นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #98 : ปฏิบัติการสำรวจ [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #98 : ปฏิบัติการสำรวจ [2]
“เรามาถึงแล้ว ทุกคนลงจากรถบัสได้เลย”
การเดินทางใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ทางกิลด์จะยืนยันว่าไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ข่าวลือเรื่องความผิดปกติก็เริ่มแพร่กระจายออกไปแล้ว ผู้คนเริ่มพากันละทิ้งบ้านเรือนของตน
ผลลัพธ์คือ สภาพการจราจรติดขัดพอสมควร
“อุว้า…”
“ปวดหลังชะมัด นานกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย”
“หวังว่าจะได้พักสักหน่อยนะ ฉันรู้สึกเหมือนหลังจะหักเลย”
ในช่วงที่ลงจากรถบัส ผมก็ได้ยินเสียงบ่นของสมาชิกคนอื่น ๆ ขณะที่ตัวผมเดินออกมาจากรถบัสอย่างใจเย็นและกวาดสายตามองไปโดยรอบ
ถนนกว้างทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ขนาบข้างด้วยบ้านที่หน้าตาเหมือนกันเป็นแถวเรียงราย ทั้งหลังคาทรงสามเหลี่ยม ทางรถเข้าบ้าน และอาคารบ้านสองชั้น แต่ละหลังมีสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดี และมีผู้คนในชุดเครื่องแบบปรากฏอยู่ตรงประตูบ้านแต่ละหลัง
พวกเขาทุกคนถือสมุดบันทึกและสวมแว่นกันแดด
‘พวกคนที่มาจากองค์กรงั้นเหรอ?’
พวกเขาดูไม่เหมือนสมาชิกของกิลด์ นั่นจึงเป็นคำอธิบายเดียวที่ผมพอจะนึกออก
เมื่อมองกลับไป ผมก็เห็นรถบัสคันอื่น ๆ มาเยือน
สถานที่แห่งนี้เริ่มวุ่นวายมากยิ่งขึ้น
“ทีมสนับสนุนอยู่ไหน? ใครเป็นทีมสนับสนุน ให้มาทางนี้”
เสียงตะโกนจากชายคนก่อนหน้านี้ดังขึ้น เขาชูมือขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ ผมเกาหลังศีรษะก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา
พอสังเกตเห็นผม เขาก็ชะงัก
“มาจากทีมสนับสนุนเหรอ?”
“…ครับ”
“โอเค รอตรงนี้นะ”
เขามองไปรอบ ๆ และโบกมืออีกครั้ง
“ทีมสนับสนุนอยู่ไหน? ใครเป็นทีมสนับสนุน ให้มาทางนี้”
เขาตะโกนประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายนาทีก็มีสมาชิกอยู่ห้าคนมารวมตัวกัน ประกอบด้วยผู้หญิงสองคนและผู้ชายสามคน ผู้หญิงทั้งคู่มีทรงผมยาวประบ่า คนหนึ่งสีน้ำตาล อีกคนหนึ่งสีดำ ส่วนผู้ชายทุกคนตัดทรงผมสั้นสีดำ
ใบหน้าของพวกเขา… ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่ พวกเขาทุกคนดูเหมือนจะรู้จักกันอยู่แล้ว
ผมคงเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่คุ้ยเคยกับคนอื่น ๆ
“ในเมื่อมากันครบแล้วก็ตามผมมา ผมอยากให้พวกคุณเข้าไปตรวจสอบตัวทดลองก่อนที่เราจะปล่อยตัวพวกเขาน่ะ”
ตัวทดลอง?
ผมสับสน แต่ก็เดินตามไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง
เจ้าหน้าที่จากทางองค์กรที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าปรายตามองพวกเรา ก่อนจะยอมให้เข้าไปข้างใน
“ที่นี่ไม่เลวเลยแฮะ”
“…ดูดีกว่าห้องฉันอีก”
“ใช่ไหมล่ะ?”
ผมได้ยินบทสนทนาของพวกเขา จึงกวาดมองไปทั่ว อืม… มันก็ดีกว่าห้องพักผมจริง ๆ นั่นแหละ ถึงจะไม่มีอะไรหรูหรา แต่มันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่ทีวีจอใหญ่ไปจนถึงโซฟาและบรรดาดอกไม้
พอมองดูแล้ว ผมก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนเล็กน้อย
‘เมื่อไหร่ฉันจะมีบ้านแบบนี้บ้างนะ?’
