บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 531 เศรษฐีนี่นา!
รอจนนักพรตเต๋าเล่อเทียนกลับมา วางลงกลางมือ ฟางเจิ้งถึงเห็นชัดเจน ร้องตกใจว่า “ดอกโสม?!”
“เหอะๆ ตาดีมาก! เดาสิว่าโสมอายุกี่ปี?” นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูดด้วยความภูมิใจในตนเอง
ฟางเจิ้งส่ายหน้าตอบ “ทำให้อาตมาลำบากแล้ว อาตมารู้ โสมดูที่ใบ ของท่านไม่มีแม้แต่ใบเลย จะดูยังไง?”
“ฮ่าๆ…เจ้าอาวาส ดูท่าท่านคงไม่เข้าใจโสมจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ใช้คำพูดอย่างคนนอกวงการแบบนี้” นักพรตเต๋าเล่อเทียนหัวเราะเสียงดัง ไม่สนใจว่าฟางเจิ้งจะไม่พอใจคำพูดตนหรือไม่
แน่นอนว่าฟางเจิ้งไม่ได้ไม่พอใจ แต่ถามกลับว่า “อ้อ? หรือว่าไม่ดูที่ใบ? อาตมาได้ยินมาตลอดว่าต้องดูว่ามีกี่ใบ”
“นั่นเป็นพวกนอกวงการ คนที่ไม่เข้าใจจะพูดมั่วซั่ว โสมที่เกิดในป่าหนึ่งปีจะเรียกว่าสามใบ มีใบเล็กแค่สามใบ สองปีเรียกว่าห้าใบ สามปีเรียกว่าสองใบ สี่ปีมีทั้งสี่ใบห้าใบ โสมที่เกิดในป่าห้าหกเจ็ดปีจะมีโอกาสมีเจ็ดใบ อีกอย่างใบของโสมซึ่งเกิดในป่าเติบโตเป็นวัฏจักร เติบโตจากหนึ่งใบ หนึ่งสองสามสี่ห้าหก จากนั้นกลับไปเริ่มหนึ่งใบใหม่ ดังนั้นถ้าจะดูอายุที่ใบจริงๆ แล้วจะแน่ใจได้อย่างไร?” นักพรตเต๋าเล่อเทียนถามกลับ
ฟางเจิ้งงงงัน ไม่นึกเลยว่าคำพูดที่ได้ยินมาตั้งแต่เล็กจะเป็นคำลวง…
นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูดต่อว่า “เดิมทีคำพูดนี้ไม่ผิด แยกแยะโสมที่อายุน้อยก็ยังพอมีประโยชน์บ้าง ต่อมาคนหยิบนำไปใช้มั่วๆ จงใจหลอกคนที่ไม่เข้าใจโสม ทำให้อีกฝ่ายคิดจริงๆ ว่าดูใบก็มองอายุออกแล้ว คนลวงโลกเลยใช้โสมห้าหกปีหลอกว่าเป็นโสมแก่หลายสิบปีหลายร้อยปี แต่ว่าคนสมัยนี้ฉลาด หลอกคนประเภทนี้ได้น้อยลงแล้ว”
ฟางเจิ้งปลงอนิจจัง “ต่างอาชีพไม่ต่างคุณธรรม…แล้วโสมแยกแยะยังไงกันแน่?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนส่ายหน้า “พูดยาก มีเพลงกลอนพื้นบ้านบทหนึ่งพูดไว้แบบนี้ การประเมินค่าโสมป่ามีเพลงพื้นบ้านบทหนึ่งว่าไว้ว่า ‘คอโสมติดแน่นเกิดคู่กัน แขนกลมคอกลมรูปทรงแกนพุทราจีน เปลือกแน่นลายเส้นละเอียดกายตะปุ่มตะป่ำ ต้องยาวและสะอาดดั่งหนัง มีไข่มุกประดับเครา ทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์ของโสมป่า’ คำว่าคอ ทรง กาย ลาย และเคราเป็นศัพท์เฉพาะทาง แบ่งเป็นส่วนหัว แขนท่อนบน ส่วนลำตัว ลวดลาย และรากรวมมีหลายส่วน
