นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #73 : เด็กสาวตัวน้อย [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #73 : เด็กสาวตัวน้อย [2]
แอ๊ดดดด…
เสียงบานประตูลั่นสะท้อนผ่านความเงียบสงัด ผมก้าวเข้าไปในห้อง แสงสว่างสาดซัดเข้าจนตาพร่า ผมจึงต้องใช้เวลาชั่วขณะหนึ่งเพื่อปรับโฟกัส
แต่แล้วแสงเจิดจ้าเหล่านั้นก็ถูกกลบด้วยกลิ่นสาบอันหนักอึ้งชวนหายใจไม่ออก
กลิ่นเพียงหนึ่งเดียวที่ติดตรึงอยู่ในอากาศ…
กลิ่นเหม็นของเน่า
จมูกของผมย่นเข้าหากันทันทีที่ได้กลิ่น
‘กลิ่นอะไรเนี่ย?’
มันเป็นกลิ่นที่น่าคลื่นไส้ จนทำให้ผมอยากจะหนีไปให้พ้น ๆ
แต่ความคิดเหล่านั้นจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อผมมองไปข้างหน้าและพบว่าทุกใบหน้าหันมาทางตัวเอง
“…..”
ทุกคน
ทุกคนในห้องกำลังจ้องผมอยู่
ท่อนขาแทบจะล็อกอยู่กับที่เมื่อเห็นภาพนั้น
ผมกระชับตุ๊กตาหมีในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น
‘ห้าเมตร… ห้าเมตร…’
สายตาวัดระยะห่างระหว่างตัวเองกับโต๊ะ มันห่างกันประมาณห้าเมตรกว่า ๆ
ผมกลืนน้ำลายอย่างประหม่าขณะก้มหน้าก้มตาลง ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงพร้อมกับกอดตุ๊กตาหมี
เป้าหมายเดียวของผมคือต้องเข้าไปใกล้เพื่อให้ตุ๊กตาตัวนี้แสดงผลของมัน
นี่คือแผนที่วางเอาไว้ ทว่า…
ตึก! ตึก!
แต่ละย่างก้าวที่เดินไปให้ความรู้สึกสิ้นหวัง ขนกายทั่วร่างลุกซู่ไปหมด
ผมสัมผัสได้
สายตาเหล่านั้นจากทุกคนภายในห้อง
ไม่มีใครละสายตาไปทางอื่นแม้แต่คนเดียว ผมเผลอขยำลงบนตุ๊กตาหมีแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
‘แค่เดินต่อไป อย่าไปสนใจสายตาพวกนั้น ขอแค่เข้าใกล้ได้พอ…’
ตึก—
ยิ่งเดินไปนานเท่าไหร่ เสียงฝีเท้าของผมยิ่งดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
มันให้ความรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว กาลเวลาดูเหมือนจะยืดยาวออกไป ห้องดูบีบแคบลงทุกครั้งที่ผมหายใจ
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบระเบิด ลมหายใจแต่ละครั้งชวนรู้สึกอึดอัด
และแล้ว…
ในที่สุด ผมก็หยุดลง
ตรงเบื้องหน้า เห็นเสี้ยวหนึ่งของผืนผ้าที่คลุมโต๊ะสีขาว
ผม… มาถึงแล้ว
“…..”
ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ใบหน้าว่างเปล่าทั้งสี่มองมาทางผม ใบหน้ากลวงเปล่าเหล่านั้นจ้องทะลุตรงเข้ามา ส่วนผมกอดตุ๊กตาหมีและจ้องพวกเขากลับ
‘ขอให้มันได้ผลทีเถอะ ขอเถอะนะ…’
ผมกัดริมฝีปาก ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา
“ทุกอย่างถูกใจท่านไหมครับ?”
“…..”
เงียบกริบ
คำถามของผมได้รับเพียงความเงียบงันตอบกลับมา ใบหน้าทั้งสี่ยังคงจ้องมองผมไม่วางตา
ความสยดสยองชวนขาดใจเริ่มแทรกซึมลึกเข้าสู่กระดูก กัดกินเนื้อหนังและร่างกายอย่างช้า ๆ ในขณะที่ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาท่าทีสงบนิ่งเอาไว้
จนกระทั่งในที่สุด…
“มันค่อนข้างดี”
“ใช่ ไม่เลวเลย เด็ก ๆ คิดว่าไงบ้างจ๊ะ?”
