นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #121 : หลังจากนั้น [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #121 : หลังจากนั้น [1]
ผมไม่ได้ยิ้มเพราะรู้สึกว่าตัวเองชนะ
ผมยิ้มเพราะกำลังกลัว พยายามหลอกตัวเองให้เชื่อว่าไม่ได้กลัว แต่ถามว่ากลัวไหม? ขอบอกเลยว่ากลัวจนขี้หดตดหาย
ถึงอย่างนั้น ผมก็แสดงมันออกทางสีหน้าไม่ได้เด็ดขาด
หัวใจของผมเต้นดังราวกับเสียงกลองสนั่นอยู่ภายในหัวขณะที่ยืนอยู่ต่อหน้าชายบิดเบี้ยว ร่างของมันโน้มลงมาบดบังตัวผม
“…แกกินเสียงใช่ไหมล่ะ?”
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงของผมที่ทำลายความเงียบนั้น
มันดังชัดเจน จนผมได้ยินเสียงสะท้อนแผ่วเบาของมันวนกลับมา
“ฉันได้ยินเสียงจริง ๆ ของแกแล้ว ตามกของเกมนี้ แกก็ควรจะกินเสียงตัวเองสิ”
ผมยื่นมือทั้งสองข้างออก พยายามทำตัวให้ดูมั่นใจอย่างสุดความสามารถ
“ฉันยังมีชีวิตอยู่นี่ไง ไม่ใช่เหรอ? เกมระหว่างเราสองคนยังไม่จบสักหน่อย ตอนนี้แกก็พูดออกมาแล้ว ถึงเวลาที่แกต้องกินเสียงของตัวเองแล้วล่ะ”
ผมเลียริมฝีปากอันแห้งผาก พลางจ้องมองชายบิดเบี้ยวผู้อยู่เบื้องหน้า
ตัวตนของมันทำให้ผมหายใจได้อย่างยากลำบาก ราวกับว่ามวลอากาศกำลังบีบรัดผมไม่ให้หายใจ ทุกลมหายใจให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการฝืนเค้นออกมา ความจุกเสียดในลำคอยิ่งขมวดแน่นขึ้นทุกชั่วขณะ
แต่แล้ว—
กึก!
ศีรษะของชายบิดเบี้ยวกระตุก
ราวกับกำลังเกิดอาการผิดปกติบางอย่าง มันเริ่มกระตุก
กึก! กึก!
มือของมันยกขึ้น เงาพาดผ่านตัวผมขณะที่มันพยายามจะโจมตี แต่—
กึก!
การกระทำของมันหยุดกะทันหัน
ตอนแรกผมสับสนจนถึงกับไปไม่เป็น แต่ไม่นานผมก็เข้าใจทุกสิ่ง
‘…มันได้ผล แผนฉันมันได้ผล!’
เมื่อจ้องมองไปยังชายบิดเบี้ยวและเห็นมันกระตุกอีกครั้งหนึ่ง ผมก็บอกได้เลยว่ามันกำลังดิ้นรนกับการยอมรับความเป็นจริงอยู่
ในจังหวะนั้นเอง ผมก้าวถอยหลังออกมา
ห่างจากชายบิดเบี้ยว
เอี๊ยดด!
พื้นไม้ลั่นเสียงใต้ฝ่าเท้า ชายบิดเบี้ยวจ้องมอง
แต่…
กึก!
ตัวมันไม่ได้ขยับตาม
นั่นคือตอนที่ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแผนของตัวเองสำเร็จแล้ว
ทว่าผมยังไม่กล้าวางใจ สายตากวาดมองรอบบริเวณจนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงบันไดที่อยู่ไกลออกไป
ทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดคือการมุ่งตรงไปยังจุดนั้นแล้วขึ้นไปยังชั้นสองก่อนจะออกไป เดิมทีผมคิดจะฆ่ามันด้วยมีดในมือตัวเอง แต่ผมรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ไอเดียที่ดีเท่าไหร่นัก
‘หนีเนี่ยแหละดีสุด ฉันไม่อยากเสี่ยงไปมากกว่านี้แล้ว’
อย่างไรก็ตาม ตอนที่กำลังจะก้าวเดินไปที่นั่น ผมกลับหยุดฝีเท้า
ศีรษะหันไปอย่างเชื่องช้า สายตาตกลงบนฝาผนัง ณ บทกวีที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
กึก! กึก!
