นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #75 : เด็กสาวตัวน้อย [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #75 : เด็กสาวตัวน้อย [4]
ตอนที่ผมแสดงเจ้าหมีให้เด็กสาวดู ทุกอย่างพลันหยุดนิ่ง
ทั้งเสียงเขย่ากุกกัก ทั้งแรงสั่นสะเทือน
ผมทำเพียงแค่มองเธอด้วยหัวใจเต้นกระหน่ำ ในขณะที่ดวงตาสีดำสนิทของเธอยังคงจับจ้องไปที่ตุ๊กตาหมีโดยไม่กะพริบ
‘เธออาจจะไม่อยากได้มัน แต่สำหรับตอนนี้ แค่หยุดเธอได้ก็คุ้มแล้ว’
เอฟเฟกต์ของเจ้าหมีนี่มันส่งผลถึงขั้นนี้เลยเหรอเนี่ย…
และนี่คือทั้งหมดที่ผมต้องการจริง ๆ พลางก้าวเท้าไปหาเธอ
“เธอชอบมันไหม? น่ารักดีใช่ไหมล่ะ?”
ฝ่ามือเขย่าตุ๊กตาหมีเบา ๆ ดวงตากวาดสำรวจทั่วห้องซึ่งแทบจะว่างเปล่า มีเพียงของใช้จำเป็นไม่กี่อย่างที่เต็มเติมพื้นที่แห่งนี้: หนึ่งเตียง หนึ่งตู้เสื้อผ้า และหนึ่งโต๊ะตัวเล็ก ห้องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนห้องเก็บของที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องนอนมากกว่าจะเป็นห้องนอนจริง ๆ เสียอีก
ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
แถมมันยังเล็กกว่าห้องนอนอื่นที่ผมเดินผ่านมาเพื่อมาถึงที่นี่แบบมาก ๆ ด้วย
“หมี…?”
สาวน้อยเอียงคอขณะมองดูตุ๊กตาหมี ดวงตากลมโตของเธอกะพริบปริบ ๆ
ผมคลี่ยิ้มก่อนจะขยับเข้าใกล้เธอมากขึ้น
“ใช่แล้ว ตุ๊กตาหมีไง”
รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ผนวกกับทุกสิ่งที่ผมได้ยินมา มันบ่งบอกทุกอย่างที่ผมจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอแล้ว ผมก้าวเข้าไปใกล้ ค่อย ๆ ย่อตัวลงเพื่อสบตาเธอ แล้วยื่นตุ๊กตาหมีให้ใกล้เธอกว่าเดิม
“ลองจับดูสิ”
“….หนูจับได้เหรอคะ?”
ท่าทางของเธอดูลังเล
‘ไม่สิ ไม่ใช่แค่ลังเล… เธอดูจะกลัว ๆ ด้วย’
ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พลางยื่นมันเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นอีก
“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก”
สภาพแบบผมทำร้ายใครได้ที่ไหน…
“คุณหมีก็จะไม่ทำร้ายเธอเหมือนกัน”
“จริงเหรอคะ?”
เด็กสาวเอื้อมมือเล็ก ๆ ของเธอไปหาเจ้าหมี
ในที่สุด—
ฝ่ามือของเธอได้สัมผัสกับตุ๊กตาหมี ดวงตาคู่เล็กเริ่มเบิกกว้าง
“นุ่มจัง…”
“ใช่ไหมล่ะ?”
ผมยื่นหมีเข้าไปใกล้เธอยิ่งขึ้น
“ถ้าเธออยากได้ก็เอาไปเลย”
ผมรู้สึกหน่วงภายในใจเล็กน้อยตอนที่ยกตุ๊กตาหมีให้เธอ มันไม่ใช่ของราคาถูก แต่เมื่อคิดถึงจำนวนแต้มที่ผมจะได้รับจากการขายเกมในเร็ว ๆ นี้ ผมก็รู้สึกเบาใจขึ้นมากทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ด้วย เพราะอย่างนั้น…
“…..”
