นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #78 : แอปอัปเดต [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #78 : แอปอัปเดต [2]
“อัปเดตเหรอ?”
ผมมึนงง อัปเดต? มันมาอัปอะไรเอาตอนนี้? หรือว่ามันมีความเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างกับฉากที่ผมเพิ่งจะเคลียร์ไป…?
ผมมีคำถามมากมาย แต่กลับไม่มีเลยสักคำตอบ
สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือ จ้องมองการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นกะทันหันด้วยสีหน้าบึ้งตึง
อย่างไรก็ตาม ผมตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและกดปุ่ม [ใช่] หลังจากนั้นไม่นาน
การอัปเดต มันน่าจะเป็นเรื่องดีใช่ไหมล่ะ?
[แอปกำลังอัปเดต]
[กรุณารอสักครู่…]
การแจ้งเตือนหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น ทิ้งให้ผมเคว้งคว้างทำอะไรไม่ถูก
ผมเกาหลังศีรษะ สุดท้ายก็ต้องทอดสายตาไปยังภาพวาดบนผนัง
“มันยังอยู่ที่นี่…”
ผมขยับเข้าไปใกล้และลากนิ้วลงบนภาพ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อสัมผัสภาพวาด ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยที่เห็นแบบนั้น
สาวน้อยในภาพยังคงอยู่ตรงตำแหน่งเดิมเหมือนเคย ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมกันหมด
“…..!”
แต่มันก็แค่ชั่วพริบตาเดียว เพราะมีบางสิ่งบางอย่างพุ่งเป็นริ้วเข้าไปในภาพวาดจนผมสะดุ้งสุดตัว
‘เชี่ย!’
ผมกระเถิบถอยหลัง ภาพวาดกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เด็กสาวในภาพลดร่มลง เผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทของเธอเอง
รูปลักษณ์ของเธอดูเหมือนกับครั้งแรกที่ผมเห็นทุกประการ
ไม่สิ อันที่จริงแล้ว…
พอมองดูใกล้ ๆ เธอกำลังกอดตุ๊กตาหมีอยู่
ผมหันความสนใจไปที่ข้อมือตัวเองด้วยความสับสน แล้วก็ตระหนักได้ว่ารอยประทับสีขาวนั้นหายไปแล้ว
‘ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอ…’
“หนูหิวค่ะ”
เสียงหนึ่งกระซิบผ่านอากาศ ผมเงยหน้าขึ้นดู
ตอนนี้ใบหน้าของมิเรลล์ปรากฏจนเต็มภาพวาด เธอกำลังมองผมอยู่
“ของกิน คุณบอกว่าจะให้… ของกิน”
“อ้อ จริงด้วย”
ทันใดนั้น ผมก็นึกขึ้นได้ว่าเคยสัญญากับเธอไว้
“ขอเวลาสักนาทีนะ เดี๋ยวไปเอาของกินมาให้”
“หิวววแย้ววว”
“ครับ ๆ”
ผมละทิ้งทุกอย่างที่กำลังทำอยู่และออกจากห้องทำงาน ระหว่างนั้นผมก็ไม่ลืมที่จะล็อกประตูให้เรียบร้อย
เพราะนอกจากภาพวาดจะเป็นที่จดจำของใครหลายคนแล้ว ผมก็ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยว่ามันมีผีสิงอยู่
“ไหนดูสิ มีอะไรบ้าง…”
ร่างกายตรงไปยังโซนครัว รื้อค้นตามตู้เพื่อหาขนม แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงกล่องซีเรียลที่เหลืออยู่ครึ่งเดียว เพรทเซล[1]ถุงหนึ่งที่เหม็นหืน และขวดโหลที่ดูน่าสงสัยว่าครั้งหนึ่งมันอาจจะเคยใส่เนยถั่วมาก่อน
ผมถอนหายใจจนปิดตู้ล่าสุดแรงไปหน่อย
พอค้นดูตู้อื่น ๆ แล้ว ทั้งหมดที่ผมเห็นมีเพียงผงกาแฟสำเร็จรูป แบบโคตรเยอะ
“คนพวกนี้มันเสพติดหรืออะไร…?”
เมื่อย้ายไปเปิดอีกตู้และเจอแต่กาแฟสำเร็จรูปเต็มไปหมด ผมก็เริ่มรู้สึกแย่
อันนี้เป็นยาเสพติดหรือเปล่าเนี่ย?
