บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 757 หมาป่าบุกคอกแกะ
บทที่ 757 หมาป่าบุกคอกแกะ
ภายในกองทัพ หลี่โฉวได้ยินเสียงกีบม้าดังใกล้เข้ามา ฝ่ามือชุ่มเหงื่อเย็น กองทหารราบแนวหน้ากำหอกแน่น ตั้งแนวกำแพงหอก
ตามหลักแล้ว ถ้าทหารม้าเกราะเบาทะลวงแนวหอกตรง ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตาย
แต่ถึงจะรู้เหล่าทหารก็ยังกลัว พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับหนึ่งในกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเป่ยตี๋!
ขณะที่ทุกคนกำลังใจจดใจจ่อ เสียงกีบม้าดังมาถึงเบื้องหน้า ทว่ากลับไม่บุกเข้ามาตรง ๆ กองพลหมาป่าเหมันต์แบ่งออกเป็นสองกอง บุกทะแยงแยกออกไปทางซ้ายและขวาของค่ายทหาร แล้วยิงธนูเข้าใส่จากทั้งสองฝั่ง
ถึงหลี่โฉวจะส่งทหารฝีมือดีไปป้องกันปีกซ้ายขวา แต่เผชิญหน้ากับห่าธนูก็ไม่อาจต้านทาน ชั่วพริบตาก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
หลี่โฉวไม่กล้ารั้งรอ ตะโกนสั่งการเสียงดัง “ตั้งสติ โต้กลับ!”
ทหารที่ป้องกันปีกซ้านขวาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง พลธนูเล็งไปยังกองพลหมาป่าเหมันต์ที่บุกเข้ามาจากสองข้าง โต้กลับอย่างไม่ลดละ
แม้ธนูของพลธนูราบจะมีระยะยิงและอานุภาพเหนือกว่าพลธนูม้า แต่ด้วยความมืด และความรวดเร็วของกองทหารม้า ทำให้พลธนูราบของหลี่โฉวเล็งเป้าได้ยาก ได้แต่ยิงสุ่มไป การยิงโต้กลับของพลธนูราบเลยไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
กองพลหมาป่าเหมันต์เคลื่อนผ่านปีกสองข้างของค่าย เสียงฝีเท้าม้าดังจากใกล้ไปไกล แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเท้าม้าจากไกล ๆ ใกล้เข้ามา กองทหารม้าวสองกองของกองพลหมาป่าเหมันต์สับเปลี่ยนตำแหน่ง บุกเข้ามาอีกครั้งจากทิศตรงข้าม สาดห่าธนูใส่อีกรอบ
ค่ายที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ ไม่เพียงคับแคบ แต่ขาดป้อมปราการที่แข็งแกร่ง กองทัพที่ตั้งรับอย่างมั่นคงไร้ทางตอบโต้ ถูกกองพลหมาป่าเหมันต์โจมตีจนตั้งตัวไม่ติด
การรุกรานติดต่อกันไม่ให้พักหายใจ ทำให้ทหารฝ่ายตั้งรับของหลี่โฉวเสียหาย มีผู้บาดเจ็บล้มตายกว่าสามร้อยคน
แม้จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายจะไม่ถึงหนึ่งในสิบของกองทัพ แต่ผลกระทบต่อขวัญกำลังใจใหญ่หลวง กองทัพที่เคยหนาแน่นเริ่มคลายลง
“ทหาร” หลี่โฉ่วตะโกนเสียงดังลั่น “ตั้งสติให้มั่น! ถ้าวันนี้พ่ายแพ้ ต่อให้หนีไปจนสุดของฟ้าก็ไม่อาจรอดพ้นความตาย ทางรอดเดียวของพวกเราคือ ยืนหยัดจนกว่ากองหนุนจะมาถึง!”