เด็กสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วเมื่อเห็นว่าผมต้องการจะให้จริง ๆ เธอก็เอื้อมไปคว้าตุ๊กตาหมีและพยายามดึงมันเข้ามากอด
ในเวลาเดียวกัน นัยน์ตาสีดำของเธอเริ่มใสกระจ่างขึ้น
“….”
แต่คำสำคัญคือ
พยายามดึง
จังหวะที่นิ้วของเธอแตะโดนตุ๊กตาหมี มันกลับไม่ขยับและยังคงติดแน่นอยู่ในมือผม
“ห้ะ?”
ผมมองเจ้าหมีด้วยความตกใจจนตัวแข็ง
จากนั้นก็มองไปที่เธอ
“ไม่สิ รอเดี๋ยว…”
เธอมองผมกลับ ความมืดมิดในแววตาของเด็กสาวหวนคืนมาอีกครั้ง ความหนักอึ้งชวนอึดอัดถาโถมเข้าใส่ทรวงอกผม
“คุณโกหก”
ชั่ววินาทีนั้นผมถึงกับหายใจไม่ออก สายตาของเธอทิ่มแทงทะลุตัวผมจนอากาศหายใจระเหยออกจากร่างไปจนหมดสิ้น
ผมพยายามรวบรวมลมหายใจกลับมาด้วยความยากลำบาก
“ไม่ใช่ ไม่… ฉันไม่ได้โกหกนะ”
ผมพยายามจะผลักตุ๊กตาหมีไปให้เธอพร้อมกับปล่อยมือ แต่ก็ตระหนักได้ว่าผมทำเช่นนั้นไม่ได้
มือของผม…
มันไม่ยอมปล่อยจากตุ๊กตาหมีเลย
‘เวรเอ๊ย’
ทันใดนั้น ผมก็นึกถึงคำอธิบายของเจ้าหมีตัวนี้ขึ้นมาได้ ท้องไส้ของผมวูบไหวโดยทันที
กึก! กึก!
สภาพแวดล้อมสั่นสะเทือน อีกครั้งหนึ่ง
ทั่วห้องสั่นไหว ผ้าม่านแกว่งไกว เสียงฝีเท้าจากด้านนอกประตูดังขึ้น หนักแน่นขึ้น
คนรับใช้…
พวกมันกำลังมา
ผมกัดริมฝีปากพลางจ้องมองตุ๊กตาหมีในมือของตัวเอง
‘ปล่อยสิ ปล่อยสิ’
ผมรู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลที่พลุ่งพล่าน ไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตเลยว่าความเป็นความตายของตัวเองจะขึ้นอยู่กับเรื่องง่าย ๆ อย่างการปล่อยมือจากตุ๊กตาหมี
และผมก็ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเข้าเสียแล้ว
กึก!
เสียงสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งขึ้น และเสียงฝีเท้าที่มาจากข้างหลังก็ดูเร่งรีบยิ่งขึ้นด้วย
หัวใจของผมเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ส่งเสียงดังเป็นจังหวะอยู่ภายในหัว
ตึก… ตัก! ตึก… ตัก
แต่ถึงแม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม มือของผมก็ยังคงไม่ยอมปล่อยเจ้าหมีตัวนี้
ราวกับว่าพวกมันถูกทากาวติดเอาไว้ ดึงดันไม่ยอมคลาย
สายตาเหลือบมองประตู พวกคนรับใช้ใกล้เข้ามาทุกที ผมไม่มีทางเลือกแล้ว
ด้วยความสิ้นหวัง ผมจึงกัดลิ้นของตัวเอง
“….!”
ทันทีที่ผมทำแบบนั้น ความเจ็บแปลบก็แล่นพล่านไปทั่วปากดั่งไฟลุกโชน
‘แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย!’
