นางร้ายใครว่ารักไม่เป็น - บทที่ 3 เข้าหอต้องทำอะไร
บทที่ 3 เข้าหอต้องทำอะไร
แสงไฟสว่างในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หลังใหญ่ส่งกระทบ ลงบนร่างสง่างามที่กําลังนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าที่เริ่มฉาย ความหงุดหงิดขึ้นมาเล็ก ๆ หลุบสายตาลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูก็ พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน นั่นหมายความว่าเธอนั้นเสียเวลา เปล่านั่งอยู่ตรงนี้มาเป็นเวลาสามชั่วโมงแล้ว
เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทําให้มินทิรารู้ว่าทัศภูมิผู้เป็น พ่อนั้นกลับมาแล้ว หันหน้าพร้อมตวัดสายตาเรียบนิ่งไปมองมันก็ยิ่ง ทําให้หญิงสาวหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าคนเป็นพ่อนั้นไม่ได้กลับมาคนเดียว
แต่ควงอีหนูกลับมาด้วย
“อ้าวมิน จะมาทําไมไม่บอกก่อน” ทัศภูมิสลัดผู้หญิงคนนั้น ออกพร้อมปัดมือไล่ให้ขึ้นไปข้างบนก่อนจะหันมาคลี่ยิ้มให้ลูกสาว
คะ”
“บ้านมิน มินจะมาต้องบอกต้องขออนุญาตใครก่อนด้วยเหรอ
สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ผุดลุกขึ้นปรายสายตามองผู้หญิงคน นั้นที่ยืนอึ้งเหมือนไม่รู้ตัวว่าควรทําอะไร
“ไปให้พ้น ๆ หน้าฉันสักที” ดวงตาคมเฉี่ยวจ้องมองผู้หญิงอีก คน พูดด้วยน้ําเสียงที่เรียบเย็นแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ ผู้หญิง คนนี้เธอไม่คุ้นตา คงยังไม่รู้ว่าควรปฏิบัติยังไงเมื่อเห็นเธอ
เธอไม่ชอบผู้หญิงพวกนี้ แต่พ่อเธอชอบ มินทิราจึงทําได้แค่ เพียงปล่อยไปแม้จะขยะแขยงก็ตาม
มินทิราเป็นลูกสาวคนเดียวของทัศภูมิ ก่อนหน้านี้เธอเคยมีแม่ แต่หัวใจวายตายไปตั้งแต่หญิงสาวอายุแปดขวบ ใคร ๆ ก็พูดว่าเมื่อ ก่อนเธอเป็นเด็กอารมณ์ดียิ้มง่าย แต่การที่เธอเห็นแม่หัวใจวายตาย
แล้วทรุดลงตรงหน้ามันทําให้เธอช็อกจนสลบไปหลายอาทิตย์ และเมื่อ ฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นคนละคน มีนิสัยที่เปลี่ยนไป จําไม่ได้ว่าตัวเอง เป็นคนยังไง เย็นชา นิ่งเงียบ ราวกับว่ามีเพียงร่างแต่ไร้วิญญาณ คุณ
หมอที่รักษาบอกกับเธอว่ามันเป็นกลไกของร่างกายที่กําลังปกป้องเธอ
จากความเจ็บปวด แต่ทว่ามันดันพรากไปไม่เว้นแม้กระทั่งความทรง จําที่เคยมีกับแม่น่ะสิ เห็นเพียงรูปรู้ว่าแม่หน้าตาเป็นยังไง แต่ไม่มี ความรู้สึกผูกพันหรือว่าคิดถึงเลยสักนิด
