นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #76 : เด็กสาวตัวน้อย [5]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #76 : เด็กสาวตัวน้อย [5]
‘มิเรลล์ ลูกจะได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อวงศ์ตระกูลนี้’
‘…ลูกเกิดมาเพื่อเป็นเครื่องสังเวยอันเยี่ยมยอดของตระกูลเรา ลูกจะช่วยให้คุณปู่แข็งแกร่งและมีอายุยืนยาวขึ้น ลูกควรจะดีใจกับเรื่องนี้นะ’
‘ว่าไงนะ? ลูกไม่อยากทำ…?’
‘มิเรลล์ ลูกคิดว่าตัวเองมีทางเลือกงั้นเหรอ?’
‘เชื่อฟังคำสั่งของครอบครัวตัวเองหน่อย นังเด็กอกตัญญู! ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคนที่ให้กำเนิดแกทั้งนั้น!’
‘แกกล้าดียังไงถึงมาทำตัวต่อต้านแบบนี้?! พวกเราให้ทั้งอาหาร ทั้งที่ซุกหัวนอน เราให้แกได้เกิดมาด้วยซ้ำ แต่แกกลับทำกับพวกเราแบบนี้เหรอ? คอยดูเถอะว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเราไม่ให้อะไรแกเลยสักอย่าง!’
มิเรลล์ลังเลก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ภายในหัวของเธอฉายภาพความทรงจำต่าง ๆ นานา
เสียงเหล่านั้นกระซิบอยู่ในหัว เธอมองคนรับใช้ที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง
เขายืนตัวสูง สูงกว่าเธอมาก จนสามารถทอดเงาเส้นใหญ่ทับร่างเล็กจ้อยของเธอได้
เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
‘กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้! แกทำอะไรอยู่?!’
ชั่วขณะนั้น เธอเกือบจะได้ยินเป็นเจ้าของเสียงตะโกนออกมาจริง ๆ
ใช่แล้ว ใช่…
มิเรลล์พยายามจะถอยหลังกลับ ทว่าฝ่ามือที่กุมมือของเธอได้หยุดตัวเธอเอาไว้
สีหน้าของเขาดูสงบนิ่งขณะมองเธอ
“ไม่เป็นไรนะ พวกเขาไม่ทำร้ายเธอหรอก”
มือของเขาก็อบอุ่นด้วย
“…แค่เชื่อใจฉันก็พอ ฉันอยู่ตรงนี้กับเธอแล้ว แต่ถ้ารู้สึกกลัว เธอกอดตุ๊กตาหมีตัวนั้นไว้ก็ได้นะ มันจะปกป้องเธอเอง”
มิเรลล์หันศีรษะไปมองตุ๊กตาหมีในมือตัวเองอย่างเชื่องช้า
มันทั้งนุ่มนิ่มและตัวใหญ่
จากนั้น…
เธอค่อย ๆ ยกมันขึ้นมากอดแนบอกพร้อมกับก้าวไปข้างหน้า ฝีเท้าของเธอเคลื่อนผ่านคนรับใช้ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่
“เห็นไหม? ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย…?”
ชายแปลกหน้ามองเธอด้วยความอ่อนโยน
เขาน่ากลัว แต่ก็ใจดีด้วย
“ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่ แล้วก็จะพาไปกินของอร่อย ๆ ด้วย ทั้งหมดที่เธอต้องทำมีแค่ตามฉันมาก็พอ”
“…”
ความมืดมนในแววตาของมิเรลล์ลดหย่อนลง พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป
มันมืดสนิท เสียงฝีเท้าของพวกเขาเป็นสิ่งเดียวที่ดังก้องไปทั่ว
ทั้งสองเดินผ่านบรรดาคนรับใช้ในระหว่างทาง และทุกครั้งที่ผ่าน มิเรลล์จะรู้สึกแข็งเกร็งด้วยความหวาดกลัว แต่ชายน่ากลัวข้างกายกลับคอยกระตุ้นให้เธอก้าวต่อไป การมีอยู่ของเขาให้ความรู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาดแม้จะอยู่ท่ามกลางทั้งหมดทั้งมวลนี้
‘ถ้าคนแรกไม่ทำร้ายเธอ คนอื่นก็จะไม่ทำร้ายเธอเหมือนกัน’
‘ฉันจะจัดการพวกเขาเองถ้าพวกนั้นทำอะไรเธอ’
‘…เชื่อใจฉันได้เลยนะ’
คำพูดของเขาอบอุ่นพอ ๆ กับฝ่ามือข้างนั้น
แต่ทำไมเขาถึงตัวสั่นในตอนที่กำลังพูดคำเหล่านั้นออกมาล่ะ?
