บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 545 มีค่ามากหรือ?
ทันทีที่เจียงโจวจะตะโกนเรียกก่วนเสียงเฟิงไว้นั้นก็ไม่ทันแล้ว
“อาจารย์ ใจเย็นๆ ค่ะ หนูจะไปดูเอง” ชิวเสี่ยวเยี่ยก้าวขายาวไปที่หน้าประตู พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเด็กแดงถือมีดผ่าฟืนอันใหญ่ กำลังจะตัดเก้าอี้ที่สว่างแวววาวราวกับหยก จึงเอ่ยไปแทบจะตามจิตใต้สำนึก “อย่า!”
“นี่…พวกเอ็งทำอะไรกัน? ฝานชิง ให้พวกเขาหยุดตะโกนเสียงดังในวัด” เจียงโจวกล่าว
ฝานชิงพยักหน้าและวิ่งเข้าไปทันที
เจียงโจววางใจฝานชิง เทียบกันแล้วมีความสุขุมมากกว่า ทว่า…
“หยุด!” ฝานชิงตะโกนเสียงดัง เจียงโจวตาค้าง หลังลานวัดเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ศิษย์สามคนเป็นแบบนี้? แต่ขาเดินลำบาก เขาอยากไปดูก็ไม่ได้ ได้แต่พยายามชะเง้อคอมองไปข้างใน น่าเสียดายมีปัญหาเรื่องมุมเลยไม่เห็นอะไรเลย!
เจียงโจวจึงร้อนใจ “ฝานชิง พวกเอ็งเห็นอะไรกันแน่? พาอาจารย์ไปที”
ฝานชิงเพิ่งนึกออกว่าตนมาทำไม พูดดิบดีว่าจะห้ามพวกเขาตะโกน ทว่าทำไมตนตะโกนตาม? จึงหน้าแดง ฝานชิงกับก่วนเสียงเฟิงรีบวิ่งกลับมา ชิวเสี่ยวเยี่ยจ้องเด็กแดงราวกับไปฆ่าบิดาตน วางมาดว่าถ้านายกล้าผ่าเก้าอี้ ฉันจะกินนาย! ทำเอาเด็กแดงตกใจจนไม่กล้าผ่า…
ก่วนเสียงเฟิงแบกเจียงโจวไปพลางพูดไปพลาง “อาจารย์ ท่านไม่รู้ว่าในลานวัดมีเก้าอี้ที่ดีมากชิ้นหนึ่ง เจ้าเด็กดื้อกำลังจะผ่าเก้าอี้! นี่มันเกินไปแล้ว! ผมทนไม่ได้เลยตะโกนออกไป…”
เจียงโจวมองฝานชิง ฝานชิงยิ้มเจื่อนๆ “ผมก็เหมือนกัน…”
ระหว่างพูดอยู่นี้ พวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูหน้า เจียงโจวมองปราดเดียวก็เห็นฟางเจิ้งในจีวรขาวนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ขณะจะพูดบางอย่าง สายตาไปเห็นเก้าอี้ที่นอนอยู่บนพื้นรวมถึงเด็กแดงที่กำลังชูมีดขึ้นสูงกำลังจะผ่าเก้าอี้ มีดนั้นคู่กับเก้าอี้นี้ ความรู้สึกของภาพเด่นชัดเกินไป! ทำให้เขาอดไม่สังเกตไม่ได้
เจียงโจวมองปราดเดียวก็ตาค้าง เก้าอี้นี่ในสายตาคนอื่นเป็นเก้าอี้ดั่งมรกต ลวดลายชัดเจนเป็นธรรมชาติ สวยมาก! ทว่าในสายตาเขากลับเห็นเป็นทักษะงานศิลปะขั้นเทพ! ทุกชิ้นส่วนของไผ่นี้ล้วนมาจากปัจจัยธรรมชาติหรือการปอกแต่ง ไม่ก็ตัด ดังนั้นถึงได้มองแล้วสบายตาอย่างยิ่ง ไม่เหมือนงานแกะสลักฝีมือคน แต่เหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พูดเหมือนง่าย ทว่าในใต้หล้าคนที่ทำถึงขนาดนี้ได้นับนิ้วได้เลย! อีกทั้งคนพวกนี้ใครจะเสียเวลาเสียวัตถุดิบไปกับการทำเก้าอี้? ดังนั้นพูดได้ว่าเก้าอี้นี่ไม่ได้พูดโอเวอร์เกินไปแม้แต่น้อย มันคือหนึ่งในเก้าอี้ที่ฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง…วัตถุดิบมีค่า ทักษะยากจะแสวงหา ถ้าวัตถุดิบหาค่ามิได้ เช่นนั้นก็หาค่ามิได้จริงๆ…
ทว่าเก้าอี้นี้ถูกคนทำขาหัก! แถมยังจะผ่าอีก!
