นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #132 : แลกเปลี่ยน [3]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #132 : แลกเปลี่ยน [3]
ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว บรรยากาศรอบข้างก็เงียบสงัด
ทุกดวงตาหันไปทางกลุ่มคนที่ก้าวผ่านทางเข้าแผนก ตัวตนเหล่านั้นเป็นเสมือนแม่เหล็กประหลาด ดึงดูดจุดโฟกัสของทุกคนไว้ได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา
ผู้นำหน้าพวกเขาคือหัวหน้าแผนก ในที่สุดเขาก็หยุดเดินและเกาข้างแก้มอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องมา เขาก็ปรบมือหนึ่งครั้ง
“ทุกคนช่วยสนใจทางนี้กันหน่อยได้ไหม?”
แต่การกระทำนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
เพราะตัวเขาได้รับความสนใจจากทุกคนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“อะแฮ่ม”
เขากระแอมไอพลางเหลือบมองกลุ่มสิบคนที่อยู่ข้างหลังตัวเอง แม้ทุกคนจะสวมเครื่องแบบกิลด์ตามระเบียบ แต่มีห้าคนที่ดูโดดเด่นสะดุดตา— ทั้งรูปลักษณ์ ท่าทาง และออร่าที่แผ่ออกมานั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
“ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่คุ้นหน้าคนที่ตามหลังผมมาอยู่แล้ว งั้นขอข้ามขั้นตอนแนะนำตัวไปเลยละกัน พวกเขาเป็นสมาชิกที่จะมาแลกเปลี่ยนในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ในเมื่อข่าวแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว ผมมั่นใจว่าพวกคุณทราบสถานการณ์ปัจจุบันกันดี คงไม่ต้องให้ผมอธิบายว่าทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่หรอกเนอะ”
สิ้นคำพูดของหัวหน้าแผนก รอยย่นสีดำก็ผุดขึ้นบนหน้าผากของคนบางส่วน โดยเฉพาะโซอี้กับไคล์ที่มองหน้ากันและกัน
ไอ้สารเลวนี่…
ไม่ใช่ว่าเขาไม่จำเป็นต้องแนะนำพวกนั้นหรืออธิบายสถานการณ์หรอก เขาแค่ขี้เกียจพูดต่างหาก!
“อ๊ะ ไคล์ โซอี้ อยู่นี่กันนี่เอง!”
เมื่อได้ยินชื่อตัวเองถูกเรียก รอยย่นสีดำบนหน้าผากของทั้งคู่ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
หัวหน้าแผนกส่งรอยยิ้มเลี่ยน ๆ ให้
“จังหวะดีเลย ทำไมพวกเธอสองคนไม่พาพวกเขาไปทำความคุ้นเคยกับแผนกหน่อยล่ะ? พอดีฉันมีธุระต้องไปจัดการนิดหน่อย ขอบใจล่วงหน้านะ”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตอบกลับ หัวหน้าแผนกก็หันหลังเดินจากไปเสียแล้ว
ในตอนนี้ หน้าผากของโซอี้เต็มไปด้วยขีดรอยย่น เช่นเดียวกับไคล์ที่พยายามหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งพร้อมกับพึมพำประมาณว่า ‘ใจเย็น ฉันเคยเจอที่แย่กว่านี้มาแล้ว เซธยังน่าปวดหัวกว่านี้ตั้งเยอะ’
บริเวณข้างกายเขา เซธเอียงศีรษะของตัวเองเล็กน้อย
นี่ไคล์ลืมไปแล้วเหรอว่าเขายังอยู่ตรงนี้น่ะ?