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็หยุดลงตรงหน้าประตูบานใหญ่
ร่างกายของมิเรลล์เกร็งไปทั้งตัวเมื่อเห็นประตูนั้น
เธอไม่ควรเข้าไปในนั้น
ไม่ควรเป็นอันขาด!
“ไม่ต้องกลัวนะ กอดตุ๊กตาหมีไว้แน่น ๆ สิ ถ้าเธอกอดมันแน่น ๆ จะไม่มีอะไรทำร้ายเธอได้แน่นอน”
จริงเหรอ?
มิเรลล์มองดูตุ๊กตาหมีในมือของตัวเอง
ที่ผ่านมามันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ แต่ว่า…
“ไม่ต้องห่วง”
ชายคนนั้นยื่นมือไปข้างหน้าและผลักประตูให้เปิดออก แสงสว่างสาดส่องเข้ามา
เมื่อบานพับประตูส่งเสียงเสียดสี ห้องรับประทานอาหารอันกว้างใหญ่ดูไม่คุ้นเคยก็ปรากฏสู่สายตา โคมไฟระย้าเป็นทรงสูงเสมือนหอคอยแขวนอยู่เบื้องบน สาดแสงไปทั่วพื้นที่
ณ ปลายสุดของห้อง โต๊ะยาวเหยียดตัวหนึ่งตั้งอยู่กับพื้น หน้าโต๊ะเต็มไปด้วยจานและอุปกรณ์รับประทานอาหารวางเรียงราย
ร่างหลายคนนั่งอยู่รอบมัน และเมื่อบานประตูเหวี่ยงกว้าง ทุกศีรษะก็หันมาพร้อมเพรียงกัน สายตาของพวกเขาจ้องเขม็งมายังทั้งสองผู้มาใหม่
มิเรลล์ตัวแข็งทื่อ
“มิเรลล์?!”
“แกมาทำอะไรที่นี่? แกควรจะอยู่ในห้องของตัวเองสิ”
“ไสหัวออกไป!”
ทันทีที่สายตาของพวกเขาสบเข้ากับตัวเธอ ร่างทั้งหลายพลันลุกขึ้นจากที่นั่ง เสียงตะโกนระเบิดออกมาเป็นชุดใหญ่ แต่ละประโยคเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่เอานะ ไม่เอานะ ไม่เอา…
มิเรลล์สะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกครอบงำด้วยเสียงตะโกนเหล่านั้น
“กล้าดียังไง!?”
“กลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะไปหาแก!”
ไม่นะ ไม่นะ ไม่นะ ไม่…
แรงกอดของมิเรลล์ที่พันรอบตุ๊กตาหมีอยู่เริ่มอ่อนแรงจนมันร่วงลงบนพื้น พร้อมทั้งละจากมืออันอบอุ่นของชายคนนั้น
มิเรลล์ขดตัวเป็นก้อน ฝ่ามือทั้งสองข้างกุมศีรษะ พยายามตัดตัวเองให้พ้นจากเสียงเหล่านั้น เข่าของเธอกดชิดกับหน้าอก ร่างกายสั่นเทิ้มขณะคุดคู้อยู่บนพื้น พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่ ไม่ ได้โปรด…
ครืน! ครืน!
บรรยากาศรอบข้างสั่นคลอน
“มิเรลล์!”
“กลับไปเดี๋ยวนี้!”
หยุดนะ หยุดได้แล้ว
เสียงตะโกนของพวกเขายังคงดังก้องอยู่ภายในหูทั้ง ๆ ที่เธอกดมือปิดหูตัวเองเอาไว้
เธออยากให้มันหยุด
ทั้งเสียงตะโกน เสียงอึกทึก ทุกอย่างเลย
“ไ-ได้โปรด…”
“มิเ—”
“นี่ เธอทำมันตกนะ”
เสียงนุ่มนวลกระซิบข้างใบหูหลังจากนั้น เธอสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มบางอย่างแถว ๆ อกตัวเอง
การสั่นสะเทือนหยุดลง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมา เธอก็เห็นตุ๊กตาหมีขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง
“กอดมันไว้แน่น ๆ ล่ะ”
ชายน่ากลัวที่อยู่ข้างกายอุ้มตัวเธอขึ้นมาจากพื้น
“…..!”