พอเป็นลูกสาวคนเดียวบวกกับไม่มีคนคอยอบรม พ่อก็เลี้ยง เด็กไม่เป็นเธอจึงเติบโตมาโดยการถูกตามใจจนเคยตัว เธอรู้ว่าที่เธอ เป็นมันแย่ แต่ทําไงได้เธอเองก็ชินกับนิสัยแย่ ๆ ของตัวเองจนเปลี่ยน ไม่ได้แล้วล่ะสิ
“มินจะกลับมานอนบ้านเหรอลูก แล้ววันนี้ไม่ได้ไปทานข้าวกับ เมธาเหรอ” ทัศภูมิถามเสียงทุ้มต่ําราวกับพ่อที่อบอุ่น
“ไปมาแล้วค่ะ แต่ที่มาวันนี้ก็แค่อยากจะมาบอกว่ามันจะแต่ง งานกับเขาค่ะ”
ทัศภูมิขมวดคิ้วแน่น รีบเดินไปใกล้ลูกสาวอย่างไม่เข้าใจ เขา คิดว่ามินทิราจะปฏิเสธเมธาวินเหมือนอย่างทุกครั้งที่มีใครมาจีบ ทว่า
เธอกลับบอกปุ๊บปั๊บว่าจะแต่งเลยเนี่ยนะ นี่มันบ้าอะไรแล้วยิ่งเป็น
เมธาวินด้วยแล้ว เขาไม่ชอบใจเลยสักนิด
“อะไรกันมิน พึ่งไปทานข้าวด้วยกันแค่ครั้งเดียวเอง จะแต่ง งานกันอย่างน้อยก็ควรจะศึกษาดูใจกันไปสักพักก่อน แบบนี้พ่อว่ามัน
เร็วไป”
เอาแต่ใจ
มินทิราตวัดสายตาแข็งกร้าวมองคนเป็นพ่อ เลิกคิ้วถามอย่าง
“มินจะแต่งค่ะ คุณพ่อจะห้ามเหรอคะ ถ้าห้ามจะให้ไปเจอกับ เขาทําไมตั้งแต่แรก?” เธอกัดฟันแน่น เค้นถามอย่างไม่ยอม
ทัศภูมิชะงัก ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ อย่างจําใจ “อืม แต่งก็แต่งสี อย่างน้อยก็คงมีผลประโยชน์ร่วมกัน” มินทิราหันหน้าหนี หันไปคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดิน
สะบัดก้นออกจากคฤหาสน์ไปในทันทีที่ได้บอกคนเป็นพ่อว่าจะแต่ง
งาน
3 อาทิตย์ต่อมา….
แม้งานแต่งจะถูกจัดขึ้นแบบสายฟ้าแลบ ทว่าเมื่อเป็นงานแต่ง ของเมธาวินและมินทิราแล้วยังไงมันก็ยังคงออกมายิ่งใหญ่สมฐานะ ของตระกูลมหาอํานาจสองตระกูลที่ปรองดองกัน
ผู้คนนับพันหลั่งไหลกันเข้ามาในห้องโถงกว้างของโรงแรมใจ
กลางเมือง คู่บ่าวสาวต่างอยู่ในชุดแต่งงานที่ถูกตัดเย็บมาสําหรับพวก เขาโดยเฉพาะ ใบหน้าสวยยกยิ้มให้กับนักข่าวที่มาทําข่าว งานสําคัญ แบบนี้เธอต้องสวยที่สุด ต้องไม่มีใครเทียบได้ และแน่นอนเจ้าบ่าวเธอ ก็เช่นกัน
การแต่งงานดําเนินผ่านไปอย่างราบรื่น คู่บ่าวสาวกล่าวคําอวย พรที่มาจากสคริปต์และการท่องจําล้วน ๆ เพราะถ้าจะให้พวกเขาพูด ถึงความทรงจําที่เจอหน้ากัน ทุกคนคงไม่เชื่อแน่ว่าพวกเขาจะมีที่จะ วันแต่งงานกันได้
“”
“จูบเลย ๆ ทันทีที่สวมแหวนเพชรเม็ดงามเสร็จเสียงตะโกน ก็เริ่มดังขึ้น
ดวงตาคู่คมจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยอยู่สักพักก่อนจะประคอง ดวงหน้าขาวขึ้นมาประกบจูบท่ามกลางเสียงตะโกนและแฟลชที่สาด มา ชายหนุ่มนึกพิเรนทร์แทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากนุ่มแล้ว