ชายบิดเบี้ยวยังคงกระตุกไม่หยุดในขณะที่ผมจ้องมองบทกลอน
‘ถึงจะน่าเสียดายหน่อยตรงที่ฉันยังเขียนไม่จบก็เถอะ แต่ข้อความมันสื่อชัดพอแล้วล่ะนะ’
สายตามองชายบิดเบี้ยวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขยับไปทางบันไดและวิ่งขึ้นสู่ชั้นสอง ผมสังเกตเห็นอุปกรณ์หน้าตาคุ้นเคยจึงเปิดใช้งานมัน
ฟุ่บบ!
ทัศนวิสัยของผมเปลี่ยนไปและเริ่มมืดสลัวลงแทบจะในทันที
นั่นคือจังหวะเดียวกับที่ผมเห็นการแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ยินดีด้วย!]
[คุณได้เคลียร์ฉากแล้ว!]
[คุณจะได้รับรางวัลในขณะนี้]
[แอปกำลังอัปเดต]
เอ๊ะ…?
ผมมองดูการแจ้งเตือนกะทันหันนั้นด้วยความมึนงงเป็นไก่ตาแตก
อัปเดตอีกแล้วเหรอ?
อะไรกัน—
โลกทั้งใบกลายเป็นสีดำสนิทก่อนที่ผมจะได้คิดจนจบ
***
“หัวหน้าทีม… เจออะไรบ้างไหมครับ? มีทางเข้าไปได้หรือเปล่า?”
“ไคล์”
หัวหน้าทีมชะงักงัน หันไปสนใจไคล์ที่คอยเซ้าซี้เขามาตลอดหลายนาทีที่ผ่านมา เดิมทีหัวหน้าทีมเข้าใจว่าไคล์รู้สึกอย่างไร เพราะหนึ่งในคนที่อยู่ข้างในนั้นคือคนที่ไคล์สนิทด้วย
เขาเข้าใจเรื่องนั้นดี
แต่เขาเองก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน
“ถ้ายังถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ อยู่แบบนี้ แล้วนายจะให้ฉันเอาสมาธิที่ไหนไปช่วยเพื่อนนายล่ะ?”
แม้จะพยายามข่มกลั้นแล้ว แต่สุดท้ายหัวหน้าทีมก็เผลอขึ้นเสียงใส่ ทำให้ไคล์ได้สติกลับมา
เมื่อหันศีรษะไปรอบ ๆ และเห็นสายตาทุกคู่จ้องมองมา ไคล์จึงก้มหน้าลงก่อนจะกล่าวขอโทษ
“ผมขอโทษครับ”
ปกติเขาไม่ได้เป็นแบบนี้
ความจริงแล้ว เขาเป็นคนที่เย็นชาที่สุดในทีมด้วยซ้ำ
เขามักจะเป็นคนที่ไม่ยินดียินร้ายกับสภาพของผู้อื่นหรือความตายของใครสักคน
แต่…
พอเป็นเรื่องของเซธ ไคล์กลับพบว่าตัวเองร้อนใจจนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
นี่คือคนที่เติบโตมาด้วยกันกับเขา คนที่มีความหมายกับเขายิ่งกว่าคำว่าพี่น้อง
จะไม่ให้เขากระวนกระวายได้อย่างไรกัน?
