นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #146 : ความจริงอันน่าสะพรึง [3]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #146 : ความจริงอันน่าสะพรึง [3]
เธอพูดว่าอะไรนะ?
เธอเพิ่งพูดชื่อมิเรลล์ออกมาใช่ไหม…?
ผมต้องใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อทบทวนสถานการณ์ทั้งหมด ความคิดตบตีกันวุ่นวายขณะเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ผมรีบดึงสติกลับมาและจ้องมองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า
ถึงแม้ผมจะอยากรู้เรื่องราวมากขนาดไหน แต่มันมีเรื่องอื่นที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอยู่
‘อย่างเช่นการหนีออกไปจากที่เฮงซวยนี่’
หญิงชรากำลังไขว้เขวเพราะการปรากฏตัวของมิเรลล์ ผมรู้ว่านี่เป็นโอกาสอันสมบูรณ์แบบในการหาทางออกและหลบหนี
ผมอยากให้มิเรลล์โจมตีเธอโดยตรงเลยด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ มิเรลล์ทำได้แค่เบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น ถึงแม้ว่ามิเรลล์จะเป็นความผิดปกติที่แข็งแกร่งมาก แต่ความสามารถของผมในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะใช้พลังทั้งหมดของเธอได้
ขนาดสกิลของเธอยังเขียนเป็นเครื่องหมายคำถามเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นหญิงชราจ้องมองมิเรลล์อย่างเหม่อลอย ผมจึงหันไปมองชายบิดเบี้ยวซึ่งถูกดึงดูดด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของมิเรลล์เช่นกัน
‘ต่อให้ฉันใช้สกิลของมิเรลล์ได้ เธอก็ไม่มีทางชนะชายบิดเบี้ยวได้หรอก ส่วนยายคนนั้น… ฉันว่าพละกำลังของเธอคงไม่ต่างกับฉันเท่าไหร่’
ปัญหาคือ เธอสามารถควบคุมชายบิดเบี้ยวได้
นั่นคือปัญหาที่น่าปวดกบาลที่สุด
ตราบใดที่เธอยังควบคุมชายบิดเบี้ยวได้อยู่ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะออกไปจากที่แห่งนี้
‘ฉันหาทุกอย่างที่ต้องการครบแล้ว และก็มั่นใจด้วยเควสต์เสร็จไปแล้วแน่นอน งั้นสิ่งที่ต้องคิดตอนนี้คือ ฉันจะออกไปได้ยังไง’
นี่ยังถือเป็นเควสต์ลำดับชั้นที่สองอยู่
…อย่างน้อย ผมก็หวังอะนะ
ไม่ว่ามันจะยังเป็นอยู่หรือไม่เป็นแล้ว ผมก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อตระหนักได้ว่าลัทธิประหลาดที่อยู่เบื้องหลังเรื่องมิเรลล์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาจมปรักอยู่กับเรื่องเหล่านั้น
ผมต้องคิด
‘ทำยังไงถึงจะกำจัดชายบิดเบี้ยวกับยายแก่ได้? ไม่สิ ไม่ต้องชายบิดเบี้ยว… แค่ยายก็พอ’
หากหญิงชราเป็นผู้ควบคุมชายบิดเบี้ยว ถ้าอย่างนั้นเธอก็คือเป้าหมายของผม เธอคือคนที่ผมต้องจัดการให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเพื่อหลบหนี
ความคิดและไอเดียสารพัดวิ่งปนเปในหัวสมอง พร้อมทั้งจำลองความเป็นไปได้ทุกรูปแบบ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที และเมื่อหญิงชราพูดขึ้นอีกครั้ง เธอก็เบนสายตากลับมาทางผม
“ทำไม… มิเรลล์ถึงอยู่ที่นี่? เธอมาอยู่ที่นี่… ได้ยังไง?”
