นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #36 : พิพิธภัณฑ์ศิลปะเวโลร่า [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #36 : พิพิธภัณฑ์ศิลปะเวโลร่า [1]
● ถ่ายทอดสด
ผู้ชม: 2,035
“…ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีอะไรเลยอีกแล้ว กลายเป็นว่าเสียงพวกนั้นเป็นแค่ของคนไร้บ้านสองสามคนตะโกนไล่ให้คนที่เข้าใกล้บ้านนี้เสียขวัญเฉย ๆ”
ชายหนุ่มผมสั้นสีน้ำตาล เจ้าของดวงตาสีเขียวคมกริบพึมพำขณะมองกล้อง รูปร่างของเขาท้วมเล็กน้อย สายตาจ้องมองโทรศัพท์ที่ติดตั้งอยู่บนไม้เซลฟี่ ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มเล็ก ๆ ด้านหลังของเขาคือบ้านทรุดโทรมหลังหนึ่ง สภาพบานหน้าต่างแตกเป็นเสี่ยง ๆ และกระเบื้องหลังคาผุพัง
บรรยากาศข้างนอกมืดสนิท มีแค่ไฟฉายของเขาที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว
เจมี่ คาร์เตอร์ (Jamie Carter) ฝืนคลี่ยิ้มขณะมองดูช่องแชตของตัวเอง
— แป้กอีกแล้วเหรอ?
— 55555555 นี่รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย?
— L[1]
— อย่าเครียดไปเลยนะ นายทำได้ดีแล้ว!
— ฉันไปดูช่องของแรนดี้ (Randy) ดีกว่า เหมือนหมอนั่นกำลังสู้กับตัวประหลาดอะไรสักอย่างอยู่ด้วย ช่องนี้แม่งเริ่มจืดละ
เมื่อได้อ่านแชต ริมฝีปากของเจมี่ก็สั่นไหว เขาพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษารอยยิ้มให้คงอยู่เอาไว้
“ฮะฮะ ก็ช่วยไม่ได้ละนะทุกคน การหาที่ผีสิงจริง ๆ มันไม่ง่ายเลย ส่วนใหญ่พวกกิลด์ก็เก็บเรียบไปหมดแล้วทั้งนั้นเลยเหลืออยู่แค่ที่นี่เนี่ยแหละ ทนกันอีกนิดหนึ่งนะ เดี๋ยวฉันหาอะไรเด็ด ๆ มาให้ดูเอง สัญญาเลย!”
ช่องแชตยิ่งระเบิดหนักกว่าเก่า เนื้อความผสมปนเปกันไปมั่วซั่ว— บางคนให้กำลังใจ ในขณะที่บางคนพัดพาฝูงตัว L มารุมถล่มเต็มหน้าจอพร้อมกับเรียกเขาว่าเป็น “พวกฟอร์มตก”
เจมี่ทำได้เพียงข่มอารมณ์ของตัวเองตอนอยู่หน้าช่องแชต
ในขณะเดียวกัน เขาก็ชำเลืองมองยอดผู้ชมไลฟ์และเกือบจะกลั้นถอนหายใจไว้ไม่อยู่ ตัวเลขดูไม่ได้ถึงขั้นเลวร้าย แต่ถ้าเอาไปเทียบกับเดือนที่แล้ว จำนวนถือว่าลดลงไปเยอะมากเลยทีเดียว
มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ นี่นะ
กว่าจะหาสถานที่เฮี้ยน ๆ เอาไว้มาเดินสำรวจตอนสตรีมได้ก็ว่ายากลำบากมากแล้ว แต่ที่ที่ดูเหมือนจะมีแววส่วนใหญ่กลับกลายเป็นเรื่องหลอกลวง
นอกจากนั้น เขายังต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งรายใหญ่อีกหลายช่อง เจ้าพวกนั้น… ดึงยอดคนดูได้มากกว่าช่วงที่เขาฟอร์มดีที่สุดเสียอีก
และส่วนที่แย่ที่สุดคือ สตรีมของพวกนั้นมันปลอม
พวกเขามีการจัดฉากเต็มรูปแบบเพื่อทำให้ทุกอย่างดูสมจริง ไม่เหมือนกับเจมี่ เขาชอบรักษาความเรียลเอาไว้
‘ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันสู้พวกนั้นไม่ได้แน่’
โปรดักชั่นของพวกเขาเหนือกว่าแบบคนละระดับชั้น พวกนั้นไม่ใช่สตรีมเมอร์หรอก มันเหมือนมืออาชีพที่ปลอมตัวมาเป็นสตรีมเมอร์มากกว่า
“เอาล่ะ แชต…” เจมี่หันไปมองด้านหลังตัวเอง “ในเมื่อที่นี่ก็แป้กเหมือนกัน ฉันก็คงต้องจบสตรีมไว้เพียงเท่านี้ เดี๋ยวฉันขอใช้เวลาหาข้อมูลของที่ต่อไปดี ๆ แล้วจะมาโพสต์ให้ทุกคนรู้อีกทีนะ ไว้เจอกันใหม่— ลาก่อน”
กริก!
