นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #127 : โปรเจกต์ใหม่ [3]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #127 : โปรเจกต์ใหม่ [3]
“…..”
ผมคิดจะคุกเข่าลง แต่ก็ตัดสินใจไม่ทำ เพราะพื้นมันดูไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
‘เอาล่ะ ฉันพร้อมแล้ว’
หลังจากนั้นไม่นาน แขนของผมเต้นกระตุก และร่างสองตนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พวกเขายืนท่ามกลางความเงียบ จ้องมองผมโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ความเงียบงันเข้าครอบครองพื้นที่จนรู้สึกอึดอัด ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงเริ่มเอ่ยขึ้น
“…การเสียสละได้เกิดขึ้น”
ผมหยุดพลางกุมปากตัวเองในขณะที่พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น ท่าทางต้องการแสดงให้เห็นว่าผมพูดออกมาจากใจจริง
“ดวงวิญญาณบริสุทธิ์สองตนต้องมาเจ็บตัวต่อหน้าต่อตาฉัน ความคิดนี้มันตามหลอกหลอนฉันมาตลอดนับตั้งแต่ตอนนั้น และฉันก็นอนแทบไม่หลับเลยเพราะเอาแต่คิดถึงความทุกข์ทรมานทั้งหมดทั้งมวลที่พวกเขาต้องเจอ ถึงฉันจะแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ฉันทำให้อนาคตดีกว่าเดิมได้”
ศีรษะค่อย ๆ เงยขึ้นมองมิเรลล์กับดรีมวอล์กเกอร์ มือไม้สั่นระรัวยิ่งกว่าเก่าขณะลุกขึ้นยืนและมองไปที่มิเรลล์
ผมโน้มตัวลงอย่างอ่อนโยน คลี่รอยยิ้มอันอบอุ่น และยื่นมือออกไปหมายจะลูบศีรษะของเธอ
“ดีใจนะที่เธอปลอดภัย ฉันเป็นห่วงแทบแย่ว่า—”
เพี๊ยะ—!
ผมรู้สึกเจ็บแปลบอย่างแรงบริเวณหลังมือ
จากนั้น สายตาถลึงใส่จนทำเอาผมแทบหนาวสั่น มิเรลล์ขู่ฟ่อออกมา “อย่ามาแตะหนู”
ดรีมวอล์กเกอร์พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ เธอ แขนทั้งสองไขว้เข้าหากันขณะมองผม แม้จะไม่มีสีหน้า แต่มันเกือบจะเหมือนกับว่ากำลังมองผมด้วยความดูถูกดูแคลน
“…..”
ผมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นภาพนั้น ดรีมวอล์กเกอร์กลายเป็นบอดี้การ์ดของมิเรลล์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
“มันเจ็บ… มากเลยนะ”
เสียงของมิเรลล์ยังคงดำเนินต่อ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับว่าเธอกำลังจะร้องไห้
“หนูบอกแล้วว่าไม่อยากเล่น ทำไมคุณถึงยังเล่นต่อล่ะ? มันเจ็บนะ… หนูไม่ได้อยากเล่นเลย…”
ศีรษะของเธอลดต่ำลงเล็กน้อยขณะพูด สภาพดูน่าสงสารจนผมมองแล้วริมฝีปากกระตุก
‘ฉันเข้าใจว่ามันเจ็บ แต่ตอนนั้นฉันก็พยายามเอาชีวิตรอดเหมือนกัน ถ้าฉันตาย ความเจ็บจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่เธอต้องห่วงเลยล่ะ’
ไม่สิ พอคิดไปคิดมา…
ถ้าผมตายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับมิเรลล์และดรีมวอล์กเกอร์ล่ะ? พวกเขาแค่กลับไปที่เก่าที่เคยอยู่ หรือว่าจะหายไปเลย?
ผมอยากรู้นิดหน่อย แต่ผมยังไม่มีแผนจะตาย เพราะอย่างนั้นคงไม่ได้รู้คำตอบในเร็ว ๆ นี้หรอก
แต่…
‘ถ้าจัดการสถานการณ์ตอนนี้ไม่ดี ฉันได้รู้คำตอบของจริงแน่’
“อะแฮ่ม”
‘เอาล่ะ ดูเหมือนว่าต้องใช้แผน B สินะ’
ผมกระแอมเบา ๆ มองพวกเขาทั้งสองสลับไปมา ก่อนจะคว้ากระเป๋าและหยิบขนมมันฝรั่งทอดออกมาหนึ่งห่อ
“…..!”
