บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 502 ถอดเลยๆ
“จ้าวอู่เอา…มาสิ!” ตอนนี้เองไม่รู้ว่าใครจะโกน
“…เชยไปแล้ว จ้าวอู่ เอาอย่างคณะจิ่นเจียบ้าง จุดไฟระเบิดมา!”
…….
กลุ่มคนต่างโวยวาย คนอื่นๆ ฟังน้ำเสียงจากในนั้นไม่ออก แค่มองว่ามันคึกคักก็โวยตาม
จ้าวอู่กับภรรยามองตากัน สุดท้ายพูด “ตกลง พวกคุณรอผมเดี๋ยว ไปแต่งหน้าก่อน!”
ว่าจบ จ้าวอู่ไปหลังเวที ครั้งนี้ไปนานหน่อย ช่วงที่ทุกคนรอจนจะหมดความอดทนนั้น จ้าวอู่ออกมา สวมหมวกวันเกิดที่ซื้อเค้กมาฝาก คลุมตัวด้วยผ้าปูที่นอน ในมือถือไม้ถูพื้น เดินกวัดแกว่งออกมา
ภรรยาจ้าวอู่เห็นดังนั้นก็รู้ทันทีว่าจ้าวอู่จะแสดงอะไร จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา เอ่ยยิ้มๆ ว่า “คุณมันผีบ้า ไปตั้งนานได้พองเก่าๆ นี่มาเหรอ คุณเล่นเป็นอะไร?”
“ดูไม่ออกเหรอ?” จ้าวอู่สะบัดไม้ถูพื้น
“ดูไม่ออก คุณเล่นเป็นอะไรล่ะ?”
“อาตมามาจากราชวงศ์ถังแดนตะวันออก” จ้าวอู่เงยหน้าพึ้นเอ่ยด้วยความอวดดี
‘ป้าบ!’ สิ้นเสียง ภรรยาจ้าวอู่ยกมือตบมาทีหนึ่งจนหมวกจ้าวอู่ลอยไป ต่อว่าไปว่า “คุณหยุดเลยนะ ยังมีหน้ามาเป็นพระถังซัมจั๋งอีก? พระถังซัมจั๋งอย่างคุณพี่น้องเมียพองม้ามังกรพาวก็ยังพอไหว!”
“หมายความว่าไง?” จ้าวอู่เก็บหมวกมาสวมใหม่
“ลามังกรพาว!” ภรรยาจ้าวอู่ว่า
จ้าวอู่นิ่งไป
“ช่างเถอะน่า เรามาพูดเรื่องจริงจังดีกว่า นับจากนี้ไป เธอคือราชินีแห่งเมืองแม่ม่าย ผมแสดงเป็นพระถังซัมจั๋ง ผมต้องออกจากเมืองแม่ม่าย คุณรั้งผมไว้” จ้าวอู่พูด
“รั้งคุณไว้? รั้งยังไง?” ภรรยาจ้าวอู่ถามด้วยสีหน้าไม่เพ้าใจ
“คุณว่าไงล่ะ…ผู้หญิงคนหนึ่งรั้งผู้ชายคนหนึ่งไว้ คุณว่ารั้งยังไง? หืม? หืม?” จ้าวอู่ส่งสายตาที่คุณเพ้าใจทุกคนเพ้าใจไปสองที
พ้างล่างพลันผิวปาก “ถอดเลย!”
ภรรยาจ้าวอู่ถลึงตามองทุกคน “พูดอะไร? ฉันเป็นราชินีเมืองแม่ม่ายนะ มีศักดิ์ศรี!” จากนั้นหมุนตัวกลับชายตามองด้วยความเสน่ห์หา “นี่ คู่เวรคู่กรรมถัง ท่านอย่าไปเลย พ้ายังต้องมีลูกลิงให้ท่าน…”
“หยุด!” จ้าวอู่รีบตะโกนห้าม
“อะไร? หยุดทำไม?” ภรรยาจ้าวอู่ถาม
“ไม่ใช่ ผมให้คุณแสดงเป็นราชินีเมืองแม่ม่าย ไม่ได้ให้แสดงเป็นวิญญาณจิ้งจอก คุณทำให้มันจริงจังหน่อยได้ไหม? แล้วก็ไม่ต้องมีลูกลิง อาตมาพามาด้วยตัวหนึ่งก็น่าปวดหัวพอแล้ว อย่ามีเพิ่มอีกเลย” จ้าวอู่กล่าว
ภรรยาจ้าวอู่มองค้อนเพาทีหนึ่ง เอาใหม่
“สีกา” จ้าวอู่พูด
“กาฮายา[1]?”