“ยินดีที่ได้พบพวกคุณทุกคนอีกครั้งนะครับ”
เสียงพึมพำของไคล์ถูกขัดจังหวะกลางคันเมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นเริ่มเข้ามาใกล้ แต่ละคนแสดงสีหน้าแตกต่างกัน ทั้งยิ้มแย้ม บึ้งตึง หรือแม้กระทั่งเฉยเมย
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นที่สุดคือเครื่องแบบของพวกเขาเอง บนชุดมีตราสัญลักษณ์และสีสันเฉพาะแผนกของแต่ละคนประดับอย่างชัดเจน
สายตาของโซอี้จับจ้องร่างสูงของเคเลน เจคอบส์ (Kaelen Jacobs)— เส้นผมสีดำขลับ ดวงตาปรือครึ่งหนึ่ง สวมชุดเครื่องแบบสีขาวบริสุทธิ์ที่แนบชิดกับหุ่นกล้ามเนื้อสมส่วนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบเกินไปหน่อย
เขาดูเหมือนทายาทเจ้าเสน่ห์จากตระกูลทรงอำนาจทุกกระเบียดนิ้ว
ทว่าคำนิยามนั้นห่างไกลจากตัวตนแท้จริงมาก
เขาเป็นลูกรักประจำกิลด์ ดาวรุ่งแห่งแผนกล้างบาง
เคเลน เจคอบส์ ชื่อนี้ถูกเอ่ยถึงบ่อยที่สุดเมื่อมีคนพูดถึงอัจฉริยะที่มีแววมากที่สุดของกิลด์
เขายื่นฝ่ามือออกมาทำท่าจะจับมือ ปรายสายตามองระหว่างไคล์กับโซอี้
“…ผมไม่ค่อยได้เจอคุณเท่าไหร่ แต่ได้ยินคนพูดถึงคุณบ่อยพอสมควรอยู่นะ”
เขาหมายถึงเรื่องที่ว่าไคล์มักจะไม่ค่อยปรากฏตัวในงานสังคมเหมือนกับที่เธอทำ
แต่ยิ่งไปกว่านั้น…
“น่าเสียดายจริง ๆ นะเนี่ย หน้าตาก็ดี ฝีมือก็เจ๋ง จะไปอยู่ที่ไหนก็คงรุ่งสบาย ๆ เธอรู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ยังย้ายทันอยู่น่ะ คิดว่ายังไง?”
รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์อันกลวงเปล่า ราวกับว่าเขาเวทนาเธอจากใจจริง
ความเวทนานั้นโซอี้ไม่ต้องการ อันที่จริง ก่อนจะเข้าร่วมกิลด์ เธอเคยได้รับการทาบทามจากทุกแผนกเพราะพรสวรรค์ที่เธอแสดงออกมา
แต่สุดท้าย เธอก็เลือกแผนกกักกันเพื่อเป้าหมายส่วนตัว เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปมากกว่านี้
ทั้งชื่อเสียง ทั้งเงินทอง
พวกมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับเธอเลย
“ฉันมีความสุขดีกับที่ที่ฉันอยู่น่ะ ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะ”
คำตอบของเธอมาพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพที่ปกปิดความรังเกียจเอาไว้
แม้จะเกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้ แต่ก็ยังมีภาพพจน์ที่ต้องรักษาอยู่ เธอถึงขั้นยอมจับมือเขา โดยมีไคล์ทำตามเป็นคนถัดไป
โชคดีที่ทุกคนไม่ได้น่ารำคาญไปเสียหมด
“…ดูท่าว่านายจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสินะ เหอะ?”
หญิงสาวผมขาวยาวถึงเอวผู้มีนัยน์ตาสีน้ำเงินใสราวกับคริสตัล กำลังเอนหลังพิงกับฉากกั้นโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบาย ๆ หอกยาวของเธอวางพักอยู่ข้างกาย สีหน้าส่อถึงความไม่แยแสระคนหงุดหงิด
เซเรลิธ เนร่า (Serelith Nera) หากเคเลนคือตัวชูโรงของแผนกล้างบาง เซเรลิธก็เปรียบดั่งความภาคภูมิของแผนกผจญภัย
ด้วยรูปลักษณ์น่าประทับใจและพรสวรรค์ในการใช้หอกอันน่าทึ่ง เธอจึงเป็นที่จับตามองไม่แพ้ใคร สิ่งเดียวที่ทั้งสองแตกต่างกันมีเพียงแผนกที่พวกเขาสังกัดเท่านั้นเอง
ถ้าไม่ใช่เพราะแผนกล้างบางมีความนิยมมากกว่า เธออาจจะบดบังรัศมีของเคเลนไปโดยสมบูรณ์แล้วก็เป็นได้
“ไม่ได้เปลี่ยนไป?”
เคเลนหันไปมองเซเรลิธแล้วเอียงศีรษะ
“ทำไมผมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ?”
“เพราะนายมันน่ารำคาญไง”
“งั้นเหรอ?”
