได้ บาดแผลของ
ท่านสาหัสมาก จึงขยับตัวไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้ก็ยามซวีแล้ว ข้าง
นอกคงมืดสนิท พวกเราลงไปด้านล่างไม่ได้ ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้ก่อน
ค่อยหาวิธีกัน”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีแก่ใจว่าต้องเป็นเช่นนั้น แต่พอคิดว่าคนที่บ้าน
จะต้องเป็นห่วงพวกเขา ชายหนุ่มก็นอนพลิกตัวไปมาด้วยความ
กระวนกระวายใจ
ย้อนกลับไปตอนเช้าตรู่ของวันนี้ หลังจากโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือห
ร่านหายตัวไป เผิงวั่งก็พาเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอาการของ
เจ้าหน้าที่สองคนนั้น
ในตอนนั้น ทั้งคู่สิ้นลมหายใจไปแล้ว สภาพของพวกเขา
เหมือนกับตอนที่โจวเหล่าปาพลัดตกน ้าและถูกช่วยขึ้นมามาก
เผิงวั่งนึกถึงวิธีการที่เฮ่อจือหร่านใช้ช่วยชีวิตโจวเหล่าปา
เขาจึงเรียกเจ้าหน้าที่หลายคนมา แล้วท าการประสานลมหายใจ
ให้กับสหายทั้งสองคนตามวิธีของเฮ่อจือหร่าน แต่พยายามเท่าไหร่
พวกเขาก็ไม่ฟื้น
เผิงวั่งจึงจ าใจยอมแพ้
วันนั้นเอง พวกเขาก็ฝังศพของสหายร่วมทางไว้บนเนินเขาที่ไม่
ไกลนัก
ส่วนนักโทษเนรเทศคนอื่น ๆ ก็รู้สึกตัวหลังจากได้ยินเสียงเอะอะ
สตรีสกุลโม่ได้ฟังเรื่องราวจากเผิงวั่งว่า โม่จิ่วเยี่ยถูกกลุ่มคนชุด
ด าไล่ล่า ส่วนเฮ่อจือหร่านก็รีบตามไปช่วย พวกนางก็เป็นห่วงทั้งสอง
คนมาก
แต่น่าเสียดายที่พวกนางไม่สามารถท าอะไรได้ นอกจากภาวนา
ให้ฟ้าดินคุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัย
คนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างมาปลอบใจ หวังว่าสตรีสกุลโม่
จะวางใจขึ้น พวกเขาเชื่อว่าโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านจะต้องกลับมา
อย่างแน่นอน
ดังนั้นเผิงวั่งจึงสั่งให้ขบวนเดินทางหยุดรออยู่บริเวณเดิม
การรอคอยกินเวลาไปทั้งวัน
ตลอดทั้งวันนั้น สตรีสกุลโม่ต่างพากันเริ่มร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด
กระทั่งตอนนี้ พวกนางก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่านที่เดินทางกลับมาเลย แม้ว่าทุกคนจะไม่เอ่ยปาก แต่ในใจต่างรู้
ดีว่าทั้งสองคนคงจะเกิดเรื่องร้ายเข้าเสียแล้ว
มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นที่ยังคงเชื่อมั่นว่าบุตรชายและลูกสะใภ้
จะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย
เมื่อเห็นบรรดาลูกสะใภ้และบุตรสาวร้องไห้คร ่าครวญ นางจึงต้อง
ท าจิตใจให้เข้มแข็ง
“จิ่วเยี่ยกับสะใภ้เฮ่อยังไม่ตาย พวกเจ้าจะร้องไห้ท าไมกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น บุตรสาวและลูกสะใภ้ต่างก็หันมามองฮูหยินผู้
เฒ่าเป็นตาเดียว
พี่สะใภ้ใหญ่เงยหน้าขึ้นพยายามกลั้นน ้าตาเอาไว้
“ท่านแม่ พวกเขาออกไปทั้งวันแล้ว ถ้ากลับมาได้ก็คงกลับมา
นานแล้ว”
แต่ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่อยากจะปักใจเชื่อเช่นนั้น
“เจ้าลืมไปแล้วหรือ? ยามบุรุษสกุลโม่ของเราก้าวสู่สนามรบ
สังหารพวกศัตรู ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องออกไปหลายวันถึงจะกลับมา
หรือ? ตอนนั้นต่างก็ขาดการติดต่อไปนานไม่ใช่หรือ…”
เมื่อฟังค าพูดของฮูหยินผู้เฒ่า ทุกคนพลันราวกับมองเห็น
ความหวัง จึงรีบตั้งสติขึ้นมาทันที่
“ท่านแม่พูดถูกต้อง น้องเก้ากับน้องสะใภ้เก้าล้วนเก่งกาจปาน
นั้น คงจะไม่เป็นอะไร”
“ใช่ พวกเขาต้องติดพันเรื่องบางอย่างอยู่ แค่เราอดทนรอต่อไป
พวกเขาต้องกลับมาแน่”
ฮูหยินผู้เฒ่ากวาดตามองไปรอบ เห็นว่าค าพูดของตนใช้การ
ได้ผลจึงเอ่ยต่อว่า
“เวลาล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ เผื่อ
ว่าพวกจิ่วเยี่ยกลับมาตอนกลางคืน จะได้ไม่เหนื่อยเดินทางในวัน
พรุ่งนี้”
เหล่าสะใภ้ต่างพากันปาดน ้าตารับค าสั่ง แล้วกลับกระโจมของ
ตนไปพักผ่อน
ฝ่ายเผิงวั่งเอง เพราะเมื่อเช้าต้องสูญเสียพี่น้องไปสองคนจึงเศร้า
โศกเสียใจมาก ยิ่งกังวลถึงความปลอดภัยของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือห
ร่าน จนยามนี้ก็ยังข่มตานอนไม่หลับ