“จะว่าไปแล้ว ฉันเองก็อยากจะได้กาแฟสักแก้วเหมือนกันแฮะ”
ผมยังไม่ชงมันตอนนี้ แต่พยายามค้นหาทุกซอกมุมของโซนครัวเสียก่อน หลังจากค้นอยู่นาทีเต็ม ๆ ในที่สุดผมก็เจออะไรบางอย่างที่สะดุดตาตัวเอง
“ฮ่า!”
ถุงขนมมันฝรั่งทอดแอบซ่อนหลังโหลกาแฟสำเร็จรูปหลายใบแบบลับ ๆ
“ยังไม่ได้แกะด้วย… เยี่ยม”
ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมากเมื่อมีถุงขนมอยู่ในมือตัวเอง
ลำตัวกำลังจะหันกลับ ทว่า—
“นายทำอะไรน่ะ?”
“….!”
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ผมตกใจจนเกือบกระโดดออกมา โชคดีที่ผมยังคุมความสุขุมไว้ได้ และหันกลับไปพร้อมกับซ่อนถุงขนมไว้หลังตัวเอง
“ไคล์…”
ขอบคุณพระเจ้าที่เป็นไคล์ ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่แล้วดวงตาของผมก็หรี่เล็กลง
“หืม?”
พอมองดี ๆ แล้ว สภาพไคล์ดูโทรมเอาการเลยทีเดียว
ทรงผมของเขากระเซอะกระเซิง ขอบตาคล้ำเป็นถุง เขาดูย่ำแย่พอ ๆ กับผม ซึ่งตัวผมเองยังคิดว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เกิดอะไรขึ้นกับนายวะเนี่ย?”
“อาา… อย่าให้พูดเลยน่า”
ไคล์โบกมือปัด ๆ ก่อนจะเดินไปยังตู้ใบหนึ่ง และหยิบโหลกาแฟสำเร็จรูปออกมา เทผงเกือบหนึ่งในสี่ของโหลลงใส่แก้ว ปิดท้ายด้วยการเติมน้ำเพียงเล็กน้อย
เชี่ยอะไรวะน่ะ?
แน่ใจนะว่า…
“โอ้ะ ไม่เลวแฮะ”
ไคล์ทำเสียงจ๊อบแจ๊บ พลางจ้องมองผม
“อะไร?” เขายกแก้วกาแฟหลบมาใกล้ตัวเอง “อย่าบอกนะว่านายอยากได้ด้วย”
“ฉัน… โอเค”
ผมนึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองเคยขโมยกาแฟของเขา
อย่าบอกนะว่า…
“ตอนนี้สถานการณ์มันค่อนข้างวุ่นวายเลยล่ะ”
“หือ?”
ผมมองหน้าไคล์ นึกว่าเขาจะไม่อยากพูดถึงมันเสียอีก
“มีเหตุเกิดขึ้นไม่ไกลจากที่นี่ และ… เอิ่ม ฉันโดนส่งไปตรวจสอบเรื่องนั้นน่ะ มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างซับซ้อน ดูเหมือนจะเป็นตัวตนลำดับชั้นสูงอะไรทำนองนั้น เรายังไม่แน่ใจระดับของมัน แต่ก็แข็งแกร่งมาก ๆ เลยล่ะ”
“คำว่าแข็งแกร่งมาก ๆ นี่มันขนาดไหนล่ะ?”
