นางร้ายใครว่ารักไม่เป็น - บทที่ 7 ต้องรับผิดชอบ
หลายวันต่อมา….
โดย : จัสเมอร์
แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบลงบนสนามหญ้าสีเขียวขจี
เมธาวิน รองประธานบริษัทแบล็กทาลอนยืนจ้องมอง ลูกกอล์ฟด้วยสาย
ตาเย็นชา
ในขณะที่ทัศภูมิพ่อตาผู้กุมบังเหียนอาณาจักรโลจิสติกส์อันดับ
ต้น ๆ ของประเทศยืนถือไม้กอล์ฟรอด้วยรอยยิ้มพอใจเมื่อผลเป็นไป ตามต้องการ
“ร้อยยี่สิบล้านที่คุณพ่อเรียกมาสําหรับส่งอาวุธล็อตล่าสุดเนี่ย ผม
ให้ได้นะครับ แต่คิดว่ามันมากเกินไป ลดให้กันสักหน่อยดีไหมครับ” เมธาวินว่าพลางถอดถุงมือและส่งไม้กอล์ฟให้ลูกน้องนําไปเก็บ
สบตากับทัศภูมิแล้วกระตุกยิ้มเล็ก ๆ ที่เขามาตีกอล์ฟในวันนี้ไม่ ได้คิดมาสานสัมพันธ์พ่อตาลูกเขยอะไรไร้สาระแบบนั้นหรอก แต่ที่มาก็
เพราะเรื่องธุรกิจต่างหาก
“อาวุธล็อตนี้มูลค่าเจ็ดพันล้าน แต่แกกลับมาขอลดค่าขน ส่งเนี่ยนะ?” ทัศภูมิหัวเราะในลําคอเบา ๆ
คนหนุ่มกว่าขบกรามแน่น ตวัดสายตาจ้องใบหน้าของทัศภูมิพลัน ค่อย ๆ แย้มยิ้มตอบกลับอย่างเยือกเย็น
“มันคือธุรกิจครับ ผมบริหารบริษัทแสนล้านได้ก็เพราะผมตัดราย จ่าย ไม่จําเป็นทิ้ง และร้อยยี่สิบล้านที่คุณพ่อเรียกมา มันสูงกว่าราคา กลางยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์”
“สําหรับสินค้าของแกน่ะ มันใช้ราคากลางได้ที่ไหนกันล่ะ” คนแก่ กว่าโต้กลับ ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนสีไม่ดูอารมณ์ดีเหมือนอย่างก่อนเริ่ม เข้าบทสนทนาที่เกี่ยวกับธุรกิจ
“นี่คืออาวุธนะ ของอันตรายทั้งนั้น แถมยังต้องวิ่งผ่านน่านน้ําที่มี
ความขัดแย้ง เรือลําไหนจะกล้ารับถ้าไม่ใช่เรือของฉัน? หรือแกจะยอม
เสี่ยงให้หุ้นบริษัทแสนล้านของแกร่วงระนาวเพียงเพราะเรือขนส่งถูก
ศุลกากรต่างชาติกักของ ถ้าอยากได้แบบนั้นก็เปลี่ยนไปใช้บริษัท กระจอก ๆ เถอะ”
เมธาวินกระตุกยิ้มข่มใจเอาไว้แล้วเริ่มพูดต่อ “ลืมไปแล้วเหรอครับว่าของของผมถูกกฎหมายทุกชิ้น คุณพ่อ พูดอย่างกับว่าผมเป็นพวกมาเฟียสถุนลักลอบค้าอาวุธเถื่อนไปได้”
“ร้อยล้านคือตัวเลขสุดท้าย ถ้าคุณพ่อตกลงผมจะเซ็นสัญญาเช่า โกดังเก็บอาวุธของพ่อในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่ออีกสามปี ลองคิดดูดี นะครับเพราะว่ามูลค่าสัญญาตรงนั้นมันมากกว่าส่วนต่างยี่สิบล้านที่คุณ
พ่อเสนอมาหลายเท่า และอีกอย่างเราเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะครับ ถือซะว่าทําธุรกิจครอบครัว”
“หึ ปากเก่งและคิดแผนได้ดีเหมือนเดิมเลยนะ” คนแก่กว่าเค้น เสียงหัวเราะแห้ง ๆ เพราะข้อเสนอที่ว่ามันดีกว่าจริง ๆ
“ครับ ครั้งนี้ผมมีแผนที่คิดเพิ่มไว้อีกเยอะเลย หนึ่งในแผนมีลูก สาวคุณพ่อด้วยนะครับ ช่วงนี้เธอชอบปั่นประสาทผมอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้ เหมือนกันว่าจะทนไม่ไหววันไหน คุณพ่อยอมให้มินแต่งงานกับผมง่าย
เกินไป ตามใจโดยไม่นึกถึงผลที่ตามมาเลยนะครับ”
ชายต่างอายุสองคนต่างใช้สายตาและคําพูดเหน็บแนมฟาดฟันกัน