มิเรลล์ดิ้นขลุกขลัก แต่ชายคนนั้นก็ไม่ยอมปล่อย เขาอุ้มเธอไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
“ก็อย่างที่บอกไป ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”
ไม่ แต่ว่า…
“มันจะง่ายนิดเดียว”
มันไม่ง่ายหรอก
“แค่เชื่อใจฉัน”
“…..”
มิเรลล์กอดตุ๊กตาหมีแน่นยิ่งขึ้น
สุดท้ายเธอก็ซุกตัวเข้าไปในปุยนุ่มนิ่ม ส่วนชายคนนั้นเดินต่อไป
“มิเรลล์!!!”
“กลับมานี่!!”
“ทำอะไรของแกน่ะ? ฉันจะนับหนึ่งถึงสิบก่อนจะไปหา แกน่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอว่าทำตัวไม่เชื่อฟังแบบนี้จะเจอกับอะไรบ้าง!”
“หนึ่ง…”
การนับถอยหลังเริ่มต้นขึ้น
เมื่อได้ยินการนับถอยหลังอันคุ้นเคย มิเรลล์ก็ยิ่งกอดตุ๊กตาแน่นกว่าเก่า
ครืน! ครืน!
สภาพแวดล้อมยังคงสั่นไหว แต่ชายคนนั้นยังคงก้าวต่อไป
เขาดูเหมือนไม่แยแสต่อเสียงตะโกนเหล่านั้นแม้แต่น้อย
“สาม…”
ฝีเท้าของเขาเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ผ่ากลางห้องรับประทานอาหาร
“ห้า”
ราวกับจะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้หวาดกลัวเลย
“เจ็ด”
เพื่อให้เธอเห็นว่าตัวเองจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา
“เก้า”
ในไม่ช้า การนับถอยหลังก็ใกล้จะถึงสิบ
มิเรลล์เกร็งตัวเองอีกครั้งหนึ่ง สภาพรอบกายก็เช่นเดียวกัน ทุกสิ่งหยุดนิ่งสนิท
ทุกอย่าง… ยกเว้นชายน่ากลัวคนนั้นที่ยังคงเดินไปข้างหน้า
และแล้ว—
“สิบ”
เลข ‘สิบ’ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้มาเยือน ร่างกายของมิเรลล์หดลง แขนกอดตุ๊กตาหมีไว้แน่นจนเริ่มสั่นระริก
ไม่นะ ได้โปรด…
ขอร้องล่ะ…
ทว่า…
เงียบกริบ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้การนับถอยหลังจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
มิเรลล์ยังคงกอดตุ๊กตาหมีแนบแน่น เสียงฝีเท้าของชายคนนั้นดังก้องเบา ๆ
ไม่นานเขาก็หยุดเดิน
มิเรลล์กระพริบตาและยกศีรษะขึ้น
ประตูบานหนึ่งปรากฏเบื้องหน้า ชายคนนั้นมองเธอพลางพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลัง และเมื่อหันกลับไป เธอก็เห็นพ่อแม่ของตัวเองยืนมองอยู่ ร่างกายของพวกเขาแน่นิ่ง
“เห็นไหม?”
เสียงของชายคนนั้นกระซิบอีกครั้งหนึ่ง
“ฉันบอกเธอแล้วไง? พวกเขาไม่ทำอะไรเธอหรอก”
“….”
แรงกอดตุ๊กตาหมีของมิเรลล์เริ่มผ่อนคลายลง ชายคนนั้นเอื้อมมือไปทางประตู
“ไปกันเถอะ ได้เวลา… ไปหาของกินกันแล้วนะ”
แกร๊ก!
บานประตูเปิดออก และทั้งสองก็เข้าไป
สายตาของมิเรลล์ยังคงจับจ้องชายคนนั้นขณะที่ทั้งคู่ข้ามผ่านประตู โลกโดยรอบแปรเป็นสว่างไสว
แสงสว่างเจิดจ้า โอบล้อมพวกเขาทั้งสองไว้โดยสมบูรณ์
กว่าแสงนั้นจะจางหาย ร่างของมิเรลล์ก็อันตรธานไปเนิ่นนานเสียแล้ว
ตุบ
ตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งร่วงหล่นลงสู่พื้น เซธก้มตัวลงเพื่อเก็บมันขึ้นมา การแจ้งเตือนโปร่งแสงปรากฏขึ้นในระดับสายตาของเขา
: [โหนดขั้นพื้นฐาน : ภาชนะกักกัน เปิดใช้งาน!]
ได้รับจิตวิญญาณแรงก์ < D >: มิเรลล์ (Mirelle)