บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 521 ผิดธรรมชาติ
“ขยะไร้ประโยชน์” เถ้าแก่ซยงเบะปาก ใช้ประโยชน์จากเหล่าหลี่หมดแล้ว เขาย่อมไม่เกรงใจอีก
“หมานจื่อ ตาแกแล้ว” เถ้าแก่ซยงเรียก
อีกด้าน ชายร่างกำยำที่กำลังประกอบอุปกรณ์เฉพาะทางแสยะยิ้ม “ครับ! เถ้าแก่ วางใจเถอะ ที่เหลือให้ผมจัดการเอง”
พูดจบ ชายร่างกำยำพากลุ่มคนพร้อมอุปกรณ์เฉพาะทางขึ้นหอระฆัง เตรียมจะตัดระฆัง
หมาป่าเดียวดายเห็นถึงตรงนี้ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว นี่คือพวกหัวขโมย!
หมาป่าเดียวดายจะพุ่งเข้าไป แต่มีฝ่ามือหนึ่งตบเข้าที่หัวมัน เมื่อหันไปก็เห็นลิงที่มาเมื่อไรไม่รู้ นั่งยองอยู่ข้างๆ มองดูอย่างเงียบๆ
“ทำอะไรน่ะ พวกมันจะทำลายระฆังยังมัวดูอยู่อีก? ฉันทนดูไม่ได้หรอก ฉันจะเข้าไป” หมาป่าเดียวดายพูด
“ใครว่าดู คนเยอะแบบนี้ ศิษย์พี่คนเดียวไหวเหรอ?” ลิงตอบ
“แล้วจะทำยังไง หรือว่าจะดูพวกมันทำลายระฆัง?” หมาป่าเดียวดายร้อนใจแล้ว
“ศิษย์พี่จะรีบร้อนทำไม? ตอนอาจารย์ไปเคยบอกกับศิษย์น้องว่าถ้ามีคนจะเคาะระฆังนั่นไม่ได้ แต่ถ้ามีคนจะรื้อระฆัง ก็ให้ปล่อยพวกเขาทำตามสบาย” ลิงกล่าว
“อะไรนะ?” หมาป่าเดียวดายเบิกตาโตจนกลมมาก จากนั้นมองลิงด้วยความสงสัย “ศิษย์น้องไม่ได้เชิญโจรมาหรอกใช่ไหม?”
ลิงมองบนด้วยความโมโหทีหนึ่ง “ศิษย์พี่โง่รึเปล่า? ระฆังมาได้ยังไงเคยคิดไหม? ตอนแรกอาจารย์ขึ้นไปมือเปล่า จู่ๆ ก็มีระฆังแขวนอยู่แบบนี้ ศิษย์พี่ว่าเป็นระฆังธรรมดาเหรอ ศิษย์พ พี่คิดว่าศิษย์น้องจิ้งซินจะใจกว้างขนาดนั้น เวลานี้ยังออกไปบิน ไปเที่ยวเหรอ เขาไม่ห่วงว่าระฆังจะถูกขโมยเลย เอาเถอะ อย่ากังวลไป ตามฉันไปดูของอย่างอื่นในวัดดีกว่า”
ได้ยินลิงพูดแบบนี้ หมาป่าเดียวดายก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ทำไมอาจารย์ถึงไม่บอกกับมัน? ชั่วขณะที่มันกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยนั้น ชายร่างกำยำลงมือแล้ว แสงวาววับ ประกายไฟพ่นออ อกมา พ่นไปที่ระฆังใหญ่หย่งเล่อ ตอนนี้แสงสีขาวแตกกระจายราวกับดอกไม้ไฟ
หมาป่าเดียวดายเห็นแบบนี้ก็ตาแดงก่ำ คำรามด้วยความโกรธ ไม่สนว่าลิงจะฉุดดึงอย่างไร แต่กระโดดออกไปหอนเสียงแหลม!
คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าตกใจสะดุ้ง หันมามองเห็นหมาป่าตัวใหญ่เท่าลูกวัวซึ่งดาหน้าเข้ามาหา ก้มหัวต่ำลงพุ่งเข้าชน! คนคนนั้นยังไม่เห็นสถานการณ์ชัดเจนก็รู้สึกเจ็บตรงหน้าอก ร่า างกระเด็นออกไปพลางร้องโหยหวน ขณะเดียวกันเสียงกระดูกหักดังขึ้น เขาเจ็บจนหมดสติไป
“นั่นอะไร?” เถ้าแก่ซยงตกใจเช่นกัน พอหันไปมอง เห็นหมาป่าสีขาวตัวยักษ์ยืนอยู่ไกลๆ ข้างหลังเป็นดวงจันทร์คล้อยลงต่ำ แสงจันทร์สีเงินสาดบนตัวหมาป่าเดียวดายสีเงิน สายลมภูเขาพัด ดผ่าน ขนหมาป่าเดียวดายปลิวไสวไปตามลม พลานุภาพไม่ธรรมดาเลย!
