นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #117 : เกมอันเบี้ยวบิด [5]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #117 : เกมอันเบี้ยวบิด [5]
ณ วินาทีที่เซธล้มลง ดวงตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปยังร่างบิดเบี้ยวที่หยุดการเคลื่อนไหว
ศีรษะของมันค่อย ๆ หันไปทางจุดที่เซธอยู่ รอยยิ้มฉีกยาวอันเบี้ยวบิดเริ่มจางหาย
เอี๊ยด!
พื้นไม้ลั่นเสียงภายใต้แต่ละย่างก้าวขณะที่มันคืบคลานเข้าหาเซธ รอยยิ้มของมันบัดนี้แทบเลือนหายไปจากใบหน้าจนหมดสิ้น
ไคล์ทำได้เพียงจ้องมองร่างนั้นพร้อมกับกลั้นลมหายใจ
ฝ่ามือของเขาชุ่มเหงื่อโชก และเขารู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นขณะที่คอยตามติดร่างนั้นด้วยสายตา
‘มันจะได้ผลรึเปล่า? ไอเดียของเซธใช้ได้ผลจริง ๆ ใช่ไหม…?’
ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าชายบิดเบี้ยวจะยอมปล่อยพวกเขาไปแม้ว่าเซธจะตายแล้วก็ตาม
ไคล์ไม่รู้อีกด้วยว่าทฤษีของเซธเกี่ยวกับเกมจะจบลงพร้อมเจ้าตัวนั้นถูกต้องหรือไม่ ไคล์เพียงแค่ยอมทำตามเพราะเขาเชื่อใจเซธ และหลังจากวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว เขาเองก็มีความเอะใจอยู่ว่าเซธคิดถูก
แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมเซธถึงตกเป็นเป้าหมายของความผิดปกติตัวนี้ แต่จากสิ่งที่เขาเห็นมา มันไม่ได้บ่งชี้ว่าทฤษีของเซธนั้นผิด
นั่นเป็นเหตุผลที่เขายอมทำตาม
ด้วยสภาวะปัจจุบัน เซธจึงไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว ทั่วทั้งร่างกายถูกแช่แข็งไว้ในห้วงเวลา
‘ตอนนี้เขายังโอเคอยู่ แต่ถ้าอยู่ในสภาพนี้นานเกินไปมันก็เป็นอันตรายได้เหมือนกัน’
ไคล์รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
สกิลนี้ต้องใช้สมาธิอย่างมาก และแม้แต่ในตอนนี้ เขาก็ยังคงใช้ความนึกคิดควบคุมมันให้คงอยู่ ไคล์ไม่รู้ว่าตัวเองจะรักษามันไว้ได้นานแค่ไหน แต่เขาก็ต้องพยายาม
เพื่อให้ทุกคนรอดชีวิต เขาต้อง—
ฉูด!
“——!”
โลหิตพลันพุ่งกระฉูดเปรอะทั่วพื้น ใบหน้าของไคล์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเมื่อเขามองลงไป เห็นชายบิดเบี้ยวกำลังกดนิ้วยาวแหลมคมลงบนร่างเซธ
‘ไอ้สารเลว! ฉันจะ—!’
ไคล์กัดริมฝีปากเต็มแรง ร่างกายสั่นเทิ้มทุกสัดส่วน เขาเกือบจะยับยั้งไม่ให้ตัวเองก้าวไปข้างหน้าไม่ไหวแล้ว
ไม่ว่าอย่างไร มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขา
ยากมากจริง ๆ สำหรับเขา ที่จะรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ…
“อ๊ากกกก! เจ็บเกินไปแล้ว!!”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเซธดังระงมไปทั่วห้อง
“ม-มันเจ็บ… เจ็บมาก…!”
ในฐานะที่เป็นคนใช้สกิลใส่เซธ ไคล์รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่เซธจะกรีดร้อง ชายบิดเบี้ยวเป็นเจ้าของทุกประโยค… ซึ่งเป็นอีกครั้งหนึ่งที่มันพยายามหลอกล่อพวกเขาให้พูดออกมา
‘อดทนไว้ ฉันต้องทนเอาไว้…!’
