บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 504 รางวัลมาถึงแล้ว!
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “ไม่มีอะไร ระบำคู่ตอนนี้เหมือนกับนกกระจอกก่อนเข้าหน้าหนาว ทั้งสองอยากเป็นนกนางแอ่นที่จากบ้านเกิด? หรืออยากเป็นนกกระจอกที่ปกป้องบ้าน เข้าหน้าหนาวแล้วมอบความ กระปรี้กระเปร่าให้กับคน?”
“คือว่า…หลวงพี่ ผมเป็นคนหยาบ ฟังไม่เข้าใจ ผมก็อยากปกป้องมรดกเหมือนกัน แต่ว่าปกป้องไม่ได้” จ้าวอู่ตอบ
ภรรยาจ้าวอู่มองฟางเจิ้งด้วยความฉงน ส่ายหน้าว่า “หลวงพี่ ถึงจะไม่ใช่ทุกคนที่พูดจาดีๆ ได้ก็เถอะ แต่พูดง่ายกว่าทำ พวกเราอยากดีขึ้น แต่ตลาดสมัยนี้เป็นแบบนี้ เราจะทำยังไงได้ ?”
ฟางเจิ้งยิ้ม “บรรพบุรุษของระบำคู่หลอมรวมกับความเด่นของเพลงพื้นบ้านต่างๆ ถึงมีเกียรติของระบำคู่ในเมื่อก่อน ถึงตอนนี้ หรือว่าระบำคู่จะรับแต่สิ่งแย่ๆ มาขยายลมหายใจเฮือกสุดท้ายห หรือ? เร็วๆ นี้อาตมาชอบฟังละครตลก หลายปีมาแล้วละครตลกก็เข้าสู่ช่วงตกต่ำเช่นกัน หลายคนบอกอยากให้เปลี่ยน กระทั่งมีคนเรียนระบำคู่ ใส่เรื่องลามกเข้าไปถึงจะหาเงินได้ แต่มันทำ ำลายทั้งวงการ ถูกไล่ออก อาจารย์ไม่ยอมรับ เพื่อนร่วมอาชีพไม่เอาด้วย แต่หนึ่งปีที่ผ่านมา ละครตลกกลับดังมาอีกครั้ง ทั้งสองรู้ไหมว่าทำไม?”
“ผมรู้ มีอาจารย์หลายท่านเป็นตัวนำ เล่าละครตลกแบบใหม่” จ้าวอู่ตอบทันที
ฟางเจิ้งพยักหน้า “ใช่ ละครตลกแบบใหม่ ละทิ้งแบบเก่า เล่าถึงช่วงชีวิตคนสมัยปัจจุบัน เรื่องตลก กระทั่งมีรวมกับบางสิ่งจากต่างประเทศด้วย ระบำคู่ไม่ได้รับของจากภายนอกมานานมากแล้วน นี่?”
ดวงตาจ้าวอู่สว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ
ฟางเจิ้งเงยหน้ามองฟ้า “ที่พุทธศาสนาคงอยู่ยาวนาน แถมยังรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ก็อาศัยการรวมร้อยแม่น้ำเป็นมหาสมุทร ในใจไม่มีเส้นแบ่งโลก ใต้หล้าไม่มีเส้นแบ่งกั้น รับทุกอย่าง เอา ข้อดีมาเติมเต็มข้อเสีย นี่ต่างหากคือรากฐานที่จะคงอยู่ยืนยาวในโลก ระบำคู่ไม่ควรเป็นแบบนี้ที่ทั้งสองกำลังแสดงอยู่”
พูดจบ ฟางเจิ้งลุกขึ้นเดินไปช้าๆ พลางกล่าว “อาตมาไม่ใช่นักแสดงระบำคู่ ไม่รู้ด้วยว่าระบำคู่จะไปทางไหนดี เพียงแค่พูดในสิ่งที่อาตมารู้เล็กน้อยเท่านั้น ทั้งสองเป็นนักแสดงที่มีชื่ อในวงการระบำคู่ ทั้งสองมีแรงส่งผลกระทบอยู่แล้ว ทั้งสองเข้าใจระบำคู่มากกว่าอาตมา เข้าใจผู้ชมมากกว่า ถ้าทั้งสองคิดว่าอาตมาพูดมีเหตุผลก็ฟังไว้ ถ้าคิดว่าไม่มีเหตุผลก็ถือว่าวัน นนี้แค่มาคุยเล่นกัน”
ฟางเจิ้งไม่ได้ถ่อมตัว แต่เป็นเพราะแบบนี้จริงๆ เขาไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อยู่ในระบำคู่ แต่วิธีที่ต่างกันแต่ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน ฟางเจิ้งเชื่อว่าเหตุผลไม่เปลี่ยนแปลง ความชั่วไม่อาจ จเอาชนะความถูกต้องมาตั้งแต่อดีตกาล ไม่เคยได้ยินเลยว่าความถูกต้องจะขวางความชั่วไม่ได้!
