บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 525 คนบ้ากับคนโง่
จิ้งซินเห็นแบบนั้นก็ยิ้มมีความสุข ‘มิน่าอาจารย์ถึงชอบใช้วิชาภาพมายาขู่ขวัญคนแบบนี้ วิชานี้สนุกมาก สนุกจริงๆ ฮ่าๆ…’
“ผู้ใหญ่บ้าน เอาไงดี?” เฉินจินเห็นคนกลุ่มนั้นพุ่งเข้ามา จึงถามในทันที
“พวกเขาไม่มีมีด ขวางพวกเขาไว้ อย่าให้เข้ามา จากนั้นค่อยส่งให้ตำรวจจัดการ แล้วก็บันทึกภาพไว้ด้วย นี่คือหลักฐานว่าเราป้องกันตัวเอง” หวังโอ้วกุ้ยพูด
พวกชาวบ้านต่างขวางไว้ทันที มีคนใช้มือถือบันทึกภาพอยู่ข้างหลัง มีคนรับผิดชอบส่องไฟฉาย เวลานี้โกลาหลวุ่นวายแล้ว
“ใครกล้าขวางฉัน ฉันจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด!” เถ้าแก่ซยงตกใจจริงๆ ก่อนหน้านี้แค่ประหลาด ไม่ได้เจอผีจริงๆ ตอนนี้เห็นจริงเข้าแล้ว พอนึกถึงเรื่องเหล่านั้นที่ทำก่อนหน้า คนเ เหล่านั้นที่ตนทำร้ายจนตาย เขาที่มีผีอยู่ในใจจึงกลัวจนถุงน้ำดีแทบแตก! เขาแค่อยากวิ่ง วิ่งสุดชีวิต! ใครขวางเขาจะฆ่ามันซะ!
คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน กลัวว่าจะวิ่งช้าแล้วถูกผีกิน แต่ละคนจึงโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง เหมือนที่กล่าวไว้ว่าคนจนกลัวคนมีอำนาจ คนมีอำนาจกลัวตาย ตอนนี้คนพวกนี้กำลังกลัวตาย ชาวบ้าน กลัวกันนิดๆ จึงเริ่มถอยไปข้างหลัง
เด็กแดงเห็นแบบนั้นก็ยิ้มเยาะ โบกมือไปที
เถ้าแก่ซยงกับลูกน้องเขาได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลัง “พวกตัวเล็ก อย่าให้ใครหนีไปได้ วันนี้มหาราชาจะกินคนทั้งหมด! จะควักสมองคนเป็นมากิน! จิ๊ๆ ราดน้ำมันร้อนๆ สักช้อน ฟ ฟังเสียงร้องพวกมัน อาหารเลิศรสเลยเชียว ฮ่าๆ…”
พอได้ยินเสียงน่าขนลุกนั้นและสัมผัสถึงกลิ่นอายสังหารเหลือล้นจากข้างหลัง พวกเถ้าแก่ซยงตกใจจนน้ำตาไหลย้อยอย่างควบคุมไว้ไม่อยู่ เพียงแค่อยากพุ่งออกไป ขณะกำลังคิดจะแสดงความเกร รี้ยวกราด ก็เห็นพวกชาวบ้านข้างหน้าพลันหัวเราะเยาะ แต่ละคนฉีกหน้าอกออก ควักลำไส้และหัวใจออกมา แสยะยิ้มชั่วร้ายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นเปิดอ้อมอกรอให้พวกเขาชนเข้ามา!
เมื่อเห็นภาพแบบนี้ พวกเถ้าแก่ซยงที่เดิมทีจะพุ่งเข้าไปอย่างสุดชีวิตพลันตกใจจนปัสสาวะและอุจจาระราด ร้องเสียงดังว่า “ผีหลอก! ผีหลอก! เป็นผีกันหมดเลย!” จากนั้นหมุนตัววิ่งหนี ไป!
เห็นดังนั้นพวกหวังโอ้วกุ้ยตาค้าง นี่มันอะไรกัน? หรือข้างหลังพวกเขามีผี?