“ไคล์ ฉันเข้าใจว่านายเป็นห่วง แต่พวกเราเองก็พยายามอยู่เหมือนกัน ฉันโทรหาหัวหน้าแผนกไว้แล้ว ตอนนี้เขาน่าจะกำลังเดินทางมา และพอเขามาถึง เราก็น่าจะแก้สถานการณ์นี้ได้”
คำพูดของหัวหน้าทีมช่วยให้กำลังใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
แต่ในความเป็นจริง… แม้แต่เขาก็ยังไม่เชื่อคำพูดของตัวเอง เพราะเขาเห็นสถานการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ และเมื่อได้เห็นว่าสมาชิกชั้นยอดเสียชีวิตไปมากแค่ไหน เขาจึงไม่มีความเชื่อมั่นเลยว่าคนธรรมดาอย่างเซธจะรอดชีวิตไปจนถึงตอนที่พวกเขาหาทางเข้าไปในเกตได้
หัวหน้าทีมแค่ไม่อยากบอกความจริงกับไคล์
ตอนนี้ไคล์ไม่ได้อยู่ในสภาพจิตใจที่จะรับฟังมันไหว
‘ที่ปรึกษาด้านทรอม่าคนนั้นเหมาะสำหรับจังหวะนี้สุด ๆ’
ด้วยความที่เป็นสายสนับสนุน เซธจึงไม่ได้ถูกคาดหวังให้รับมือกับฉาก เพราะหน้าที่ของเขาคือการรับมือกับเพื่อนร่วมทีมที่สติแตกหรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้
หน้าที่แบบนี้นี่แหละ มีประโยชน์อย่างมากกับสภาวะที่ไคล์เป็นอยู่ในตอนนี้
“หัวหน้าทีมครับ”
เสียงหนึ่งดึงหัวหน้าทีมให้ออกจากภวังค์ความคิด
เมื่อหันศีรษะไป เขาก็เห็นหนึ่งในสมาชิกหน่วยช่วยเหลือเดินเข้ามาหา ซึ่งตัดสินจากสีหน้าแล้ว แสดงว่าสถานการณ์ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
“พวกเราลองทดสอบเพิ่มเติมแล้ว แต่มันดูเหมือนว่าจะไม่มีทางบุกเข้าไปในรอยแยกได้เลยครับ ดูเหมือนเราจะต้องให้หัวหน้าแผนกมาจัดการโดยตรง—”
“มีการผันผวนครับ!”
เสียงตะโกนดังขึ้นกะทันหัน ความสนใจของทุกคนเบนไปทางบุคคลผู้ยืนอยู่หน้ารอยแยกที่นำไปสู่โลกประหลาด
คนคนนั้นชี้นิ้วไปที่รอยแยกพร้อมกับจ้องมันเขม็ง
“…..!”
ทันใดนั้นเอง มือข้างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากรอยแยก สร้างความตกใจให้กับทุกคนในที่แห่งนั้น มันเกาะบนพื้นไม้ก่อนจะพยายามฉุดตัวเองขึ้นมา
ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างในจังหวะนั้น ใบหน้าของไคล์สว่างไสวขึ้น
“เซธ!”
เขาวิ่งเข้าไปหาเซธทันทีและช่วยพยุงเจ้าตัวขึ้นมาจากหลุม ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็วิ่งเข้าไปช่วยเขาเช่นเดียวกัน
“เร็วเข้า! ไปตามหน่วยแพทย์มา!”
“ตามพวกสนับสนุนมาด้วย!”
“ด่วน ๆ เลย!”
ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตา ภายในสถานที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
แต่ถึงอย่างนั้น บุคคลต้นเหตุกลับดูเหมือนไม่รับรู้ถึงสถานการณ์เลยสักนิด เขาจ้องมองการแจ้งเตือนที่โผล่ขึ้นมาเป็นแถบ ๆ ในระดับสายตาตัวเอง
[เควสต์โบนัสเสร็จสิ้น!]
• ความยาก: ลำดับชั้นที่สอง
• รางวัล: 15,000 SP
• เป้าหมาย: สืบหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชายบิดเบี้ยว
• ตำแหน่ง: เกาะมาโลเวีย
ระยะเวลา: 1 วัน
แม้จะเห็นจำนวนแต้มของตัวเองเติบโตขึ้น เขาก็ไม่ได้ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ
[แต้มคงเหลือ : 18,322 SP]
โดยปกติแล้ว เขาจะมีความสุขเมื่อได้เห็นตัวเลขใหญ่ ๆ แต่ในตอนนี้ ความคิดของเขากลับอยู่ตรงส่วนอื่น
อัปเดตอีกรอบงั้นเหรอ?
ทำไมล่ะ? เกิดอะไรขึ้น…?
คราวนี้เป็นเรื่องอะไรล่ะเนี่ย?
เขาอยากรู้ใจจะขาด จนถึงขั้นที่ว่าไม่ต้องการอะไรแล้วนอกจากออกห้องนี้ไปเปิดแล็ปท็อปของตัวเอง
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอย่างนั้น….
ปึง!
บานประตูเปิดออกอย่างรุนแรง และร่างหนึ่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็เดินเข้ามา
คนคนนั้นคือ หัวหน้าแผนก