เจมี่กดลงบนโทรศัพท์ การสตรีมสิ้นสุดลง
หน้ากากภาพลักษณ์ที่เขาสวมไว้พังทลายลงตามไปด้วย รอยยิ้มจางหายไป
“เวรเอ้ย…”
เขาขยี้ทรงผมและกัดเล็บ ดวงตากวาดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ตัวเองหยิบขึ้นมา แล้วเริ่มค้นหาสถานที่แห่งใหม่แบบตาลีตาเหลือก
สตรีมของเขาเน้นไปทางระทึกขวัญและสยองขวัญมาตั้งแต่แรก คอนเทนต์หลัก ๆ เป็นการสำรวจสถานที่รกร้างและค้างคืนที่นั่น เขาไม่ได้สุ่มเลือกมาแบบมั่ว ๆ แต่จะเจาะจงเฉพาะสถานที่ที่มีปูมหลังเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แม้จะมีความเกี่ยวข้องน้อยนิดแค่ไหนเขาก็เอาหมด
สถานที่แบบนั้นมีโอกาสสูงสุดที่จะได้เจอกับ ‘บางสิ่งบางอย่าง’ ได้ทุกรูปแบบ
สาเหตุที่เขาโด่งดังขึ้นมาได้ในช่วงแรกเป็นเพราะสตรีมแรกของเขาเอง เขาโชคดี— ดันไปสะดุดเข้ากับสถานที่ที่สมบูรณ์แบบซึ่งมอบทั้งความระทึกและสยองพอดีเป๊ะ มันเลยดึงดูดใจผู้ชมได้ในทันที
หลังจากนั้นเขาก็หาจุดเด็ด ๆ ได้อีกสองสามที่ ทำให้รักษาฐานคนดูไว้ได้พักหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีสตรีมเมอร์เริ่มทำคอนเทนต์ปลอมกันมากขึ้น ทุกอย่างก็เริ่มดิ่งลงเหว
“ฉันต้องหาที่ใหม่ สถานที่ที่ระทึกได้เท่าเมื่อก่อน แต่จะหายังไงล่ะ? ฉันจะไปหาที่แบบนั้นได้จากไหน?”
สถานที่ดี ๆ ถูกจับจองหรือสำรวจไปจนหมดแล้ว สถานที่ทิ้งร้างบนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ไม่ได้มีเยอะมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของเกาะ ซึ่งกว้างใหญ่ไพศาล
เจมี่ครางออกมาขณะที่นิ้วมือยังคงไถหน้าจอต่อไป
ตื้ดดด—!
‘หืมม? ใครน่ะ…?’
ในระหว่างนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกมั้ง ช่างมันเถอะ”
แม้จะแปลกใจ แต่เจมี่ก็เลือกที่จะปัดมันทิ้งเพราะเขามีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่า ทว่าในจังหวะที่กำลังจะกดตัดสาย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นชื่อผู้โทร
ร่างกายของเขาแข็งทื่อทันที
ตื้ดดด—
จนกระทั่งโทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เขาถึงได้หลุดออกจากภวังค์และรีบกดรับสาย
“ฮัลโหล…?”
— นี่ฉันเอง
ร่างกายของเจมี่แข็งเกร็งเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย
เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!
เขาแทบจะเสียอาการเมื่อรู้ว่าเป็นเธอ เริ่มรู้สึกได้ว่าปากของตัวเองแห้งผาก
ทำไมคนอย่างเธอถึงโทรมาหาเขา?
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่ก็เรียกได้ไม่เต็มปากว่าเป็นเพื่อน อย่างมากก็แค่คนรู้จักกัน
ย้อนกลับไปในช่วงที่ยังเป็นสตรีมเมอร์ชื่อดัง เจมี่เคยได้เจอและร่วมงานกับเธอในบางโปรเจกต์ ตอนนั้นเธอยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่ แต่นั่นกลับเป็นจังหวะแจ้งเกิดในสายงานของเธอ จนตอนนี้เธอกลายเป็นคนดังระดับซุปเปอร์สตาร์ไปแล้ว
พวกเขาขาดการติดต่อกันไปพักใหญ่แล้ว
ทำไมอยู่ดี ๆ เธอถึงโทรมาล่ะ?
