นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #133 : เกาะฮาร์เมีย [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #133 : เกาะฮาร์เมีย [1]
คลิก คลิก คลิก
ภายในห้องมีแต่เสียงกดแป้นคีย์บอร์ด มันเป็นเสียงเดียวที่ผมได้ยินมาตลอดสัปดาห์
นิ้วมือของผมเริ่มปวดเมื่อย และสิ่งเดียวที่กระตุ้นให้ผมยังลุยต่อได้ คือรสชาติขมปร่าของกาแฟที่วางอยู่ข้างกาย
“อั่ก…”
ผมครางออกมาพลางขยี้ศีรษะ
“ฉันต้องหาทางจ้างทีมงานจริง ๆ แล้วล่ะ”
ผมหยุดพักเพื่อยืดเส้นนิ้วและจ้องมองงานตรงหน้าตัวเอง ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้คืบหน้าไปมากเลยทีเดียว ทั้งปั้นโมเดล 3D ตั้งค่าโครงสร้างเกม และกำหนดเมคคานิกหลัก ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
ตัวเกมยังคงห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์ แต่ส่วนที่ยากที่สุดได้เสร็จสิ้นเรียบร้อย
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังพอเล่นได้ในระดับหนึ่งด้วย
จริงอยู่ที่ว่ามันยังไม่มีรายละเอียดพื้นผิวและเนื้อเรื่องยังไม่ได้ใส่ลงไป แต่ตอนนี้ตัวละครสามารถเคลื่อนไหวได้ และระบบฟิสิกส์ก็พร้อมทำงาน
“ฉันยังต้องเรนเดอร์กับปรับประสิทธิภาพตัวเกมอีก ส่วนเนื้อเรื่อง… ฉันมีไอเดียคร่าว ๆ แล้ว แต่มันต้องค้นคว้าเพิ่มอีกหน่อยถึงจะสมบูรณ์”
เพื่อให้ตัวเกมมัดใจผู้เล่นได้อยู่หมัด ผมจำเป็นต้องมีเนื้อเรื่องที่ดี นี่คือส่วนที่ผมเก็บไว้ทำท้ายสุดเพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
“เกมสยองขวัญที่ดีต้องมีเนื้อเรื่องดี ๆ เพื่อให้คนเล่นอินไปกับตัวเกม”
หากเนื้อเรื่องให้ความรู้สึกแบนราบ มันก็จะกลายเป็นแค่เกมสยองขวัญราคาถูกที่อัดแน่นไปด้วยฉากจัมป์สแกร์— สูตรสำเร็จที่อาจจะถูไถได้เรตติ้งมาสักหนึ่งดาว ถ้าระบบมันนึกใจดีขึ้นมาน่ะนะ
ปัญหาคือ ผมไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์ในด้านนี้เท่าไหร่นัก
ผมเป็นเพียงนักพัฒนาเกม ไม่ใช่นักเขียน และโดยปกติแล้ว บริษัทเกมจะมีแผนกเขียนบทแยกต่างหาก
ผมคิดว่าถ้าพัฒนาเกมไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็คงคิดเนื้อเรื่องขึ้นมาได้เอง แต่ตอนนี้ผ่านไปหลายสัปดาห์แล้ว สมองของผมก็ยังคงว่างเปล่า
นอกจากพล็อตดาษดื่นที่หาได้ทั่วไป ผมก็ไม่มีอะไรในหัวเลยจริง ๆ
“ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้”
มือวางแก้วกาแฟลง ผมกอดอกและเอนแผ่นหลังพิงเก้าอี้
เกมที่ผมกำลังออกแบบนั้น เห็นได้ชัดเลยว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากชายบิดเบี้ยวและทุกสิ่งที่ผมประสบมากับตัว ระบบกลไกการเล่นมีความเรียบง่าย ทั้งหมดที่ต้องทำก็แค่ไม่ละสายตาจากชายบิดเบี้ยว แล้วผู้เล่นก็จะไม่ถูกมันโจมตี
ผมเคยคิดจะเพิ่มฟังก์ชั่นบันทึกเสียงลงไป แต่รู้สึกว่ามันเขียนโปรแกรมยากเกินไปหน่อยเลยไม่ใส่
อีกทั้งผมยังเพิ่มฟีเจอร์หลายอย่างที่บังคับให้ผู้เล่นต้องมองรอบ ๆ ด้วย เป็นการตัดปัญหาเรื่องเกมจบลงง่าย ๆ เพราะผู้เล่นไม่ได้แตะเม้าส์สักแอะ
“…พอมาลองคิดดู ข้อมูลเกี่ยวกับชายบิดเบี้ยวก็แทบไม่ค่อยมีเลยนอกจากกลอนแปลก ๆ กับวีรกรรมของมันที่เกาะอื่น ชักสงสัยซะแล้วสิว่าชายบิดเบี้ยวมันมีประวัติเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแบบนี้รึเปล่า”
ผมรู้สึกว่าการทำความเข้าใจประวัติเบื้องหลังของมันจะช่วยให้ผมสร้างภูมิหลังเหมาะสมกับเนื้อเรื่องและเพิ่มมิติของมันได้
น่าเสียดายที่แม้แต่ทางกิลด์เองก็ยังไม่แน่ใจ และมันก็ไม่มีเบาะแสอื่—
ติ๊ง!