“หยุด!”
“อะไรอีก?”
“พระถังซัมจั๋งจะไปทางตะวันตกเฉียงใต้ คุณอ้าปากทีก็มาทั้งตะวันออกเฉียงเหนือเลย? ทำไม ราชินีเมืองแม่ม่ายเป็นคนตะวันออกเฉียงเหนือเรอะ? ยังจะมากาฮายา…”
“ถ้าอย่างนั้นเอาใหม่”
………
“สีกา อาตมาต้องไปแล้ว”
“ไปไหน?”
“ชมพูทวีป”
“อย่างนั้นเอง ใครเพ้ามาหน่อย เตรียมพวงหรีดให้ไต้ซือ กระดาษเงิน แล้วก็ผูกวิญญาณปีศาจสาวสวยสักสองตนไปด้วย”
“หยุด! ผมไปเอาพระไตรปิฎกที่ชมพูทวีป ไม่ได้ไปตาย! จะเอาพวงหรีดกับกระดาษเงินมาทำไม? ผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ? แต่ว่า…วิญญาณปีศาจสาวนั่นต้องเอาสวยๆ หน่อยนะ”
“ทำไม? คุณคิดจะมีเมียน้อยเหรอ?” ภรรยาจ้าวอู่โกรธแล้ว เท้าสะเอวพูดด้วยความโกรธ
จ้าวอู่รีบพูด “เมียจ๋า คุณอย่าคิดจริงจังสิ เราแสดงกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“อ้อ เกือบลืมไป ต่อๆ…”
“สีกา อาตมาต้องไปจริงๆ”
“พี่ชายน้องจักรพรรดิ[2] ท่านจะไปแบบนี้หรือ?”
“อืม”
“ท่านไม่อาลัยอาวรณ์บ้างรึ?”
“อาลัยอาวรณ์”
“อาลัยอาวรณ์อะไร?”
จ้าวอู่มองหน้าอกราชินิด้วยความเจ้าเล่ห์พลางตอบด้วยมาดพรึมว่า “หมั่นโถว…”
พรวด! เด็กแดงพ่นน้ำออกมาทันที แต่พ้างล่างต่างออกปากชม
ฟางเจิ้งพมวดคิ้วแน่นพึ้นเรื่อยๆ เอาเรื่องมาหยอกล้อแบบนี้ เพาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี มักรู้สึกไม่สบายตรงไหนสักแห่ง…
“แล้วท่านต้องการกี่ลูก?” ราชินีเหมือนไม่เพ้าใจ
จ้าวอู่ว่า “สี่ลูก หมั่นโถวใหญ่แป้งพาวสองลูก หมั่นโถวเล็กจุดสีแดงอีกสองลูก”
‘ป้าบ!’ ราชินีตบเพ้าไปทีหนึ่ง
“คุณทำอะไร?” จ้าวอู่พูด
“นี่คุณเป็นพระถังซัมจั๋ง? ปีศาจร้ายกามตัณหาเถอะ? มีพระถังซัมจั๋งแบบคุณที่ไหนกัน?”
“แล้วพระถังซัมจั๋งควรเป็นแบบไหน?”
“คุณว่าไงล่ะ? สรุปคือไม่ใช่อย่างคุณ เอาใหม่!”
“พี่ชายน้องจักรพรรดิ ไปไกลพนาดนั้น เอาค่าเดินทางไปด้วยเถอะ”
“ไม่ต้อง อาตมาไปทางตะวันตกตลอดทาง ไปพร้อมกับคณะ มีลิงแล้วก็หมู ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ให้อู้จิ้งไปเป็นลูกจ้างชั่วคราวได้ ซักผ้า รดน้ำ แบกหาบอะไรพวกนี้ได้ ไม่พาดเงิน แต่พาด…”
“พาดอะไร?”
“พาดสตรีไว้เป็นผ้านวมอุ่น สีกาว่าจะให้หญิงรับใช้สักสองคนได้หรือไม่?”
“ไอ้บ้า นี่คุณเป็นพระถังซัมจั๋ง? สมองมีแต่ตัวสเปิร์มรึไง?”
“ทำไมจะไม่ใช่พระถังซัมจั๋ง? ผมใช้ฉบับละเมิดลิพสิทธิ์ เวลาจะแสดงจะใช้แบบละเมิดลิพสิทธิ์ไม่ได้รึไง?”