“ก็ดีครับ”
“…ฮืม อร่อย”
ความรู้สึกโล่งอกถาโถมเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงของพวกเขา แรงบีบบนตุ๊กตาหมีคลายลงเล็กน้อย
“เข้าใจแล้วครับ ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะครับ”
ผมยังคงยิ้มพลางมองดูจานบนโต๊ะ ซึ่งน่าจะเป็นอาหารชุดที่สองของพวกเขาที่ถูกปิดด้วยฝาครอบโลหะอยู่
ฝ่ามือยื่นออกไป
“ให้ผมเปิดจานให้ไหมครับ?”
“ได้สิ ขอเวลาสักครู่นะ”
หัวหน้าครอบครัวหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับใบหน้า ราวกับเขากำลังพยายามจะเช็ดปากของตัวเอง แต่ที่จริงแล้ว… เขาไม่มีอวัยวะบนใบหน้าสักอย่างเดียว
ภาพทั้งหมดนี้ช่างประหลาดสิ้นดี
ในแง่หนึ่ง มันเกือบจะดูตลกด้วยซ้ำ
ผมกลืนน้ำลายลงคอ หันไปมองบรรดาคนรับใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลทีละน้อย พวกเขายืนหลังตรง จ้องมองมาทางผมโดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว
‘ดีล่ะ ดูเหมือนว่าตุ๊กตาหมีจะได้ผลนะ’
ผมรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อรับรู้ว่าเจ้าหมีใช้การได้ แต่แน่นอนว่ายังวางใจไม่ได้
ผมยังคงระแวดระวังและหันความสนใจไปยังจานอาหาร ในที่สุดหัวหน้าครอบครัวก็ยื่นมือออกมา
“เชิญ”
“…ครับ”
ผมคลี่รอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปหาฝาครอบโลหะ
‘อึ่ก กลิ่นมัน…’
ทันทีที่ผมเปิดฝาออก กลิ่นฉุนกึกจากก่อนหน้านี้ยิ่งทวีความเด่นชัดจนจมูกย่นไปหมด ผมต้องบังคับตัวเองให้หายใจทางปากแทน
ในทางกลับกัน สมาชิกครอบครัวทั้งสี่ดูจะปลาบปลื้มกับกลิ่นนั้นมาก พวกเขาต่างให้ความเห็นกันว่า ‘กลิ่นหอมจัง’ ‘มันวิเศษมากเลย…’
ผมรู้สึกอยากจะอ้วก
ทว่าความรู้สึกนั้นกลับรุนแรงยิ่งขึ้นอีกเมื่อผมได้เห็นสิ่งที่อยู่บนจาน ท้องไส้ปั่นป่วนอย่างหนักหน่วง แก้มพองออกเพราะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังขย้อนขึ้นมาจากส่วนลึกของกระเพาะอาหาร
“…..!”
ผมรีบเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้ตัวเองอาเจียนออกมา
‘เวรเอ๊ย!’
ผมกัดฟันแน่น พยายามเบี่ยงสายตาออกจากจานอาหาร รวมถึงพยายามลืมสิ่งที่ตัวเองได้เห็นไปให้หมดด้วย
แต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหน ผมก็ลืมไม่ลง
ผมลืมไม่ได้เลย… ผิวหนังส่วนใบหน้าที่ถลกออกมาจากศีรษะของหัวหน้าครอบครัว มันวางอยู่บนจานราวกับเป็นอาหารรสเลิศ
สาเหตุที่ผมจำได้ว่าเป็นใบหน้าของเขา ก็เพราะมันเหมือนกับภาพวาดที่อยู่ชั้นล่างเป๊ะ ๆ
‘…นี่มันเรื่องบ้าบออะไรวะเนี่ย?’