ฟางเจิ้งไปแล้ว สามีภรรยาจ้าวอู่เข้าสู่ห้วงความคิด
ผ่านไปนานภรรยาจ้าวอู่กล่าว “จ้าวอู่ ฉันว่าพวกเราลองดูได้นะ”
จ้าวอู่ว่า “ไม่รอดในการเปลี่ยนแปลงก็ตายในการเปลี่ยนแปลง ผมก็ไม่อยากทำงานด่าแม่แบบนี้อีกแล้วเหมือนกัน อย่างมากก็ไปแบกอิฐก่อสร้าง!”
“ถุย ยังมีหน้าไปแบกอิฐ ทำนาก็พอแล้ว บ้านเรายังมีที่ดินเกษตรอยู่หลายที่” ภรรยาจ้าวอู่พูด
จ้าวอู่พลันหัวเราะ “ผมเป็นมือดีด้านการทำนาเลยล่ะ”
“อย่างนั้นก็ช่างเถอะ…” ภรรยาจ้าวอู่มองค้อนทีหนึ่ง
จ้าวอู่บอกว่า “เมียจ๋า คุณว่าถ้าผมทำนาจริงๆ คุณจะตามผมไปไหม?”
“แม่อยู่นี่นี่ อย่าพูดจาไร้สาระ แต่ฉันมีอย่างหนึ่งที่มั่นใจคือถ้าคุณไม่ด่าแม่ทุกวัน เล่นตลกลามก แม่เราจะต้องดีใจมากแน่ๆ ถึงจะทำนา แม่เราก็น่าจะยืดอกคุยโม้กับยมบาลได้ว่าลู กชายฉันเป็นชาวนา เลี้ยงคนเป็นกลุ่มใหญ่เลย!” ภรรยาจ้าวอู่พูด
จ้าวอู่หัวเราะ “ใช่…แม่ผมเป็นคนแบบนั้น ไม่อย่างนั้นออกแสดงทุกครั้งผมคงไม่ต้องโขกหัวสารภาพผิดกับแม่หรอก แม่เป็นคนดื้อรั้น ตอนแรกผมหยุดเรียนไปเรียนระบำคู่ แม่โกรธมาก ถ้าผม ไม่ประสบความสำเร็จก็คงไม่มีหน้ามาเจอแม่จริงๆ”
“เอาเถอะ ไม่พูดเรื่องซึ้งแล้ว ตกลงคุณจะแสดงครั้งต่อไปไหม?” ภรรยาจ้าวอู่ถาม
“ครั้งต่อไป? ครั้งต่อไปจะแสดงบันทึกรักหอตะวันตก! เล่นเสร็จกลับบ้าน ผมต้องไปศึกษาบทใหม่ จากนี้ที่ไหนดัง ผมจะไปเอาประสบการณ์จากที่นั่น! ละครตลกไม่พูดลามกก็ทำให้คนตลกได้ มี คนดูเต็มทุกวัน แสดงตลกสั้นๆ ยังส่งต่อพลังที่แท้จริงได้ แถมยังดึงดูดผู้ชมนับไม่ถ้วน พวกเราเป็นทุกอย่าง มีอะไรที่ทำไม่ได้?” จ้าวอู่พูด
“ฉันว่าเราน่าจะไปเยี่ยมผู้อาวุโสสองสามท่านนั้นนะ พวกเขาคิดสิ่งใหม่ๆ ตลอด เพียงแต่พวกเขาค่อยๆ ถดถอยลง ออกแสดงไม่ได้ พวกเราไปร่อนทองจากตรงนั้นได้…อีกอย่าง ถ้าได้พวกเขาเป็นต ตัวนำ ด้วยแรงผลกระทบจากพวกเขา ทุกคนออกแรงพร้อมกัน มันต้องดีกว่าแรงพวกเราเดี่ยวๆ ใช้แขนก็ยังบิดต้นขาได้” ภรรยาจ้าวอู่ว่า
จ้าวอู่ตาเปล่งประกาย หัวเราะทันที
ฟางเจิ้งไม่ได้ดูการแสดงที่เหลือ เขาไม่รู้ว่าสามีภรรยาจ้าวอู่จะหักใจเดินบนเส้นทางนี้ได้หรือไม่ เป็นเส้นทางที่มองมาเห็นแสงสว่างเท่าไร แต่กลับทำให้คนสบายใจ ฟางเจิ้งคิดมาตลอดว ว่าตนมีอภินิหาร แต่ตนไม่ใช่เทพ บางเรื่องเขาก็จะใช้อภินิหารรังแกคนอื่นไม่ได้ หรือฝืนเปลี่ยนความคิดคนอื่นได้ วิธีแบบนั้นไม่ใช่ความดี แต่เป็นความชั่วช้า! เขาทำในสิ่งที่ต้องทำ ส่วนผลลัพธ์ก็แล้วแต่วาสนา…
ทว่าหนึ่งปีต่อมา ฟางเจิ้งพบเรื่องที่น่าตกใจ ระบำคู่เริ่มเข้าสู่เวทีจอโทรทัศน์ รายการโชว์ทีวีต่างๆ มีร่างของพวกเขา ไม่ด่าแม่อีก ไม่พูดลามกอีก แต่รวมกับละครตลก ละครสั้น และ ะทอล์คโชว์เป็นต้น ประกอบกับคนมีไม้เด็ด ทำให้ระบำคู่โด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง ฟางเจิ้งยังเห็นจ้าวอู่ด้วย เพียงแต่ว่าจ้าวอู่ในตอนนั้นเป็นคนมีชื่อเสียงในมณฑลไปแล้ว…