ทันทีที่ถุงขนมปรากฏ ใบหน้าของมิเรลล์ก็เปลี่ยนไป
เธอแทบจะน้ำลายหก ผมแอบแสยะยิ้มเมื่อเห็นดังนั้น
‘ใช่ ใช่แล้ว… ฉันเตรียมตัวมา ด้วยเจ้านี่ ฉันก็น่าจะทำให้มิเรลล์สงบลงได้ ง่ายดีจริง ๆ’
ที่น่าประหลาดใจคือโซอี้เป็นคนเอาขนมเหล่านี้ให้กับผม เธอกล่าวประมาณว่าเป็นการตอบแทนที่ผมช่วยเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่พวกมันเป็นรสบาร์บีคิว
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เอาเป็นว่าตอนนี้ผมมีวิธียุติละครตลกเรื่องนี้แล้ว
…หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่ผมคิด
ทันใดนั้นเอง ดรีมวอล์กเกอร์ก็วางมือลงบนไหล่ของมิเรลล์ มันดึงความสนใจจากเธอพลางส่ายศีรษะไปมา
“…..?”
อะไรว—
“ฮึ่ม คุณคิดจะติดสินบนหนูด้วยขนมงั้นเหรอ?”
“….?”
ผมจ้องมองมิเรลล์ด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอเพิ่งจะปฏิเสธขนม… จริง ๆ เหรอเนี่ย?
โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น…?
“ฮึ่ม!”
มิเรลล์ส่งเสียงฮึดฮัดอีกครั้งและหันหน้าหนี ทิ้งให้ตัวผมยืนงงไปไม่เป็น จนกระทั่งผมเห็นเธอแอบชำเลืองมองถุงขนมด้วยหางตา พลางเช็ดน้ำลายออกจากปากอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของผมหรี่เล็กลง มือหยิบออกมาอีกห่อหนึ่ง
“ถ้าฉันให้สองห่อล่ะ?”
“ส-สอง?”
ตอนนี้มิเรลล์กำลังต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก เธอมองจ้องมองขนมมันฝรั่งทอด ยกฝ่ามือขึ้นมามองนิ้วตัวเองพร้อมกับพึมพำว่า ‘หนึ่ง แล้วก็อีกหนึ่ง…? สอง?’
ดวงตาของเธอเปล่งประกาย และน้ำลายสายยาวก็เริ่มย้อยลงมาถึงใต้คาง
‘เสร็จฉันล่ะ’
สีหน้าของเธอบ่งบอกทุกสิ่งอย่างให้ผมรับรู้
เธอกำลังจะใจอ่อน
แต่แล้ว—
“…!”
ดรีมวอล์กเกอร์วางมือลงบนไหล่ของมิเรลล์และส่ายศีรษะ
อะไ…
เพียงเท่านั้น มิเรลล์ก็ได้สติและขึงตาใส่ผม เธอรีบเช็ดน้ำลายจากปากตัวเอง
“คุณค-คิดว่าจะหลอกหนูได้งั้นเหรอ?! คะ… คุณคิดว่าหนูใจง่ายขนาดนั้นเลย?!”
เธอกอดอกและหันไปทางอื่น
“ฮึ่ม!”
ผมเกือบทำถุงขนมหลุดมือขณะที่หันความสนใจไปทางดรีมวอล์กเกอร์อย่างเชื่องช้า
มันจ้องมองผมด้วยใบหน้าว่างเปล่า แขนยังคงวางพาดบนไหล่ของมิเรลล์
ถึงผมจะอ่านสีหน้าของมันไม่ออก แต่มันดูเหมือนกำลังบอกว่า ‘ตราบใดที่ฉันอยู่ตรงนี้ นายไม่มีทางทำสำเร็จแน่’
เป็นแกเองสินะ!
นี่มันขัดขวางกันนี่หว่า!
ผมไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตาเห็นเลย ความผิดปกติของผมเองกำลังพยายามทำให้ผมโดนเชือด!