ผมไม่ยั้งแรง กัดให้ลึกลงอีก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง เสียงสั่นสะเทือนก็หยุดลง
“ฮิฮิ”
เสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาที่เกือบจะฟังดูไร้เดียงสาสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงบ
เสียงฝีเท้าหยุดลง
ผมหันศีรษะไปตรงนั้น บนเตียงนอน เด็กสาวกำลังเล่นกับตุ๊กตาหมี ดวงตาสีดำของเธอที่เคยมืดสนิทเริ่มสดใสขึ้น และเธอดู… เหมือนจะมีความสุข
“….ฮิฮิ”
เสียงหัวเราะนั้นช่างบางเบา ราวกับเป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากตัวเธอนานแสนนาน
ชั่วขณะหนึ่ง ผมลืมความปวดระบมในปากไปจนหมดสิ้น
ประกายภายในแววตาของเธอเหมือนกับคนที่ได้พบเจอสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
มันเกือบจะเหมือนกับว่า… นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้เล่นตุ๊กตาหมี
‘บางทีมันอาจจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก็ได้’
ผมเหลือบมองบรรดาคนรับใช้บริเวณประตู ใบหน้าของพวกเขาเลือนราง ร่างกายเสมือนเงามืด ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขารอคอยอยู่ตรงนั้น แต่กลับไม่ขยับเขยื้อน
‘ที่นี่… สาเหตุที่พวกเขาไม่มีใบหน้า…’
ผมเข้าใจแล้วล่ะ นี่เป็นการจำลองความทรงจำในอดีตของเธอ พวกคนรับใช้ไม่มีใบหน้าเพราะเธอจำไม่ได้เลยสักคนเดียว และนั่นรวมถึงพ่อแม่ของเธอที่ปรากฏให้เห็นเป็นเพียงผิวหนังอันกลวงเปล่าบนจานอาหารก็ด้วย
ในกรณีที่ว่ามา เธอคือ… กุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด
“เธอชอบมันหรือเปล่า…?”
และเมื่อผมถามคำถามแสนเรียบง่ายออกไป ผมก็เห็นเธอมองมาที่ตัวผมอีกครั้ง
ความมืดมิดในดวงตาของเธอยังคงอยู่ แต่มันน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก
ผมสบตาเธอ เธอสบตาผม
ท้ายที่สุด เธอก็บีบตุ๊กตาหมีแน่นแล้วพยักหน้าเล็ก ๆ ของเธอเอง
“…ค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ?”
ผมยิ้มให้เธอพลางดึงมือตัวเองกลับ
“ถ้างั้น เธอเก็บมันไว้เถอะ”
“…..”
สาวน้อยกะพริบตา สายตาตกลงบนตัวเจ้าหมี
“หนูเก็บไว้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”
“แน่นอนสิ”
“จริงเหรอคะ?”
“จริงสิ”
“จริง ๆ นะ? จริง ๆ นะ?”
“ใช่แล้ว”
“…..”
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง รอยยิ้มก็ผลิบานบนใบหน้าสาวน้อย อ้อมแขนของเธอกอดตุ๊กตาหมีไว้แน่น ความมืดมิดในแววตาเกือบจะจางหายไปจนหมด ผมจ้องมองเธอ พร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า
“เธอหิวรึเปล่า?”
“….?”
สายตาของเธอหันกลับมามองผมด้วยความสับสน
ผมนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอ แล้วจึงเอ่ยต่อ
“ฉันได้ยินว่าเธอหิว ฉันพาเธอไปกินข้าวได้นะ เธออยากกินไหมล่ะ?”
“กินข้าว?”
“…ใช่”
มือน้อย ๆ ของเด็กสาวกระชับตุ๊กตาหมีแน่นขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงคลายออกเล็กน้อย เธอกุมท้องของตัวเอง และนั่นคือตอนที่ผมสังเกตเห็นว่าแขนของเธอผอมแห้งเพียงใด ริมฝีปากของผมเม้มเข้าหากันอีกครั้งหนึ่ง
ในที่สุด เธอก็ยื่นมือเล็ก ๆ มาตรงหน้าผม
ผมเผยอริมฝีปากออก แต่แล้วก็หุบลงก่อนจะเอื้อมไปกุมมือเธอไว้
มันเย็นเยียบ
“ไปกันเถอะ”
ผมจูงเธอไปทางประตูอย่างอ่อนโยน
“ฉันจะพาเธอไปหาอะไรกินเอง”