บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 547 พาเข้าโลงศพ
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นถึงกับใจสั่น ก่อนเอ่ยอย่างสงบไร้ซึ่งความละอายใดๆ “เป็นฝีมืออาตมาเอง”
“หา…” เจียงโจวอ้าปาก หมื่นพันคำพูดกลายเป็นไร้คำพูด สุดท้ายถอนหายใจยาว “ผมเรียนแกะสลักมาตั้งแต่เล็ก ฝึกอย่างหนักมาห้าสิบปี ไปทั่วทุกมุมโลก ตามหาแรงบันดาลใจและวัตถุดิบเพื่อพัฒนาฝีมือตนเอง ที่ผ่านมาผมบอกว่าตนเป็นอัจฉริยะที่ขยัยขันแข็ง จุดนี้ผมไม่สงสัย ตอนนี้มาดูแล้ว…เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า หนังหน้าแก่ๆ อย่างผมหนาเกินไปจริงๆ”
พูดจบ เจียงโจวก็ประคองฝานชิงกับก่วนเสียงเฟิงพยายามยืนขึ้น
ทุกคนทำหน้าประหลาดใจ จะทำอะไร?
เจียงโจวโค้งตัวแสดงความเคารพฟางเจิ้ง “ได้โปรดหลวงพี่ช่วยชี้แนะเส้นทางการแกะสลักให้ผมด้วย!”
“อะไรนะ?” ก่วนเสียงเฟิง ชิวเสี่ยวเยี่ยและฝานชิงตาค้างพร้อมกัน ฟางเจิ้งก็งง นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ฟางเจิ้งยังไม่ทันตอบก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู หันไปมองเห็นซ่งเอ้อโก่วและพวกขาเป๋หม่าเข้าประตูมา แถมยังเห็นภาพเจียงโจวโค้งตัวคารวะอาจารย์พอดี ซ่งเอ้อโก่วหลักแหลมอย่างยิ่ง พลันเตะขาเป๋หม่าทีหนึ่ง ขาเป๋หม่าเดินกะเผลกเข้าไป ตั้งสติได้แล้วก็ถือโอกาสคารวะตาม ผลคือใช้แรงมากไปจึงคุกเข่าลงเอาหัวโขกพื้นดังโป๊ก ฟางเจิ้งฟังแล้วรู้สึกเจ็บหน้าผาก!
ทว่าขาเป๋หม่ายังแน่วแน่ ที่น่าทึ่งคือเขาไม่ร้องว่าเจ็บ เขารู้ดีว่าฝีมือของก่วนเสียงเฟิงทิ้งห่างเขาไปถนนหลายเส้น! อาจารย์ของก่วนเสียงเฟิงหรือเจียงโจวจะต้องเก่งกว่าแน่นอน! เจียงโจวที่เก่งขนาดนี้ยังอยากคารวะฟางเจิ้งเป็นอาจารย์ เช่นนั้นฟางเจิ้งมีวิชาการแกะสลักที่เก่งยิ่งกว่า ซ่งเอ้อโก่วไม่ได้หลอกเขา! เขาเข้าใจทุกอย่างแล้วในชั่วเสี้ยวพริบตา!
ดังนั้นขาเป๋หม่าจึงพูดอย่างไม่ลังเล “ได้โปรดเจ้าอาวาสช่วยชี้แนะวิธีการแกะสลักกับผมด้วย!”
ฟางเจิ้งงงหนักแล้ว นี่มันอะไรกัน? ข้างหน้าคารวะ หมุนตัวกลับเจอคนเอาศีรษะโขกพื้น! วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงดุเดือดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ?
ฟางเจิ้งมองพวกฝานชิงในเชิงขอความช่วยเหลือ อยากให้พวกเขาประคองเจียงโจวขึ้น เขาไม่อยากรับการคารวะนี้! สอนลูกศิษย์มันเหนื่อยมาก!
ทว่าสิ่งที่ทำให้ฟางเจิ้งทุกข์ใจคือก่วนเสียงเฟิง ชิวเสี่ยวเยี่ยและฝานชิงสามคนมองตากันก่อนคารวะตาม เอ่ยพร้อมกันอย่างน่าประหลาดว่า “ได้โปรดเจ้าอาวาสชี้แนะวิธีการแกะสลักแก่พวกเราด้วย!”
ฟางเจิ้งมองบน นี่มาก่อเรื่องอะไรกัน? จึงหันไปมองพวกซ่งเอ้อโก่ว
ซ่งเอ้อโก้วพาชาวบ้านห้าหกคนโค้งตัวคารวะตาม ตะโกนเสียงดังว่า “ได้โปรดหลวงพี่ชี้แนะวิธีการแกะสลักแก่พวกเราด้วย!”
