นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #77 : แอปอัปเดต [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #77 : แอปอัปเดต [1]
— งั้นนายจะบอกว่า มีใครบางคนลอบเข้ามาในเกตแล้วทำให้ความยากของฉากสูงขึ้นใช่ไหม? และพอนายเคลียร์ฉากนั้นได้ นายก็ดันคิดว่ามีฉากลับซ่อนอยู่เลยอยากจะไปสำรวจมันเนี่ยนะ?
เสียงหนึ่งดังสะท้อนออกมาจากส่วนลำโพงอุปกรณ์ของทอม
หลังจากเกิดเรื่องราวทั้งหมดขึ้น เขาก็รีบติดต่อหัวหน้าทีมของตัวเองทันทีและรายงานสถานการณ์
เนื่องจากเกตถูกเคลียร์ไปแล้ว มันจึงเริ่มนับถอยหลังเพื่อสลายตัวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
นั่นหมายความว่า เกตจะไม่มีใครสามารถเข้ามาได้อีก
พวกเขามีแต่ต้องออกไปเท่านั้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทอมจึงต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้เลยว่าจะลงมือกับฉากลับหรือไม่
“มันมีโอกาสที่รางวัลจะสูงมากครับ ถ้าหัวหน้าอนุญาต ผมมั่นใจว่าอย่างน้อยเราจะได้เศษผลึกที่มีความบริสุทธิ์สูงกลับไปแน่นอนครับ”
— แต่นายพลาดการเคลียร์ฉากหลักแล้วไม่ใช่หรือไง…?
“ผมไม่ได้พลาดครับ ไอ้… คนที่ลอบเข้ามานั่นมันทำทุกอย่างพังหมดเลย ผมยังพอสร้างความประทับใจให้เจ้าภาพได้บ้าง ถ้าความยากไม่ดีดสูงขึ้น ผมคงจะทำให้เขาประทับใจไปแล้วครับ”
— ใช่ แต่นายก็ยังถือว่าพลาดอยู่ดี
“และผมสามารถทำได้ดีกว่านี้อีกด้วย”
ทอมพึมพำ มือของเขากำอุปกรณ์แน่นขึ้น
“ถ้ารู้ว่าความยากมันจะเพิ่มขึ้น ผมคงเล่นแผนอื่นไปแล้ว หัวหน้าก็รู้นี่ครับว่าฝีมือระดับผมมันเกินกว่างานนี้ไปมาก ขอแค่คำอนุญาต แล้วผมจะกลับไปพร้อมชัยชนะ พวกคราวน์ฟอลเองก็กำลังจะเริ่มอยู่เหมือนกัน เรายอมแพ้พวกมันไม่ได้นะครับ!”
— …..
ปลายสายตกอยู่ในความเงียบงัน
ความเงียบนั้นดูเหมือนยาวนานนิจนิรันดร์ ก่อนจะมีเสียงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
— ขอเวลาฉันหน่อยนะ เดี๋ยวฉันจะลองคุยกับหัวหน้าแผนกดูก่อน
“อะไรนะครับ? จะให้รอทำไมล่ะ? ถ้าเรามามัวชักช้าไปมากกว่านี้ พวกเวรจากคราวน์ฟอลจะเริ่มลุยฉากลับก่อนนะครับ ขืนเป็นแบบนั้น— หือ?”
เมื่อมองดูอุปกรณ์สื่อสาร ทอมก็กัดฟันกรอด เขาเห็นกับตาว่าสายถูกตัดไปแบบดื้อ ๆ
“บัดซบ!”
