บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 541 คนกับคนต่างกัน
ซ่งเอ้อโก่วไปหารือกับหวังโอ้วกุ้ย เขารู้ว่าฟางเจิ้งเป็นพวกกลัวความยุ่งยากแบบตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เขาคนเดียวไม่หน้าใหญ่ขนาดนั้นที่จะให้ฟางเจิ้งเสียเวลาเสียแรงมาสอนพวกชาวบ้านว่าแกะสลักอย่างไร ดังนั้นเขาจึงเตรียมดึงคนมาเยอะหน่อย หน้าก็ใหญ่ขึ้นด้วย…
สองคนต่างกอดความคิดตนเองเดินเข้าลานบ้านหวังโอ้วกุ้ย พอเข้ามาก็เห็นหวังโอ้วกุ้ยนั่งเก้าอี้อยู่ใต้ร่มเงาไม้ เจียงโจวนั่งอยู่เช่นกัน หวังโอ้วกุ้ยนั่งข้างๆ สองคนเล่นหมากกัน ซิวเสี่ยวเยี่ยกับฝานชิงกำลังดูอยู่ข้างๆ พลางเล่นมือถือ มีอิสรเสรี
ตอนนี้เองเจียงโจวพูดบางอย่าง หวังโอ้วกุ้ยพลันยิ้ม
“ผู้ใหญ่บ้าน พวกคุณคุยอะไรกันน่ะดูมีความสุขเชียว?” ซ่งเอ้อโก่วหัวเราะเบาๆ พร้อมเดินเข้ามาถาม
“ไม่มีอะไร คุยเรื่อยเปื่อย เรื่องพวกนายเป็นไงบ้าง?” หวังโอ้วกุ้ยรู้ว่าก่วนเสียงเฟิงอยากให้เซอร์ไพรส์เลยไม่ได้เปิดโปง
สรุปซ่งเอ้อโก่วส่ายหน้า “เฮ้อ โลกนี้มีคนประเภทหนึ่ง เหมือนกับงูที่ละโมบไม่รู้จักพออยากกินช้าง ไม่ยอมจ่ายอะไรเลยแต่อยากตักตวงผลประโยชน์ จิ๊ๆ…แถมยังไม่รู้สถานะตนเอง! ตอนนี้จบแล้ว ไม่ได้อะไรเลย..”
ก่วนเสียงเฟิงหน้าแดง พูดด้วยความโมโห “โทษฉันได้รึไง? ฉันจะรู้ได้ไงว่าหลวงจีนนั่น…เฮ้อ…”
“ก่วนเสียงเฟิง เอ็งพูดอะไร?” เจียงโจวถามด้วยความแปลกใจ
ก่วนเสียงเฟิงไม่อยากพูด ทว่าซ่งเอ้อโก่วไม่มีอะไรต้องปิดบังจึงเอ่ยเรื่องบนเขาทันที ฟังถึงตรงนี้ เจียงโจวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ก่วนเสียงเฟิง ปกติข้าสอนเอ็งแบบนี้รึ?”
ก่วนเสียงเฟิงก้มหน้าลง แก้ตัวว่า “อาจารย์ ท่านไม่รู้ว่าไผ่นั่นดีแค่ไหน ผมไม่รู้จริงๆ ว่าหลวงจีนนั่นแกะสลักไผ่เป็น เขาเอามีดถางป่ายาวขนาดนั้นมาตัดไผ่ ถ้าเป็นอาจารย์ท่านก็ร้อนใจเหมือนกัน” ก่วนเสียงเฟิงวาดมือเทียบขนาดของมีดถางป่าพลางพูดด้วยความไม่ยอม
“ก่วนเสียงเฟิง อย่าพูดไร้สาระ อาจารย์เป็นคนแบบนั้นเหรอ? อาจารย์ไม่เคยไปที่ไหนมาบ้าง? ไม่เคยเห็นวัตถุดิบดีชิ้นไหนบ้าง? แค่ไผ่เอง อาจารย์ไม่ลืมตัวเสียกริยาแบบนั้นหรอก” ฝานชิงกล่าว
“แกจะรู้อะไร! ไผ่นั่นดีมากจริงๆ ไม่เชื่อพวกนายก็ไปถามซ่งเอ้อโก่วกับผู้ใหญ่บ้านหวังได้เลย?” ก่วนเสียงเฟิงรู้ว่าตนพูดไปไม่มีประโยชน์เลยรีบหาพวก
สรุปซ่งเอ้อโก่วเอามือไพล่หลังเดินไปเล่นกับไก่…ขี้เกียจช่วยเขาพูด เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอใจเรื่องที่ก่วนเสียงเฟิงปฏิเสธขาเป๋หม่า
หวังโอ้วกุ้ยเป็นผู้ใหญ่บ้านจะอวยของตัวเองก็ไม่ได้ จึงยิ้มเขินๆ “ไผ่หมู่บ้านเราก็พอใช้ได้ครับ”
ก่วนเสียงเฟิงได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ในใจ นี่จะทำร้ายกันเกินไปแล้ว!