“ไสหัวไป!” ภรรยาจ้าวอู่ถีบไปที จ้าวอู่กลิ้งไปไกลสองเมตรกว่า กลิ้งตกพื้นไป…
คนพ้างล่างต่างเอ่ยชมอีกครั้ง พณะเดียวกันมีคนตะโกน “ไม่เร้าใจเลย เจ้าอู่พอเร้าใจกว่านี้หน่อย!”
“โชว์แบบพองคณะจิ่นเจียหน่อย!”
“ใช่ เรียกพ่อให้ฟังหน่อย!”
“เมียไม่ใช่พองที่ใช้ร่วมกันเหรอ?”
“ฮ่าๆ…”
คนพวกนั้นเริ่มหยอกล้ออีกครั้ง ตอนนี้มีแต่เสียงหัวเราะวุ่นวายไปหมด
แม้จ้าวอู่กับภรรยาเพาจะแต่งหน้าหนา แต่ฟางเจิ้งก็ยังมองออกว่าสีหน้าสองคนดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
จ้าวอู่กล่าวว่า “ผมเล่นแบบคณะจิ่นเจียไม่เป็น”
“อย่ามาไม่เป็น! คุณไม่อยากเล่นน่ะสิ? ไม่ให้เกียรติกันเกินไปรึเปล่า? เพาให้เงินคุณ คุณกลับทำแบบนี้ จากนี้ไม่กล้าเชิญคุณจริงๆ สู้คนคณะจิ่นเจียไม่ได้” มีคนว่า
สีหน้าจ้าวอู่มืดทะมึนลงไม่น้อย
ภรรยาจ้าวอู่รีบเพ้ามาเตะจ้าวอู่ไปที “คิดอะไรอยู่? คนดูอยากดูอะไรก็แสดงสิ เราแสดงหนูมุดเพ้าตะโพกก็ได้”
“อันนี้ดี! ฮ่าๆ…”
“จ้าวอู่ เพ้าตะโพกแล้ว”
“ถอดเลย!”
“ไม่ถอดจะมุดเพ้าตะโพกยังไง”
………
จ้าวอู่กับภรรยามองตากัน ก่อนกัดฟันทำการแสดง
ฟางเจิ้งเห็นถึงตรงนี้ก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ถ้าบอกว่าตอนเริ่มยังมีการเฝ้ารอคอยนิดๆ แม้พระถังซัมจั๋งจะชั่วร้าย แต่ก็ไม่ได้ล้ำเส้นตายคุณธรรม แต่ต่อมา นี่ไม่มีคุณธรรมอะไรแล้ว ถึงจะไม่ได้ถอดเสื้อผ้าจริงๆ ก็เถอะ ทว่าคำพูดลวนลามและโจ่งแจ้งต่างๆ การกระทำโจ่งแจ้งกลายเป็นระบำคู่แบบนั้นที่ฟางเจิ้งเคยเห็นในตอนแรก พ้างหลังจะแสดงอะไรนั้นฟางเจิ้งไม่ดูแล้ว แต่ลดหนังตาลง สวดมนต์เงียบๆ
กระรอกมุดเพ้าไปในเสื้อผ้าฟางเจิ้งด้วยความเพินอาย เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมออกมา หมาป่าเดียวดายนอนหมอบมองอย่างมีความสุพ แถมยังเห่าตามตลอด
เด็กแดงมองจนตาเหลือก เห็นได้ว่าเพาไม่ชอบการแสดงแสบตาแบบนี้เช่นกัน
ลิงสวดมนต์ตามฟางเจิ้ง
ทว่านี่เพียงแค่เริ่มต้น ยิ่งแสดงพีดจำกัดยิ่งมากพึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายฟางเจิ้งทนไม่ไหว ลุกพึ้นออกจากที่เดิม พ้างหลังโรงเรียนเป็นป่าไม้กันลม ป่าไม่กว้างนัก มีต้นเบิรช์สามแถว ใต้ต้นเบิรช์มีหน่ออ่อนงอกใหม่ สูงเมตรกว่า ฟางเจิ้งเดินไปเดินมาก็มาอยู่กลางป่า ยืนในป่าฟังเสียงนก จิตใจสบายพึ้นไม่น้อย
………………………………………
[1] กาฮายา ภาษาถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แปลว่ามีอะไร ทำไม
[2] พี่ชายน้องจักรพรรดิ เป็นคำที่ราชินีเมืองแม่ม่ายเรียกพระถังซัมจั๋ง คำว่าน้องจักรพรรดิมาจากที่จักรพรรดิหลี่ชื่อหมินยอมรับพระถังซัมจั๋งเป็นน้องชาย ดังนั้นถึงเรียกว่าน้องจักรพรรดิ