ผมไม่อยากทำอะไรอย่างอื่นแล้วนอกจากวิ่งหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ แต่เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีทางเลือกอื่น ผมจึงได้แต่บังคับตัวเองให้เปิดอีกสามจานที่เหลือ พร้อมกับยับยั้งไม่ให้ตัวเองอาเจียนออกมาด้วยความยากลำบาก
เมื่อเปิดจานจนครบเรียบร้อย ผมก็โค้งตัวลงและพยายามกล่าวขอตัวลา
“หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับมื้ออาหารนะครับ”
“อา แน่นอน… ไปได้แล้วล่ะ ขอบใจมาก”
หลังจากที่แน่ใจว่าได้รับคำอนุญาตจากหัวหน้าครอบครัว ผมก็คว้าตุ๊กตาหมี แล้วเริ่มเดินไปยังประตูที่ผมได้ยินเสียงร้องไห้แว่วออกมา
ฮึก… ฮึก…
ยิ่งเข้าใกล้ประตู เสียงร้องไห้ยิ่งดังและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
“หนูหิว…”
“…หนูอยากกิน”
“ได้โปรด…”
ด้วยสาเหตุอะไรสักอย่าง หน้าอกของผมรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นจากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ
สถานการณ์มันชัดเจนสำหรับผมแล้ว
เด็กสาวตัวน้อยคนนั้น…
เธอถูกทารุณกรรม
แม้ว่ามันจะเห็นได้ชัดจากสิ่งที่ผมพบก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะทำถึงขั้นอดอาหารเธอด้วย
ผมทำได้เพียงสะกดกลั้นอารมณ์และขยับเข้าไปใกล้ประตู
ฮึก ฮึก
ยิ่งผมเข้าใกล้ เสียงร้องยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งผมกำลังจะถึงประตู เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางอากาศ
“โอ้ จริงสิ…”
ร่างกายของผมแข็งทื่อ
มันเป็นเสียงของหัวหน้าครอบครัว
‘เขาจะทำอะไร…?’
ศีรษะหันกลับไปในทิศทางต้นเสียงอย่างช้า ๆ
จากนั้น… ทั่วทั้งร่างก็หยุดนิ่งฉับพลันเมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองมายังผม
ผมกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า
“มี… อะไรให้ช่วยผมหรือเปล่าครับ?”
“อ้อ ใช่”
หัวหน้าครอบครัวพูดเบา ๆ พร้อมกับวางช้อนส้อมในมือลง
“ก่อนอื่นช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าทำไมเธอถึงเดินไปทางนั้น? ห้องครัวมันอยู่คนละฝั่งกันเลยนะ เอ่อ… หืม? ฉันไม่ยักจะเคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย จริง ๆ แล้วเธอเป็นใครกันแน่?”
บรรยากาศแปรเปลี่ยนไปในทันทีที่สิ้นคำถามนั้น ผมรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบฮาบอย่างมหาศาล
‘ชิบหาย’
ในช่วงเวลานั้น ผมรู้เลยว่าเอฟเฟกต์ของเจ้าหมีไม่ส่งผลแล้ว ทั่วทั้งร่างกายเครียดเขม็ง
“…..!”
ผมรีบเคลื่อนไหวเมื่อเห็นพวกคนรับใช้พุ่งตรงมาทางตัวเอง
‘โอ้ย ไอ้เชี่ย!!’
ผมหมุนตัวกลับโดยไม่มามัวคิดซ้ำสอง กระชากประตูเปิดออกอย่างแรง แล้วโถมตัวเข้าไปข้างในพร้อมกับเหวี่ยงประตูปิดตามหลัง เสียงบานประตูกระแทกดังลั่น
ปัง!
ผมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน กดล็อกประตูก่อนจะถอยห่างออกมา
เสียง คลิ้ก แผ่วเบาเข้ารูหู ตามด้วยแรงสั่นบาง ๆ ของประตู
และแล้ว…
ตึง! ตึง!
เสียงกำปั้นทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฟ้าฟาดไปทั่วกรอบบานไม้
“อ-อา”
ฝ่าเท้าถอยหลังหนึ่งก้าว ศีรษะสะบัดไปมองทางที่น้ำเสียงอันโศกเศร้าดังออกมา
ผมไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พุ่งกายไปยังทิศทางนั้นโดยด่วน
‘โกยโว้ยยยยย ฉันต้องรีบแล้ว!!’