บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 84 ทะลวงขอบเขตตำหนักวิญญาณ!
บทที่ 84 ทะลวงขอบเขตตำหนักวิญญาณ!
ภายในห้องของลูเยี่ย
ซากร่างของเหล่าปีศาจกองสูงเป็นภูเขาเต็มห้อง
ทั้งหมดเป็นของรางวัลที่นำกลับมาจากการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิที่เขาไปเยียน
โครม!
ลูเยี่ยนั่งขัดสมาธิ ทั่วร่างมีพลังปราณคำรามกึกก้อง
พลังวิญญาณสีฟ้าอ่อนรวมตัวกัน แปรเปลี่ยนเป็นกระแสฮุนตุนอันแปลกพิสดาร
เมื่อกระแสฮุนตุนหมุนวน แก่นแท้แห่งพลังที่ซ่อนอยู่ในซากปีศาจเหล่านั้นล้วนแปรเปลี่ยนเป็นสายธารแห่งแสงไหลเข้าสู่ความว่างเปล่า
นี่คือหนึ่งในความมหัศจรรย์ของคัมภีร์หลอมเก้าแห่งฮุนตุน สามารถหลอมรวมแก่นแท้แห่งวิญญาณสรรพสิ่ง กลืนกินพลังแห่งฟ้าดินและแม่น้ำภูเขา กลืนกินความว่างเปล่า และดื่มด่ำแสงอาทิตย์และน้ำค้างยามราตรี
เช่นเดียวกับซากปีศาจพวกนั้น ลูเยี่ยไม่จำเป็นต้องมาผ่าพิสูจน์ทีละตัว เพียงแค่โคจรคัมภีร์หลอมเก้าแห่งฮุนตุน เขาก็สามารถดูดซับและหลอมรวมแก่นแท้แห่งพลังของปีศาจเหล่านั้นได้
ครึ่งชั่วยามให้หลัง
ซากร่างของเหล่าปีศาจทั่วทั้งห้องได้กลายเป็นเถ้าธุลีเกลื่อนพื้น
“ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์อีกหรือ?”
ลูเยี่ยขมวดคิ้ว
ตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่เขาไปเยียน เขาก็ได้พบว่าขอบเขตชักนำวิญญาณขั้นที่เก้าของตนนั้นพิเศษมาก ราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
“เอาอีก! ข้าไม่เชื่อว่าครั้งนี้จะไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณได้!”
ลูเยี่ยยกมือโบกไปมา
ในทันใดนั้น ภายในห้องก็เต็มไปด้วยซากปีศาจนานาชนิด
ในครั้งนี้ที่เขาไปเยียน เขาเกือบจะกวาดล้างของรางวัลจากผู้แข็งแกร่งทั้งหมดไปหมดแล้ว
เพียงแค่ถุงเก็บของก็บรรจุเต็มถึงแปดใบ อย่างน้อยต้องมีซากร่างปีศาจนับพันตัว
และครั้งนี้ เป้าหมายของลูเยี่ยก็คือการทะลวงขอบเขต!
เมื่อเวลาผ่านไป ซากปีศาจถูกหลอมรวมไปชุดแล้วชุดเล่า
จวบจนกระทั่งดึกดื่น ซากปีศาจทั้งหมดถูกหลอมรวมสลายไปจนหมดสิ้น!
ในที่สุด ลูเยี่ยก็เริ่มมีความรู้สึกใกล้จะ ‘ขั้นสมบูรณ์’ แล้ว
แม้ว่าจะยังไม่ได้ถึงขั้นสมบูรณ์อย่างแท้จริง แต่ลูเยี่ยก็รู้สึกได้ว่าร่างกาย พลังบำเพ็ญ และจิตเทวะ ต่างก็ยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเทียบกับตอนล่าปีศาจที่เขาไปเยียน พลังของเขาได้เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งส่วนโดยธรรมชาติ!
แม้จะเป็นเพียงแค่หนึ่งส่วน แต่ก็ทำให้ลูเยี่ยรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง
ทุกขอบเขตการฝึกฝนล้วนมีขีดจำกัด
การที่สามารถเพิ่มพลังได้อีกหนึ่งส่วนในขอบเขตชักนำวิญญาณ นับเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง
“เอาละ!”
ลูเยี่ยโบกมือ กองสมุนไพรวิญญาณกองใหญ่ก็ปรากฏออกมา
เช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ได้มาจากการ ‘ปล้นชิง’ ในระหว่างล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ
หลังเที่ยงคืน
เมื่อเหลือสมุนไพรวิญญาณเพียงสิบกว่าชนิด พลังปราณในร่างของลูเยี่ยพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
ขณะที่คัมภีร์หลอมเก้าแห่งฮุนตุนกำลังหมุนเวียน มันก็แสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของสภาวะ ‘การเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอก ความสมบูรณ์ที่ไม่มีที่ติ’
ในเวลาเดียวกัน ลูเยี่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงกำแพงกั้นขวางที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณ!
“ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว…”
ลูเยี่ยไม่อาจซ่อนความปลื้มปีติในใจไว้ได้
นี่คือขอบเขตชักนำวิญญาณขั้นสมบูรณ์อย่างแท้จริง!
เป็นผลจากการฝึกฝนด้วยคัมภีร์หลอมเก้าแห่งฮุนตุนฉบับใหม่
ลูเยี่ยไม่แน่ใจว่า ในทั่วทั้งดินแดนหลิงชาง รากฐานแห่งเตาเซนของตนจัดอยู่ในระดับใดกันแน่
แต่เขากล้ารับรองได้ว่า อย่างน้อยในต้าเฉียนนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบกับตนได้!
หลังจากทำจิตใจให้สงบและครุ่นคิดพิจารณาอยู่นาน ลูเยี่ยตัดสินใจบุกทะลวงขอบเขตตำหนักวิญญาณในทันที
ด้วยการสะบัดแขนเสื้อ สมุนไพรวิญญาณหายากนานาชนิดก็ปรากฏออกมา
มีทั้งบัวตะเกียงหยินหยางที่ได้มาจากเกาะซิงจัว และโสมราชาหยกหิมะที่ได้มาจากเขาไปเยียนและอื่น ๆ อีกมากมาย
ลูเยี่ยยังนำหินวิญญาณระดับกลางที่เปล่งประกายเจิดจ้าออกมาถึงร้อยกว่าก้อน
ทั้งหมดนี่คือของที่ริบมาจากเวยซุน
ช่องว่างระหว่างระดับของหินวิญญาณเป็นสิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยปริมาณ
จริงอยู่ว่าหินวิญญาณระดับกลางหนึ่งก้อนสามารถแลกเปลี่ยนเป็นหินวิญญาณระดับต่ำได้หนึ่งร้อยก้อน
แต่ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นต้องใช้เงิน ไม่มีใครเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนเช่นนั้น
เหตุผลนั้นง่ายมาก หินวิญญาณระดับกลางมีพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์กว่าหินวิญญาณระดับต่ำมากนัก!
ประโยชน์ต่อการฝึกฝนก็มากกว่าด้วย
แม้ว่าจะดูดซับหินวิญญาณระดับต่ำร้อยก้อนก็ไม่มีประโยชน์มากเทากับการดูดซับหินวิญญาณระดับกลางเพียงก้อนเดียว!
และหินวิญญาณระดับกลางร้อยกว่าก้อนนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของของที่ยึดมาได้จากตัวเวยซุนเท่านั้น
นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมลูเยี่ยตั้งแต่เริ่มแรกจึงมองเวยซุนเป็น ‘แกะอ้วน’
คุณชายจากตระกูลเวยผู้นี้ ช่างร่ำรวยเหลือเกิน!
ลูเยี่ยเข้าใจดีว่าขอบเขตชักนำวิญญาณของตนพิเศษเกินไป และเคล็ดวิชาฝึกฝนที่ใช้ฝึกฝนก็แปลกประหลาดเกินใคร เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันระหว่างทะลวงขอบเขต เขาจึงตัดสินใจหยิบหินวิญญาณที่เปล่งประกายระยิบระยับออกมาถึงสิบก้อนเต็ม ๆ
ภายในบรรจุไว้ซึ่งกฎเกณฑ์วิถีแห่งฟ้าดินอันละเอียดอ่อน!
วัตถุล้ำค่าเช่นนี้ ถือเป็นทรัพยากรการฝึกฝนระดับสูงสุดในต้าเฉียน แทบจะไม่มีโอกาสได้พบเห็นในท้องตลาด
เพราะเหมืองแร่ที่ผลิตหินวิญญาณระดับสูงล้วนถูกสำนักและตระกูลใหญ่ชั้นนำผูกขาดไปหมดแล้ว!
และหินวิญญาณระดับสูงสิบก้อนนี้ คือส่วนหนึ่งของที่ริบได้มาจากร่างของเวยเทียนหลาน ปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ผู้นี้เท่านั้น
หลังจากนี้ ลูเยี่ยจึงรู้สึกวางใจ ไม่ลังเลอีกต่อไป และเริ่มดำเนินการทะลวงขอบเขต
โครม!
กระแสฮุนตุนรอบกายราวกับกำลังลุกไหม้ ก่อให้เกิดคลื่นพลังที่เดือดพล่านราวน้ำเดือด
พลังวิญญาณที่รวมตัวในร่างของลูเยี่ยนัน เปรียบดังคลื่นทะเลอันบ้าคลั่ง พุ่งไปยังตันเถียนพร้อมกัน
ตันเถียนเป็นรากฐานของร่างกายมนุษย์ และเป็นรากฐานแห่งเตา
มีเพียงผู้ที่สามารถเปิดตำหนักวิญญาณในตันเถียนเท่านั้น จึงจะถือได้ว่าก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝนอย่างแท้จริง
และในเวลานี้ เมื่อลูเยี่ยเริ่มทะลวงขอบเขต ตันเถียนของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เขามิได้รับรู้เลยว่าที่ฝ่ามือขวาของเขา ผังดาบเก้าคุมขังอันลึกลับได้ปรากฏขึ้นอย่างเงียบ ๆ ก่อให้เกิดการตอบสนองอันประหลาด แล้วหลอมรวมเข้าไปในพลังปราณทั้งหมดของลูเยี่ย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด
ลูเยี่ยรู้สึกว่าตันเถียนของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกแน่นและเจ็บปวดราวกับจะแตกออก พลังวิญญาณทั่วทั้งร่างของเขาคล้ายกำลังจะลุกเป็นไฟ
ทันใดนั้นเขาก็รีบรวมจิตตั้งมั่น และเริ่มต้นทะลวงขอบเขต
“เปิด!”