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูดใดๆ แล้ว…
“อาจารย์ นี่จะแย่งงานพวกเรารึ? ให้ข้าตุ๋นพวกเขาเถอะ” เด็กแดงควงมีดถางป่าในมือพลางพูดด้วยความบ้าอำนาจ
ฟางเจิ้งมองค้อนเขาไปทีก่อนพูดกับทุกคน “อมิตาพุทธ ทุกท่าน รีบลุกขึ้นเถอะ อาตมาอยากถามทุกท่านว่าทำไมถึงอยากเรียนวิชาของอาตมา?”
ขาเป๋หม่ากล่าว “ชีวิตนี้ผมใช้ชีวิตเสเพลไร้หนทางจนกระทั่งมีไผ่หนาวถึงหาทางพบ ผมอยากเรียนแกะสลักไผ่หนาวเพื่อหาเงิน ปรับปรุงชีวิต ต่อมาก่วนเสียงเฟิงเข้ามาเปิดประตูบานใหญ่ให้กับผม ให้ผมเห็นสะเก็ตไฟจากการปะทะกันของศิลปะและไผ่หนาว สวรรค์ นั่นสมบูรณ์แบบมาก! นั่นต่างหากคือศิลปะ!” พอได้ยินขาเป๋หม่าพูดแบบนี้ ก่วนเสียงเฟิงหน้าแดงเป็นก้นลิง พูดว่าศิลปะต่อหน้าเจียงโจวกับฟางเจิ้ง? มันช่าง…น่าอาย!
ขาเป๋หม่าพูดต่อ “ตอนนี้ผมอาศัยฝีมืองูๆ ปลาๆ แค่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน และไม่ต้องทำนาเท่านั้น ผมไม่ชอบเล่นไพ่ ไม่ชอบนั่งยองคุยโม้หน้าหมู่บ้าน แล้วผมจะทำอะไรได้? ว่างทั้งวัน ใช้เวลาไปเปล่าๆ? นั่นต่างอะไรกับคนตาย? แต่ก่วนเสียงเฟิงทำให้ผมเกิดความสนใจในการแกะสลัก ถึงไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปได้อีกกี่ปี แต่ว่าผมยอมพยายามเพื่อศิลปะนี้ไปจนวันตาย! อีกอย่าง ช่วงเวลาที่ผมสอนชาวบ้านแกะสลักเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด ผมพบว่าขยะอย่างผมก็ยังมีประโยชน์ ยังอาศัยศิลปะทำให้คนเคารพได้ ดังนั้นผมถึงอยากเรียน เรียนเพื่อสอนคนอื่นให้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนชีวิตคนให้มากขึ้น เท่านี้ครับ”
“ประสกล่ะ?” ฟางเจิ้งถามเจียงโจว
เจียงโจวตอบ “ผมแค่อยากพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้หาทางไม่พบ ตอนนี้มีแล้ว เลยอยากขอให้หลวงพี่สอนผม”
ฟางเจิ้งยิ้มพลางส่ายหน้า “ประสกเจียง ประสกกับอาตมาพบกันเพราะมีวาสนา ประสกอยากคารวะอาตมาเป็นอาจารย์ อาตมาก็ดีใจมาก นี่เท่ากับประสกยอมรับในฝีมืออาตมา”
ได้ยินดังนั้นขาเป๋หม่าตกใจ หรือว่าฟางเจิ้งจะรับเจียงโจวเป็นศิษย์? พอตรึกตรองดูดีๆ เจียงโจวเป็นยอดฝีมือแกะสลักอยู่แล้ว เรียนรู้อะไรย่อมไปได้เร็วกว่าเขาที่เพิ่งเรียนรู้กลางคัน เขาเทียบกับเจียงโจวไม่ได้ในทุกด้าน…คิดถึงตรงนี้ก็ก้มหน้าลงด้วยความห่อเหี่ยว ถือเสียว่ายอมแพ้แล้ว
เจียงโจวใจสั่น หรือว่าเขามีโอกาส?
ฝานชิง ชิวเสี่ยวเยี่ยและก่วนเสียงเฟิงตื่นเต้นเช่นกัน ถ้าเจียงโจวได้เรียนก็จะเก่งยิ่งกว่าเดิม เช่นนั้นพวกเขาที่เป็นลูกศิษย์ย่อมได้ผลประโยชน์มากมาย! ฐานะของเจียงโจวยิ่งสูง พวกเขาก็ยิ่งเหมือนเรือสูงขึ้นตามน้ำ! ได้เรียนวิชาที่เจ๋งกว่าเดิม…คิดถึงตรงนี้ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นเต้น
ฟางเจิ้งพูดต่อว่า “แต่ว่า ประสกไม่สอดคล้องกับมาตรฐานในการรับศิษย์ของอาตมา ดังนั้นอาตมารับประสกไม่ได้ แน่นอนว่าเรามีวาสนาระหว่างกัน อาตมาจะให้ไผ่หนาวสามต้น”
“หา?” ทุกคนตะลึงค้างพร้อมกัน ฟางเจิ้งปฏิเสธเจียงโจวที่มีคุณสมบัติดีขนาดนี้? นี่…ในสมองหลวงจีนนี่มีแต่น้ำหรือ?