เคเลนหัวเราะในลำคอ ราวกับว่าเขาไม่ได้โดนด่ามาเมื่อกี้นี้
“เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ผมได้ยินแบบนี้”
เซเรลิธกรอกตามองบน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากหญิงสาวอีกคนที่อยู่ใกล้เคียง โซอี้หันไปหาต้นเสียง เธอคนนั้นมีผมยาวประบ่า พร้อมด้วยไฝจุดเล็กใต้คาง และรูปร่างเว้าโค้ง เรียกได้ว่าเป็นรูปลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็จำกันได้ไม่ยาก
แถมเธอยังมีป้ายคล้องคอที่ระบุกำกับเอาไว้ว่า [ซาร่าห์ ซอร์ลอธ (Sarah Sorloth), แผนกเก็บกู้] อีกยิ่งจำง่ายเข้าไปใหญ่
ในฐานะผู้รับผิดชอบการรวบรวมเศษผลึกจากเกต บทบาทของแผนกเก็บกู้จึงถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับกิลด์
“มีอะไรน่าขำเหรอ?”
เมื่อเห็นซาร่าห์หัวเราะ เซเรลิธก็ขมวดคิ้ว แต่ซาร่าห์กลับเมินเธอพลางส่ายศีรษะและมองไปรอบ ๆ แผนก
เสียงจอกแจกจอแจที่พวกเขาก่อขึ้น ดึงดูดความสนใจของทุกคนในแผนกจนโซอี้รู้สึกอึดอัด
“ฉันเห็นพวกเธอสองคนยังสนิ—”
“ฮ้าววววว”
หนึ่งเสียงหาวดังตัดผ่านบรรยากาศตึงเครียด
ทุกคนหยุดชะงัก สายตาทั้งหมดจับจ้องร่างไร้ความโดดเด่นที่ยืนอยู่ข้างไคล์
แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ภายในมือยังคงถือแก้วกาแฟ เซธมองไคล์ด้วยท่าทางงัวเงีย
“…ฉันกลับไปทำงานก่อนนะ”
เปลือกตาของเซธหลุบลงราวกับพยายามประคองตัวเองไม่ให้หลับใหลอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทำงานของเขา เมินเฉยต่อทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นรอบกายโดยสิ้นเชิง
ดวงตาของโซอี้มองตามร่างเซธที่ค่อย ๆ จากไปเข้าสู่ห้องทำงาน
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้รู้จักเซธดีนัก แต่เธอรู้ว่าถ้าเซธต้องการจะไป เขาจะจากไปแบบเงียบเชียบ การหาวของเขาที่เอิกเกริกเกินไปเล็กน้อยนั่นจึงหมายความว่า…
‘เขาตั้งใจทำ ใช่ไหมนะ…?’
แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นกันล่ะ?
‘เพราะเขาสังเกตเห็นว่าสถานการณ์มันเริ่มอึดอัดงั้นเหรอ?’
โซอี้ขบริมฝีปาก ยิ่งเธอคิดเรื่องของเซธมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งดูแปลกประหลาดในความคิดเธอมากขึ้นเท่านั้น
เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เธอไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย
“นั่นใคร…?”
เมื่อเห็นเคเลนหรี่ตามองตามแผ่นหลังของเซธ โซอี้ก็รู้สึกตัวและมองเขา
ปากของเธอกำลังจะอ้าตอบ แต่ไคล์กลับชิงตัดหน้าเสียก่อน
“เขาเป็นนักบำบัดของเราน่ะ”
ไคล์หัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะฉุดตัวเองขึ้นจากโต๊ะพร้อมรอยยิ้ม
“อย่าไปใส่ใจเขามากเลย ช่วงนี้เขาค่อนข้างเหนื่อยเพราะงานน่ะ เอาเป็นว่าให้ผมพาพวกคุณทัวร์ดีไหมล่ะ?”
