บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 524 จิ้งซินลงมือ
ทว่า…
“ผู้ใหญ่บ้าน เอายังไงดี? เคยเห็นคนหน้าด้านนะ แต่ไม่เคยเห็นใครหน้าด้านกว่าผมเลย วันนี้เจอแล้ว ตีให้ตายแล้วฝังเลยเถอะ ไม่อย่างนั้นเก็บไว้จะเป็นภัย” ซ่งเอ้อโก่วหัวเราะเหอ อะๆ
เถ้าแก่ซยงได้ยินดังนั้นก็พลันร้อนใจ ร้องโวยว่า “พวกคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้ ผมเป็นพลเมืองรักษากฎหมาย! ผมจะมาทวงหนี้!”
“คุณซยง ผมไม่สนว่าคุณจะมาทวงหนี้หรือทำอะไร แต่ถ้าคุณกล้าแตะต้องวัดก็เท่ากับเป็นศัตรูกับเราทั้งหมู่บ้าน วันนี้ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะออกไป พวกเราแจ้งตำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวจะม มาถึง คุณมีอะไรก็พูดกับตำรวจเอา อีกอย่างครั้งหน้าเวลาจะทำอะไรก็ตรวจสอบให้ดีก่อนค่อยลงมือ ฟางเจิ้งติดเงินคุณ? ทำไมคุณไม่บอกเลยล่ะว่าประธานาธิบดีสหรัฐติดเงินคุณน่ะ?” หวังโ โอ้วกุ้ยก็ยังเป็นผู้ใหญ่บ้าน ไม่มีทางให้พวกซ่งเอ้อโก่วลงมือทำร้ายคนกระทั่งฆ่าคนจริงๆ
“แจ้งตำรวจ?” เถ้าแก่ซยงลนลาน เขากลั่นกรองการใช้คำไม่ทันแล้ว ถ้าตำรวจมานั่นจะยุ่งยากไปกันใหญ่ ขืนอดีตที่น่ารังเกียจของตนถูกขุดออกมา นั่นจะเกิดผลที่เลวร้ายและตนต้องยอมรับมั น ต้องติดคุกแน่!
คิดถึงตรงนี้ เถ้าแก่ซยงรีบยิ้มเข้าสู้ “สหายหวัง ไม่มีอะไรเลยแถมยังไม่รู้อะไรแน่ชัด จะแจ้งตำรวจทำไม? คุณทำแบบนี้มันไม่ค่อยดีนะ ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาจะไม่ดีกับชื่อเสียงวัด ”
“วางใจเถอะ คุณไม่ต้องห่วงชื่อเสียงวัดหรอก” หวังโอ้วกุ้ยยิ้มเยาะ
ซ่งเอ้อโก่วหัวเราะเจ้าเล่ห์ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้งเป็นคน ไม่ใช่ตัวตลกอย่างแก พูดสองสามคำก็ทำลายชื่อเสียงคนอื่นได้ แม่งเอ๊ย เมื่อก่อนฉันขโมยไข่ไก่ยังต้องดูลาดเลาตั้งสองวัน จนแน น่ใจแล้วถึงจะลงมือ แกมันโง่ ไม่รู้อะไรเลยก็มาแล้ว…คิดว่าจะแตะภูเขาเอกดรรชนีได้เหรอ ขากถุย!”