ฟางเจิ้งเห็นสิ่งเหล่านี้ก็ลำพองใจนิดๆ แต่ก็ยิ่งพบว่าบางครั้งอภินิหารของคนธรรมดาก็มีประโยชน์กว่าอภินิหารแห่งพุทธะ เมื่อสามัคคีเป็นกลุ่มก้อนในการเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่มีอะไรที่เป ปลี่ยนไม่ได้ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
แน่นอนว่าตอนนี้ฟางเจิ้งไม่ได้คิดมากขนาดนั้น เขาในตอนนี้…
“อาจารย์ นี่มันอะไรกัน!” เด็กแดงพูดบ่น “ข้าอยากด่าคน! จริงๆ เลย ปีศาจอย่างพวกเราหน้าหนาพอแล้วนะ แต่เหตุใดระบำคู่ถึงหน้าหนากว่าปีศาจ?”
“อายจัง…” กระรอกปิดหน้า ถ้าไม่ใช่มีขนทั้งตัว เดาว่าคงกลายเป็นกระรอกผิวแดงแล้ว
ลิงประนมสองมือ “กามตัณหาคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าคือกามตัณหา”
หมาป่าเดียวดายทำหน้าเอ้อระเหย แกว่งหาง วิ่งไปวิ่งมาดูมีความสุขมาก
“จิ้งฝ่า นายไม่พูดหน่อยเหรอ?” ฟางเจิ้งถามด้วยความแปลกใจ
“พูดอะไร? หลังๆ พวกเขาตะโกนเสียงดังจะตาย หูอื้อตลอด ไม่ได้ยินอะไรเลย” หมาป่าเดียวดายหันหน้ามาเอ่ยอย่างมีเหตุผล
ฟางเจิ้งไม่พูดอะไร
“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้โม้นะ การแสดงนี่ถ้าไปเล่นที่ภูเขาพวกข้า ถ้าเป็นข้าเมื่อก่อน ข้าจะเผาเขาให้สิ้นซาก” เด็กแดงพูด
ฟางเจิ้งยิ้มแห้งๆ “นายนี่นะ แสงสว่างมองเห็นที่มืด แล้วจะมองเห็นที่สว่างหรือ?”
เด็กแดงขบคิดก่อนส่ายหน้า “ไม่มีที่สว่างอะไรหรอก เป็นพวกกากไร้ค่าทั้งนั้น”
ฟางเจิ้งถอนหายใจ “คนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่บนโลก มีการใช้ชีวิตสองแบบ อยู่รอดกับดำรงชีวิต อยู่รอดคือไม่สนวิธีการใดๆ ทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด แม้ว่าเรื่องที่ทำจะไม่มีเกียรติก็ตาม ดำรง งชีวิตคือการอยากมีชีวิตเพื่อความฝันภายใต้การอยู่รอดที่ไร้ความทุกข์ พยายามบรรลุเป้าหมายชีวิตของตน สละกำลังอันน้อยนิดของตนให้กับการกระทำอันยิ่งใหญ่กับชีวิตคน และวาดสีสันงด ดงามต่างๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิทธิ์เลือกชีวิต บางคนพยายามมาก แต่เพราะสาเหตุต่างๆ ชีวิตนี้เขาถึงต้องพยายามเพื่อดำรงชีวิตตลอด เขาปฏิเสธความพยายามของพวกเขาไม่ได้ ปฏิเสธความจริง งจังของพวกเขาไม่ได้ ขอแค่ไม่ทำผิดกฎหมาย พวกเขาก็คือคนที่ควรค่าแก่การเคารพมาก
ระบำคู่ที่นายดู บนเวทีหัวเราะด่าทอกัน แต่รู้ไหมว่าลงเวทีมาต้องร้องไห้ฟูมฟาย? นายเห็นพวกเขาพูดจาลามก แต่รู้ไหมว่าในใจพวกเขาไม่อยากพูดแบบนี้? สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่ การตำหนิ แต่เป็นวิธีแก้ไข การตำหนิง่ายกว่าการช่วยเหลือเสมอ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ถึงเลือกตำหนิ