เมื่อรู้สึกถึงความชื้นที่ไหลซึมลงมาตามคาง ไคล์ก็ใช้แขนเช็ดมันออก ขณะที่เล็บของเขาจิกเข้าไปในฝ่ามือ
ดวงตามองไปทางซ้าย เห็นโซอี้กับเรย์มอนด์กำลังจ้องชายบิดเบี้ยวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ราวกับสัมผัสได้ถึงการจ้องมองจากเขา สายตาของพวกเขาสบกัน เรย์มอนด์ยกมือขึ้นทำสัญญาณ ‘หยุด’
ไคล์อ้าปาก แต่โซอี้รีบวางมือทับบนริมฝีปากของเธอทันทีพร้อมกับชี้ไปทางบันได จากนั้นเธอก็เริ่มทำสัญญาณมือเป็นทอด ๆ ที่ไคล์สามารถเข้าใจได้
‘มันกำลังทดสอบพวกเรา เงียบไว้ ออกด่วน’
“อ๊ากกกก—!”
เสียงกรีดร้องของเซธยังคงดังก้องอย่างต่อเนื่อง ไคล์รู้สึกตัวว่าเล็บของตนจิกเข้าไปในฝ่ามือลึกลงเรื่อย ๆ เขามองร่างเซธด้วยดวงตาแดงก่ำ
ไคล์รู้ว่าเซธยังคงมีชีวิตอยู่
ชายบิดเบี้ยวทำเพียงแทงเข้าที่หัวไหล่ บาดแผลนั้นไม่ได้ร้ายแรงถึงสาหัส
แต่ใครจะพูดได้เต็มปากล่ะว่ามันจะหยุดแค่นั้น?
ถ้าเกิดว่าพวกเขาจากไปแล้ว มันตั้งใจว่าจะเก็บงานเซธให้จบของจริงล่ะ?
‘ฉันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด’
ทางกิลด์มีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ไคล์จึงคาดการณ์ว่าป่านนี้กำลังเสริมควรจะมาถึงได้แล้ว ฉะนั้น การที่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกำลังเสริมก็แสดงว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นข้างบนแน่นอน
ไคล์หันกลับไปสนใจโซอี้และเรย์มอนด์
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์
[พวกนายไปเถอะ ฉันจะอยู่ตรงนี้เอง ไปเช็กดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างบน เดี๋ยวทางนี้ฉันจะเฝ้าไม่ให้เขาเป็นอะไร]
โซอี้ไม่ได้ดูประหลาดใจกับข้อความของเขาแม้แต่น้อย
เธอเห็นว่าเขาจะลงเอยแบบนี้มาแต่ไกลแล้ว ซึ่งใจจริงเธออยากจะบอกให้เขาไป แต่ก็นิ่งเงียบ ถึงแม้เซธจะทำให้เธออยากฆ่าเขาทิ้งแค่ไหน แต่เธออยากเป็นคนลงมือเองมากกว่าปล่อยให้คนอื่นทำ
มันจะหมดสนุกเอาน่ะสิ
ทว่าดูเหมือนเธอจะเป็นคนเดียวที่คิดแบบนั้น เพราะเรย์มอนด์มองไปทางเซธด้วยความเย็นชา
ในท้ายที่สุด เขาก็เริ่มพิมพ์เช่นเดียวกัน
[ทิ้งเขาไว้ เขาเป็นคนพูดเองว่าเขามีวิธีหนีออกไป อย่าปล่อยโอกาสที่เขาให้มานี้เสียเปล่า]
คำพูดของเขาฟังดูใจดำ แต่สำหรับเรย์มอนด์ที่ไม่คุ้นเคยกับเซธ ชายคนนั้นเป็นเพียงหนึ่งในผู้เสียสละของการสำรวจครั้งนี้
เซธไม่ใช่คนเดียวที่ตาย
นี่ไม่ใช่เวลามาอาลัยอาวรณ์หรือคร่ำครวญกับความตายที่อาจจะเกิดขึ้นของคน ๆ หนึ่ง
โอกาสได้หยิบยื่นมาตรงหน้าแล้ว พวกเขาต้องคว้ามันเอาไว้
“อ๊ากกกก! มันเจ็บ!”
