นางร้ายใครว่ารักไม่เป็น - บทที่ 1.1 น่าสนุกดี
บทที่ 1.1 น่าสนุกดี
เสียงร้องครางหวานของหญิงสาวบวกกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง
คลอไปทั่วทั้งห้องผนังสีแดงที่มีไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ร่างสูงโถมกาย
รัวเร็วและดิบเถื่อน มือกำลำคอขาวของคนใต้ร่างไว้แน่นก่อนจะเช็ด
หน้าครางเสียงทุมตำในลำคอ ไม่กีนาทีให้หลังทังสองร่างต่างก็กระดุก
เกร็งเสร็จสมพร้อม ๆกัน เมธา เมธาวิน ถอนหายใจหนัก ลุกออกจากเรือนร่างบางทีทน
แรงเขามาทั้งคืนอย่างไม่สนใจไยดี หญิงสาวรวบผ้าห่มขึ้นปกปิดเรือน
ร่าง ปรายสายตามองร่างกำยำที่ถอดเครืองป้องกันทึงลงถึงขยะพร้อม
เดินไปหยิบเสื้อคลุมสีเข้มขึ้นมาสวม เมื่อเห็นชายหนุมเดินไปยืนสูบ
บุหรี่ที่ริมระเบียงแล้วเธอจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีลงจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้า
ขึ้นมาสวมใส่แล้วรีบออกจากห้องไป
มาเฟียหนุ่มสูดควันบุหรี่เข้าเต็มปอดก่อนจะพ่นควันออกมาเป็น
กลุมควันสีเทาใหญ่ลอยคละคลุงไปในอากาศ นัยน์ตาดูคมหนักอึง บ่ง
บอกว่ากำลังมีเรื่องเครียดอยู่ในหัวมากมายที่ยังหาทางออกไม่ได้
“ผมให้ลูกน้องของเราไปส่งผู้หญิงคนนั้นแล้วครับ” เดชิตมือ
ขวาของมาเฟียหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาพูดขึ้นเมธาวินทำเพียงพยักหน้าเบา ๆ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจสักเท่า
ไหร่ เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่หญิงสาวคนหนึ่งที่เขาซื้อมาบำเรอกาย
ในยามเครียดก็เท่านั้น
“งั้นผมไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของนายแล้วครับ”
“เตี๋ยว” ตอนนี้เป็นเวลาตีห้ากว่า ๆ พระอาทิตย์ใกล้จะออกมา
ทักทายแล้วจู่ ๆ มันก็ทำให้เมธาวินนึกวิธีแก้ปัญหาออก
เดชิตชะงักแล้วหันกลับมาสบตาคนเป็นนายอีกครั้ง
“กูว่าวันนี้กูจะเข้าไปหาพ่อว่ะ สักแปดโมงมึงให้คนมาปลุกก็แล้ว
กัน” แม้ว่าไม่รู้ว่าจะหลับลงได้หรือเปล่า แต่ทว่าก็กันเอาไว้ก่อน
“ครับนาย” เดชิดค่อมศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องไป
ส่วนเมธาวินหลังจากที่สูบบุหรี่ม้วนสุดท้ายเขาก็เดินออกจาก
ห้องนี้เพื่อตรงกลับไปที่ห้องนอน และแน่นอนว่าสามชั่วโมงที่เหลือเขา
ไม่สามารถหลับได้เลย จึงทำให้ชายหนุมดีดตัวลุกขึ้นมาอาบนำเพื่อ
เตรียมตัวไปหาผู้เป็นพ่อก่อนเวลา
ในเวลาต่อมา ใบหน้าคมคายตวัดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่
ซึ่งเป็นที่ที่เขาอยู่มาตั้งแต่เด็กด้วยความรู้สึกหนักใจเล็กน้อย ก้าวเรียว
ขาแกร่งเข้าไปด้านในได้ไม่นานก็เจอคนเป็นแม่และพ่อที่กำลังจะเดิน
ไปที่โต๊ะทานข้าว
“อ้าวเมธา มาแต่เช้าเลย มา ๆ ไปกินข้าวเช้ากับแม่” แขนแกร่ง
ถูกณิชารินทร์ผู้เป็นแม่ลากไปที่โต๊ะทานข้าว
“เอ่อ … แม่ครับ”
“กินข้าวก่อน มีอะไรก็ค่อยพูดทีหลัง มีเวลาเยอะแยะ”
เมธาวินหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากราเมศซึ่งเป็นพ่อ
แต่ก็ได้รับเพียงแค่ใบหน้าที่แสยะยิ้มส่ายหัวก่อนเบือนหน้าหนีไม่สบดา
แล้วเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะก่อนใครเขา
เพราะแบบนี้จึงทำให้ชายหนุมต้องนังทานอาหารตามความต้อง
การของคุณหญิงแม่จนหมดจาน
หลังจากทานข้าวเสร็จเมธาวินก็รีบดึงตัวพ่อเข้ามาในห้องทำงาน
ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เพราะในหัวเขาคิดเรืองนี้มาหลายวันแล้ว จะ
คิดแก้ปัญหายังไงก็มีแต่ทางเสียงทังนันเลย ๓
“มีอะไรล่ะถึงได้มาแต่เช้า” คนเป็นพ่อพูดน้ำเสียงเรียบเย็นอีก
ทั้งยังทำหน้าเบื่อหน่ายลูกชายคนนี้สุด ๆ ๕ข
เรื่องทัศภูมิ”
“ทัศภูมิ?”