ไปมา เพราะถึงแม้จะมีสถานะเป็นพ่อตาและลูกเขย แต่ทว่ามันก็ไม่ได้ ทําให้ความสัมพันธ์พวกเขาดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“หนึ่งร้อยห้าล้านบาท ลดให้ได้เท่านี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องโกดังอะไร พวกนั้นหรอก แต่เห็นแก่ดินที่ได้คนอย่างแกเป็นสามี” สามีที่ว่าคือฉลาด เป็นกรด ทัศภูมิไม่อยากชมตรง ๆ ให้เป็นคําสาปติดปาก
“หนึ่งร้อยห้าล้านบาท ตกลงครับ ขอบคุณที่คุณพ่อยังเห็นแก่ ครอบครัวมากกว่าตัวเลขในบัญชี แต่ในเมื่อคุณพ่อบอกว่าไม่ได้เป็น เพราะเรื่องโกดังงั้นผมขอลดเป็นสองปีนะครับ เดี๋ยวผมจะให้เลขาส่ง
เอกสารไปให้ งั้นหมดธุระแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”
เมธาวินขยับยิ้มกวนประสาท ค่อมศีรษะเล็กน้อยแล้วหมุนตัว
เดินออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความชอบใจที่กวน
ประสาทและดีลราคาค่าส่งได้ตามที่ต้องการ
ทัศภูมิมองแผ่นหลังกว้างของลูกเขยที่เดินจากไปแล้วทํามือแน่น
อย่างทําอะไรไม่ได้ ก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า เขาตามใจมินทิราเกินไป มา ตอนนี้จึงทําให้เมธาวินมีข้อต่อรองอื่น ๆ เพิ่มขึ้น
@คลับแบล็กทาลอน
มาเฟียหนุ่มนั่งดื่มเหล้าในห้องวีไอพีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วย
ความตึงเครียด แม้เมื่อบ่ายจะฉีกยิ้มอารมณ์ดี แต่พอตกเย็นก็เริ่มมีเรื่อง ให้คิดมากมาย จริง ๆ ทัศภูมิก็ยังแข็งข้ออยู่ แล้วไหนจะมินทิราที่เขาทํา ตัวบ้าไปคว้ามาเป็นเมียอีก มาตอนนี้แล้วก็พึ่งคิดได้ว่าการเก็บศัตรูไว้ ข้างกายมันก็ไม่ได้ง่าย แล้วยิ่งเป็นมินทิราด้วยแล้ว ไม่รู้ว่าในหัวเล็ก ๆ นั้นกําลังคิดอะไรแผลง ๆ อยู่บ้าง
แม้มินทราจะดูเป็นคนตรง ๆ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกสาวของทัศภูมิ คงไว้ใจง่าย ๆ ไม่ได้
“เต ถึงว่านายหญิงมึงเป็นคนยังไงวะ” มาเฟียหนุ่มหันไปถามลูก น้องคนสนิทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันพลางยกแก้วขึ้นกระดูกดื่ม
“ไม่รู้สิครับ ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยสักเท่าไหร่ แต่จากที่ได้ฟังจากไอ้ นนท์ก็คือเป็นคนตรง ๆ คิดอะไรก็พูดออกมาเลย แล้วก็คิดอยากทําอะไร ก็ทําเลย ใครห้ามก็ไม่ฟัง จะว่าไป… ก็คล้าย ๆ กับนายเหมือนกันนะ ครับ” จากการที่คลุกคลีกับเมธาวินมานานเตชิตคิดได้ว่างั้น ได้ยินแบบนั้นมาเฟียหนุ่มแทบอยากจะปาแก้วใส่หัวเตชิต ทว่า สุดท้ายก็ยังมือเอาไว้ เหมือนเหรอ เขาเนี่ยนะมีนิสัยเหมือนมินทิรา ไม่มี ทาง เขาไม่ได้เป็นคนเอาแต่ใจขนาดนั้น หรือเปล่านะ?
อีกด้านของมินทิรา รู้ตัวอีกทีก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว ๆ เธอ จึงหยัดกายลุกขึ้นหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ทว่าระหว่างที่กําลังเดินไปที่
รถที่จอดรออยู่ พลันสายตาดันเหลือบเป็นเห็นเลขาสาวที่กําลังกลับ
ดู
เหมือนกัน
“เย็นนี้กินอะไรดี”
“พี่จะทําให้กินเหรอคะ?”