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขณะมองมาที่ผม
แดงก่ำถึงขนาดเห็นเส้นเลือดด้วยซ้ำ
ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด เธอถึงดูมีความต้องการมากเสียจนผมรู้สึกได้ว่าวงกลมใต้เท้าตัวเองเริ่มสั่นคลอน
‘เดี๋ยวนะ นี่อาจจะเป็นโอกาส…’
ท่าทางของเธอจุดประกายไอเดียหนึ่งขึ้นมา ผมมองสลับไปมาระหว่างหญิงชรากับมิเรลล์
ผมรีบเรียกมิเรลล์กลับมา จากนั้นอัญเชิญเธอออกมาอีกครั้ง เธอเกาะขาขวาของผมพลางชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังเพื่อจ้องมองหญิงชรา
“ม-มิเรลล์… เป็นเธอจริง ๆ ด้วย…”
แววตาของหญิงชราสั่นไหวทันทีที่เห็นมิเรลล์
สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความคิดของผมต่อตัวเธอกับลัทธินั้น เธออยู่ในลัทธิเดียวกับที่ข้องเกี่ยวกับมิเรลล์แน่นอน
ก่อนหน้านี้มันค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เรียกได้ว่าขจัดข้อกังขาทั้งหมดทิ้งไปได้เลย
“แก… มิเรลล์ไปอยู่กับแกได้ยังไง?”
หญิงชราเอ่ยถามซ้ำ ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้รับสายตาของเธอ มันให้ความรู้สึกบ้าเลือดมากขึ้น
รุนแรงมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้มันมีบางสิ่งบางอย่างอันชั่วร้ายอยู่ในดวงตาของเธอ เติมเต็มความว่างเปล่าที่ครั้งหนึ่งเคยกลวงโบ๋
“….ท-ทำไมแกไม่ตอบฉัน?”
น้ำเสียงของเธอแหบแห้งยิ่งกว่าเก่าขณะพูด ดวงตาจับจ้องตัวผมเขม็ง
ผมเห็นความอดทนของเธอเริ่มหมดลงในดวงตาคู่นั้น
ในจังหวะที่เธอกำลังจะลงมือ ผมยกมือขึ้นและชี้ปากของตัวเอง โดยที่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับชายบิดเบี้ยว
“หือ…?”
หญิงชราหยุดพลางสลับมองระหว่างผมกับชายบิดเบี้ยว ก่อนจะกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
“….มันจะไม่โจมตี… แก ไม่ต้องห่วง แกพูดได้”
ผมส่ายศีรษะ
ถึงแม้ผมจะเชื่อคำพูดของเธอ แต่ประเด็นสำคัญคือ ผมต้องการให้ชายบิดเบี้ยวไปให้พ้นหน้าไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ผมสามารถคิดเรื่องหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้ก็ต่อเมื่อมันไม่อยู่เท่านั้น
“ฉันบอกว่า… แกพูดได้!”
หญิงชราเปล่งเสียงดังขึ้นจนกลายเป็นแตกพร่า ริ้วรอยเหี่ยวย่นเด่นชัดยิ่งขึ้นภายใต้แสงสลัวจากตะเกียงของเธอเอง
ผมยืนหยัดอย่างมั่นคง
ณ ตอนนี้ ผมเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่า
เธอต้องการข้อมูลจากผม และเพื่อให้ได้มันมา เธอต้องรับฟังคำขอของผม
ผมชี้ไปยังชายบิดเบี้ยวอีกครั้งหนึ่ง
‘เอามันออกไป ไม่งั้นฉันไม่พูด’
แม้ผมจะไม่ได้สื่อออกมาเป็นคำพูด แต่ดูเหมือนเธอจะเข้าใจความหมายเหล่านั้น เพราะใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวผิดรูป อีกทั้งวงกลมแดงชาดใต้เท้าผมยังเปล่งแสงเป็นจังหวะหนักหน่วงยิ่งขึ้นด้วย และพอจ้องมองมัน ผมก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน
‘อ่า เอาเข้าไป… ไม่แปลกก็ไม่แปลกวะ’
ต่อให้วงกลมสีแดงเบื้องล่างให้ความรู้สึกเป็นอันตราย ต่อให้ความร้อนเริ่มกลายเป็นระดับที่ไม่อาจทนไหว ผมก็จะไม่ยอมให้มันส่งผลกระทบต่อตัวเองเด็ดขาด
‘ฉันถือไพ่เหนือกว่าในสถานการณ์นี้ เธออยากได้ข้อมูล และก็คงอยากได้มิเรลล์ด้วย ถ้างั้น…’
ผมมองมิเรลล์และยกเลิกการอัญเชิญตัวเธอ
“มิเรลล์!”
หญิงชราเริ่มโวยวายเมื่อเห็นมิเรลล์หายไป ก่อนจะตวัดความสนใจกลับมาทางผม
“แกทำอะไร…? เอามิเรลล์กลับมา เอาเธอ… กลับมา!”