[เควสต์ต่อเนื่องเปิดใช้งาน!]
• ความยาก: ลำดับชั้นที่สอง
• รางวัล: 10,000 SP + วงล้อเสี่ยงโชค!
• เป้าหมาย: เสาะหาต้นกำเนิดของชายบิดเบี้ยว!
• ตำแหน่ง: เกาะฮาร์เมีย (Harmia)
รายละเอียด: เพื่อให้เนื้อเรื่องเกมของคุณล้ำลึกยิ่งขึ้น คุณจะต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชายบิดเบี้ยว จงมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่มันปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ณ ที่แห่งนั้น คุณอาจพบเบาะแสเกี่ยวกับต้นกำเนิดและความจริงเบื้องหลังถึงการมีอยู่ของมัน
ระยะเวลา: 4 วัน
การแจ้งเตือนแสนกะทันหันและหน้าต่างที่นึกจะโผล่ก็โผล่มาอยู่ในระดับสายตา ทำเอาผมสติหลุดไปชั่วขณะ
จนกระทั่งได้สติกลับคืน ผมก็ลุกขึ้นพรวดพราด
“นี่— อ๊า! เชี่ย!”
แต่ในจังหวะที่ลุกขึ้น ผมกระแทกกับโต๊ะจนกาแฟหกใส่กางเกงเต็ม ๆ
“ชิบหาย!”
ผมถอยห่างจากโต๊ะด้วยความตกใจ และตบปัดกางเกงอย่างรวดเร็ว คว้าทิชชู่แถวนั้นมาเช็ดทุกสิ่งอย่างจนเกลี้ยง
‘บ้าเอ๊ย บทจะซวยก็ดันมาซวยเอาตอนนี้เนี่ยนะ…’
ผมชอบกางเกงตัวนี้มากซะด้วยสิ
หลังจากเช็ดกางเกงเสร็จ ผมก็กลับมาดูเควสต์อีกครั้งหนึ่งพลางขมวดคิ้ว
ภายในนั้นมีสองอย่างที่ดึงดูดความสนใจจากผมในทันที
“วงล้อเสี่ยงโชค? เกาะฮาร์เมีย?”