“ก่วนเสียงเฟิง อาจารย์ไม่สบาย นายไม่ดูแลไม่ว่ายังออกไปหาเรื่องไปทั่วอีก” ฝานชิงมองดูถูก เขามาจากหมู่บ้านชาวนา ซึ่งไม่ถูกชะตากับลูกคุณหนูอย่างก่วนเสียงเฟิงที่สุด มีเงิน โอ้อวดได้ กดหัวเขาแทบทุกอย่าง สิ่งเดียวที่ฝานชิงจะเอาออกมาลงมือต่อหน้าก่วนเสียงเฟิงได้คงมีเพียงความขยัน
ก่วนเสียงเฟิงเองก็ไม่ชอบฝานชิง สองคนเป็นค่อต่อสู้กัน เขาอยากจะตบไอ้เด็กสารเลวที่กระโดดออกมาจากไหนไม่รู้นี่ให้กระเด็นไปใจจะขาด แค่นเสียงขึ้นจมูกทีหนึ่ง “แกสอนฉันได้ตั้งแต่เมื่อไร ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไร อาจารย์ ไผ่หนาวนั่นเป็นของชั้นยอดในชั้นยอดจริงๆ ถ้าท่านไม่เชื่อก็ไปดูเองได้”
“อ้อ? แล้วไผ่หนาวนั่นอยู่ไหน?” เจียงโจวเข้าใจก่วนเสียงเฟิงมาก แม้เจ้านี่จะเป็นลูกคุณหนู มีความโอหังเล็กน้อย บางครั้งก็ค่อนข้างดูถูกคน ทว่าไม่ใช่คนโกหกแน่นอน และก็ไม่เคยทำแผนชั่วรังแกคนอื่น มนุษยธรรมไม่แย่
“บนเขานั่น! บนเขามีวัด ข้างหลังวัดเป็นไผ่หนาวชั้นยอด! อาจารย์ ถ้าท่านได้ไผ่หนาวมา แกะสลักให้ประณีต ในงานช่างแกะสลักปีนี้ท่านจะต้องทำให้ทุกคนตะลึง!” ก่วนเสียงเฟิงพูด
พอเจียงโจวได้ยินว่างานช่างแกะสลักก็สนใจเล็กน้อยจริงๆ ทว่าขาเขายังไม่หายดีจะขึ้นเขาไปอย่างไร จึงมองทางหวังโอ้วกุ้ย
หวังโอ้วกุ้ยเอ่ย “นั่นคือภูเขาเอกดรรชนี ไผ่บนเขาดีกว่าของตีนเขาร้อยเท่าจริงๆ เป็นของชั้นยอดในต้นไผ่ของหมู่บ้านเรา ทว่าไผ่หนาวบนเขานั่นเป็นของเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนีฟางเจิ้งทั้งหมด”
เจียงโจวตาเปล่งประกายโดยพลัน “ที่แท้ผู้มีพระคุณก็พักอยู่บนเขาลูกนั้น รอขาผมหายดีก่อนจะต้องไปขอบคุณบนเขาแน่นอน แล้วก็หมาป่าสีขาวตัวใหญ่นั่น ถ้าไม่ได้มันแบก ผมคงออกมาไม่ได้จริงๆ และยังมีลิงฉลาดตัวนั้น…”
ก่วนเสียงเฟิงได้ยินดังนั้นก็เหมือนจะหลุดประเด็นไปแล้ว! ไม่ควรพูดถึงไผ่หนาวหรือ? ทำไมถึงกลายเป็นขอบคุณ? ทว่ามองจากความหมายเจียงโจว เขาวางการขอบคุณฟางเจิ้งไว้อันดับแรกจริงๆ เลยหุบปากไปอย่างว่าง่าย แต่เขาก็ยังไม่ยอม ตรึกตรองว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่เลวร้ายตรงนี้อย่างไร ตนใกล้จะเรียนจบแล้ว เขาอยากได้วัตถุดิบชั้นสุดยอดมาเพิ่มคะแนนให้กับตน! ไม่อย่างนั้นฝานชิงจะต้องชนะเขาแน่…
หนึ่งคืนผ่านไปเงียบๆ วันที่สอง ก่วนเสียงเฟิงแอบปรึกษากับหวังโอ้วกุ้ย สรุปหวังโอ้วกุ้ยพยักหน้าตกลง
ก่วนเสียงเฟิงถึงกับผงะ “ผู้ใหญ่บ้าน คุณตอบตกลงแบบนี้เลยเหรอ?”