ราวกับความโกลาหลได้เปิดออก ภายในตันเถียนของลูเยี่ย พลังบำเพ็ญทั้งร่างของลูเยี่ยพลันระเบิดออกอย่างรุนแรง
ในห้วงแห่งความเลือนราง ดูเหมือนจะมีฟ้าผ่าและฟ้าร้อง และมหาวิถีสั่นสะเทือน
ภายในตันเถียน พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งและเชี่ยวกรากพลันเอ่อล้นและแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นโครงร่างคล้ายคฤหาสน์หลังหนึ่ง
เมื่อเวลาผ่านไป รูปร่างของคฤหาสน์หลังนั้นก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเป็นตำหนักสวรรค์อันยิ่งใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ในความว่างเปล่า
แต่ในยามนี้ลูเยี่ยกลับเกิดความรู้สึกอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมากอน พลังบำเพ็ญในจุดตันเถียนของเขามีไม่เพียงพออย่างเห็นได้ชัด!
ไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย ลูเยี่ยรีบดูดซับหินวิญญาณระดับกลางในทันที
แครก ๆ!!
หินวิญญาณระดับกลางก้อนแล้วก้อนเล่าแปรเปลี่ยนเป็นผงธุลี
พลังวิญญาณไหลเข้าสู่ตันเถียนอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับมีอานุภาพเทพเจ้าช่วยแกะสลัก ทำให้คฤหาสน์ที่งามราวกับตำหนักสวรรค์นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดหย่อน
กระนั้น แม้จะใช้หินวิญญาณระดับกลางไปนับร้อยก้อนแล้วก็ตาม มันก็ยังไม่สำเร็จ
‘คฤหาสน์’ นั้นยังไม่ได้แปรสภาพให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างแท้จริง!
โชคดีที่ลูเยี่ยเตรียมพร้อมมาอย่างดี เขากัดฟันแล้วทุ่มเทหินวิญญาณระดับสูงสิบก้อนไปในคราวเดียว
โครม!
ตันเถียนราวกับเดือดพล่าน หลังจากดูดซับพลังวิญญาณจนเพียงพอแล้ว คฤหาสน์ที่เทียบได้กับตำหนักสวรรค์ปรากฏขึ้นอย่างแท้จริงในที่สุด
เหนือคฤหาสน์ มีรัศมีสีม่วงพวยพุ่ง ราวกับมังกรสวรรค์ที่ขดตัว!
ใต้คฤหาสน์ พลังวิญญาณดุจมหาสมุทร พลิกผันอย่างบ้าคลั่ง
คฤหาสน์ทั้งหมดราวกับตำหนักสวรรค์ในตำนาน แสดงให้เห็นถึงความสง่างามอันหาที่สุดมิได้ และพลังที่สามารถกดข่มเก้าชั้นฟ้าและสิบดินแดนได้!
ความปีติยินดีที่ยากจะบรรยายพลันทะลักเข้าสู่หัวใจของลูเยี่ย ปราณสีม่วงมาจากทิศตะวันออก เป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกฝน
ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้เท่านั้นที่เรียกว่าผู้ฝึกตน แตกต่างจากสามัญชนอย่างแท้จริง!
แต่ทว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี่ยังไม่สิ้นสุด
ลูเยี่ยได้สร้างรากฐานแห่งเตาที่แข็งแกร่งเกินไปในขอบเขตชักนำวิญญาณ
เมื่อตำหนักวิญญาณในตันเถียนได้เปิดออก ร่างกายและจิตเทวะของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ในเวลาเดียวกัน เหนือท้องฟ้าของเมืองเทียนเหอที่ปกคลุมด้วยความมืดของราตรี ลึกเข้าไปในท้องฟ้าที่ไกลโพ้นจนไมอาจเอื้อมถึง ได้มีเสียงสายฟ้าดังแว่วไกล ๆ
เพียงแค่ดังขึ้น ก็กลับเข้าสู่ความสงบเงียบ ไม่ได้ดึงดูดความสนใจใด ๆ
นอกเหนือจากนี้ ก็ไมมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นอีก
แต่ทว่าในดินแดนหลิงชางที่แยกออกจากดินแดนโลกีย เมื่อลูเยี่ยทะลวงขอบเขตกลับเกิดปรากฏการณ์แปรผันของฟ้าดินอันน่าอัศจรรย์ขึ้น!