บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 554 ศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมแรงร่วมใจ
เด็กแดงอยากจะร้องไห้ ครั้งนี้เสียหายหนักมาก! ไม่อย่างนั้นเขาคงมีโอกาสได้ไป!
“อาจารย์ ศิษย์น้องอยากให้เราไปด้วยกันถึงพูดแบบนี้ จะโทษเขาไม่ได้ ได้โปรดอาจารย์ให้ศิษย์น้องไปเถอะ ศิษย์ไม่ไปแล้ว” ลิงพลันพูดขึ้น
เด็กแดงอึ้งงันก่อนจะหน้าแดง เขาช่วยพวกลิงพูดที่ไหนกัน เขาแค่ปากไวเท่านั้น ขณะอยากพูดอะไรนั้น…
ก็ได้ยินหมาป่าเดียวดายพูดตาม “อาจารย์ ศิษย์ก็ไม่ไปแล้ว ให้ศิษย์น้องไปเถอะ”
ฟางเจิ้งมองหมาป่าเดียวดายราวกับมีความคิด ก่อนมองกระรอก
เด็กแดงหัวใจบีบรัด หรือว่าจะมีหวังแล้ว?
กระรอกยื่นนิ้วออกมาถูกันไปมาตรงหน้าอก เอ่ยด้วยความเขินอายว่า “อาจารย์ ถึงศิษย์จะอยากไปจริงๆ แต่ว่า…แต่ว่าก็หวังจะให้ศิษย์น้องไป ศิษย์…ศิษย์อยู่วัดก็ได้”
เด็กแดงฟังถึงตรงนี้ ภายในใจเกิดความอบอุ่น เขารู้ดีว่าในบรรดาพวกศิษย์พี่ กระรอกอายุน้อยที่สุดแถมยังเหมือนเด็กน้อย มีใจอยากเล่นสนุกมากกว่า ปกติทุกคนจะดูแลกระรอก เอื้อเฟื้อให้กระรอก ไม่นึกเลยว่าครั้งนี้กระรอกจะดูแลเด็กแดง เอื้อเฟื้อให้เขา ความรู้สึกนี้…น่าตื้นตันใจจริงๆ อบอุ่น
ตอนนี้เองฟางเจิ้งมองเด็กแดงพลางถาม “จิ้งซิน นายคิดว่าไง?”
เด็กแดงมองฟางเจิ้งก่อนมองหมาป่าเดียวดาย กระรอกและลิง สรุปเจ้าสามตัวนี้ยักคิ้วหลิ่วตาให้เขา เหมือนกำลังบอกว่า ‘รีบบอกไปสิว่าอยากไป! รีบบอกไป!’
เด็กแดงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับฟางเจิ้ง “อาจารย์ ศิษย์ไม่ไป ถ้าไป ศิษย์พี่ศิษย์น้องต้องไปด้วยกัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็สวดมนต์อยู่วัดด้วยกันดีกว่า!”
“อะไรนะ?!” สิ้นเสียง หมาป่าเดียวดาย กระรอกและลิงตาค้าง ฟางเจิ้งตกใจเช่นกัน!
ฟางเจิ้งจ้องเด็กแดงเขม็ง “มั่นใจนะ?”
“มั่นใจ? อย่าถาม ถ้าถามอีกเดี๋ยวข้าจะเปลี่ยนใจ” เด็กแดงพูดสะอื้น
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเสียงดัง “ดีๆๆ!”
ฟางเจิ้งพูดคำว่าดีสามครั้ง ทำให้เจ้าพวกนี้ทำหน้างง นี่มันอะไร? อาจารย์บ้าไปแล้ว? หรือโกรธจนหัวเราะ?
ขณะที่เจ้าพวกนี้กำลังขนลุกกับเสียงหัวเราะฟางเจิ้งนั้น ฟางเจิ้งกล่าวขึ้น “ดีมาก ในที่สุดพวกนายก็รู้ว่าอะไรเรียกว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องรวมเป็นหนึ่ง ไม่เลว! ในเมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไปด้วยกัน!”
“อะไรนะ?” พวกตัวน้อยร้องตกใจพร้อมกัน ไหนพูดดิบดีว่าพาสัตว์เข้าไปไม่ได้?