“อยู่แล้วสิ แฟนพี่อยากกินอะไรก็ต้องได้กิน” “อะไรที่พี่ทําให้กินเจนก็กินหมดแหละค่ะ เพราะแฟนสุดที่รักท่า ห้ก็เลยมั่นใจว่าอร่อยแน่ ๆ
“
“ปากหวานนะเรา” ชายคนนั้นปิดจมูกของร่างเล็กไปมาอย่างเอ็น
มินทิรา อบฟังจนบทสนทนาจนจบ ระบายลมหายใจออกมา
เบา ๆ ก่อนจะเดินตรงไปที่รถ คนรักกันเขาคุยกันแบบนี้เองเหรอ ให้ ความรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะน่าตื่นเต้นดีนะ เธอไม่รู้ว่าความรัก แบบนั้นเป็นยังไง เพราะความทรงจําของพ่อแม่ตอนที่รักกันถูกเลื่อน หายไปพร้อม ๆ กับแม่ที่ตาย เธออาจจะรักไม่เป็นก็เลยอยากลอง แต่ถ้า วันหนึ่งเมธาวินเป็นแบบนั้นเธอคงขนลุกตายแน่ ๆ
ๆ
ราว ๆ สามสิบนาทีมินทิราก็กลับมาถึงบ้าน หญิงสาวพบว่า เมธาวินก็ยังคงไม่กลับมาเหมือนกัน เธอเลือกที่จะไม่สนใจ วันนี้เธอ เหนื่อยไม่มีอารมณ์ไปต่อปากต่อคําหรือกวนประสาทใครในตอนนี้ เพราะ
ฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องดีที่เขาไม่อยู่
มินทิราอาบน้ําในทันทีที่ถึงห้อง เมื่ออาบเสร็จแล้วเธอที่รู้สึกว่า สมองมันหนักอึ้งจึงตัดสินใจลงมานั่งดื่มไวน์เงียบ ๆ คนเดียวที่หน้าทีวี
เพื่อผ่อนคลาย
21.45 น.
มาเฟียหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่โดนฤทธิ์แอลกอฮอล์
เล่นงานนิด ๆ แต่ยังคงมีสติดี ก้าวขาเดินมาจนถึงกลางห้องโถง หางตา เห็นไฟห้องนั่งเล่นยังคงเปิดอยู่จึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก่อนจะเห็นภรรยา ที่อยู่ในชุดนอนกําลังนั่งดื่มไวน์พร้อมถอนหายใจเบา ๆ
เมธาวินกลืนน้ําลายอึกใหญ่ หัวใจแกร่งเต้นถี่รัว ต้นถี่รัว จู ๆ ความต้อง การก็ปะทุขึ้นมา อาจเป็นเพราะเหล้าที่ทําให้เขามีมันมากกว่าปกติ ไม่รอ ช้ามาเฟียหนุ่มเดินตรงดิ่งเข้าไปคว้าข้อมือของภรรยาอย่างไม่หักห้ามใจ
ผละร่างเล็กนอนราบลงบนเบาะโซฟานุ่ม ขึ้นคร่อมร่างบางแล้ว ก้มลงจูบแลกลิ้นร้อนอย่างเอาแต่ใจ คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้มินทิราหนี แน่ ๆ และเขาจะทําจนกว่าจะพอใจ ให้สมกับที่เธอห้ามไว้ไม่ให้เขาไป
ระบายที่อื่น
“เป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”
เมื่อถอนจูบออกนั่นเป็นประโยคแรกที่ออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม
นัยน์ตาทั้งสองดวงมองประสานกัน ร่างทั้งสองร่างหอบหายใจเพื่อตัก
ดวงอากาศหลังจากที่แลกกันไปเมื่อกี้
“ถึงเวลาที่เราต้องเข้าหอจริง ๆ แล้วว่าไหม มินต้องรับผิดชอบ
เพราะเธอทําให้พี่ต้องปวดประสาทอยู่แบบนี้”
หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัว แม้เธอจะเป็นคนใจกล้าปากเก่ง แต่พอคิด ว่าจะได้ลองท่าเรื่องพวกนั้นขึ้นมาจริง ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ทว่า มินทิราก็คือมินทิรา ใบหน้าสวยกระตุกยิ้ม ตวัดเรียวแขนขึ้นคล้องคอ แกร่งพร้อมส่งสายตายั่วยวน “เอาสิ อยากรู้เหมือนกันว่าเซ็กซ์ของพี่มันจะสักแค่กันเชียว”
เมธาวินแสยะยิ้มให้กับความกล้าดีของคนตัวน้อย เรียวแขนตวัด ร่างเล็กขึ้นมาอุ้มโดยที่ยังคงหันสบตากันอยู่ตลอด บีบก้นงอนอย่างมัน
เขยว
“มันต้องเป็นครั้งแรกของเราสองคนที่ลืมไม่ลงแน่ ๆ เลย” เขา กระซิบเสียงกระเส่าข้าง ๆ ใบหูเล็กก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนไปในทันที