นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #88 : บททดสอบของวาทยกร [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #88 : บททดสอบของวาทยกร [2]
“…..”
โรงละครตกอยู่ในความเงียบสงัดโดยสมบูรณ์
ความรู้สึกเย็นยะเยือกม้วนตัวอยู่ในท้องของผม บีบรัดแน่นขึ้นทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ในขณะที่สายตาจ้องมองวาทยกรที่ยืนอยู่ไกลออกไป
แล้ว…?
การตัดสินใจของมันล่ะ?
มันจะหลงกลไหม? ขอให้ตอบตกลงทีเถอะ…
ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ แต่ความตึงเครียดนั้นรุนแรงจนสัมผัสได้ จังหวะการหายใจแทบจะควบคุมไม่ไหว แม้แต่การกลืนน้ำลายยังเป็นเรื่องยากลำบาก
มันรู้สึกเหมือนกับว่า… ทุกเสี้ยววินาทีช่างยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์
ตัวผมทำได้เพียงห้อยลอยอยู่แบบนั้น เปลือกดวงตาซึ่งถูกเย็บติดกันของวาทยกรจ้องมองมา
และแล้ว—
แรงบีบรอบลำคอคลายลง ผมร่วงกลับไปยังเก้าอี้
ตุบ!
“ก็ได้”
น้ำเสียงแหบพร่าของวาทยกรกระซิบผ่านอากาศ
“…ผมจะให้โอกาสคุณ”
วาทยกรขยับไปด้านข้างและชี้ไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่ใจกลางเวที
“แสดงบทบรรเลงอันสมบูรณ์แบบของคุณซะสิ”
ความเงียบงันหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทุกศีรษะยังคงจ้องมองผม
มันรู้สึกราวกับมีดวงตานับพันจับจ้องจนผิวหนังของผมเริ่มสั่นสะท้าน ผมส่ายศีรษะพร้อมกับริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย
“คุณ… เข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปนะ”
“…..”
“ฉันไม่ได้หมายถึงตอนนี้ ฉันหมายถึง— อั่ก!!”
ฝ่ามือเจ้าเก่าพุ่งเข้ามารวบคอผมอีกครั้ง คราวนี้มันรวดเร็วกว่าเก่า บีบแน่นเสียจนผมเกือบจะหมดสติไปตรงจุดนั้น
“อย่ามาเล่นลิ้นกับผม”
ครืน! ครืน!
ทั่วทั้งโรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เก้าอี้สั่นรัว ผ้าม่านแกว่งไปมา เครื่องดนตรีกระทบกระแทกกัน ท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง เสียงของวาทยกรเลื้อยผ่านอากาศอย่างร้ายกาจ… ซึบซาบพื้นที่ด้วยเจตนามุ่งร้ายอันเด่นชัด
“ผมควรจะฆ่าคุณทิ้งตอนนี้เลยดีไหมนะ?”
ฝ่ามือที่บีบคอของผมอยู่กดลึกลงบนผิวหนัง ราวกับว่ามันกำลังจะขย้ำเข้าไปถึงกลางอก
“ฆ่าคุณน่ะเรื่องง่าย ๆ ตัวคุณมันอ่อนแอ เป็นแค่แมลงอ่อนแอที่ผมขยับเพียงนิดเดียวก็กำจัดทิ้งได้แล้ว”
เสียงของมันยิ่งแหบแห้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะพูด ทัศนียภาพของผมเริ่มหมุนคว้าง ผมพยายามประคองสติเอาไว้
“ไม่ว่าคุณพยายามจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ผมไม่มีอารมณ์… มาเล่นแง่กับคุณหรอกนะ”
มันพูดแบบนั้น แต่ว่า…
มันยังไม่ฆ่าผม
เห็นได้ชัดเลยว่านิสัย ‘คลั่งความความสมบูรณ์แบบ’ ของมันกำลังเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทำเช่นนั้น
ผมรู้
รู้อยู่ลึก ๆ ว่า วาทยกรจะไม่ฆ่าผม
จนกว่ามันจะได้เล่นบทเพลงของตัวเอง
สมกับเป็นวิถีของพวกบ้าความสมบูรณ์แบบ
และในไม่ช้า…
“แค่ก! แค่ก—!”