“หมาป่า? มีหมาป่า!” มีคนร้องด้วยความตกใจ
“หมาป่าอะไรตัวใหญ่แบบนี้? ปีศาจเหรอ” พลันมีคนร้องตาม
“อย่ากลัว แค่หมาป่าตัวเดียว พวกเรามากันตั้งเยอะ เอาอาวุธมาตีมันให้ฉัน! ฉันจะเอาหนังหมาป่านี่ด้วย ใครตีมันตายฉันให้โบนัสแสนหนึ่งเลย!” เถ้าแก่ซยงไม่กลัว แต่จ้องหมาป่า เดียวดายด้วยดวงตาวาววับ
ภายใต้รางวัลหลักย่อมมีผู้กล้าเป็นธรรมดา คนกลุ่มใหญ่ดึงตะบองออกมา บางคนควักมีด แต่ละคนพุ่งไปหาหมาป่าเดียวดายด้วยความชั่วร้าย
หมาป่าเดียวดายได้ยินแบบนั้นก็โกรธ ขโมยของพวกมันแล้วยังจะลอกหนังมันอีก? คิดว่ามันเป็นสุนัขเหรอ?
หมาป่าเดียวดายไม่กลัวเช่นกัน เดิมทีมันเป็นราชาหมาป่าดุร้ายในภูเขา ถ้าวัดกันที่ความโหด ใครจะกล้าเทียบกับมัน? เพียงแต่เข้าวัดเอกดรรชนีมามันถึงเก็บนิสัยเหี้ยมโหดไป ตอนนี้ถูกค คนพวกนี้กระตุ้น ดวงตาสองจึงข้างแดงก่ำ กลิ่นอายสังหารรุนแรง! มันเผยคมเขี้ยว สะบัดกรงเล็บคมกริบ จากนั้นหอนอีกครั้ง เสียงดังสะเทือนฟ้า!
เสียงหอนนั้นแฝงไว้ด้วยจิตสังหารไร้ที่สิ้นสุด ทำให้คนกลุ่มนั้นตกใจจนไม่มีใครกล้าเข้ามา!
ชั่วขณะที่มีคนจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เสียงหมาป่าหอนก็ดังตามมาจากกลางเทือกเขาข้างหลัง นั่นคือฝูงหมาป่าขานรับให้หมาป่าเดียวดาย! เสียงหอนของฝูงหมาป่ากลางดึกบนยอดเขาทำให้ทุกคนท ที่ได้ยินต่างขนลุกซู่
“มองอะไร? ยังไม่ลงมืออีก? ไม่อย่างนั้นฉันจะเลี้ยงพวกแกไว้ทำไม?” เถ้าแก่ซยงด่าว่า เพียงแต่เขาในตอนนี้ไม่กล้ามองหมาป่าเดียวดายเท่าไรนัก แววตานั้นน่าตกใจจริงๆ
ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงตั้งสติได้ทันที ก่อนจะโห่ร้องเสียงดังพร้อมปรี่ไปหาหมาป่าเดียวดายอีกครั้ง หมาป่าเดียวดายเองก็ไม่เกรงใจ มันเร่งความเร็วพุ่งเข้าไปหา หมาป่าประหนึ่งวัว รวดเร ร็วดั่งสายลม พละกำลังดุจหมี! พุ่งไปพลางทะลวงผ่านไปพลาง ตะปบกรงเล็บหมาป่าไม่หยุด ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนดังสลับขึ้นลงแบบนี้ แต่ละคนถูกตบกระเด็นออกไป แขนหัก ขาหัก กลิ้ง ไปบนพื้น ร้องครวญครางไม่หยุด
“ใช้ตาข่าย!” ตอนนี้เอง มีคนตะโกนขึ้น ตาข่ายใหญ่ที่เดิมทีเตรียมไว้ใช้ใส่เศษระฆังถูกหยิบมาใช้ โยนไปทางหมาป่าเดียวดาย
หมาป่าเดียวดายไม่โง่ ถ้าโดนเจ้านี่จับก็อย่าคิดหนีเลย มันจึงวิ่งหนี…
ทุกคนเห็นหมาป่าเดียวดายวิ่งหนี จึงลากตาข่ายวิ่งตาม
หมาป่าเดียวดายกำลังจะหมุนตัวกลับมาสวนกลับ ก็พลันได้ยินเสียงเด็กแดง “ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเขาอยากขโมยระฆังก็ให้พวกเขาขโมยไปเถอะ พูดตามตรง ข้าเองอยากรู้เหมือนกันว่าคนธรรมดาร่างกา ายมนุษย์จะขโมยสมบัติของพุทธศาสนาได้อย่างไร!”