ขอเพียงไม่ทำผิดกฎหมายหรือเรื่องขาดศีลธรรม ขอแค่คนนี้ไม่ใช่คนที่แสวงหาชีวิตที่ชั่วร้ายจากกมลสันดาน ก็จงช่วยพวกเขาหน่อยเถอะ”
พูดถึงตรงนี้ ฟางเจิ้งหันกลับมองลงไปที่ตีนเขา “อาจารย์ของอาจารย์เคยบอกว่าทุกชีวิตล้วนขมขื่น ไม่ไปอยู่ในนั้นก็จะไม่รู้ความขมขื่นของเขา เมื่อก่อนอาตมาก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้เริ่มจ จะเข้าใจแล้ว ชีวิตยิ่งใหญ่ ควรค่าแก่การเคารพ ไม่ได้หยั่งลึกเข้าไปทำความเข้าใจก็ไม่ควรไปตำหนิเกินควร ถ้ามีเวลาตำหนิ ลองช่วยพวกเขาคิดว่ามีทางออกอื่นๆ ไหมไม่ดีกว่าเหรอ”
“อาจารย์ ท่านพูดแบบนี้ หมายความว่าระบำคู่ประเพณีชั่วช้านี่เป็นสิ่งดีรึ?” เด็กแดงพูดด้วยความไม่พอใจนิดๆ
“ประเพณีชั่วช้าย่อมเป็นสิ่งไม่ดี แต่การคงอยู่ของมันคือวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง เป็นรูปแบบความบันเทิงของภูมิภาค มันสร้างความสนุกสนานมากมายให้ที่นี่ ถ้าตัดประเพณีชั่วช้าไปได้ เปลี่ย ยนเนื้อหาใหม่ มันจะเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ทำไมจะต้องทำลาย? ทุกสรรพสิ่งเป็นแบบนี้ อย่าใช้ข้อสรุปที่รวบรัดตัดมันทิ้งทั้งหมดสิ” ฟางเจิ้งกล่าว
“พูดแบบนี้ก็มีเหตุผลอยู่บ้าง…” เด็กแดงพูดแบบนี้ แต่ในใจคิดในแบบตนเอง ก่อนเขามาที่นี่ พระโพธิสัตว์เคยบอกเขาว่า ‘ท่านบอกว่าท่านมีนิสัยชั่วร้าย ไม่เหมาะจะเป็นพุทธ แต่อาตมา มองท่านกลับว่าเป็นคนที่ดีมาก’
ตอนแรกเขาไม่เข้าใจ ตอนนี้เหมือนจะเข้าใจเล็กน้อย…เข้าใจนิดๆ ว่าการพาคนข้ามฟากคืออะไร ไม่ได้พาความชั่วข้ามฟาก แต่นำพาความดีในความชั่วต่างหาก มีคนทำความดีเพิ่มมาคนหนึ่ง โลก กก็อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย การทำลายแบบง่ายๆ ทำลายความชั่วร้ายที่แท้จริงไม่ได้ มีเพียงทำความดีให้ใต้ฟ้า ความชั่วถึงจะสูญสิ้นไป
ระหว่างทางคุยเรื่อยเปื่อยกันมา จนเมื่อกลับถึงบนเขา ตะวันก็ลับทางตะวันตกแล้ว
ฟางเจิ้งฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเลือกเข้าครัวด้วยตัวเอง ล้างหม้อ รินน้ำ ใส่ข้าวผลึก จากนั้นใส่ต้นไผ่เข้าไปหลายต้น ต้มซุปเห็ดชามหนึ่ง ที่เหลือแค่รอเงียบๆ
“ติ๊ง! ยินดีด้วย สถิติบุญกุศลเสร็จแล้ว รวมกับบุญกุศลที่พาสามีภรรยาจ้าวอู่ข้ามฟาก ตอนนี้นายมีบุญกุศลทั้งหมดห้าพันหนึ่งแต้ม! นอกจากจับรางวัลแล้ว ขีดจำกัดเงินค่าธูปของนาย ยจะได้เพิ่มถึงสองเปอร์เซ็นต์ อีกอย่าง ระบบจะมอบรางวัลให้นายเป็นกรณีพิเศษอีกชิ้น เป็นสมบัติล้ำค่าระดับเดียวกับสมบัติล้ำค่าที่มี” ระบบพูด
“หมายความว่ายังไง?” ฟางเจิ้งใจสั่น ซักถามต่อ