แรงบีบรอบลำคอคลายออก และตัวผมก็ร่วงลงบนที่นั่งอีกครั้งหนึ่ง เสียงไอของผมเติมเต็มชั้นบรรยากาศ
“เฮือออกกก…”
ผมสูดอากาศเข้าปอดอย่างหนักหน่วง เอามือลูบคอพร้อมกับจ้องมองวาทยกร ซึ่งเริ่มเคลื่อนกายไปยังแท่นโพเดียม
“อยู่ตรงนั้นแล้วฟังการแสดงของผมซะ ถ้ายังคิดจะ—”
“อย่างที่… คิดไว้เลย คุณกลัว…”
“…..”
เงียบกริบ
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสนิท
แต่ถึงแม้จะเงียบ ทุกสิ่งกลับให้ความรู้สึกดัง
ทุกเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นภายในหู ตั้งแต่เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเก้าอี้ เสียงพลิ้วไหวโอนอ่อนของผ้าม่าน และเสียงหัวใจของผมเอง
ผมได้ยินมันทั้งหมดท่ามกลางความเงียบนั้น
…และมันรู้สึก ดังมากเหลือเกิน
“คุณกลัวว่า… ฉันจะพิสูจน์ได้ว่าคุณคิดผิด”
“…..”
“คุณโคตรจะรู้ดีเลยแหละ… ฉันก็แค่มือใหม่คนหนึ่ง มาคาดหวังให้ฉันเล่นอะไรที่สมบูรณ์แบบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ซ้อมเลยมันสมเหตุสมผลซะที่ไหน ฉันเลยต้องขอเวลาคุณไง หรือกลัวฉันจะพิสูจน์ได้ว่าคุณคิดผิดขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้าเกิดคุณตกลงแล้ว มันเสียหายตรงไหนกันล่ะ?”
ผมใช้ประโยชน์จากความเงียบของวาทยกรเพื่อส่งทุกคำพูดให้ถูกจุด
จับตาดูปฏิกิริยาของมันโดยละเอียด ตั้งแต่การเงียบไปจนถึงการสั่นเทาเล็กน้อยของร่างกายมัน
‘ใช่… ฉันรู้ว่ามันกระทบแก ฉันรู้ว่าแกแคร์ เพราะงั้นช่วยกินเบ็ดทีเถอะ’
วาทยกรส่ายศีรษะ ค่อย ๆ หันมาเผชิญหน้ากับผมอีกครั้งหนึ่ง
‘แดกเบ็ดสักทีเหอะ!!!!’
“คุณ… มนุษย์นี่มันกลับกลอกจริง ๆ คิดหรือว่าผมจะมองเจตนาของคุณไม่ออกน่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของมัน ผมก็เริ่มตึงเครียด
แม้ดวงตาจะถูกเย็บปิดไว้อย่างหยาบ ๆ แต่การจ้องมองของมันทำให้ผมรู้สึกราวกับว่ามันมองทะลุเข้าไปในความคิดผมได้
แต่ถึงอย่างนั้น…
จุดด่างพร้อยของตัวมันเองกลับขัดขวางไม่ให้มันลงมือกระทำสิ่งอื่นใด
“ครึ่งปี”
ผมพึมพำออกมา
“ให้เวลาสักครึ่งปี แล้วฉันจะ—”
“สามเดือน”
วาทยกรตัดบทผมทันควัน น้ำเสียงของมันสากกระด้าง
“ผมจะให้เวลาคุณสามเดือน”
“นั่นไม่พอหรอก ขอเวลาเพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่ง—”
“ผมให้ได้แค่สามเดือน จะเอาหรือไม่เอา”
ผมอ้าปากจะประท้วง สามเดือนเนี่ยนะ? ถึงแม้เป้าหมายแท้จริงของผมจะเป็นการซื้อเวลา แต่สามเดือนมันแทบไม่เพียงพอให้ผมคิดหาวิธีจัดการกับวาทยกรเลยด้วยซ้ำ
ผมต้องการเวลามากกว่านี้
แค่นี้ไม่พอแน่!