“เป็น… เอ่อ… เป็นยังไงบ้าง? ทำไมจู่ ๆ เธอ—”
— ฉันขอเข้าเรื่องเลยนะ พอดีมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ
“ช่วย?”
ความรู้สึกตื่นเต้นของเจมี่ก่อนหน้านี้หายวับไปทันที สีหน้าของเขาแปรเป็นเรียบเฉยและจริงจัง
แน่อยู่แล้วสิ เธอไม่โทรหาเขาโดยไม่มีเหตุผลหรอก
— ใช่ มีผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก เขากำลังหาทางโปรโมตเกมสยองขวัญของตัวเองอยู่ ฉันเลยคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสดีถ้าให้เขาได้ไปออกสตรีมของนายเพื่อโปรโมตเกม เพราะกลุ่มเป้าหมายมันคล้าย ๆ กัน
“นั่น…”
เจมี่ขมวดคิ้ว โปรโมตเกมสยองขวัญ? สมัยนี้คนสติดีที่ไหนจะมานั่งทำเกมสยองขวัญกัน?
สตรีมแนวสยองขวัญน่ะไม่แปลก แต่เกมเนี่ยนะ?
เจมี่ถอนหายใจออกมา
“เกมมันดีไหม? มีตัวอย่างให้ฉันดูรึเปล่า?”
— ไม่แน่ใจ แต่เขาทำคนเดียวนะ ได้ยินมาว่าทำเสร็จภายในเวลาไม่ถึงอาทิตย์หรืออะไรประมาณนั้นนี่แหละ ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แล้วก็ไม่มีตัวอย่างให้ด้วย
“โอ้ว”
เจมี่แทบอยากจะปาโทรศัพท์อัดกับพื้น มีผู้พัฒนาเพียงคนเดียว? ใช้เวลาทำไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์?
‘ยัยนี่กะจะลากฉันไปลงนรกชัด ๆ !’
ถ้าโปรโมตเกมพรรค์นั้น เขาต้องเสียฐานคนดูไปจนหมดแน่นอน
เจมี่ตัดสินใจได้ในทันที
“โทษทีนะ แต่ฉันคง—”
— ฟังฉันให้จบก่อนจะปฏิเสธกันสิ
โซอี้พูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะได้ปฏิเสธ
เจมี่กลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบและแสร้งทำเป็นฟัง ในหัวของเขาได้ตัดสินใจไปแล้วเรียบร้อย
— ผู้ชายที่ฉันจะแนะนำให้นายเนี่ย เขาทำให้ฉันหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ…
“เอิ่ม?”
สีหน้าของเจมี่ยิ่งดูประหลาดมากขึ้นกว่าเก่า
‘เดี๋ยว อย่าบอกนะว่าเธอจะใช้ฉันแก้แค้นหมอนั่น?’
เขาเกือบจะโอดครวญออกมาเดี๋ยวนั้นเลย แต่ด้วยชื่อเสียงของคู่สนทนา เขาจึงทำตัวแบบนั้นไม่ได้
“…แล้วเธออยากให้ฉันสั่งสอนเขางั้นเหรอ?”
— ไม่เชิงหรอกน่า ฉันแค่อยากให้นายไปสถานที่ร้างที่หนึ่ง แล้วก็แกล้งทำให้เขาตกใจสักนิดหน่อย ไม่ต้องทำอะไรอันตรายนะ เอาแค่ให้เขากลัวต่อหน้าคนดูของนายก็พอ ฉันว่ามันน่าจะเรียกยอดวิวได้ดี ว่าไหมล่ะ?
“ก็จริง…”
เจมี่ยักไหล่เล็กน้อย ใช่ มันช่วยให้เขาได้ยอดวิวเพิ่มมากขึ้นก็จริง แต่แนวทางของมันต่างจากคอนเทนต์ที่เขาทำเป็นประจำน่ะสิ
มันมีความเสี่ยงสูงที่คนดูขาประจำจะปิดสตรีมนี้ทิ้งไป
‘ใช่แล้ว ฉันรับงานนี้ไม่ได้ ต้อง—’
— ถ้านายทำได้ดี ฉันจะโปรโมตช่องนายในเพจของฉันให้
“….!?”
ดวงตาของเจมี่แทบจะถลนออกมาจากเบ้าเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ
“จริงเหรอ…? เธอจะทำให้จริงดิ?!”