‘ไม่สิ พอนึกดูดี ๆ แล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันก็นะ…’
ผมกัดฟันและจ้องมองกระเป๋าตัวเอง เจ้าดรีมวอล์กเกอร์ คิดจริง ๆ เหรอว่าผมไม่ได้เตรียมตัวมา? ผมไม่ได้มีแค่สองห่อหรอกนะ ผมมีมากกว่านั้นเยอะ นิ้วมือรีบหยิบออกมาอีกห่อ
“ถ้าสองไม่พอ งั้นสามห่อเป็นไง?”
“ส-สาม…?”
“ใช่แล้ว สามห่อ”
“ฮ-ฮึ่ม! หนู… ไม่ได้ง่า—”
“สี่ห่อ”
“…..”
“ฉันให้ได้มากสุดห้าห่อ จะเอาหรือไม่เอา”
“…..”
มิเรลล์ยืนนิ่งเงียบ จ้องมองฝ่ามือที่แบอยู่ของตัวเองอย่างเหม่อลอย นิ้วมือค้างเติ่งเหนือนิ้วก้อย สมองพยายามประมวลผลจำนวนถุงมันฝรั่งทอดที่ผมเสนอให้
“สอง สี่ ห้า หนึ่ง สาม…?”
ผมเห็นภาพลอยมาเลยว่า ลูกตาของเธอกำลังหมุนติ้วด้วยความสับสน
ดรีมวอล์กเกอร์ยืนอยู่ข้างกายเธอ ฝ่ามือกดลงบนไหล่เจ้าตัวพยายามเรียกสติ แต่มันก็ไร้ผล
ท้ายที่สุด มันก็เบนความสนใจมาทางผมและพุ่งเข้าใส่
ผมเตรียมพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว จึงคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของมันไว้ได้ทัน
“แกเปลี่ยนไป ฉันเองก็เหมือนกัน…”
ดรีมวอล์กเกอร์พยายามจะผลัก แต่ผมไม่สะเทือนและพยายามผลักมันกลับ เรี่ยวแรงของพวกเราพอ ๆ กัน ไม่มีใครดันอีกฝ่ายให้ถอยได้
“คึ—!”
ทว่าดรีมวอล์กเกอร์เป็นคู่ต่อสู้ที่เคี้ยวยาก มันพยายามดึงมือผมกลับ ผมจึงโต้ตอบโดยการดึงแขนมันคืน พวกเรายื้อยุดฉุดกระชากกันแบบนี้อยู่หลายนาที จนกระทั่ง—
“…..ฮึ่ม!”
มิเรลล์แค่นเสียงออกมา เราทั้งสองต่างแข็งค้าง
หัวใจของผมร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มแทบจะทันที ส่วนดรีมวอล์กเกอร์มองผมอย่างผู้ชนะ
“หนูไม่ใช่ผู้หญิงเห็นแก่กินหรอกนะ”
มือน้อยสองข้างไพล่หลัง มิเรลล์มองผมและส่ายหน้า
‘บ้าเอ๊ย ฉันมีแค่ห้าห่อ… ฉันควรจะบอกเธอดีไหมว่าหาเพิ่มมาให้ได้? หรือ—’
“ฮึ่ม ฮึ่ม!”
มิเรลล์เดินทอดน่องไปข้างหน้า ก้มลงตะครุบถุงขนมทั้งหมดไว้ในอ้อมแขนจนผมมองไม่เห็นตัวเธอ ก่อนจะเดินกลับไปยังภาพวาดและโยนพวกมันเข้าไปข้างใน
จากนั้น…
เธอมองกลับมาแบบไม่ยี่หระและส่ายศีรษะ ความเหยียดหยามบนใบหน้านั้นฉายชัดเจน
“พัฒนาตัวเองหน่อยนะคะ”
แล้วเธอก็กระโดดขึ้นเกาะขอบภาพวาด ก่อนจะปีนกลับเข้าไปข้างใน
“…..”
ในไม่ช้า ห้องก็ตกลงสู่ความเงียบสงัด ดรีมวอล์กเกอร์กับผมจ้องหน้ากันและกันตาปริบ ๆ
จากนั้น—
“แกจะไปหรือว่าอยากจะมวยปล้ำกับฉันต่อล่ะ?”
“…..”
ผมได้รับคำตอบภายในเวลาไม่นาน
“…..จริง ๆ ฉันเหนื่อยแล้วนะ ขอนอนพั— อั้ก!”
มันเลือกมวยปล้ำ
อ่า เพื่อจะสนิทกับความผิดปกติของตัวเองเนี่ย ผมต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ
“เหยียบเท้านี่มันโกงนะเฮ้ย!”