ฟางเจิ้งยิ้ม “อาจารย์ไม่ได้หลอก ถ้าปกติพวกนายไม่เหมาะจะเข้าไปจริงๆ แต่ว่าครั้งนี้หมู่บ้านเราเหมาที่นั่ง ให้ผู้ใหญ่บ้านไปคุยน่าจะไม่มีปัญหา”
เจ้าพวกตัวน้อยมองตากันก่อนร้องเฮพร้อมกัน “เย่!”
สรุปคือฟางเจิ้งไปคุยกับหวังโอ้วกุ้ย หวังโอ้วกุ้ยตกปากรับคำ ไม่นานก็บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!
ดังนั้นชาวบ้านกลุ่มใหญ่ คนมีรถขับรถ มีจักรยานยนต์ขี่จักรยานยนต์ ไม่มีอะไรเลยก็นั่งรถโดยสาร กลุ่มคนมุ่งหน้าสู่อำเภอกันอย่างยิ่งใหญ่
ด้วยความที่การคมนาคมต่างกัน ความเร็วของทุกคนเลยต่างกัน หยางหวาพาฟางเจิ้งนั่งรถเล็กส่วนตัวเข้าเมืองไปแล้ว ตู้เหมยเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ในรถกว้างมาก เจ้าพวกตัวเล็กที่นั่งรถเป็นครั้งแรกดีใจใหญ่ พากันมองไปรอบๆ ฟางเจิ้งไม่สังเกตเห็นเลยว่าหมาป่าเดียวดายอ้าปากจะลองรสสัมผัสแล้ว…
สรุปก็ต้องโดนฟางเจิ้งเขกหัวไปที จึงนอนหมอบไม่กล้าส่งเสียงอีก
กระรอกนั่งยองข้างหลังหยางหวา ดวงตาโตสว่างไสวมาก มองหยางหวาขับรถด้วยความแปลกใจ เลียนแบบหยางหวาบังคับพวงมาลัย ตอนเข้าเกียร์จะดึงหางใหญ่ เข้าเกียร์ตามพร้อมส่งเสียงกึกๆ มองทีแรกเหมือนคนขับรถมือเก๋ามาก
ลิงสงบนิ่งที่สุด นั่งนิ่งไม่ขยับ บางครั้งจะสวดมนต์ ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย ยังเป็นลิงเหมือยเคยที่เชื่อถือได้!
แต่ฟางเจิ้งไม่ได้สนใจว่ามีเสียงเด็กแดงดังแว่วมาจากข้างหลัง “ศิษย์พี่เป็นอะไร? ทำไมไม่ขยับล่ะ? เฮ้ย ขยับแล้ว อาจารย์ ศิษย์พี่จิ้งเจินอ้วกแล้ว!”
ฟางเจิ้งหันไปมอง เห็นเจ้าลิงทำเสียงอ้วก พ่นออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด!
ฟางเจิ้งหลบอย่างแน่วแน่ ขณะเดียวกันก็คว้ากระรอก สะบัดจีวรขวางสิ่งสกปรกที่พุ่งออกมาทั้งหมดไว้ จีวรขาวจันทร์ไร้สิ่งปนเปื้อน สิ่งสกปรกเหล่านี้ย่อมทำให้จีวรขาวจันทร์สกปรกไม่ได้แม้แต่น้อย แต่ว่า…
“หลวงพี่…ผมเพิ่งซื้อรถมาได้ไม่นานเอง…” หยางหวาแทบจะร้องไห้! ทำนามาทั้งชีวิตจนในที่สุดก็ซื้อรถได้ เขาย่อมดูแลราวกับสมบัติล้ำค่า แต่พอไม่ระวังทีก็สิ้นความขาวสะอาดของรถ…ร้องไห้แล้ว!