ฟางเจิ้งไม่สนว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร หมุนตัวกลับมาพูดกับขาเป๋หม่า “ประสกหม่า อาตมาก็รับประสกเป็นศิษย์ไม่ได้เหมือนกัน”
“ครับ…” ขาเป๋หม่าเตรียมใจไว้นานแล้ว เลยไม่ผิดหวังมากนัก
ทว่าฟางเจิ้งเอ่ยต่อ “แต่ว่าอาตมาสอนประสกแกะสลักอย่างไรได้”
“หา?” ทุกคนเบิกตาโตก่อนมองหลวงจีนบ้าที่พูดจาเว้นวรรคนานจนทำคนอื่นรอบๆ ปั่นป่วนไปหมดด้วยความคับแค้นใจ
ฟางเจิ้งยิ้ม “อาตมาเป็นนักบวช ถ้าประสกเข้าเป็นศิษย์อาตมาก็มีแต่ต้องออกบวช น่าเสียดาย วัดอาตมาเล็กเกินไป ไม่มีกุฏิมากขนาดนั้น เลยไม่รับประสก ส่วนวิชาการแกะสลัก นี่คือวิชาของคนใต้หล้า อาตมาไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้วเลยจะสอนประสก”
“หลวงพี่ นี่ไม่ยุติธรรม! ในเมื่อเป็นวิชาของคนใต้หล้า ทำไมถึงไม่สอนอาจารย์ผม?” ก่วนเสียงเฟิงร้องโวยว่าไม่ยุติธรรม
ฟางเจิ้งไม่ตอบ แต่เจียงโจวได้สติกลับมาราวกับถูกฟ้าผ่า เอ่ยต่อว่าไปว่า “ก่วนเสียง หุบปาก! ขอโทษหลวงพี่!”
ก่วนเสียงเฟิงเอ่ยด้วยสีหน้าคับอกคับใจ “อาจารย์ เห็นๆ อยู่ว่าหลวงจีนนี่ลำเอียง…”
“หุบปาก! ขอโทษ!” เจียงโจวพูดเสียงเด็ดขาด
ก่วนเสียงเฟิงจนปัญญา ได้แต่พูดกับฟางเจิ้ง “ขอโทษครับหลวงพี่”
ฟางเจิ้งยิ้ม ส่ายหน้าสื่อว่าไม่ถือสา จากนั้นมองเจียงโจวพลางพูดปลอบ “ประสกเข้าใจแล้ว?”
เจียงโจวถอนหายใจ “เข้าใจแล้วครับ…ผมสับสนไปเอง ขอบคุณที่ไต้ซือเตือนสติครับ ข้าพเจ้าได้รับการสั่งสอน” พูดจบเจียงโจวก็โค้งตัวคารวะฟางเจิ้ง
การคารวะครั้งนี้ ก่วนเสียงเฟิง ฝานชิง ชิวเสี่ยวเยี่ยกระทั่งพวกขาเป๋หม่ายังงุนงง ไม่เข้าใจว่าสองคนนี้กำลังทำอะไรกันแน่
เจียงโจวเห็นฟางเจิ้งไม่มีทีท่าจะอธิบายจึงถอนหายใจยาว “ตอนนั้นผมไปขอเรียน เริ่มเรียนแกะสลักกับอาจารย์ตอนอายุแปดขวบจนอายุสามสิบ ตอนเริ่มเขาสอนผมแค่พื้นฐาน ตอนอายุยี่สิบถึงสอนวิธีการพิเศษกับผม แต่จนถึงตอนที่เขาจากไปก็ยังไม่สอนยอดวิชาหลายแขนงที่เก็บเอาไว้ รอจนเขาอยากบอกอยากสอนผม เขาก็พูดมาได้ไม่กี่คำ…วิชาเหล่านั้นตามเขาเข้าโลงศพไป ภรรยาอาจารย์พูดกับผมว่าชีวิตนี้คนที่อาจารย์ผมเป็นกังวลที่สุดไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่เป็นผม! เขากันผมมาตลอดชีวิต! แน่นอน เขาดีกับผมจริงๆ ตอนนั้นครอบครัวผมยากจน เขาดูแลอาหารและที่พักให้หมด แม้แต่เงินแต่งงานอาจารย์ยังเป็นคนออกให้ อาจารย์ดูแลผมเหมือนกับลูกแท้ๆ แต่ว่าเขาก็ยังกันผมตลอดชีวิต ภรรยาอาจารย์ยังบอกอีกว่าตลอดชีวิตนี้ที่เขาพูดถึงผม มักจะพูดประโยคหนึ่งบ่อยที่สุดว่า ‘ถ่ายทอดวิชาให้หมดผู้เป็นครูก็อดตาย’ ”