แต่ละคนจึงหันกลับไปมอง แต่ไม่มีอะไรเลย ทว่าดูจากปฏิกิริยาของคนกลุ่มนั่นแล้ว ทุกคนก็ยังรู้สึกเย็นวาบข้างหลัง
“ผู้ใหญ่บ้าน แปลกนะ เห็นๆ อยู่ว่าไม่มีผี ทำไมพวกเขาถึงตะโกนว่าผีล่ะ?” เฉินจินพูดพึมพำ
ซ่งเอ้อโก่วพูดว่า “ผมว่าเป็นพระพุทธองค์แสดงอภินิหารจัดการพวกมัน พวกมันเลยมองจิ้งซินกับเราเป็นผี ไป ไปขู่ให้พวกมันกลัวกัน”
เอ่ยจบ ซ่งเอ้อโก้วตะโกนเสียงดัง “คืนชีวิตข้ามา!” ก่อนจะอ้าปากกางกรงเล็บพุ่งเข้าไป
ผลคือคนกลุ่มนั้นเห็นซ่งเอ้อโก่วพุ่งเข้าไป ก็ตกใจจนปัสสาวะและอุจจาระราด วิ่งพล่านไปทั่ว
หวังโอ้วกุ้ยเห็นดังนั้นพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง มองตากับชาวบ้านอย่างเช่นเฉินจินทีหนึ่ง จากนั้นหัวเราะชั่วร้ายพร้อมกัน แต่ละคนโยนเครื่องมือการเกษตรกับอาวุธทิ้ง บางคนสะบัดแขนกระโดด เหมือนผีดิบ บางคนกลิ้งไปบนพื้น บางคนวิ่งตะโกนไปทั่ว ทำให้พวกเถ้าแก่ซยงวิ่งตกใจกลับมา แต่ก็หนีไม่รอดอยู่ดี
ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ สิบกว่าคนที่เหลืออยู่ถูกบีบไปใต้หอกลอง
เถ้าแก่ซยงร้อนที่ศีรษะ ยังเห็นไม่ชัดว่าที่นี่คือที่ไหนก็พุ่งขึ้นไป รอจนเขาเงยหน้าขึ้นเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติ ก็มาอยู่หน้ากลองขุยหนิวแล้ว! เถ้าแก่ซยงเพิ่งอยากจะพูดอะไร รบางอย่างก็ถูกคนข้างหลังชน ศีรษะกระแทกกับกลองสงครามขุยหนิว!
ได้ยินเพียงเสียงอู้อี้ เถ้าแก่ซยงรู้สึกว่าความเย็นผุดขึ้นในใจ ตรงหน้าปรากฏร่างเงาคนจำนวนมาก เขารู้จักคนเหล่านี้ทั้งหมด เพราะการตายของคนพวกนี้เกี่ยวกับเขาไม่มากก็น้อย เมื อเห็นคนเหล่านี้ เถ้าแก่ซยงอยากอ้อนวอนขอชีวิต แต่ไม่ว่าเขาจะตะโกนสุดชีวิตอย่างไรกลับตะโกนไม่ออก ราวกับมีบางสิ่งติดอยู่ตรงลำคอ ทั่วร่างอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง ล้มลงหมดสภาพ พไปแล้ว…
“อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา…” เถ้าแก่ซยงพยายามเปล่งเสียง แต่ได้ยินเพียงเสียงแหบต่ำ พยายามมองคนอื่น กลับเห็นคนอื่นแย่กว่าเขาอีก นั่งอยู่ตรงนั้น สองตาค้าง ใบหน้าขาวซีดไม่มีเลือดฝา าดแม้แต่น้อย…
“หนีกรรมที่ตนก่อไม่พ้นจริงๆ” เด็กแดงเห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดจะแสร้งทำเป็นผีหลอกคนพวกนี้ ควบคุมพวกเขาไว้ รอจนตำรวจมาพาตัวไปพร้อมกันก็จบ ปรากฏว่าคนพว วกนี้ตายดีกลับไม่เอาดันวิ่งขึ้นหอกลองไป แถมยังเอาหัวโขกกลอง แม้เสียงจะไม่ดัง แต่คนในหอกลองก็ต้องประสบหายนะ
“อย่าเข้ามา อย่า! อ๊าก!” เสียงร้องอวดครวญและแหลมเล็กดังขึ้น
พวกชาวบ้านที่เดิมทีอยากจะขึ้นไปดูหยุดลง ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว
