บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 506 เส้นประสาทคืออะไร?
ฟางเจิ้งไม่ได้บอกว่าได้มาอย่างไร และก็ไม่อยากอธิบายด้วย ถึงอย่างไรก็อธิบายยาก
เจ้าพวกนี้ไม่ได้สนใจที่มาเช่นกันเพราะเคยชินแล้ว ทุกช่วงเวลาฟางเจิ้งจะเอาของมหัศจรรย์ออกมา สำหรับที่มาของกลองนี่แล้ว ที่กระรอกอยากรู้มากกว่าคือ “อาจารย์ ศิษย์ขอไปดูได้ไหม? ?”
“ได้ แต่ว่าพวกนายต้องจำเอาไว้นะว่ากลองนี่ไม่ใช่ของธรรมดา ห้ามตี ต้องรู้ในกำลังตัวเองด้วย อย่าเข้าใกล้เกินไป” ฟางเจิ้งตอบ
“วางใจเถอะ อาจารย์! ศิษย์จะไปดูกลอง” กระรอกกระโดดออกไปด้วยความตื่นเต้น ไต่กำแพงขึ้นไปยังหอกลอง
หมาป่าเดียวดาย ลิงและเด็กแดงมองตากันก่อนรีบตามขึ้นไป พวกเขาอยากรู้อยากเห็น อยากดูกลองนี่เหมือนกัน
ฟางเจิ้งไม่ได้ตามขึ้นไป แต่นั่งอยู่ในลานวัดอย่างสงบนิ่ง ชงชาไผ่หนาว อ่านคัมภีร์อย่างเอ้อระเหย ดูสบายใจมาก
กระรอกเร็วที่สุด มันปีนขึ้นหอกลองไปแล้ว พอเงยหน้าขึ้นมันรู้สึกเหมือนกับมีสัตว์ประหลาดน่าสะพรึงยืนอยู่ตรงหน้า ยืนอยู่ขาเดียว หัววัวดุร้ายอย่างยิ่ง สายฟ้านับไม่ถ้วนรวมที่ต ตัวสัตว์ประหลาด! กระรอกแทบจะกรีดร้องโดยไม่รู้ตัว มันวิ่งหนีไป กระโดดลงจากหอกลอง ไม่สนใครแล้ว แต่มุดเข้าไปในอกเสื้อฟางเจิ้ง เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมออกมา เจ้าตัวน้อยตัวสั่นงัน นงก เห็นได้ชัดว่าตกใจ
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็หัวเราะเบาๆ “จิ้งควน นานเห็นอะไร?”
“สัตว์ประหลาด ขาเดียว หัววัวใหญ่ และยังมีสายฟ้าเยอะมาก” กระรอกตอบเสียงสั่น
“จากนั้นล่ะ?” ฟางเจิ้งถาม
“ยังมีจากนั้นอีก? มันน่าตกใจแบบนั้นแต่ยังมีจากนั้นอีก ถ้าไม่ใช่เพราะศิษย์วิ่งเร็ว อาจารย์คงไม่เห็นศิษย์แล้ว…ฮือๆ…” กระรอกเช็ดน้ำตาและน้ำมูกกับเสื้อผ้าฟางเจิ้ง แต่จีวรขาวจ จันทร์ไม่ก่อเกิดสิ่งสกปรก สิ่งสกปรกใดก็เช็ดไม่ติด เจ้าตัวน้อยเลยได้แต่กอดหางตัวเองแล้วเช็ด…
ฟางเจิ้งพูดยิ้มๆ “ถ้าเขาจะกินนาย นายจะกลับมาได้เหรอ? ภายในใจนายบริสุทธิ์ สิ่งที่เห็นคือร่างแท้จริงของกลอง ถ้าใจนายมีความชั่ว สิ่งที่เห็นจะเป็นอีกภาพ เอาละ ไม่ต้องกลัว ไปสวด ดมนต์เถอะ ความกลัวจะหายไปเอง”
กระรอกทำตามที่ได้ยิน พอสวดมนต์แล้วความกลัวในใจหายไปอย่างรวดเร็วจริงๆ
แต่ฟางเจิ้งพบสิ่งที่น่าตกใจคือตอนที่กระรอกสวดมนต์ ในตัวมันมีแสงพุทธสว่างวาววับ! มันเหมือนจะสูบรับกลิ่นอายพุทธของวัดไปเล็กน้อย!