ตวัดแลกลิ้นกันอย่างหนักหน่วง
มินทราเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะจูบตอบแล้วจบด้วยการที่ กัดริมฝีปากของว่าที่สามีแล้วผละออกมายกยิ้มให้ทุกคน
เมธาวินแสยะยิ้ม ใช้ปลายนิ้วเช็ดริมฝีปากที่ให้ความรู้สึก แสบ ๆ ร้อน ๆ การจูบของเขาและเธอในครั้งแรกช่างน่าประทับใจ เหลือเกิน ผู้หญิงคนนี้มีอะไรให้เขาเล่นอีกเยอะเลย
ร่างบางทิ้งตัวนอนบนเตียงทันทีที่ถึงห้องหอ กรอกสายตามอง เพดานอยู่สักพักก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นนั่งไขว่ห้างที่ข้าง ๆ เตียง จ้อง มองร่างสูงที่กําลังถอดชุดแต่งงานออกด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด เห็นแบบ
นี้แล้วก็อยากยั่วโมโหเขานะ
“คู่แต่งงานปกติเขาทําอะไรกันในห้องหอเหรอคะ” เมธาวินหัน
มามองคนที่กําลังเอียงคอถาม มุมปากแต้มรอยยิ้มจาง
ๆ
“เรามีเซ็กซ์กันดีไหม อยากรู้จังว่าเป็นยังไง ไม่เคยเลย” เธอ พูดด้วยใบหน้าที่ยังคงปกติ ไม่มีท่าทีว่าจะเขินอายเลยสักนิด
“ไม่ว่างหรอก จะไปข้างนอก กลับมาคงเช้า” จู่ ๆ ก็มีงานเข้า มาให้ต้องไปเคลียร์ด่วน เพราะถ้าไม่มีใจจริงก็อยากจะขย้ําคนปากดี ให้จมเตียงจริง ๆ
“หึ แต่งงานคืนแรกเจ้าบ่าวก็ออกจากหอซะแล้ว อย่าให้รู้นะว่า ไม่ทันไรก็อดใจไม่ไหวออกไปเอาผู้หญิงคนอื่น ถึงเราจะไม่ได้แต่งงาน
เพราะความรัก แต่พี่ก็ห้ามทําตัวเป็นหมาติดสัดไปเอากับผู้หญิงอื่นก็ แล้วกัน เพราะถ้ามันรู้ละก็ไม่ว่าพี่หรือว่ามันมันก็ไม่เอาไว้แน่”
ใบหน้าหล่อกระตุกยิ้ม ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วทัด เส้นผมไว้ที่หลังใบหูอ่อน โน้มลงไปกระซิบลงที่ข้าง ๆ หู
“ไว้มีโอกาสจะลองท้าทายดูก็แล้วกัน แต่วันนี้คงไม่ได้เห็น
เพราะว่าไม่ว่างจริงๆ” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
จุ๊บ
ริมฝีปากพรมจูบลงบนหน้าผากมนจนได้ยินเสียงแผ่วเบา “ส่วนเซ็กซ์น่ะมีแน่ ถ้าไม่ให้เอาคนอื่น ก็เตรียมตัวไว้ให้ดีก็ แล้วกัน รับรองว่ายิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ซะอีก”
ฝ่ามือลูบกลุ่มผมนุ่มราวกับว่าเอ็นดู แต่แววตากลับเต็มไปด้วย ความชอบใจที่ได้กวนประสาทมินทิรา
“ไปก่อนนะครับ เมียสุดที่รัก”
มินทิรานั่งกอดอก หรี่สายตามองแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ ลับ สายตาไปอย่างครุ่นคิด อยู่กับเมธาวินนี่ก็สนุกดีเหมือนกันนะ เขา อยากเอาชนะเธอ และเธอเองก็อยากเอาชนะผู้ชายอย่างเขา