เด็กแดงรีบเข้าไป “ข้าจะไปดูเอง”
ไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งสติได้ เด็กแดงขึ้นไปแล้ว เห็นว่าคนสิบกว่าคนนั่งเหม่อลอยอยู่ในหอกลองราวกับคนโง่ ดวงตาเหม่อลอย น้ำลายไหล พอเห็นเด็กแดง แต่ละคนนั่งหัวเราะคิกคัก เถ้าแก่ ซยงหนักยิ่งกว่า กอดเท้าพลางนั่งแทะอยู่ตรงนั้น แทะไปพลางหัวเราะไปพลาง “อร่อย อร่อย…อร่อยจริงๆ…ขาหมูอร่อยมาก…ฮ่าๆ…อร่อยจัง”
เด็กแดงส่ายหน้า โยนคนพวกนี้ออกไป
เด็กแดงมีพลังเทพโดยธรรมชาติ ไม่ถือว่านี่เป็นเรื่องแปลกใหม่อะไร พวกชาวบ้านเห็นเรื่องแปลกจนชินแล้ว เพียงแต่คนที่วิ่งเพ่นไปมาทั่วเมื่อครู่กลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปในพริบตาแบบนี้ พวกเขาก็รับไม่ทันอยู่นิดๆ ทุกคนมองไปทางหอกลอง นัยน์ตามีความอยากรู้อยากเห็นและตื่นกลัว
เด็กแดงฉุกคิดขึ้นได้ เอ่ยไปว่า “อมิตาพุทธ ทุกท่าน หอกลองสะกดกลิ่นอายบาปกรรมของหมู่บ้านเอกดรรชนไว้ ถ้าไม่มีธุระอะไรอย่าเข้าไปจะดีกว่า ถ้าความดีในใจไม่พอ ขึ้นไปจะถูกกลิ่นอาย ยบาปกรรมทำให้วิญญาณปนเปื้อนได้ง่ายๆ หอระฆังคุมดวงชะตาของหมู่บ้านเอกดรรชนี เมื่อมีหอระฆังอยู่ ดวงชะตาจะคงอยู่ยืนยาว ถ้าทำถึงขั้นจิตใจไร้มลทินและบริสุทธิ์ดั่งน้ำไม่ได้ก็อย่า ขึ้นไป ไม่เช่นนั้นจะทำให้หอระฆังแปดเปื้อน แล้วดวงชะตาหมู่บ้านเอกดรรชนีทุกคนจะซวยตาม”
เด็กแดงพูดมั่วไปอย่างนั้น แต่ทุกคนกลับเชื่อ ถึงอย่างไรก็ได้ฟังเสียงระฆังกับกลองทุกวัน พวกเขาไม่มากก็น้อยย่อมสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่พิเศษจากในเสียงนั้น โดยเฉพาะในวันนี้ เรื องราวของพวกเถ้าแก่ซยงประหลาดจนไม่อาจคาดเดาไปอีก เรื่องแบบนี้วิทยาศาสตร์ก็อธิบายไม่ได้
เด็กแดงพูดต่อว่า “ทุกท่าน ตำรวจมาแล้ว ทุกท่านว่าคนพวกนี้…”
“เณรน้อยจิ้งซิน ท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะเฝ้าคนพวกนี้ไว้เอง พอตำรวจมาพวกเรารู้ว่าต้องทำยังไง” ตอนนี้หวังโอ้วกุ้ยตั้งสติกลับมาได้แล้ว ถึงพูดอย่างปลงอนิจจัง
ถานจวี่กั๋วบอก “ถ้าไม่เห็นกับตา ต่อให้พูดความจริงเกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ”
“ทุกคนลบคลิปในมือถือเถอะ อีกเดี๋ยวทุกคนพูดแบบนี้…” หวังโอ้วกุ้ยเรียกชาวบ้านมารวมกัน หารือกันให้พูดให้ปากคำตรงกัน
ไม่นานตำรวจก็มาถึง พอขึ้นเขามา ตำรวจสะดุ้งตกใจ คนที่อยู่บนพื้น…ไม่แขนหักก็ขาหัก บ้างซี่โครงหักหลายซี่ มองไปไกลอีก มีคนบ้าหลายคนถูกมัดรวมกัน พวกคนโง่อีกสิบกว่าคนนอนห หมอบอยู่…พวกเขาเป็นตำรวจมานานหลายปี ยังไม่เคยเจอเรื่องประหลาดแบบนี้มาก่อน