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น?’ ฟางเจิ้งตกตะลึงในใจ แต่กลิ่นอายพุทธนั้นหายวับไป ไม่ให้โอกาสเขาได้สังเกตมากนัก
ฟางเจิ้งมองหอกลองจากข้างนอกด้วยความสงสัย เหมือนกับมีความคิดบางอย่าง…
หมาป่าเดียวดายเห็นกระรอกวิ่งเร็วขนาดนั้นก็เบะปาก “กระรอกก็ยังเป็นกระรอก ขี้ขลาดเกินไป ฉันจะไปบ้าง”
หมาป่าเดียวดายเอ่ยจบก็ขึ้นหอกลองไป
ข้างใต้หอกลอง เจ้าลิงลดสองมือต่ำลง เงยหน้ามองข้างบนพลางถาม “ศิษย์น้อง กลองนั่นน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ? เห็นท่าทางจิ้งควนดูตกใจมาก ศิษย์พี่คงจะไม่ตกใจเหมือนกันหรอก”
“น่าจะไม่ เส้นประสาทเขาใหญ่มาก” เด็กแดงพูดแบบนี้ แต่แววตามีความจริงจังเล็กน้อย เขาเป็นราชาปีศาจจึงสัมผัสได้ว่าในกลองมีบางสิ่งที่ร้ายแรงอยู่ สิ่งนี้น่ากลัวมาก! ทว่าเขารู้ดีว่ าผู้อยู่เบื้องหลังวัดนี้น่ากลัวยิ่งกว่า! บอกว่าเขาสิ้นฤทธิ์ก็สิ้นฤทธิ์จริงๆ เช่นนั้นต่อให้กลองนี่เจ๋งกว่านี้ มาวัดนี้ก็ต้องเป็นเด็กน้อย เขาเลยไม่กังวล…
ผลคือไม่นานหมาป่าเดียวดายลงมาจริงๆ ส่ายศีรษะ ดูไม่ตกใจอะไร
“ศิษย์พี่ ท่าน…” ลิงจะถาม
เห็นหมาป่าเดียวดายขนลุกทั้งตัว เห่าเสียงดังว่า “แม่ง น่าตกใจชะมัด! เอ๋งๆๆ…” หมาป่าเดียวดายหางรีบ มันวิ่งเข้าวัดและถือโอกาสปิดประตูใหญ่วัดไปด้วย
ลิงกับเด็กแดงยืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกบนหน้าผากเต็มไปด้วยเส้นดำ สายลมพัดผ่าน หน้าตามึนงง
ลิงพูดว่า “เส้นประสาทไม่ใช่เส้นใหญ่แล้ว แต่ไม่มีเลยมั้ง?”
เด็กแดงถอนหายใจ “หมายถึงที่นี่น่ะ ถ้าเป็นที่ที่พวกข้าอยู่ เส้นประสาทอย่างเขา ขึ้นเขาไปตรวจสอบปีศาจน้อยก็คงไม่มีใครต้องการ…ศิษย์พี่ ท่านจะขึ้นไปดูหรือไม่?”
ลิงแหงนหน้ามองก่อนส่ายหน้า “ไม่ไป อาจารย์บอกว่าให้รู้กำลังตนเอง”
“ท่านบอกว่าขี้ขลาดก็จบแล้วนี่” เด็กแดงเบะปาก
ลิงตอบโดยไม่คิดแบบนั้น “อมิตาพุทธ ศิษย์น้องอยากไปก็ไปเองเถอะ”
“เหอะ นับวันท่านยิ่งเหมือนนักบวชชราเหล่านั้น ตกลง ข้าจะไปดูเอง” พูดจบเด็กแดงก็ปีนขึ้นหอกลองไป
ไม่นานก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากบนหอกลอง “ยืนอยู่ตรงนั้นอย่าขยับ! ข้าคือราชาเซิ่งอิง เจ้าเป็นใคร รีบรายงานนามมา? เอ่อ วัวขาเดียว? ฮ่าๆๆ อัปลักษณ์จริงๆ! เอ่อ เป็นกลองจริง งๆ ด้วย เฮ้อ น่าสงสาร เหลือแต่หนัง ไม่อย่างนั้นเอามาตุ๋นน้ำแกงน่าจะไม่เลว…”
ไม่นานเด็กแดงก็ลงมา
ลิงลืมตาขึ้นถาม “ศิษย์น้อง นายเห็นอะไร?”