เสียงของหญิงชราบีบคั้นมากขึ้น เธอเริ่มกรีดร้องหามิเรลล์ แต่ผมเมินเฉยพลางจ้องมองชายบิดเบี้ยวโดยไม่ละสายตา
ผมต้องทำให้มั่นใจว่าเธอจะทำตามความต้องการของผม
ซึ่งผมก็ไม่ต้องรอนานนัก…
“ฉันจะเอามันออกไป! ฉันจะเอามันออกไป!”
ชายบิดเบี้ยวเริ่มเคลื่อนไหวด้วยการโบกมือของเธอ มันหันไปทางบันไดที่นำขึ้นสู่ชั้นสองก่อนจะหายลับไปต่อหน้าต่อตา บันไดไม้ลั่นเสียงภายใต้ฝีเท้าของมัน ผมจึงรู้ว่ามันขึ้นไปแล้วจริง ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังไม่วางใจ
‘มีโอกาสที่อาจจะมีอีกตัวหนึ่ง’
“มันไปแล้ว… พูดมาเดี๋ยวนี้ แกได้ตัวมิเรลล์มาได้ยังไง ไม่สิ ให้ฉันได้เห็นเธอ!”
หญิงชราก้าวไปข้างหน้า มุ่งตรงมาหาผม แต่กลับหยุดเท้าทันทีที่สัมผัสถึงบาเรียตรงหน้าผม
เมื่อเห็นเธอหยุด ผมก็รีบอัญเชิญมิเรลล์ออกมา และเธอก็กอดต้นขาของผมเหมือนเดิม
คราวนี้ปากน้อย ๆ ของเธอเผยอออกเสียงพึมพำ “หนูไม่ชอบเลย… หนูไม่ชอบเลย…”
มิเรลล์จ้องมองหญิงชราด้วยสีหน้าไม่มีความสุข
ผมเข้าใจดีว่าทำไม
หากหญิงชราเกี่ยวข้องกับลัทธินั่นจริง ๆ อยู่ตรงนี้ไปเธอก็ไม่มีวันมีความสุขได้หรอก
ทว่าผมอยากให้เธอเล่นตามน้ำไปอีกนิดหน่อย
แค่นิดเดียวเท่านั้น…
ผมหันไปหามิเรลล์และลูบหลังเธอ พร้อมกับบุ้ยหน้าไปทางหญิงชรา มิเรลล์ซึ่งเข้าใจเจตนาของผมจึงทำหน้ามุ่ยใส่ แต่ท้ายที่สุดก็หยุดกอดขา แล้วขยับเข้าไปใกล้หญิงชรา
“ม-มิเรลล์…”
เมื่อเห็นมิเรลล์ หญิงชราก็ยิ่งสติกระเจิงมากขึ้น ฝ่ามือกดลงบนบาเรียที่มองไม่เห็นเบื้องหน้า
“ม… มิเรลล์ มานี่สิ มาหาฉันนี่มา”
“ไม่ค่ะ”
มิเรลล์ส่ายศีรษะ ก้าวถอยหลังขณะจ้องมองเธอ
“คุณนั่นแหละมาหาหนู”
เธอเริ่มทำหน้าบึ้งตึงใส่หญิงชราเสริมอีกด้วย
ร่างกายของผมเกร็งไปทุกสัดส่วนเมื่อเห็นภาพนั้น มือค่อย ๆ งอตัวเป็นกำปั้นขณะเฝ้ารออย่างอดทน
และแล้ว—
“ให้ไปหาเหรอ? ได้สิ… แน่นอน ฉันจะไปหานะ”
หนึ่งฝ่าเท้าก้าวไปข้างหน้า วงกลมสีแดงเบื้องล่างเริ่มตะกุกตะกัก และในไม่ช้า มันก็หม่นแสงลงจนดับสนิทเมื่อหญิงชราก้าวข้ามวงกลมและมุ่งหน้าตรงไปหามิเรลล์
“ใช่ เป็นเธอจริงด้วย มิเรลล์… ฉันรู้ว่าเป็นเธอ ฉัน—”
จังหวะนั้นเองที่ผมเคลื่อนไหว ของเหลวเหนียวหนืดสีดำเคลือบไปทั่วทั้งมือ ลำตัวพุ่งเข้าใส่หญิงชราอย่างสุดกำลังหมายจะโค่นล้มเธอ
มันต้องเป็นตอนนี้นี่แหละ ไม่งั้นก็ไม่มีโอกาสแล้ว!