โซอี้มีจำนวนผู้ติดตามมหาศาล การที่เธอลงโพสต์โปรโมตง่าย ๆ ให้แค่ครั้งเดียวจึงเป็นเรื่องใหญ่มาก เรื่องใหญ่แบบโคตร ๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็—
— สรุปนายจะรับงานนี้ไหม?
รับไหมเหรอ?
“รับอยู่แล้วสิ!”
ใครไม่รับมันก็โง่เต็มทนแล้ว ด้วยงานนี้ เขาจะได้ไม่ต้องกังวลว่าช่องจะเจ๊งอีกต่อไป
— ดี ฉันจะส่งรายละเอียดไปให้เร็ว ๆ นี้ หวังว่านายจะทำอะไรที่มันน่าสนุกนะ
“แน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย”
เจมี่พยักหน้าอย่างรีบเร่ง เขาไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกว่าควรจะทำอะไร ไอเดียสารพัดวิธีที่จะทำให้ ‘เหยื่อ’ หวาดกลัวผุดขึ้นมาในหัวเป็นที่เรียบร้อย
ในเวลาเดียวกัน เขาก็รู้สึกสงสารใครก็ตามที่เป็นเหยื่อรายนั้น
แต่เขาไม่ยั้งมือให้หรอกนะ
เพื่อชะตากรรมของตัวเองในอนาคต เขาจะทำให้หมอนั่นกลัวจนขี้หดตดหายไปเลยล่ะ!
***
ในระหว่างที่เรื่องราวทั้งหมดกำลังดำเนินไป บุคคลหนึ่งผู้ถูกกล่าวถึง ยืนอยู่ในห้องทำงานขนาดเล็กอันคับแคบ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังภาพวาดขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว
เซธไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเขาบ้าง จึงทำได้แต่เตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“แค่ต้องไม่กะพริบตาภายในหนึ่งนาทีใช่ไหม?”
ฟังดูค่อนข้างง่ายนะ
อันที่จริง เขาคิดหาวิธีต่าง ๆ เพื่อลักไก่กข้อนี้เอาไว้แล้ว ความคิดแรกของเขามุ่งสู่กลยุทธ์ที่ฟังดูง่ายมากที่สุด การกะพริบตาทีละข้าง
ทว่าเมื่อครุ่นคิดอย่างรอบคอบแล้ว การทำแบบนั้นมันมีความเสี่ยงอยู่
ถ้าเกิดหลับตาแค่ข้างเดียวยังนับว่าผิดกอยู่ล่ะ?
นั่นคงจะซวยน่าดู
“เอาจริง ๆ ก็คงไม่จำเป็นหรอกมั้ง มันแค่นาทีเดียวเอง ฉันน่าจะทนจนครบนาทีได้นะ”
เซธสูดลมหายใจลึก ๆ ครั้งหนึ่งแล้วเช็กเวลา
มันเหลืออีกเพียงไม่กี่นาที เขารู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว ด้วยโทรศัพท์ในมือซ้ายที่เขาพร้อมจะกดเล่นได้ทุกวินาที
เป้าหมายของเขาในคราวนี้เรียบง่ายมาก
รวบรวมข้อมูลให้มากพอ และเตรียมการให้พร้อมสำหรับเควสต์ที่เลี่ยงไม่ได้
ติ๊ก ติ๊ก—
กาลเวลาเดินผ่านไป
จนกระทั่งกลายเป็น 0:59 น.
เซธหันความสนใจไปยังภาพวาด ดวงตาเปิดกว้างขึ้น
‘เอาล่ะ ฉันพร้อมแล้ว’
เขาหายใจเข้าลึก ๆ และเตรียมใจตัวเองให้พร้อม
ติ๊ก ติ๊ก—
1:00 น.
นาฬิกาส่งสัญญาณ เซธกลั้นลมหายใจ
ด้วยการเตรียมตัวเตรียมใจทั้งหมดที่ทำมา เขามั่นใจว่าตัวเองจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้
แต่เพียงแค่สิบวินาทีหลังจากเริ่ม…
ทั้งใบหน้าของเซธก็กลายเป็นซีดเผือด
ในชั่วขณะที่จ้องมองฝ่ามือกำลังยื่นออกมาจากภาพวาด ตรงแน่วแน่สู่ใบหน้าของเขา เซธหน้าถอดสีตามไปติด ๆ
หนึ่งนาที…
เขาจะทนได้นานขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?
เชิงอรรถ
[1] L (Loss) แปลว่าแพ้ แต่มักใช้กันเป็นสแลงเพื่อบอกว่ามันห่วยแตก/กาก