“ใช่ครับ ครั้งนี้มันแรงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับพ่อ รอบขนส่งทางเรือ
มันก็คิดเราแพงขึนกว่ารอบทีแล้วอีก ทำอะไรไม่ได้ก็เลยต้องยอมไป
ก่อนเพราะของมันต้องส่ง แต่กลัวว่าครั้งหน้ามันจะเพิ่มขึ้นอีก แบบนี้
แย่แน่พ่อ เราส่งอาวุธแต่ละรอบไม่ใช่น้อย ๆ นะ แทนที่จะลดราคากลับ
เป็นเพิ่มราคาซะงั้น มันเห็นว่าคอนเนกซันตัวเองดีแล้วจะทำอะไรก็ได้
เหรอ หรือจริง ๆ แล้วมันกำลังตั้งตนเป็นศัตรูกับเรากันแน่”
ครอบครัวของเมธาวินทำธุรกิจหลายอย่างแต่ธุรกิจหลัก ๆ คือ
การค้าอาวุธที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนทัศภูมินั้นก็คือประธาน
บริษัทโลจิสติกส์ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่รุนปู ทว่าตอนนี้พันธมิตร
เหมือนจะกลายเป็นศัตรู
“ถ้าเราคิดจะเปลี่ยนหรือสร้างอะไรตอนนี้มันก็ไม่ดีเท่าของมัน
แน่ครับ มันกำลังบีบให้เราต้องเป็นศัตรูกัน ผมไม่ยอมหรอกนะครับ”
ราเมศผู้เป็นประธานใหญ่ของบริษัทนั่งนิ่ง นัยน์ตาฉายแววครุน
คิดอยู่สักพักก่อนจะห้นไปสบตากับลูกชายที่อยู่ ๆ ก็ถอนหายใจหนัก
แล้วหันมาเหมือนคิดอะไรออก
“คิดอะไรออก?” เขาถามลูกชายกลับไป
“แต่งงานไงครับ มันมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง” นั่นเป็นสิ่งเดียวที่
เมธาวินคิดออกในตอนนี้ เพราะหากจะเป็นศัตรูกันอย่างน้อยการแต่ง
งานก็ทำให้ข้ามเส้นพวกนั้นไม่ได้ 43
“ไม่ ตระกูลเราไม่เคยแก้ปัญหาด้วยการทำแบบนั้น มันมีทาง
อื่นที่ดีกว่านี้” ราเมศส่ายหน้าแล้วพูดอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของ
ลูกชายในครั้งนี้ การแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักไม่ใช่เรื่องดี
“ผมแต่งได้ ผมทำได้ ก็แค่แต่งงาน ผมไม่ได้เชื่อมั่นในความรัก
อะไรพวกนั้นอยู่แล้ว ผมเต็มใจเอง” เมธาวินตอบกลับอย่างไม่ยอม เขา
ไม่ได้เป็นคนที่คิดว่าจะต้องแต่งงานเพราะความรักอะไรนัน เพราะใน
หัวมีเพียงแค่งานและผลประโยชน์
“การแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจะทำให้แกดกนรกทั้งเป็นแน่ ๆ
ไม่รู้หรือไงว่านิสัยของมินทิราเป็นยังไง ตั้งแต่แม่ตายก็กลายเป็นเด็ก
แข็งกระด้างเพราะพ่อตามใจ ไม่ไหวแน่ ๆไม่ควรเสียง”
มินทิราลูกสาวคนเดียวของทัศภูมิตอนเด็กราเมศก็เคยเห็นหน้า
อยู่หลายครั้ง เป็นคนยิ้มง่าย หัวเราะและมารยาทตี แต่หลังจากทีแม่
ของเธอหัวใจวายตายเขาก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้า แต่ได้ยินพฤติกรรมมา
เป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจไม่เห็นหัวใครมาให้ได้ยินอยูบ่อย ๆ
“ไม่เป็นไรครับผมจะแต่ง เรื่องพวกนั้นผมเคยเห็นมากับตา
แล้ว ก็แต่ผู้หญิงคนเดียวทำไมผมจะปราบไม่ได้ คุณพ่อติดต่อไป
หาทัศภูมิเลยครับ บอกว่าผมขอไปดินเนอร์กับมินทิราหน่อย” ใบหน้า
หล่อแสยะยิ้มร้าย เรื่องพวกนั้นเขาก็เคยเห็นมาอยู่บ้างสมัยทีเรียน
มัธยมปลายโรงเรียนเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นแรงจริง ๆ แต่มันก็เป็น
อะไรที่น่าตื่นเต้นดี
นางเอกฉัน ตัวยังไม่มาแต่วีรกรรมมาแล้ว55555 อยากจะบอก
ไว้ก่อนว่าเรื่องนี้พระเอกนางเอกตัวแรงทั้งคู่เด้อ ปราบกันเอง
แยกกันแล้วเป็นภัยสังคมสุด ๆ 555555 @