เด็กแดงกลอกตาก่อนหัวเราะเบาๆ “ข้าเห็นกลอง ศิษย์พี่ ท่านก็รู้นี่ว่าศิษย์พี่ใหญ่ชอบหลอกคนอื่นมาตลอด ท่านลืมเรื่องผูกงอิ๋งไปแล้วหรือ? ข้าว่าเขาจงใจขู่พวกเรา พูดจริงๆ นะ กลองนั่นบ้าอำนาจมาก ดูดีมาก สวยกว่าระฆังใหญ่นั่นอีก”
ลิงได้ยินดังนั้นก็สนใจจริงๆ แต่ก็ยังไม่ขยับ เอ่ยประหนึ่งบ่อน้ำเก่าไร้ระลอกคลื่น “อมิตาพุทธ ไม่ไป”
พูดจบลิงก็หมุนตัวเดินไป…
เด็กแดงเห็นแบบนั้นถึงกับเบะปาก เอ่ยด้วยความดูถูก “ขี้ขลาด!”
แต่ลิงยังคงเดินไปโดยไม่หันกลับมา
เด็กแดงเห็นดังนั้นจึงส่ายหน้าพลางพูดงึมงำ “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าลิงที่อยากรู้อยากเห็นที่สุดจะอดทนไม่ไปดูได้จริงๆ? ต่อต้านสันดานเดิมได้? เขาไม่มีความสามารถขนาดนั้น…”
คิดถึงตรงนี้เด็กแดงก็เดินไปเช่นกัน เพียงแต่ว่าผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้านี่แอบปีนหอระฆัง ซ่อนตัว มองหอกลองจากตรงมุม
สิบนาทีต่อมาลิงไม่มา ยี่สิบนาทีต่อมาลิงยังไม่มา
สามสิบนาทีต่อมา หนังตาเด็กแดงเริ่มทะเลาะกันแล้ว ง่วงงุนอยากจะนอนหลับ ก่อนจะพูดพึมพำพลางหาวว่า “หรือว่าข้าดูผิด? ลิงนี่ฝึกฝนสำเร็จจริงๆ ถึงกับต่อต้านสันดานเดิมได้? ฟ้าถล่ม มไม่ตระหนกได้จริงๆ?”
ขณะที่เด็กแดงกำลังคิดเรื่อยเปื่อยนั้น มีร่างเงาลับๆ ล่อๆ ปรากฏขึ้น มองซ้ายทีขวาทีจนมั่นใจว่าไม่มีคนแล้ว ถึงใช้มือเท้าปีนหอระฆังไปอย่างลับๆ ล่อๆ ผู้มาก็คือเจ้าลิงซึ่งเมื่อค ครู่ยังทำหน้าเป็นพระอาจารย์เต๋าที่ตีให้ตายอย่างไรก็ไม่ไปดู
เด็กแดงเห็นดังนั้นพลันคึกคักขึ้นมา ด่ายิ้มๆ ว่า “จริงๆ เลย ลิงโง่แถมน่าเอือมระอา…แสร้งเป็นพระอาจารย์เต๋ากับข้า? ถุย!” เด็กแดงกลอกตา หัวเราะเบาๆ เขามีความคิดดีๆ แล้ว
ไม่นานลิงลงมา สองเท้าสั่นงึกๆ เหมือนตกใจอะไร
เด็กแดงกระโดดออกมาทันที หัวเราะเสียงดัง “ศิษย์พี่ เห็นอะไร? น่ามองหรือไม่?”
ทว่าลิงไม่ตกใจเขา แต่เดินเข้าอุโบสถโดยไม่มองเด็กแม้แต่หางตา คุกเข่าลงสวดมนต์ เด็กแดงทำหน้างง นี่มันอะไรกัน? ปฏิกิริยาไม่เหมือนที่เขาต้องการเลยสักนิด!