แต่ในจังหวะที่คำพูดกำลังจะหลุดออกจากลำคอ ผมก็หยุดชะงัก
ขนทุกเส้นบนร่างกายลุกชันในทันทีที่บรรดาร่างไร้หน้ารอบตัวเริ่มขยับเข้ามาใกล้ผม
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านั้น ผมก็ตระหนักได้เลยว่า…
นี่เป็นขีดจำกัดของวาทยกรแล้วจริง ๆ
ไม่มีการเจรจาใด ๆ อีกต่อไป การต่อรองมากกว่านี้นั้นหมายถึง…
ความตาย
“ตกลง”
ดังนั้น ผมจึงทำได้เพียงยอมรับเงื่อนไขของมัน
“ดีมาก”
วาทยกรเดินไปยังเปียโนและหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะสะบัดมันมาทางผม
ผมคว้ามันเอาไว้ พอมองดูแล้วก็พบว่ามันเป็นโน้ตเพลง
“ไปหัดเล่นให้คล่องซะ ผมคาดหวังว่าคุณจะเล่นเพลงนี้ออกมาได้สมบูรณ์แบบนะ ถ้าวันนั้นคุณทำให้ผมประทับใจไม่ได้ละก็…”
ริมฝีปากของวาทยกรบิดเบี้ยวอย่างเชื่องช้า แปรเป็นรอยยิ้มวิปลาส ขอบริมฝีปากฉีกขาดจนย้อยลงเล็กน้อย สายตาของมันตกลงบนร่างไร้ใบหน้าที่อยู่รายล้อม
“คุณจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชมผมไปตลอดกาล”
“…..!”
ความคิดในหัวพลันอื้ออึงไปหมดเมื่อได้ยินเงื่อนไขดังกล่าว
กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชมไปตลอดกาล?
นั่นมัน…
ผมมองร่างไร้หน้ารอบกายแล้วรู้สึกอยากจะกรีดร้องออกมา เพียงแค่จินตนาการว่าตัวเองต้องกลายเป็นหนึ่งในพวกมัน ผมก็แทบจะสติแตกอยู่รอมร่อ
นั่นมันนรกขุมไหนวะเนี่ย?
แต่จังหวะนี้ ไม่มีทางให้ถอยหลังกลับอีกแล้ว
การตัดสินใจถูกกำหนดไว้เป็นที่เรียบร้อย
“แล้ว…?”
ภายใต้การจ้องมองจากวาทยกร ผมฝืนพูดออกมาไม่กี่คำ
“ฝั่งฉันล่ะ? ฉันจะได้อะไรถ้าฉันชนะ?”
“อ๋า…?”
ศีรษะของวาทยกรเอนเอียง
“คุณก็ได้มีชีวิตอยู่ต่อไง สำหรับคุณแล้ว จะมีรางวัลอะไรดีไปกว่านี้อีกล่ะ?”
“นั่นยัง… ไม่ดีพอ การเดิมพันมันดูไม่ยุติธรรมเลยนะ ว่าไหม?”
“…..”
วาทยกรเงียบอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะถามออกมา “ถ้าอย่างนั้น…? คุณต้องการอะไร?”
ผมไม่ตอบกลับ แต่เลือกที่จะยื่นมือไปข้างหน้าและชี้ตัวมันโดยตรง
“ผม?”