หัวโสมป่าหลักๆ แบ่งเป็นสามส่วน คอกลมมนที่อยู่ตรงฐานที่สุดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะต้นฉบับของโสมป่า ต้องมีระยะเติบโตสามสิบปีขึ้นไปถึงปรากฏลักษณะชัดเจน รูปทรงของโสมปกติจะไม่มีลายวงกลม และมีเพียงโสมที่อายุมากเป็นพิเศษถึงมีลายยาวบนตัว
โสมเติบโตได้หลายสิบปีถึงร้อยปีภายใต้สภาพแวดล้อมที่เลวร้าย เปลือกโสมยิ่งแก่สียิ่งคล้ำ โสมก็ยิ่งแก่
ลวดลายบนโสมคือหนึ่งในเอกลักษณ์ของโสมป่า มีลักษณะคล้ายเส้นลวดขดม้วน ทั้งเล็กละเอียด แน่น และยังลึก วนเป็นรอบๆ ไม่เชื่อมต่อกัน ลวดลายเส้นลวดลักษณะนี้ยิ่งแน่นยิ่งมากเท่าไร โสมก็ยิ่งแก่เท่านั้น
เคราโสมก็เป็นส่วนที่โสมดูดรับสารอาหาร โสมยิ่งแก่ เครายิ่งน้อย ดังนั้นเคราโสมแก่จะสั้นๆ สดใหม่
โสมเติบโตใต้ดินหลายสิบปีจะมีเคราโสมที่ทั้งเน่าเปื่อยและงอกยาว เคราโสมที่เน่าจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ นั่นคือจุดไข่มุก ด้วยเหตุนี้ยิ่งจุดไข่มุกเยอะเท่าไร โสมก็ยิ่งแก่เท่านั้น
โสมยิ่งอายุมากราคาก็ยิ่งสูง โสมป่าน้ำหนักห้าสิบกรัมขึ้นไปต้องใช้เวลาหลายสิบปี ใหญ่หน่อยก็ร้อยสองร้อยปี ภาษิตบอกว่าโสมเติบโตหนักครึ่งจิน (250 กรัม) คือสมบัติล้ำค่าหายาก”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูดจบในทีเดียวแล้วมองฟางเจิ้งที่ทำหน้างง ยิ้มแห้งๆ เอ่ยว่า “เจ้าอาวาส ฟังไม่เข้าใจรึ?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา “เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ คงจะเข้าใจแล้วแหละ แต่ถ้าให้แยกแยะจริงๆ ก็อาจจะแยกแยะไม่ได้”
ทันใดนั้นเอง เด็กแดงถามด้วยความรำคาญ “พูดมาตั้งเยอะ ตกลงโสมนี่อายุกี่ปีกันแน่? คงไม่ใช่โสมสามถึงห้าปีกระมัง?”
ฟางเจิ้งถลึงตามองเด็กแดงทีหนึ่ง เด็กแดงหุบปากอย่างว่าง่าย ไม่กล้ามุทะลุอีก
นักพรตเต๋าเล่อเทียนหัวเราะเสียงดัง “โสมนี่ของอาตมาเหรอ เท่านี้!” นักพรตเต๋าเล่อเทียนพูดพลางยื่นมาสามนิ้ว!
“สามปี?” เด็กแดงถามตามจิตใต้สำนึก
นักพรตเต๋าเล่อเทียนมองค้อนเขาทีหนึ่ง
เด็กแดงว่าต่อ “สามสิบปี?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนส่ายหน้า เทน้ำชงชาแก้วแรกทิ้งไปอย่างมีความสุข ก่อนจะรินน้ำจากเหยือกลงไปจนเต็ม การกระทำไหลลื่นดั่งสายน้ำ ทุกท่าทางราวกับสวรรค์สรรค์สร้าง ดูงดงามมาก ฟางเจิ้งตาเปล่งประกายตาม ได้ยินมานานแล้วว่าศิลปะการชงชางดงาม แต่เขาคิดมาตลอดว่าเป็นเรื่องเล่ากับการชงชาเท่านั้น จะไปงดงามได้อย่างไร? แต่ตอนนี้ดูนักพรตเต๋าเล่อเทียนชงชาช่างงดงามจริงๆ อารมณ์ผ่อนคลาย มีความสุข! สบายใจ!