เมื่อเสียงกรีดร้องอีกสายหนึ่งดังทะลุภายในห้อง ใบหน้าของไคล์ก็แข็งทื่ออีกครั้งหนึ่ง เขาดูท่าทางจะต่อสู้กับจิตใจตัวเองอย่างหนักเพื่อทำการตัดสินใจ
เรย์มอนด์เริ่มพิมพ์อีกครั้ง
[อยู่ตรงนี้ต่อไปมีแต่จะทำให้เขาเสี่ยงตายกว่าเดิม]
นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก
สภาพของไคล์ดูพร้อมจะระเบิดทุกครั้งที่ได้ยินความผิดปกติร้องโหยหวน
ถ้าเขาแสดงปฏิกิริยาเมื่อไหร่ โอกาสเดียวของทุกคนรวมถึงเพื่อนเขาก็จะพังครืนลงมาเมื่อนั้น
[นายเคยพูดไว้ไม่ใช่เหรอ? ว่าจะปฏิบัติกับเขาเหมือนสมาชิกคนอื่น นี่เป็นโอกาสของเรา ตอนนี้ต้องออก]
ไคล์กัดริมฝีปาก เนื้อตัวสั่นระริก
เขาดูลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด ทว่าสุดท้ายก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ท่าทีทั้งหมดของเขาสงบลง
‘เขาพูดถูก ฉันจะปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลไม่ได้’
หากว่ากันตามหลักเหตุผลแล้ว การจากไปคือทางเลือกที่ดีสุดที่เขาทำได้เพื่อปกป้องทุกคน อีกทั้งมันยังช่วยให้เซธมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นด้วย
เขาจะไปทำอะไรได้ล่ะถ้าความผิดปกตินั่นตัดสินใจฆ่าเซธขึ้นมาจริง ๆ ?
ไม่ได้เลย
ไคล์คงไม่สามารถทำอะไรได้เลย
…และด้วยเหตุผลนั้นเอง เขาจึงต้องจากไป
เขาต้องเชื่อใจเซธ เพื่อหาวิธีช่วยเซธให้ออกมาจงได้
หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง ดวงตาของไคล์เฉียบคมยิ่งขึ้นขณะมองไปยังเรย์มอนด์และโซอี้
จากนั้น…
เขาเริ่มเคลื่อนกายด้วยฝีเท้าเชื่องช้าและระมัดระวัง
“น-ายอยู่ไหน…? ช่-วยด้วย”
แม้จะได้ยินน้ำเสียงน่าเวทนาและอ่อนแรงของเซธ เขาก็ยังคงมุ่งหน้าตรงสู่บันได ลงเท้าอย่างเงียบเชียบ
“..ไ-คล์ อ-ย่าทิ้งฉัน”
เซธถึงขั้นเริ่มเรียกชื่อของเขา แต่ไคล์ไม่หลงกล
เขาไม่หันกลับไปมอง
เขาเพียงแค่เดินหน้าต่อไป อย่างแช่มช้าและร้าวรานใจถึงขีดสุด
เขาจำต้องละทิ้งความคิดที่จะหันหลังกลับ
เขาจำต้องเพิกเฉยต่อเสียงนั้น
เขาจำต้อง…
“…..”
จนกระทั่งมาถึงชั้นสองในที่สุด ไคล์หลับตาลงและใช้ประสาทสัมผัสอื่นสำรวจโดยรอบ เสียงของเซธหายไปนานแล้ว สิ่งที่เข้ามาแทนคือความเงียบงันอันน่าสะพรึง ซึ่งแตกสลายเพราะเสียงเอี๊ยดอ๊าดบางเบาของหน้าต่างบานใกล้ ๆ
ไคล์หยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้ววางมันลงบนพื้น
เนื่องจากมันต้องใช้เวลาสองสามวินาทีในการเปิดใช้งาน และจำเป็นต้องวางใกล้กับจุดที่พวกเขาเข้ามาในตอนแรก พวกเขาจึงใช้มันได้เฉพาะตรงนี้เท่านั้น
ติ๊ก! ติ๊—!
เสียงแผ่วเบาปลดปล่อยออกมาจากตัวอุปกรณ์
ตึบ! ตึบ!
พวกเขาได้ยินเสียงย่ำเท้าหนักหน่วงดังมาจากเบื้องล่างแทบจะทันที ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังพุ่งมาในทิศทางเดียวกับพวกเขา
แกร๊ก—
ทันใดนั้นเอง หนึ่งร่างสูงน่าสะอิดสะเอียนปรากฏกายออกมาจากหลังบานประตู ใบหน้าซีดเซียวของมันกวาดมองทั่วบริเวณ
แต่…
กว่ามันจะมาถึง ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว
ไคล์และคนอื่น ๆ หลบหนีสำเร็จ