เขาแอบสบถออกมา พลางเหลือบมองกลุ่มคนจากคราวน์ฟอล
หัวใจของเขาหล่นวูบเมื่อเห็นว่าพวกนั้นเริ่มเตรียมตัวกันแล้ว
‘ชิบ แม่งเอ๊ย…’
นี่ไม่ใช่โอกาสที่พวกเขาจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ ถ้าพลาดแล้วรางวัลดันดีมาก ๆ ขึ้นมา มันจะกลายเป็นความเสียหายครั้งใหญ่สำหรับพวกเขา
โดยเฉพาะคราวน์ฟอล ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักตัวฉกาจ
เขายอมให้กิลด์อื่นได้ แต่ต้องไม่ใช่เจ้าพวกนั้น
“ช่างแม่งละ”
สิ้นคำพูดนั้น เขามองอุปกรณ์สื่อสารในมือตน ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋ากางเกง และหันไปหาสมาชิกทีมของตัวเอง
“เตรียมตัวให้พร้อม อีกสักครู่เราจะเริ่มปฏิบัติการกัน”
สมาชิกไอวอรี่เริ่มเตรียมตัวโดยไม่สงสัยเนื้อหาบทสนทนาระหว่างเขากับหัวหน้าทีม เพราะสำหรับพวกเขา คำพูดของทอมหมายความว่าได้รับอนุมัติจากเบื้องบนมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย
…น่าเสียดายที่รอบนี้เขากำลังทำโดยพลการ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็มั่นใจในการเคลียร์ฉากนี้มาก; หรือก็คือ ตัวเขาไม่ได้กังวลถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ผลลัพธ์สำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดภายในกิลด์
เขาเข้าใจเรื่องนั้นดียิ่งกว่าใคร และนี่คือสิ่งที่เขาวางแผนจะทำ
เขาตั้งใจจะนำผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมกลับไป
“ตั้งสติให้ดีและทำตามแผนของผม ผมไม่รับประกันว่าพวกคุณจะมีชีวิตรอดถ้าไม่ทำตามที่ผมสั่ง”
เมื่ออุปกรณ์ครบครันและพักฟื้นกันเต็มที่แล้ว ทอมจึงนำทีมของตัวเองมุ่งหน้าสู่ทางเข้าคฤหาสน์
ตามหลังมาด้วยสมาชิกจากคราวน์ฟอล ซึ่งใช้เวลาในการเตรียมตัวนานกว่า
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด กลุ่มคนทั้งสองเตรียมใจรับมือกับฉากลับ
ทว่า….
เปรี๊ยะะะะ!
ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไป เสียงแตกหักแผ่วเบาดังขึ้นกลางอากาศ
แม้จะเบาบาง แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนชะงักกึกและมองตรงไปยังตัวคฤหาสน์
“พวกนายได้ยินไหม…?” หนึ่งในพวกเขาถามขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ
คำพูดดังกล่าวได้รับคำตอบคล้ายคลึงกัน พวกเขามองคฤหาสน์เป็นตาเดียว
“ฉันหูฝาดไปเองหรือเปล่า?”
“ไม่นะ ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน…”
ดวงตาของทอมหรี่มองคฤหาสน์ เขาเองก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่สามารถระบุทิศทางที่แน่นอนได้ว่ามันดังมาจากไหน
‘มีอะไรเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?’
ขณะกำลังครุ่นคิด เสียงเจ้าปัญหาก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เปรี๊ยะะะะ!
“อะไรวะเนี่ย?”
คราวนี้เสียงมันดังเกินกว่าจะมองข้ามได้ ทุกคนเบิกตาโพลงและแลกเปลี่ยนสายตากันด้วยความไม่สบายใจ
“เดี๋ยว ดูนั่นสิ!”
ใครสักคนตะโกนขึ้นมากะทันหัน
บางส่วนของกลุ่มรีบชี้นิ้วไปยังต้นเสียง
มันคือรอยแตกขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างของคฤหาสน์ กำลังขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีที่ผ่านไป
ตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ และความรู้สึกนั้นยิ่งทวีคูณเมื่อคฤหาสน์เริ่มสั่นสะเทือน
ครืน! ครืน!
“อาคารกำลังจะถล่ม!”
“ถอยกลับเร็วเข้า!”
ทุกคนรีบถอยกรูดทันทีที่เห็นโครงสร้างสั่นไหว แม้แต่ทอมเองก็ยังต้องถอยออกมา
‘ทำไมมันถึงถล่มล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับฉากลับ? นี่ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลย…’
ทอมได้แต่จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง คฤหาสน์ยังคงสั่นคลอน
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริง ๆ
เปรี้ยะ เปรี๊ย—
แต่ถึงแม้เขาจะไม่อยากเชื่อ ตัวอาคารก็ยังคงสั่นสะเทือนต่อไป รอยแตกขยายใหญ่มากขึ้น และใหญ่ยิ่งขึ้นอีก หน้าต่างสั่นสะท้านก่อนจะแตกละเอียด เศษกระจกร่วงกราวลงสู่พื้นหญ้าเบื้องล่าง
โครม!