ผมพอจะเดาออกว่าแต่ละอย่างคืออะไร วงล้อเสี่ยงโชคคงเป็นพวกเครื่องหมุนรางวัลที่ของรางวัลขึ้นอยู่กับว่าลูกศรจะไปหยุดตรงไหน ส่วนเกาะฮาร์เมียดูเหมือนจะเป็นอีกเกาะหนึ่งที่โคจรอยู่ใกล้ ๆ นี้
ด้วยความที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองดวงกุดขนาดไหน ผมจึงไม่ได้ตื่นเต้นกับวงล้อเท่าไหร่นัก
สิ่งเดียวที่ทำให้การเดินทางนี้คุ้มค่าคือรางวัล 10,000 SP และเควสต์นี้ยังประทานมาเพื่อช่วยในการพัฒนาเกมของผมอีกด้วย
แถมดูเหมือนจะไม่มีบทลงโทษหากทำเควสต์ไม่สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นโบนัส
‘อันที่จริง พอคิดดูแล้ว เควสต์จากระบบช่วงนี้ไม่มีบทลงโทษเลย แถมไม่ได้บังคับให้ต้องรับด้วย’
เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
หมายความว่าผมมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับ แทนที่จะถูกบีบบังคับให้ทำ
ผมสามารถปฏิเสธเควสนี้ไปเลยก็ได้ถ้าต้องการ
แต่ผมไม่คิดจะทำแบบนั้น เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยผมโดยเฉพาะ
มือจัดการซับกางเกงด้วยทิชชู่อีกสองสามแผ่นและทำความสะอาดโต๊ะเรียบร้อย ผมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเกาะนั้นแบบเร็ว ๆ ก่อนจะปิดแล็ปท็อปและเก็บมันลงกระเป๋า เวลาก็ยิ่งไม่ค่อยจะมีอยู่ เพราะอย่างนั้นจะมามัวแต่โอ้เอ้ไม่ได้แล้ว
“มีเที่ยวบินไปเกาะนั้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ฉันควรจะขึ้นไฟล์ทนั้น”
หลังจากเก็บของใช้จำเป็นทั้งหมดแล้ว ผมก็จองตั๋วผ่านโทรศัพท์มือถือและออกจากห้องทำงาน
โซนออฟฟิศเงียบสงัด ไร้เงาผู้คน ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้
‘เสียดายจังแฮะ ฉันอยากบอกไคล์ไว้ก่อนว่าจะออกไป แต่แค่ส่งข้อความบอกเขาก็น่าจะพอแล้วล่ะมั้ง ยังไงฉันก็คงไปไม่นานหรอก’
*
การเดินทางจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ละเกาะมีสนามบินเป็นของตัวเอง ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็แค่จองเที่ยวบินและไปสนามบินที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะบินไปยังเกาะนั้น ๆ
จากเกาะมาโลเวียไปเกาะฮาร์เมียใช้เวลาเดินทางประมาณสี่ชั่วโมง
ไม่นานเกินไปแต่ก็ไม่ใช่เวลาสั้น ๆ
ในระหว่างเที่ยวบิน ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นคว้าเกี่ยวกับเกาะ ซึ่งจากที่ผมรวบรวมมาได้ ประชากรที่นั่นน้อยกว่าที่มาโลเวียมาก แต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างเยอะอยู่ดี
บนเกาะไม่มีกิลด์เกรดคิง แต่มีกิลด์เกรดรูคหลายแห่งและมีเกรดควีนอยู่แห่งหนึ่ง สถาปัตยกรรมของเกาะเป็นสไตล์โกธิค[1]สมัยเก่า สภาพอากาศก็เย็นกว่ามาโลเวียพอสมควร
น่าเสียดายที่ผมรู้เรื่องสภาพอากาศช้าไปหน่อย
‘แถมมันยังบอกว่าที่นั่นฝนตกบ่อยด้วย ซวยแล้วไง… ฉันไม่ได้เอาของมาเยอะซะด้วยสิ’
มีแค่เสื้อผ้าสำรองนิดหน่อยเท่านั้นเอง
“ช่างเถอะ ค่อยไปซื้อเพิ่มเอาที่นั่นก็ได้”
อย่างน้อยก็พอมีปัญญาจ่ายไหว
ผมไม่ได้แปลงเงินทุกดอลลาร์ให้เป็น SP หรอกนะ บางส่วนก็แบ่งเก็บไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินเนี่ยแหละ
‘ดีนะที่เก็บเอาไว้’
ไม่อย่างนั้นคงได้ซวยของจริงแน่
‘อ้อ ไหน ๆ ก็ไปแล้ว… คงต้องลองดูด้วยว่าบนเกาะมีตลาดให้ฉันซื้อเศษผลึกบ้างรึเปล่า’
ถ้ามีก็น่าจะช่วยผมได้มากทีเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทั้งกายและใจก็เริ่มอยู่ไม่สุข ผมแทบจะรอให้เครื่องบินไปถึงจุดหมายไม่ไหวเสียแล้วสิ
เชิงอรรถ
[1] โกธิค (Gothic) คือรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่มีหลังคาโค้งแหลมแบบฝรั่งเศส โครงสร้างอาคารให้ความรู้สึกสะเทือนทางอารมณ์จึงมักใช้ในการก่อสร้างวิหารทางศาสนา แต่ก็มีใช้ในการสร้างปราสาท วัง และตึกมหาวิทยาลัยในแถบยุโรปให้เห็นอยู่เหมือนกัน