ตอนนี้เองในที่สุดเจียงโจวก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกนักเรียนถึงตะโกนอย่างลืมตัวแบบนี้ ถ้าเป็นเขาก็ตะโกนเช่นกัน!
“ประสก มีเรื่องอะไรกันหรือ?” ฟางเจิ้งกลัดกลุ้มแล้ว ทำไมเวลาเขาทำอะไรต้องมีคนมารบกวน? ก่อนหน้านี้ตัดไผ่ก็มีคนตะโกน ตอนนี้จะผ่าเก้าอี้ที่พังแล้วก็ยังมีคนตะโกน…นี่จะทำอะไร? อยากขึ้นสวรรค์?
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ขอโทษครับ เมื่อกี้พวกเราลืมตัวเสียกิริยา เพียงแค่…เณรจิ้งซินกำลังทำอะไรอยู่?” เจียงโจวเบนสายตา ถึงเห็นว่าในลานวัดมีเก้าอี้อีกหลายตัว ตั่งยาว และยังมีโต๊ะ แถมของพวกนี้ดูไม่ต่างกันเลย ทว่าฝีมือมหัศจรรย์ ลักษณะก็ต่างกัน แต่จะมองเห็นได้ว่าทุกการลงมีดประณีตอย่างมาก ไม่ใช่โต๊ะเก้าอี้ธรรมดาที่สร้างขึ้นหยาบๆ
ต่อให้เป็นเจียงโจวที่เห็นผลงานชิ้นใหญ่หรูหรามาจนชินก็ยังอดเอ่ยประโยคหนึ่งในใจไม่ได้…ฟุ่มเฟือย!
“อ้อ ศิษย์อาตมานั่งเก้าอี้นี่พัง เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์เลยเตรียมจะผ่าทำฟืน” ฟางเจิ้งตอบอย่างมีเหตุผล เขาย่อมรู้ว่าไผ่หนาวเป็นของดี แต่สำหรับเขาแล้วนอกจากกินตอนที่มันอ่อนๆ แล้ว ตอนแก่ก็ใช้ทำโต๊ะเก้าอี้เตียงตั่ง ไม่มีประโยชน์อย่างอื่น ไม่เอามาทำฟืนจะใช้ทำอะไร? ระบบไม่ให้เขาทำธุรกิจเอาออกไปขาย
“ผ่าทำฟืน?!” เจียงโจว ชิวเสี่ยวเยี่ย ฝานชิงและก่วนเสียงเฟิงสี่คนได้ยินดังนั้นก็ร้องตกใจพร้อมกัน ลูกตากลมโต แววตานั้นราวกับว่าฟางเจิ้งไปฆ่าบุพการีพวกเขา
“ก็มันพังแล้ว ไม่ทำฟืนจะเก็บไว้ทำอะไร?” เด็กแดงกลัดกลุ้มเช่นกัน ไผ่นี่อาจจะไม่เลว แต่สำหรับพวกเขาต่อให้เป็นไผ่ที่ดีหน่อยแล้วมันหายากหรือ? ส่วนการทำเก้าอี้ อาจารย์เขาทำเป็นกองในช่วงเช้า โยนทิ้งสักอันแล้วจะทำไม?
หมาป่าเดียวดาย กระรอก ลิงก็คิดแบบนี้ ถึงอย่างไรในมุมมองพวกเขา ไอ้นี่ไม่มีค่า!