เอ่ยถึงตรงนี้ สีหน้าเจียงโจวดูผ่านโลกมานาน มีความเจ็บปวด โศกเศร้า ซ้ำยังมีความจำใจและเสียดาย
เจียงโจวพูดต่อ “บางทีอาจเป็นผลจากอาจารย์ ผมเลยมองวิชาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต่อให้เป็นอาจารย์ก็ยังยืนหยัดเก็บหัวใจสำคัญเอาไว้ ผมมีนักเรียนและก็มีลูกศิษย์ นักเรียนเรียนพื้นฐาน ลูกศิษย์เรียนผิวเผิน…พูดแล้วก็คงเป็นกรรมตามสนอง บางทีอาจเป็นเพราะความคิดใจแคบของเรา สวรรค์ถึงลงโทษพวกเราร้ายแรงที่สุดแบบนี้ พวกเราไม่มีผู้สืบทอด! ผมเคยคิดว่าถ้าผมแก่แล้ว ทำไม่ไหวแล้วก็จะเขียนหนังสือ เขียนหัวใจสำคัญเหล่านี้ออกไป แต่ผมก็ยังทำใจเขียนไม่ได้มาตลอด…”
ซ่งเอ้อโก่วอดสอดปากไม่ได้ “ลุงอยากเป็นเหมือนอาจารย์เหรอที่ตายแล้วยังกอดวิชาพวกนี้เข้าโลงศพไป แล้วให้อาชีพนี้สูญเสียบางสิ่งไปอีก? ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมประวัติศาสตร์หลายพันปีของเราที่เห็นๆ อยู่ว่ามีหลายสิ่งที่นำหน้า แต่กลับเสื่อมลงเรื่อยๆ สู้พวกแอบเรียนไม่ได้ ถ้าไม่แอบจริงๆ ก็ไม่ได้เรียนอะไรเลย!”
เจียงโจวได้ยินดังนั้นก็หน้าแดง…พูดด้วยความเขินและละอายใจ “เอ็งพูดถูก ถ้าข้ายังทำแบบนี้ เช่นนั้นข้าก็เป็นนักโทษ”
“อมิตาพุทธ ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขตกลับใจคือฟากฝั่ง ยินดีกับประสกด้วย” ฟางเจิ้งประนมสองมือ
เจียงโจวแสดงความเคารพกลับ “ขอบคุณหลวงพี่มากครับที่เตือนสติ ผมตัดสินใจแล้วว่าพอกลับไปจะเขียนทุกอย่างที่ผมเป็นออกมา พิมพ์หนังสือถ่ายทอดออกไป” พูดจบ เจียงโจวพูดกับก่วนเสียงเฟิง ฝานชิงและชิวเสี่ยวเยี่ย “พวกเอ็งก็ไม่ต้องแย่งตำแหน่งศิษย์เอกอะไรแล้ว ขอแค่พวกเอ็งเป็นนักเรียนข้า ขอแค่พวกเอ็งอยากเรียน ขอแค่พวกเอ็งมีเจตนาดี ข้าจะสอนพวกเอ็งทั้งหมด! เหมือนกันทุกคน!”
สิ้นเสียง ก่วนเสียงเฟิง ฝานชิง และชิวเสี่ยวเยี่ยดีใจใหญ่ ร้องดีใจไม่หยุด จากนั้นนึกได้ว่าอยู่ในวัดจะตะโกนไม่ได้ จึงค่อยปิดปากยืนหัวเราะแห้งๆ
“อาจารย์จะไม่สอนพวกเขาจริงรึ?” เด็กแดง ลิง กระรอกและหมาป่าเดียวดายยืนอยู่ข้างฟางเจิ้ง มองแผ่นหลังพวกเจียงโจวที่กำลังเดินจากไป
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “ถ้าพวกเขาอยากเรียนจริงๆ มีเหตุผลอะไรที่จะเรียนไม่ได้?”
ฟางเจิ้งเอ่ยจบก็บิดเอวขี้เกียจ “ไปเถอะ กลับกัน ไปเตรียมอาหารเย็น พรุ่งนี้ไปอาจารย์จะสอนลูกศิษย์ พวกนายอยากเรียนไหม?”
“อยาก!” กระรอกตอบด้วยความตื่นเต้น
นอกจากมันแล้ว คนอื่นไม่ได้สนใจมากนัก เด็กแดงเปิดหนังตาขึ้น “ตัวท่านแค่นี้จะแกะสลักอะไรได้?”
……………………………..………