หากว่ากันตามตรง ผมสามารถซื้อได้หลังหนึ่งเมื่อได้รับเงินจากยอดขายเกม แต่โชคร้ายที่ผมจำเป็นต้องใช้เงินซื้อไอเทมในร้านค้าและเศษผลึก
‘คิด ๆ ดูแล้ว ฉันยังไม่ได้เช็กร้านค้าลำดับชั้นที่สองเลยนี่หว่า’
ตอนนี้ผมเลื่อนเป็นลำดับชั้นที่สองแล้ว ผมจึงสามารถเข้าถึงมันได้
แต่ผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก
เพราะขณะนี้… สถานะทางการเงินของผมมันเข้าขั้นวิกฤตอยู่นิดหน่อย
“ค-คุณจะปล่อยผมไป… จริง ๆ ใช่ไหมถ้าผมทำเจ้านี่? คุณ… แน่ใจนะ? ไม่ได้โกหกใช่ไหม?”
ฝีเท้าเดินผ่านห้องนั่งเล่นและเข้าไปยังโซนห้องครัว ร่างของมนุษย์สองคนปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเรา คนหนึ่งเป็นชายสวมจัมพ์สูท[1]สีส้ม ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากองค์กร
พวกเขาทั้งสองมองในทิศทางเดียวกัน ราวกับรับรู้ได้ถึงตัวตนของพวกเรา
“มาถึงกันสักทีนะ”
เจ้าหน้าที่หันไปหาชายในจัมพ์สูทและกล่าวออกมา “คุณอยู่นี่แหละ ฉันจะออกไปสักสองสามนาที อย่าได้คิดจะหนีเด็ดขาด เพราะทันทีที่คุณก้าวออกไป ข้อตกลงจะถือเป็นอันยกเลิก”
จากนั้นเขาก็เดินไปสู่ห้องนั่งเล่นโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมาดู ส่วนพวกเราเดินตามต้อย ๆ อยู่ด้านหลัง
จนในท้ายที่สุดก็หยุดเดิน เขายื่นแฟ้มหนึ่งให้กับหัวหน้าทีม
“เขาชื่อ เจสัน ฟิงเลอร์ (Jason Fingler) อายุสี่สิบแปดปี และเขาก็คือคนที่ผมอยากให้พวกคุณตรวจสอบ ถึงหน้าตาจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่เขาเคยฆ่าผู้หญิงมาแล้วทั้งหมดเจ็ดศพ”
ฆ่าคนมาแล้วเจ็ดศพ?
ผมกะพริบตาปริบ ๆ และนึกย้อนกลับไปถึงรูปลักษณ์ของชายในจัมพ์สูทคนนั้น
เขาไม่ได้ดูมีเสน่ห์หรือหล่อเหลา รูปร่างของเขาผอมกะหร่อง หัวโล้นเป็นหย่อม ๆ ด้านหลังศีรษะ เส้นผมเริ่มหงอก และสวมแว่นตากรอบลวดกลม เขาดูไม่เหมือนคนที่มีเรี่ยวแรงพอจะฆ่าแมลงได้ด้วยซ้ำ
เขาเป็นคนสุดท้ายที่ผมจะคิดว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง
“ผมต้องการให้พวกคุณเช็กอาการผิดปกติต่าง ๆ ในตัวเขาทันที ถ้าการทดสอบสิ้นสุดลงและเขารอดชีวิตมาได้ ผมจะให้เขาทดสอบซ้ำอีกรอบเพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะทางองค์กรอยากให้ความผิดปกติตัวนี้ยังอยู่ในระดับเมลาส ไม่มีใครอยากเห็นมันเลื่อนเป็นระดับธรอลหรอก”
ผมอึ้งอยู่เล็กน้อยกับวิธีการพูดของเจ้าหน้าที่
มันราวกับว่าเขาไม่สนใจเลยสักนิดว่าชายคนนั้นจะอยู่หรือตาย
แต่ก็นั่นแหละ… ผู้ชายคนนั้นคือฆาตกรต่อเนื่อง
“ไม่ต้องห่วง เราจะเช็กเขาให้เดี๋ยวนี้เลย มีอะไรที่ต้องตรวจสอบอีกไหม?”
“มีอีกสองสามอย่าง แต่เอาไว้ทีหลังก็ได้”
“เข้าใจแล้ว”
หัวหน้าทีมหันมามองทางพวกเรา
“มัวรออะไรอยู่ล่ะ? ไปสิ… ไปเช็กตัวทดลองกันได้แล้ว”
“ค่ะ!”
“รับทราบครับ…”
หัวหน้าทีมไม่ได้ตามมาด้วย พวกเรากลับเข้าไปในห้องครัว ที่แห่งนั้นมีชายคนเดิมกำลังนั่งอยู่เงียบ ๆ บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
“พ-พวกคุณมาตรวจร่างกายผมเหรอครับ?”