ศิษย์และอาจารย์เจียงโจวสี่คนสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไม่ให้เพลิงโทสะตนปะทุออกมา เพราะนี่เป็นของคนอื่น เขาจะทำอย่างไร พวกเขาเป็นคนนอกไม่มีสิทธิ์พูดมากจริงๆ
เจียงโจวเอ่ยว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง วัตถุดิบกับฝีมือการทำเก้าอี้นี่คือชั้นหนึ่ง อยู่ข้างนอกมันเป็นของดีที่เงินทองยังยากจะซื้อได้ มาผ่าทำฟืนแบบนี้ น่าเสียดาย…”
ฟางเจิ้งงุนงง “มีค่ามากเลยหรือ?”
“แน่นอน! แม้ฝีมือการทำเก้าอี้นี้จะมีแค่การลงมีดง่ายๆ ไม่กี่ครั้ง แต่ว่าทุกการลงมีดลงในจุดที่ควรจะลง เดินไปตามเส้นธรรมชาติของไผ่ อีกทั้งตัวเก้าอี้ไม่มีตะปูที่เป็นสิ่งภายนอก ทั้งหมดทั้งมวลเหมือนกับคนที่รู้คิดว่าเป็นงานฝีมือคน แต่คนที่ไม่รู้จะคิดว่าเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ของดีแบบนี้ไม่ได้มีค่ามาก แต่โคตรมีค่า! เอาออกไปขายได้แสนสองแสนสบายๆ! ถ้าเป็นของเก่าพร้อมมาจากมือช่างที่มีชื่อ นั่นจะมีค่ามากกว่านั้น” เจียงโจวตอบ
“แบบนี้เอง…” ฟางเจิ้งพยักหน้า เอ่ยถามระบบในใจ “ระบบ นายว่างานฝีมือมีค่าขนาดนี้ จะขายได้ไหม?”
“งานฝีมือพุทธศาสนาจะเอาไปขายได้ยังไง? นายมองให้สูงกว่านี้หน่อยได้ไหม?” ระบบพูด
ฟางเจิ้งยิ้มเจื่อนๆ “ได้เงินมาเราไม่ใช้ แต่บริจาคทำความดีก็ได้รึเปล่า?”
“ความคิดไม่เลว แต่ว่าไม่ได้! ทักษะที่ระบบให้นายเหนือเกินกว่าปรมาจารย์ขั้นสุดยอดที่สุดของโลกนี้ นี่มันมากเกินไปแล้ว นายจะทำออกไปขาย? ตัวนายจะไม่ได้ทำความดี แต่จะทำลายอาชีพนี้ต่างหาก ทำลายคนที่ใช้ชีวิตยืนหยัดในอาชีพนี้จริงๆ เงินที่นายขายได้จะช่วยคนได้เท่าไร? ทำลายอาชีพหนึ่ง นายทำลายไปกี่คน? ตอนนี้นายยังคิดว่านี่คือความดีอีกหรือ?” ระบบถาม
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก…
ระบบพูดต่อ “เก้าอี้นี่ วิเคราะห์ตั้งแต่ช่างขั้นสุดยอดเลือกวัตถุดิบจนถึงลงมือสร้าง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสุดสองเดือนถึงจะเสร็จ แต่นายทำวันหนึ่งได้กี่ตัว?”
ฟางเจิ้งเงียบ ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ที่แท้ก็แบบนี้ ฉันคิดง่ายเกินไปเอง”
เมื่อเห็นฟางเจิ้งเงียบ ก่วนเสียงเฟิงตาเปล่งประกาย คิดในใจว่า ‘อาจารย์เก่งจริงๆ พูดคำเดียว หลวงจีนนี่เหมือนจะสนใจเงินเลย! แม่ง รู้อย่างนี้แต่แรก ตอนนั้นฉันขึ้นมาบอกว่าจะซื้อไผ่หนาวดีกว่า เท่านี้ก็จะได้ทุกอย่างนี่? ทำไมจะต้องใช้อะไรอ้อมค้อมแบบนั้น…ขาดทุนหนักแล้ว!’
……………………