ฟางเจิ้งกล่าว “หรือว่าสามร้อยปี?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนเงยหน้าขึ้นด้วยความโอหัง “สามร้อยปีขึ้นไป กี่ปีเท่าไรกันแน่อาตมาบอกยาก ของดีแบบนี้ขุดออกมาก็เสียดาย อาตมาเพียงแค่เด็ดมาชงชาเล็กน้อยเป็นบางครั้งเท่านั้น”
“เด็ดมาเล็กน้อยเป็นบางครั้ง? เกรงว่าโสมคนต้นเดียวคงไม่พอ? หรือว่า?” ฟางเจิ้งตาเปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ตะลึงค้างในใจ เขากินชานี่ลงไปอึกหนึ่งไม่รู้เป็นเงินเท่าไร…ทว่านักพรตเต๋าเล่อเทียนเหมือนดื่มเป็นประจำ เจ้านี่จะรวยเกินไปแล้ว!
นักพรตเต๋าเล่อเทียนหัวเราะเสียงดัง “ในลานอารามอาตมามีแต่โสมคน ท่านว่ามีเท่าไร?”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นพลันมองไปในลานอารามที่เป็นสีเขียวๆ ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอนนี้พอมองดีๆ เจ้าหมอนี่ บอกว่าทั้งลานอาจจะโม้ไปหน่อย แต่มีครึ่งลานอารามแน่ๆ! เดาว่ามีโสมไม่ต่ำกว่าหลายสิบต้น!
“ท่านปลูกเหรอ?” ฟางเจิ้งถาม
นักพรตเต๋าเล่อเทียนส่ายหน้าบอก “ไม่ใช่แน่นอน ตอนแรกอาตมาหาที่บำเพ็ญเต๋า บังเอิญมาเจอที่นี่เข้า เห็นราชาโสมต้นนี้พาลูกหลานโสมกลุ่มหนึ่งมาซ่อนตัวอย่างสงบอยู่ที่นี่ ตำนานเล่าว่าโสมมีสติปัญญา อาตมาคาดเดาว่าพวกเขาเลือกที่นี่จะต้องเป็นเพราะฮวงจุ้ยดีแน่นอน อีกอย่างที่นี่ก็ใช้ได้จริงๆ อาตมาเลยพักที่นี่ เป็นเพื่อนบ้านกับพวกเขา ปกติจะช่วยพวกเขาไล่สัตว์ป่า กำจัดวัชพืชอะไรพวกนี้ ค่าตอบแทนก็คือจะเก็บดอกโสมจากพวกเขานิดหน่อยกับลูกโสมอะไรประมาณนั้น คงไม่เกินไปหรอกใช่ไหม?”
ฟางเจิ้งชะงักงัน ฟังจากความหมายของนักพรตเต๋าเล่อเทียน เจ้านี่ไม่ได้ยึดเอาโสมคนเป็นของตน แต่อยู่ร่วมกับโสมด้วยทัศนคติระดับเดียวกัน…ฟางเจิ้งเพิ่งเคยเห็นคนทำแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าขุดโสมสามร้อยปีนี่ออกมา เดาว่านักพรตเต๋าเล่อเทียนจะได้หลุดพ้นจากความยากจน และเดินสู่จุดสูงสุดเล็กๆ ในชีวิตทันที?
เด็กแดงเข้ามาใกล้ เอ่ยว่า “ท่านโง่รึเปล่า โสมนี่ไม่มีสติปัญญา ก็แค่พืชเท่านั้น ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย? หรือท่านกำลังเสแสร้งอยู่? ข้าว่าขายทิ้งน่าจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลว”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนส่ายหน้า “ทำไมต้องขายทิ้ง? แลกเป็นเงินหรือ? นั่นมีประโยชน์อะไรกับอาตมา? มีคนชอบเลี้ยงสุนัข มีคนชอบเลี้ยงแมว มีคนเลี้ยงลิง กระรอก หมาป่าตัวใหญ่กับเด็กนิสัยเสีย อาตมาเลี้ยงโสมเป็นสัตว์เลี้ยงก็ไม่มีอะไรผิดนี่?”
เด็กแดง หมาป่าเดียวดาย ลิง และกระรอกได้ยินดังนั้นก็พลันมองค้อนเขาด้วยท่าทีโมโห