ถ้าเป็นยามปกติ ทหารภายใต้บัญชาของหลี่โฉ่วคงแตกตื่นและแตกพ่าย การล่าถอยเมื่อสู้ไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ทว่าสำหรับพวกเขา นับตั้งแต่ยอมสวามิภักดิ์ต่อฉินเฟิง ยกธงสนับสนุนราชวงศ์ที่ชอบธรรม พวกเขาก็ไม่มีทางให้ถอยกลับอีกแล้ว
ไม่รุกไปข้างหน้า ก็ต้องตาย!
การบีบให้กองทหารป้องกันต่อสู้อย่างสัตว์ที่ถูกต้อนจนมุม นับว่าเป็นสิ่งต้องห้ามในกลศึก เพราะการปิดกั้นทุกทางถอยหมายความว่า ทหารป้องกันจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้จนกว่าทหารคนสุดท้ายจะล้มลง
เฉินโหมวรู้ข้อเท็จจริงนี้ดี แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น มณฑลซางโจวตกอยู่ภายใต้อำนาจของฉินเฟิงเกือบทั้งหมดแล้ว การเอาชนะกองทัพของหลี่โฉวและหลู่ฉือไม่อาจแก้ปัญหาทั้งหมด ทหารแตกกระเจิงไปจะถูกรวบรวมมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และเฉินโหมวก็ไม่มีกำลังพอจะไล่ล่า
เขาจึงเหลือหนทางเดียว ฆ่าล้างให้สิ้นซาก!
ลูกธนูยิงเข้ามาในค่ายไม่ขาดสาย หลี่โฉ่วทำได้เพียงสั่งจัดทัพตั้งรับ เพราะถ้าออกจากค่าย หรือกระบวนทัพแตก สิ่งที่รอคอยอยู่ มีเพียงการถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ หลู่ฉือที่ซุ่มรอห่างออกไปหลายลี้ก็นำทหารม้าสองพันคนบุกกลับมา เพื่อล้อมกองพลหมาป่าเหมันต์
เป็นยุทธวิธีสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เพราะมีแค่กองทหารม้าที่จะเอาชนะกองทหารม้าได้ อาศัยจำนวนที่เหนือกว่า เข้าโจมตีขนาบข้างซ้ายขวา การเอาชนะกองทหารม้าศัตรูก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
น่าเสียดาย หลู่ฉือมองข้ามประเด็นสำคัญไป
กองทหารม้าที่เขากำลังเผชิญหน้าหาใช่กองทหารม้าทั่วไป แต่เป็นกองพลหมาป่าเหมันต์ ที่เคยบีบทหารม้าชายแดนเหนือต้าเหลียงจนเกือบสิ้นท่ามาแล้ว แม้แต่ฉินเฟิงก็ยังต้องหลีกทางให้
ก่อนเฉินโหมวสั่งโจมตีค่าย เขาส่งทหารม้าหลายสิบคนกระจายกำลังสอดแนมความเคลื่อนไหวรอบทิศ
พอหลู่ฉือออกคำสั่งบุกขนาบโจมตี ทหารสื่อสารของเฉินโหมวก็นำข่าวกลับมารายงานแล้ว
เฉินโหมวเลยสั่งให้ทหารแบ่งออกเป็นสิบกอง กองละหนึ่งร้อยคน มีหัวหน้ากองดูแล กระจายกำลังหลบหนี
การรบของกองทหารม้า ยิ่งกองกำลังใหญ่ ยิ่งบัญชาการยาก แม้เฉินโหมวจะมีทหารสื่อสารในกองพลเกือบห้าสิบคน แต่การต่อสู้ย่อมมีเหตุให้สับสนได้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะทันการณ์ การแบ่งกองทัพของเป็นทัพย่อยจพทำให้การออกคำสั่งสะดวกกว่า เพียงให้ทหารสื่อสารไปแจ้งคำสั่งแก่นายกองก็พอแล้ว