เฉินจินพูดว่า “คิดจริงๆ เหรอว่าสิ่งที่คุณทำไร้ที่ติ? กรุ๊ปทัวร์มีแต่ผู้ชายหนุ่มแน่น เห็นๆ อยู่ว่าจะปีนเขาไปดูวิว แต่กลับแบกของห่อเล็กใหญ่ขึ้นเขา ทำไม? เอาไว้ช่วยถ่วง น้ำหนักเวลาปีนเขาเพื่อออกกำลังกายรึไง”
“เป็นเหล่าเฉินที่ตาดี สมองปราดเปรื่อง เห็นว่าผิดปกติพวกเราก็ตามมาเลย หึๆ เกือบให้พวกแกได้ทำแผนชั่วสำเร็จแล้ว…ยังดีนะทีมาทันเวลา ไม่อย่างนั้นถ้ามีกระเบื้องวัดหายไปแม้แต ต่แผ่นเดียว ฉันจะตีพวกหมาอย่างแกให้ตาย” ซ่งเอ้อโก่วตะโกน
“ไม่ใช่…ทุกท่าน เราพูดกันดีๆ ไม่ได้เหรอ ตกลง เรื่องนี้ผมผิดก่อน ถ้าไม่อย่างนั้นเรามาคุยกันดีๆ เถอะ พวกเราลงเขาไปหาบาร์ใหญ่ๆ กัน ผมเลี้ยงเอง เลี้ยงทุกคนเลย พูดคุยกันตรงๆ ๆ ก็จบเรื่องแล้ว ว่าไง?” เถ้าแก่ซยงร้อนใจเช่นกัน เขาไม่เข้าใจเลย ตนทำกับวัดเล็กเท่าฝ่ามือ แต่ทำไมถึงเหมือนไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษชาวบ้านพวกนี้? ทั้งยังเฮโลกันมาหมด แถมยังมี ท่าทีราวกับเคียดแค้นกัน ตอนแรกได้ยินลุงต๋าบอกก็คิดว่าเป็นวัดเล็กหมู่บ้านเล็ก จึงคิดว่าไม่เป็นอะไร ทั้งยังจะรีบรบรีบจบ เอาของแล้วจากไป แต่สุดท้ายกลับพบว่ามาที่นี่แล้ว ชนกำแพงทุกทาง ประหลาดทุกแห่ง ตอนนี้ตกหลุมปีนออกมาไม่ได้แล้ว
“ผมรับอาหารของคุณตรงนี้ไม่ได้ รอตำรวจมาแล้วเราค่อยไปคุยที่สถานีตำรวจกันดีกว่า” หวังโอ้วกุ้ยพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เถ้าแก่ซยงเห็นหวังโอ้วกุ้ยไม่คล้อยตาม จึงพูดเสียงเบาว่า “ผมให้แสนหนึ่ง คุณปล่อยผมไป ว่ายังไง?”
หวังโอ้วกุ้ยไม่ขยับหนังตาด้วยซ้ำ
“สองแสน! สองแสนก็ซื้อรถดีๆ ได้คันหนึ่งแล้ว” เถ้าแก่ซยงเสนอ
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะเยาะ “คุณคิดว่าผมหวังโอ้วกุ้ยสามคำนี้มีค่าแค่สองแสน?”
“สามแสน! คำละหนึ่งแสน ว่ายังไง? เราไม่มีความแค้นกัน คุณไม่จำเป็นต้องทุบผมให้ตายหรอกมั้ง? วัดไม่มีอะไรเสียหาย คุณเอาเงิน ผมกลับไป จากนี้จะไม่มาอีก พวกเราต่างคนต่างอยู่ ทุก กคนมีความสุขไม่ดีเหรอ?” เถ้าแก่ซยงพูดด้วยน้ำเสียงที่เขาคิดว่าจริงใจที่สุด
“คุณคิดเยอะไปแล้ว หวังโอ้วกุ้ยสามคำไม่มีค่าแม้แต่เหมาเดียว คุณให้สามแสนมันเยอะเกินไป ผมรับไม่ได้หรอก” หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะร่า
เถ้าแก่ซยงได้ยินดังนั้น สีหน้าพลันมืดทะมึน “จะเอายังไง? นี่กะจะโขกสับผมให้ตายเหรอ ผู้ใหญ่บ้านหวัง พี่น้องพวกนี้ของผม มีดเคยผ่านเลือดกันมาทั้งนั้น ชาวบ้านข้างหลังคุณพวกน นี้คงจะไม่เคยเห็นเลือดคนล่ะมั้ง? ถ้าสู้กันจริงๆ คนของผมไม่กลัวตาย ถ้าชาวบ้านต้องตายไปหลายคนเพื่อวัดเดียวแบบนี้…ผมจะยังไงก็ได้ ถึงยังไงต้องติดคุกอยู่แล้ว ไม่ว่ากรณีใดก็เห หมือนกัน หนีก็หนีแล้ว หนีไม่รอดก็ลากอีกสองสามคนไปด้วยกัน”
ระหว่างพูดอยู่นี้ มีกลุ่มคนเดินเข้ามาที่ข้างหลังเถ้าแก่ซยง และยังมีอีกสิบกว่าคนที่มีทักษะการต่อสู้ แต่ละคนถือมีดด้วยท่าทีไม่กลัวตายและดุร้าย
พูดจบ หวังโอ้วกุ้ยกังวลเล็กน้อยจริงๆ แล้ว ชาวบ้านก็คือชาวบ้าน ปกติมีปากมีเสียงกันยังพอไหว แต่ถ้าสู้สุดชีวิตจริงๆ ถึงคนจะเยอะ ชนะได้ไม่มีปัญหา ทว่าก็ต้องมีถูกแทงบาดเจ็บล ล้มตาย…คิดถึงผลลัพธ์ข้างหลังแล้ว หวังโอ้วกุ้ยลังเล ทว่าจะปล่อยพวกเถ้าแก่ซยงไปแบบนี้เขาก็ไม่ยอม
ชั่วขณะที่คนสองฝั่งกำลังคุมเชิงกันนั้น เสียงกระแอมไอดังขึ้น “ทุกท่าน พวกเจ้าไม่ให้เกียรติกันเกินไปหน่อยหรือไม่? ถึงอาจารย์ข้าจะไม่อยู่วัด แต่ข้ายังอยู่”
ทุกคนมองตามเสียงไป เห็นเพียงเด็กแดงเอามือเล็กไพล่หลัง เชิดหน้าขึ้นยืนอยู่ตรงปากประตูวัด ทำหน้าตาดั่งคนสูงศักดิ์ ส่วนพวกเจ้าเป็นคนจร
สีหน้าแบบนั้นเป็นการดูถูกอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ต้องพูดอะไร แต่ทำให้รู้สึกว่าได้รับความอัปยศครั้งใหญ่!
พวกหวังโอ้วกุ้ยย่อมรู้ว่าเด็กแดงกำลังดูถูกใคร จึงไม่ได้สนใจ
เถ้าแก่ซยงกลับโกรธ จะจัดการหวังโอ้วกุ้ยได้อยู่แล้ว แต่มีเจ้าตัวเล็กกระโดดออกมาอีก! ด้วยความโมโห เถ้าแก่ซยงจึงไม่พูดไม่จา ส่งสายตาไป ผู้ชายที่อยู่ใกล้เด็กแดงที่สุดยกเท้าถีบไป ปทีหนึ่งพร้อมด่าทอว่า “ไอ้ลูกหมา ผู้ใหญ่คุยกัน แกไสหัวไปตรงนู้นไป!”
“หือ?” เด็กแดงเลิกหนังตาขึ้น ดวงตาสองข้างปะทุกลิ่นอายสังหารเหลือล้น กลิ่นอายสังหารน่าสะพรึงของมหาราชาปีศาจที่มาจากอีกโลกและสังหารปีศาจสัตว์ประหลาดมาไม่รู้เท่าไรจะน่ากลัวเพีย ยงใด? วินาทีที่คนนั้นยกเท้าถีบมาก็ส่งเสียงร้อง ขาอ่อนยวบคุกเข่าลง ปัสสาวะและอุจจาระราดออกมาหมด ก่อนจะเป็นอัมพาตบนพื้นอยู่ทั้งแบบนี้!
“นี่มันบ้าอะไรวะ?” เถ้าแก่ซยงไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายสังหารที่เด็กแดงแผ่ออกมาใส่คนคนหนึ่งโดยเฉพาะ ทว่าเขานึกไปถึงเรื่องราวประหลาดๆ ในตอนนี้ จึงมีไอเย็นพวยพุ่งขึ้นในใจ
“ผี ข้าเป็นผี!” เด็กแดงแสยะยิ้มให้เถ้าแก่ซยง ก่อนยื่นสองมือดึงมุมปากตัวเอง ออกแรงดึงลากมาจนอยู่ใต้กกหู! จากนั้นออกแรงพลิกดึงหนังหน้าทั้งหมดออกมา เผยกระดูกสีขาวเรือง แ แล้วอ้าปากกว้างหัวเราะเสียงดังใส่เถ้าแก่ซยง
“ผีหลอก!” เถ้าแก่ซยงกับลูกน้องเขาตกใจจนโยนอาวุธในมือทิ้งแล้วเผ่นหนีไป
ส่วนพวกหวังโอ้วกุ้ยทำหน้ามึนงง คนพวกนี้จู่ๆ เป็นอะไรขึ้นมา จิ้งซินแค่หัวเราะก็น่ากลัวขนาดนั้นเลย?