ไคล์ไม่รอให้พวกเขาได้กล่าวอะไรแม้แต่คำเดียว เขาออกเดินนำไปตามทาง
“ตามมาสิ มีหลายอย่างที่พวกคุณต้องทำความคุ้นเคยนะ”
T/L: ข้อมูลด้านล่างนี้เค้นมาจากความทรงจำของผู้แปล ถ้าผิดเดี๋ยวค่อยย้อนมาแก้ค่ะ…
แผนกกักกัน (Containment Department) : รับมือกับเกตประเภทความผิดปกติและกักกันความผิดปกติ เนื้องานส่วนใหญ่จะได้เจอกับสิ่งที่ถ้าอยู่ในอาณาเขต/เกตตัวเองจะฆ่าไม่ได้หรือฆ่าได้แต่ยาก แถมยังต้องมีการแก้ปริศนาอยู่บ่อย ๆ แผนกนี้จึงเน้นคนใช้สมองเป็นหลัก มีเก่งต่อสู้บ้างแต่ไม่ได้ซีเรียสถึงขั้นแผนกล้างบาง ที่คนเขาไม่ค่อยนิยมเข้าแผนกนี้กันเพราะเกตมันน่ากลัว+เสี่ยงตายกว่าแผนกอื่น (<= ถึงจะพกคลาสฮีลได้ซัพได้เข้าเกตไปก็ยังตายง่ายอยู่ดี)
แผนกล้างบาง (Hoarding Department) : รับมือกับเกตประเภทคลื่นระลอก เนื้องานสรุปแบบง่าย ๆ คือเข้าเกตแล้วฆ่าทุกอย่าง แผนกนี้ก็เลยเก่งด้านการต่อสู้และมีความถึกทนเป็นพิเศษ แต่สมองก็ไม่ใช่ถึงขั้นลิง เพราะต้องศึกษาพวกยุทธวิธีการจู่โจม บัญญัติต่าง ๆ แบบเจาะลึก รวมถึงการปรับแผนเฉพาะหน้าด้วย (แผนกนี้ฝีมือเก่งจริงนะคะ ไม่ได้เก่งแต่ปากอย่างเดียว)
แผนกผจญภัย (Adventuring Department) : ไม่ค่อยมีบทเท่าไหร่ ในนิยายก็ไม่ได้อธิบายซะด้วย… เอาเป็นว่าหลัก ๆ ก็ตระเวนไปตามที่ต่าง ๆ ไม่ก็ลงเกตอีกประเภทหนึ่ง (ยกเว้นในม่านหมอก) แผนกนี้ก็เน้นคนมีกึ๋นเหมือนกัน แต่รูปแบบปริศนาที่เจอมันแตกต่างกันค่ะ แบบว่าแผนกผจญภัยจะเจอปริศนาแบบรูปธรรม ใช้ตรรกะได้ กลไกมีแพทเทิร์น แต่แผนกกักกันจะเจอปริศนาแบบนามธรรม มีวิธีแก้ที่ไม่ตายตัว ผลลัพธ์ก็ไม่ตายตัวด้วย (ถ้าให้ยกตัวอย่างเทียบก็… ผจญภัยเจอพัซเซิลในเกม Resident Evil ส่วนกักกันเจอพัซเซิลในเกม Silent Hill ประมาณนั้นน่ะค่ะ)
แผนกเก็บกู้ (Collection Department) : นี่ก็ไม่ค่อยมีบทเหมือนกัน ส่วนใหญ่ในนิยายเจอแต่แผนกกักกันกับแผนกล้างบางน่ะค่ะ… แต่หน้าที่ของแผนกนี้ก็ตามชื่อเลยค่ะ เน้นเก็บเศษผลึกกับวัสดุต่าง ๆ ที่เอาไว้เลื่อนลำดับชั้นจากเกต รวมถึงจัดการเรื่องธุรกิจการเงินอะไรพวกนี้ด้วย
ส่วนใหญ่แผนกนี้น่าจะทำงานกับแผนกล้างบางค่ะ เพราะเกตคลื่นระลอกคือเหมือนกับเกตในนิยายแฟนตาซีทั่วไปเลย มีมอนสเตอร์เยอะ ๆ มีซากมอนให้เอาไปทำไอเทม มีเศษผลึกให้ขุด (แผนกล้างบางก็เลยรวยไปด้วย) ต่างจากเกตความผิดปกติที่ไม่ต้องขุดเพราะไม่มีที่ให้ขุด เกตมันออกแนวเป็นโจทย์ปัญหาเสี่ยงตาย วิธีแก้มีหลายแบบแต่จะถูกใจเจ้าของเกตหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง เช่น เกตเจ้าภาพ ซึ่งแก้ได้ตรงจุดคือทำให้เจ้าภาพประทับใจ เศษผลึกก็แจกให้เลย (<= เกตความผิดปกติจะแจกของดื้อ ๆ แบบนี้หมดถ้าเคลียร์โดนใจเจ้าของเกต) กลับกัน ถ้าแก้แล้วไม่ตรงจุดแบบเกตวาทยกร ซึ่งจริง ๆ พี่เขาอยากให้ทุกคนเป็นผู้ชมที่ดี นั่งเฉย ๆ ฟังเพลงจนจบ แต่เลือกที่จะแก้โดยการด่าก็เลยโดนไล่กลางคันแบบนั้นแหละ ผลลัพธ์คือรอดชีวิต แต่ก็จะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาด้วย
ส่วนอีกแผนกหนึ่งที่เหลืออยู่ก็… ถ้าโผล่ในเรื่องแล้วค่อยว่ากันค่ะ