เสียงสั่นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง และในไม่ช้า… ซีกซ้ายของคฤหาสน์ก็พังครืนลงมาด้วยน้ำหนักของมันเอง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ ตัวอาคารแยกออกเป็นส่วน
“เวรแล้ว!”
ทุกคนต่างตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น หลายคนถอยกลับไปที่ประตูเกต
“เดี๋ยวก่อน ดูสิ!”
และที่ยิ่งแย่กว่าคือ คฤหาสน์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่กำลังพังทลาย
มันหนักกว่านั้นอีก
“น้ำพุนั่น!”
ทุกสิ่งเริ่มพังพินาศ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ สวน หรือแม้แต่พื้นดิน… ทุกอย่างกำลังทลายลง
“รีบกลับด่วน ๆ เลย!”
“เกตใกล้จะปิดแล้ว! ถอนตัวด่วน! ถอนตัวด่วน!”
มันชัดเจนสำหรับพวกเขาแล้วว่าเกตเริ่มจะสลาย
ทุกคนพุ่งตัวกลับไปยังประตูมิติซึ่งเป็นหนทางพาพวกเขาออกไป ยกเว้นทอมที่ยังคงยืนมองในทิศทางเดียวกับคฤหาสน์ด้วยสีหน้าเคว้งคว้าง
เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง
นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลย… แล้วฉากลับล่ะ?
เกตมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? ตอนนี้มันยังเหลือฉากลับซ่อนอยู่ มันไม่น่าจะพังเร็วขนาดนี้นอกเสียจาก—
และแล้ว เขาก็เข้าใจ
ภาพของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัว ฟันของเขาขบกันแน่น
ฉากจะไม่พังทลายในทันที เว้นเสียแต่ว่าเคลียร์ฉากลับสำเร็จแล้ว
และการที่เกตถล่มยับเยินแบบนี้ มันหมายความได้อย่างเดียวเท่านั้น
ฉากลับ…
ถูกเคลียร์จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
“เป็นมันแน่ ๆ”
ทอมกัดฟันกรอด
มันต้องเป็นตัวตลกนั่นแน่นอน
***
ตุ้บ—!
“อึ่ก!”
ตัวผมกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามแผ่นหลัง ผมครางออกมาเบา ๆ พลางยันตัวเองขึ้นและกวาดมองไปโดยรอบ
“…ฉันกลับมาแล้วสินะ”
เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมอันคุ้นเคย ผมก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งอก
“กลับมา… ฮ่าา จริง ๆ ด้วย”
ผมหอบหายใจ จ้องมองเพดานขาวว่างเปล่าด้านบน
ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเพดานห้องตัวเองขนาดนี้มาก่อน
แต่ที่สำคัญที่สุดเลย ผมยกมือขึ้นและมองดูตรงข้อมือ สายตาจ้องเขม็งไปยังรอยประทับสีขาวที่ล้อมรอบข้อมือเหมือนกับรอยสีดำ
‘สีขาว หือ…’
“สงสัยจังว่าทำไมสีถึงเปลี่ยน”
จิตใจของผมล่องลอยกลับไปหาข้อความที่ได้รับก่อนจะโผล่มาในห้องทำงาน นี่คือ… มิเรลล์
เด็กสาวตัวน้อยคนนั้น
ผมสัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อกับจิตใจ และด้วยเหตุนี้ ผมจึงรู้สึกว่าตัวเองสามารถอัญเชิญเธอออกมาได้เพียงแค่ใช้ความนึกคิด
แต่ผมยั้งใจไว้ก่อนเพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
มันมีค่อนข้างหลายเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ
ตั้งแต่อดีตของมิเรลล์ไปจนถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวเธอกับลัทธิประหลาดนั่น หลากหลายความสงสัยจำเป็นต้องหาคำตอบ แต่ในขณะที่ผมกำลังเริ่มจมดิ่งกับเรื่องเหล่านั้น การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นมาสู่ครรลองสายตา
[ยินดีด้วย คุณได้เคลียร์ฉากแล้ว!]
มันเป็นของระบบ
[กำลังคำนวณรางวัล…]
[กำลังคำนวณรางวัล…]
ติ๊ง!
[การอัปเดตระบบพร้อมใช้งาน คุณต้องการอัปเกรดหรือไม่?]
▶[ใช่] ▷[ไม่]
“เอ๋?!”