“หืม?” หมาป่าเดียวดายอึ้งงัน
“อย่าเหม่อ ข้าอยู่ในวัดแล้ว กลับมาเถอะ ท่านยิ่งทำร้ายคนมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างปัญหาให้อาจารย์มากเท่านั้น” เจ้าลิงพูด
ลิงพูดแบบนี้ เด็กแดงก็พูดแบบนี้ หมาป่าเดียวดายจึงเชื่อ สะบัดหางมุดกลับเข้าวัดไปเงียบๆ ขณะเดียวกันประตูใหญ่วัดปิดเสียงดังปัง
“เถ้าแก่ หมาป่าหนีเข้าวัดไปแล้ว ทำยังไงดี?” คนหนึ่งถามเถ้าแก่ซยง
เถ้าแก่ซยงด่าทอ “มองอะไร? เข้าวัดไปจับมันมา!”
“เถ้าแก่ ไม่ใช่แล้ว ตัดระฆังไม่ได้” ตอนนี้เอง หมานจื่อยืนขึ้นบนหอระฆังและร้องเรียก
“ตัดไม่ได้? เป็นไปได้ยังไง?” เถ้าแก่ซยงทำหน้าเหลือเชื่อ ส่วนเรื่องหมาป่าเดียวดาย เขาวางความคิดไปก่อนชั่วคราว ให้ทุกคนคอยร้องเตือนแทน
เถ้าแก่ซยงขึ้นหอระฆัง มองจุดที่หมานจื่อตัดเมื่อครู่ อย่าว่าแต่ตัดไม่ขาดเลย แม้แต่รอยดำยังไม่ติด!
“เฮ้ย แปลกแล้ว ระฆังทองสัมฤทธิ์เจ๋งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร? หมานจื่อ แกตัดต่อไป ฉันไม่เชื่อเรื่องผิดธรรมชาติพวกนี้หรอก” เถ้าแก่ซยงจริงจังขึ้นมา
“ครับ” หมานจื่อพยักหน้า ตัดต่อไปต่อหน้าเถ้าแก่ซยง จนหนึ่งนาที สองนาที ห้านาที สิบนาทีต่อมา
หมานจื่อหยุดมือ เถ้าแก่ซยงตรงเข้ามาตรวจสอบทันที สรุปว่าระฆังหย่งเล่อไม่เป็นอะไรเลย แบบเดิมเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น!
“นี่มัน…” เถ้าแก่ซยงมึนงง เกาหัว ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น
“เถ้าแก่ ระฆังนี้ผิดธรรมชาติ ทำลายไม่ได้” หมานจื่อกล่าว
“แม่ง ทำลายระฆังไม่ได้ก็หักคานลงมา อีกเดี๋ยวค่อยคิดวิธีผลักมันลงหน้าผาทั้งๆ อย่างนี้แหละ ฉันไม่เชื่อว่าหน้าผาสูงขนาดนั้นมันจะไม่แตก!” เถ้าแก่ซยงกล่าว
หมานจื่อพยักหน้า พอเงยหน้าขึ้นก็ตาค้าง “เถ้าแก่ คานคงไม่ทำมาจากไม้หรอกนะ?”
“ไม้สิดี ไม้สิจัดการง่าย หาเลื่อยมา…อะไรนะ? ไม้! เป็นไปได้ยังไง? ระฆังร้อยตันแขวนไว้ด้วยไม้? ไม้บ้านไหนมันแข็งขนาดนี้วะ?” เถ้าแก่ซยงพลันตั้งสติกลับมาได้ ส่องไฟฉายไปที่คาน พิจารณามองดีๆ นั่นไม่ใช่ท่อนไม้กลมหรอกเหรอ! ด้านบนทาด้วยสีน้ำมัน เห็นลายเส้นได้ชัดเจน