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยขณะพูด เมื่อมองดูเขาแล้ว ผมก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่าเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องจริงหรือเปล่า
‘ดูแล้วไม่น่าจะตบแมลงวันได้ด้วยซ้ำมั้งเนี่ย’
“ใช่ค่ะ”
หญิงสาวผมสั้นสีน้ำตาลก้าวเท้าออกไปข้างหน้า เธอมีไฝอันเป็นเอกลักษณ์อยู่ใต้คาง คลี่รอยยิ้มส่งให้ชายคนนั้นอย่างใจดี
“ฉันชื่อ โรแซน (Rosanne) ค่ะ จะมาช่วยตรวจเรื่องสุขภาพให้ รบกวนอยู่นิ่ง ๆ นะคะ”
โรแซนเริ่มขยับไปด้านหลังชายคนนั้น พร้อมกับวางมือลงบนแผ่นหลังของเขา
“ทีนี้หายใจช้า ๆ ค่ะ พยายามคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้ปกตินะคะ”
“…โ-โอเคครับ”
ชายคนนั้นพยักหน้าเงียบ ๆ พลางหลับตาลงและโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงขณะฟังคำแนะนำของโรแซน
ในไม่ช้า ความเงียบงันอันแปลกประหลาดก็เติมเต็มบรรยากาศภายในห้อง โรแซนยังคงให้คำแนะนำต่อไป
ช่วงเวลาระหว่างนั้น คนอื่น ๆ ก็จดบันทึกพร้อมกับสังเกตสถานการณ์ไปด้วย
เอ่ออ…
ตัดกลับมาที่ผม ซึ่งตอนนี้กำลังเคว้งคว้าง
ทุกคนดูยุ่งกันมากเลย ผมควรจะทำอะไรดีล่ะ?
ถ้าเป็นแบบนี้ละก็—
ตึง!
“…!”
เสียงกระแทกดังสนั่นทำให้ผมหลุดจากภวังค์ ศีรษะตวัดขึ้นมองชายที่ดู ‘ไม่มีพิษมีภัย’ คนนั้น เขาหันขวับกลับหลังอย่างรวดเร็วและเอื้อมไปหาลำคอของโรแซน
“กูจะฆ่ามึง!!!!”
สภาพราวกับว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ดวงตาแดงก่ำของเขาเบิกกว้างด้วยจิตสังหาร สีหน้าหงิกงอดูชั่วร้าย กล้ามเนื้อทุกส่วนบนใบหน้าบิดเบี้ยวและกระตุก… เหมือนกับมีอะไรบางอย่างเข้าสิงเขาโดยสมบูรณ์ ฝ่ามือทั้งสองพุ่งพรวดเข้าหาโรแซน
“ช่วยด้วย!”
“เชี่ยแล้ว!”
“เร็วเข้า!”
คนอื่น ๆ รีบลงมือโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พวกเขาพุ่งตัวเข้าไปหาฆาตกรต่อเนื่อง จับตัวเขาจากทางด้านหลังและกดเขาลงกับพื้น
“อ๊ากกกก—! ฆ่า! ฆ่า!!!”
ฟองฟอดผุดขึ้นบริเวณมุมปาก น้ำลายกระเซ็นขณะที่ตัวเขาดิ้นพล่าน สายตาจับจ้องโรแซนด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรงจนรู้สึกเหมือนไม่ใช่มนุษย์ นิ้วมือแนบชิดกับพื้น ตะกุยตะกายเพื่อไปหาตัวเธออย่างเอาเป็นเอาตาย
“ตายซะ!!!”
โรแซนเซถอยหลัง ใบหน้าของเธอเสียขวัญ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังดูมีสติอยู่ บางที… นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นเหตุการณ์แบบนี้
ทว่าสำหรับผม…
ผมยืนทำตัวไม่ถูกกับภาพเบื้องหน้า
“เฮ้!”
จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา ผมถึงได้สติ พร้อมด้วยสมาชิกคนหนึ่งจากหน่วยสนับสนุนตะโกนมาทางผม
“เร็วเข้าสิ! เรียกหัวหน้าทีมมาด่วน!”
ตอนนั้นเองที่ผมเป็นฝ่ายลงมือ ลำตัวพุ่งออกจากห้องอย่างรีบร้อน
นี่…
‘ฉันคิดถูกแล้วใช่ไหมที่มาเนี่ย?’
เชิงอรรถ
[1] จัมพ์สูท (Jumpsuit) คือชุดที่เสื้อกับกางเกงเย็บติดเข้าด้วยกันเป็นเนื้อเดียว สามารถเป็นได้ทั้งชุดทางการและลำลองขึ้นอยู่กับสไตล์ของชุด