“แล้วทำไมล่ะครับ? แค่ไผ่ธรรมดาเอง อันนี้ผมช่วยได้ อีกเดี๋ยวคุณไปเลือกเองเถอะ ตัดกลับมาเลย” หวังโอ้วกุ้ยถามยิ้มๆ ซ่งเอ้อโก้วคุยกับหวังโอ้วกุ้ยแล้ว หวังโอ้วกุ้ยรู้ในสิ่งที่ควรรู้แล้ว ในเมื่อในหมู่บ้านตนมีปรมาจารย์ ไฉนต้องลำบากขอก่วนเสียงเฟิง? แล้วทำไมจะต้องทะเลาะกันจนไม่มีความสุขเพราะไผ่ต้นเดียว?
ก่วนเสียงเฟิงถูจมูก มองหวังโอ้วกุ้ยที่เดินจากไปพลางมึนงงเล็กน้อย พึมพำในใจ ‘ใจกว้างขนาดนี้เลย?’ ทว่าในใจยังรู้สึกอบอุ่น ทันใดนั้นเองเขารู้สึกว่าเรื่องที่ตนทำกับขาเป๋หม่าก่อนหน้านี้เหมือนจะเกินไปหน่อย
กึกๆ…
เสียงไม้ต่อกันดังขึ้น ในที่สุดฟางเจิ้งก็นำไม้กระดานมาต่อกันกลายเป็นไม้กระดานเตียงใหญ่ยาวสองเมตรกว้างห้าเมตร! จากนั้นหยิบไผ่มาต้นหนึ่ง แกะสลักหัวเตียงอย่างรวดเร็ว หางเตียงประกบเข้าไปเป็นอันเสร็จเตียงแบบง่ายๆ เตียงหนึ่ง ทว่าเพราะเตียงไผ่ทำจากไผ่หนาวไม่ธรรมดา ลายดอกไม้ด้านบนจึงดูสวยงามยิ่ง ดูยิ่งใหญ่และสบายกว่างานแกะสลักฝีมือคนทุกชิ้น
เด็กแดงเห็นเตียงนี้พลันกระโจนเข้าไป แผ่แขนขาเป็นตัวอักษร大 กลิ้งไปกลิ้งมาและพูดเสียงดัง “อาจารย์ เตียงนี่เป็นของข้าแล้ว! ข้าไม่สน เตียงนี่ของข้า!”
แก๊ง! ฟางเจิ้งชูมีดถางป่าขึ้นฟันไปยังศีรษะเด็กแดง พลันเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมา ฟางเจิ้งลองมานานแล้ว ศีรษะเจ้าเด็กนี่ไม่รู้ทำมาจากอะไร ใช้อะไรตีก็ไม่มีประโยชน์ เสียงแก๊งดังขึ้น แม้แต่ขนเด็กแดงยังไม่ร่วง ฟางเจิ้งเลยตีเด็กแดงตามอำเภอใจขึ้นเรื่อยๆ หยิบอะไรได้ก็ใช้อันนั้น…บางครั้งตีจนเสพติด ซ้ำยังตีออกมาเป็นจังหวะเสียง…
เด็กแดงกุมหัวพลางพูดอย่างคับอกคับใจ “อาจารย์ ท่านทำอะไร?”
“ไม่ได้ทำอะไร เตียงนี่ไม่ได้ให้นาย นี่ของจิ้งเจิน” ฟางเจิ้งตอบ
………………………………………..…..