ฟางเจิ้งจะพูดอะไรได้? อมิตาพุทธ…
เมื่อมาถึงอำเภอซงอู่ หยางหวาให้ตั๋วฟางเจิ้ง จากนั้นขับรถไปล้างด้วยความปวดใจ
ฟางเจิ้งมองโรงภาพยนตร์อำเภอซงอู่ตรงหน้าก่อนจะมองเหล่าลูกศิษย์ข้างกาย กระรอกยังคงตื่นเต้น หมาป่าเดียวดายแลบลิ้นระบายความร้อน ดูโง่งมเล็กน้อย! ลิงเวียนหัว เห็นได้ชัดว่ายังไม่บรรเทาจากอาการเมารถ เด็กแดงมองไปรอบๆ ด้วยความแปลกใจ ทำสีหน้าท่าทางอยากหาอะไรทำ
ฟางเจิ้งมองลูกศิษย์พวกนี้ด้วยความจนปัญญา การพามาเป็นกลุ่มไม่ง่าย!
ขณะเดียวกับที่ศิษย์และอาจารย์แปลกประหลาดพวกนี้กำลังสังเกตไปรอบๆ นั้น คนรอบๆ ก็สังเกตพวกเขาเช่นกัน หลวงจีนจีวรขาวพาสัตว์ตัวน้อยมาสามตัวกับเด็กน้อยน่ารักมากคนหนึ่ง สมาชิกทั้งห้านี้ไม่ว่าใครก็เป็นจุดแสงสว่างในอำเภอเมือง มิหนำซ้ำยังมาพร้อมกันห้าคน?
“อาจารย์ ตอนนี้เราจะไปที่ใด?” เด็กแดงมองโรงภาพยนตร์ข้างหน้าพลางถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว
ฟางเจิ้งคำนวณเวลาแล้วยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะเริ่มฉายภาพยนตร์ เลยตอบไปว่า “เข้าไปรอข้างในก่อนเถอะ ถึงเวลาแล้วค่อยเข้าไปดู”
แม้จะยังไม่ได้ดูภาพยนตร์ ทว่าแค่เข้าโรงภาพยนตร์ เจ้าพวกนี้มาเป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้น ในมุมมองพวกมัน เข้าโรงภาพยนตร์ก็เท่ากับดูหนังแล้ว เหมือนๆ กัน
ฟางเจิ้งไม่ได้อธิบายให้พวกมันฟัง เขาใช้มือถือหางกระรอก ให้ลิงดูเด็กแดงกับหมาป่าเดียวดาย เดินทีละก้าวอย่างระมัดระวัง กันไม่ให้เจ้าพวกนี้ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า
ดีที่เจ้าพวกนี้เรียนรู้จากนิสัยคนว่าเวลานี้ไม่ควรก่อเรื่อง จึงพยายามไม่ให้ตนทำอะไรแปลกๆ แต่แม้จะเป็นอย่างนั้นก็ยังเรียกสายตาประหลาดใจตลอดทาง ขณะเดียวกันยังเกิดความวุ่นวายไม่น้อย หน่วยรักษาความปลอดภัยถือไม้ตะบองเตรียมลงมือตลอดเวลา ผู้ใหญ่กอดลูกไว้แน่น ไม่ว่าลูกจะร้องไห้อย่างไรก็ยังรักษาระยะห่างจากฟางเจิ้ง…
ฟางเจิ้งทำเป็นมองไม่เห็นตรงนี้ เขาเดินมาที่หน้าลิฟต์ ตามคนหลายคนเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน
ฟางเจิ้งสัมผัสได้ชัดเจนว่าหมาป่าเดียวดาย ลิงและกระรอก กระทั่งเด็กแดงพยายามอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นไว้ ในใจมีแต่คำถามอยากจะถาม แต่ไม่กล้าออกเสียง
เมื่อเสียงติ๊งดังขึ้น ประตูลิฟต์เปิดออก หลายคนที่ตามฟางเจิ้งเข้าลิฟต์มาพากันเดินออกไป ทันทีที่พวกเขาออกไป กระรอกเอ่ยขึ้น “อาจารย์ มหัศจรรย์มาก ประตูเปิดปิดได้ โลกข้างนอกเปลี่ยนไปแล้ว”
สิ้นเสียง หลายคนที่เพิ่งออกประตูไปหันกลับมามองฟางเจิ้งทันที รวมถึงกระรอก ลิงและเด็กแดง
เด็กแดงกระแอมไอ พูดไปทันทีว่า “อาจารย์ ท่านรีบตอบมาเถอะ”
………………….………………