“…นั่นแหละที่ฉันกำลังลำบากลำบนหาคำตอบอยู่”
ไคล์คลี่ยิ้มเจื่อนก่อนจะจิบกาแฟของเขา ส่งเสียงจ๊อบแจ๊บอีกครั้งแล้วพึมพำออกมา ‘ของดีจริง ๆ’
ไอ้คนบ้า
หมอนี่แม่งบ้าไปแล้วชัด ๆ
“จนถึงตอนนี้ เหยื่อทั้งหมดเป็นคนธรรมดา แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือพวกเรายังไม่พบอะไรเกี่ยวกับมันเลยเนี่ยแหละ มันเกือบจะเหมือนกับว่า… ไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะทำยังไง เราก็ตรวจจับมันไม่ได้เลย”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมซึ่งหาได้ยากจากไคล์ ผมก็รู้สึกหนักอึ้งในอกขึ้นมา
ขนาดเขายังทำหน้าแบบนี้ แสดงว่าเคสมันต้องอันตรายมากแน่นอน…
“อ่ะ ดูสิ”
ทันใดนั้นเอง ไคล์ก็ยื่นมือออกมาให้ผมดูโทรศัพท์ของเขา
นั่นคือตอนที่ผมเหลือบไปเห็นหน้าจอ ร่างกายของผมแข็งทื่อไปทั้งตัว
“นี่…”
ร่างหนึ่งซูบซีดราวกับมัมมี่ปรากฏอยู่ในจอ ผิวหนังเหี่ยวย่นเป็นสีน้ำตาลหยาบกร้านไม่ต่างจากแผ่นหนังตากแห้ง ลูกตาลึกโบ๋จ้องมองมาจากเบ้าตากลวงเปล่า ร่างนั้นนอนฟุบบนโซฟาอย่างหมดสภาพ มือทั้งสองข้างหงิกงอเข้าหาตัว มันกะพริบตาใส่อุปกรณ์บันทึกภาพอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ริมฝีปากซึ่งอ้าค้างอยู่นั้นขยับเพียงเล็กน้อย
ผมยกศีรษะขึ้นมองไคล์ที่จ้องวิดีโอด้วยสีหน้าถมึงทึง
“นี่คือสภาพเหยื่อที่มันทิ้งเอาไว้ ก็อย่างที่นายเห็น พวกเขาไม่ได้ตาย แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็สูญเสียความสามารถในการทำทุกอย่างไปหมดแล้ว”
“…..”
ผมเม้มริมฝีปากพลางเบือนหน้าหนีจากโทรศัพท์ วิดีโอนั้นมันเกินกว่าที่ผมจะรับไหว
“นายแน่ใจเหรอว่าควรเอาเรื่องนี้มาให้ฉันดู?”
“…มันก็ไม่ใช่ข้อมูลลับอะไรหรอกนะ จริง ๆ แล้วดีซะอีกที่นายรู้ไว้ เพราะเรื่องนี้กำลังจะถูกส่งต่อไปยังองค์กรแล้วล่ะ”
“งั้นเหรอ?”
“ใช่… ทางกิลด์ขอให้องค์กรส่งพวกหน่วยสอดแนมมาทำการทดสอบสักหน่อยน่ะ พอผลออก ทางองค์กรก็จะได้จัดระดับสากลให้มัน ซึ่งถ้ามันโดนจัดให้อยู่ในระดับธรอลหรือสูงกว่านั้น กิลด์จากเกาะอื่นจะเริ่มมาที่นี่ และมันก็น่าจะเป็นข่าวด้วย”
“ระดับธรอล?”
คืออะไรน่ะ?
“หือ? อ้อออ…”
เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผมไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเท่าไหร่ ไคล์จึงเริ่มอธิบาย
“นายอาจจะไม่รู้เพราะเรื่องนี้เขาสอนกันตอนปีสอง แต่ทางองค์กรจะจำแนกความผิดปกติออกเป็น 5 ประเภท: ซิจิล (Sigil), เอลซิด (Elcid), เมลาส (Melas), ธรอล (Thrall) และ เคอร์ไมต์ (Kermite) ซึ่งระดับธรอลเนี่ย อันตรายเป็นอันดับสองเลย”
“เข้าใจละ…”
ผมเริ่มจะมองเห็นภาพรวม
“อะไรก็ตามที่ระดับน้อยกว่านั้นจะอยู่ภายใต้อำนาจการจัดการของกิลด์ในเกาะ; ห้ามคนนอกแทรกแซง แต่ถ้าความผิดปกติตัวนั้นอยู่ระดับสูง มันจะเป็นคนละเรื่องกันเลย พวกนั้นถือว่าเป็นภัยคุกคามระดับโลก และทุกคน ไม่ว่าจะอยู่เกาะไหนก็ตาม จะได้รับอนุญาตให้เข้ามารับมือสถานการณ์”
ไคล์เล่นโทรศัพท์ในมือไปพลาง ๆ
“ซึ่งนั่นคือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในเคสนี้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ละก็ได้บันเทิงกันแน่”
เสียงหัวเราะแผ่วเบาแว่วออกมา ไคล์กระดกกาแฟที่เหลือจนหมด ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง
“จะยังไงก็เถอะ ความผิดปกติตัวนี้…”
ไคล์เลียริมฝีปากของตัวเอง
“…พวกเขาเรียกมันว่า ชายบิดเบี้ยว”
เชิงอรรถ
[1] เพรทเซล (Pretzel) คือขนมอบสัญชาติเยอรมันที่มีลักษณะเป็นแป้งบิดตัวเป็นปมรูปเลขแปดหรือโบว์