วาทยกรดูจะตกตะลึงกับข้อเสนอนี้
แต่ผมพยักหน้าส่งให้แบบเรียบง่าย
“ถ้าการเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชมคุณไปทั้งชีวิตคือบทลงโทษที่ฉันแพ้ งั้นรางวัลก็ต้องคุ้มพอกันสิ ใช่ ฉันอยากได้คุณนั่นแหละ”
วาทยกรเปิดปาก แต่ไม่ช้าก็แสยะยิ้ม
“ได้สิ”
เสียงหัวเราะแหบต่ำเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของมัน ความขบขันส่อแววชัดเจน
“ผมยอมรับ”
ติ๊ง!
การแจ้งเตือนปรากฏขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน
[เควสต์ใหม่เปิดใช้งาน!]
• ความยาก: ไม่มีข้อมูล
• รางวัล: ความผิดปกติแรงก์ < A > — วาทยกร
• เป้าหมาย: พิสูจน์ว่าวาทยกรคิดผิด
• ตำแหน่ง: ไม่มีข้อมูล
• หากล้มเหลว: คุณจะกลายเป็นสมาชิกหลักของโรงละคร
รายละเอียด: วาทยกรตกลงตามเงื่อนไขการเดิมพันของคุณ ในอีกสามเดือนข้างหน้า คุณทั้งสองจะได้พบกัน หากคุณไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าวาทยกรคิดผิด คุณจะถูกเปลี่ยนให้เป็นหนึ่งในผู้ชมถาวรภายในโรงละครของมัน หากคุณพิสูจน์ได้สำเร็จ วาทยกรจะยอมตกลงรับใช้คุณ
ระยะเวลา: 3 เดือน
[คุณต้องการรับเควสต์หรือไม่?]
▶[ใช่] ▷[ไม่]
ผมไม่ลังเลแม้แต่น้อย กด [ใช่] ในทันที
[รับเควสต์เรียบร้อย]
[ขอให้โชคดี!]
และด้วยเหตุนั้น การเดิมพันจึงเริ่มต้นขึ้น
อีกสามเดือนนับจากนี้ ผมต้องบรรเลงบทเพลงที่มันมองว่าควรค่าเพื่อพิสูจน์ว่า แม้ปราศจากความช่วยเหลือของมัน ผมก็สามารถบรรลุถึงความสมบูรณ์แบบได้
T/L: จะว่าไปแล้ว ระยะเวลาเควสต์ 3 เดือนก็น่าจะพอ ๆ กับระยะเวลาที่เราใช้แปลไปถึงบทของเควสต์นี้เลยนะคะเนี่ย 55555 (ใช่ค่ะ มันนานขนาดนั้นเลยแหละ = ภาคแรกมีทั้งหมด 467 ตอน และที่พวกเราอ่าน ๆ กันมา 88 ตอนคือ เซธเพิ่งมาอยู่ในโลกนี้ได้ประมาณอาทิตย์เดียวเอง…) แต่สัญญาว่าจะแปลให้ถึงบทของเควสต์นี้แน่นอนค่ะ เพราะมันเป็นหนึ่งในบทที่เราชอบที่สุดในภาคแรกเลย
แล้วก็ไหน ๆ มันจะถึงบทชายบิดเบี้ยวแล้ว ขอแจ้งไว้ก่อนเลยนะคะว่านิยายเรื่องนี้ *ไม่วาย* แต่ถ้าอยากชงอยากชิปคู่ไหนก็ตามสบายเลย พอดีผู้แต่งเขาชอบเขียนแนวมิตรภาพลูกผู้ชายน่ะค่ะ แต่มีนางเอกคนเดียวแน่นอน+ไม่ค่อยมีฉากโรแมนติกเท่าไหร่ เพราะเห็นสองเรื่องที่ผ่านมา (The Author’s POV กับ Advent of the Three Calamities) ก็เขียนออกมาทรงนี้หมดเลย เรื่องนี้ก็ไม่น่าพลิกโผเหมือนกันค่ะดูจากสภาพแล้ว