และการเคลื่อนไหวแบบแยกส่วนก็คล่องตัวกว่า
พอหลู่ฉือสั่งบุก นำกองทหารม้าสองพันคนมุ่งตรงหมายขนาบหองพลหมาป่าเหมันต์ กองทัพของเฉินโหมวก็กระจายตัวหนีไปแล้ว
หลู่ฉือยังไม่ทันออกคำสั่งต่อไป กองทหารม้าของกองพลหมาป่าเหมันต์ก็เริ่มก่อกวนรอบด้าน
กองทหารม้าสิบกองของเฉินโหมวยิงธนู โจมตีกองกำลังขนาดใหญ่ของหลู่ฉือรอบทิศ
การระดมยิงใส่กองทหารม้าของหลู่ฉือไม่จำเป็นต้องเล็งให้แม่นยำ แค่ยิงสุ่มแล้วถอยหนีก็ปั่นป่วนได้แล้ว
ทหารส่งสารวิ่งรายงานหลู่ฉือไม่หยุด ต่อให้หลู่ฉือออกคำสั่งอย่างไรก็ไม่อาจจับกุมกองทหารม้าสิบกองของเฉินโหมว
กองร้อยทหารม้าของเฉินโหมวไม่เพียงเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว รุกว่องไว ถอยรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือ กองทัพของหลู่ฉือเป็นกองทัพสองพันคนถือเป็นเป้าใหญ่ ขณะที่เฉินโหมวแบ่งกองกำลังออกเป็นสิบกอง
ยามราตรีมืดมิด ทั้งสองฝ่ายสาดธนูใส่กัน ผลย่อมคาดเดาได้
อัตราการบาดเจ็บล้มตายของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หลู่ฉือถูกก่อกวนจนหัวหมุน สุดท้ายก็ออกคำสั่งให้กองทหารม้ากระตัวโจมตี
ทว่าการกระทำเช่นนี้กลับยิ่งเป็นการเปิดช่องให้เฉินโหมว พอกองทหารม้าของหลู่ฉือกระจายออกเป็นกองกำลังเล็ก ๆ ไล่ล่ากองร้อยของเฉินโหมว เฉินโหมวก็สั่งการทันที
กองทัพทหารม้าทั้งหมดรวมพล เก็บธนู ปลดหอก อาศัยทหารส่งสารสืบหาเป้าหมาย แล้วนำทัพบุกจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียงเวลาหนึ่งยาม กองทัพทหารม้าภายใต้บังคับบัญชาของหลู่ฉือมีผู้บาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง ถอยทัพกลับค่ายให้วุ่นเช่นเดียวกับกองทหารราบป้องกันค่ายภายใต้คำสั่งของหลี่โฉว
กองทัพทหารม้าของหลี่ฉือแตกพ่าย เฉินโหมวยิ่งฮึกเหิม นำทัพบุกโจมตีกองทัพทหารราบ กระทั่งทหารถือหอกแนวหน้าแตกขบวน เฉินโหมวก็ออกคำสั่งต่อไป บุกโจมตีบุกทะลวงค่ายหลัก สังหารกบฏให้หมด
ถึงหลู่ฉือกับหลี่โฉวจะคาดการณ์ไว้แล้วว่า กำลังรบของกองพลหมาป่าเหมันต์ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเทียบได้
แต่หกพันแปดร้อยคนกลับไม่สามารถต้านทานการโจมตีของกองพลหมาป่าเหมันต์หนึ่งพันคนได้แม้แต่น้อย ก็ยังเหนือความคาดหมายของพวกเขา
เมื่อกองทัพกบฏแตกพ่าย ความเร็วในการสังหารของกองพลหมาป่าเหมันต์ก็ทบทวี
หลู่ฉีคิดออกคำสั่งถอยทัพ กระจายกองกำลังหลบหนี รักษากำลังพลเอาไว้ เฉินโหมวก็สั่งให้ทัพถอยทัพเสียก่อน
เพียงพริบตา เฉินโหมวกับกองพลหมาป่าเหมันต์ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย