บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1471: ฟ้าดินเปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 1471: ฟ้าดินเปลี่ยนแปลง
“คนเยอะแยะเต็มไปหมด!”
ชิงถังก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลเช่นกัน
ตอนที่ผ่านวังวายุเร้นอาสัญ ระหว่างทางมีผู้ฝึกตนอยู่ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปหมด แสงโฉบเฉี่ยวประดุจสายฝน ส่องแสงสว่างไสว
ซูอี้หยิบไหสุราออกมา ตั้งใจฟังอย่างสงบ
ทันใด เสียงพูดคุยสนทนาอึกทึกโหวกเหวกก็ดังเข้าไปในหู
“ทัศนาจารย์กลับชาติมาเกิด จนถึงตอนนี้ ขอบเขตวิถีของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนมาก! สาเหตุก็เพราะ เขาควบคุมวัฏสงสาร!”
“ว่ากันว่าพลังวัฏสงสารเข้ากับเทพไม่ได้ เดิมทีพลังวัฏสงสารนี้ได้หายสาบสูญไปจากโลกหล้าแล้ว แต่ใครจะคาดคิดว่า ทัศนาจารย์กลับหาพลังต้องห้ามเช่นนี้เจอ”
“ในเมื่อทัศนาจารย์หาเจอ พวกเราก็ต้องมีโอกาสหาเจอด้วยเช่นกัน!”
“เห็นแล้วหรือยัง คนเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ที่เดินทางไปยังภูมิดาราฟ้าดินเพื่อเสาะหาความลับแห่งวัฏสงสาร…”
…ตลอดทาง ไม่ว่าเจอผู้ฝึกตนมากมายเท่าใด ทว่าเรื่องที่พูดคุยสนทนาล้วนเกี่ยวข้องกับวัฏสงสารทั้งสิ้น
และในที่สุดซูอี้ก็เข้าใจแล้วเช่นกันว่าเพราะเหตุใดจึงได้มีผู้ฝึกตนจำนวนมากข้ามผ่านวังวายุเร้นอาสัญ
จุดประสงค์ก็เพื่อเดินทางไปยังภูมิดาราฟ้าดิน เสาะหาความลับแห่งวัฏสงสาร!
ทำเอาซูอี้ถึงกับขมวดคิ้วน้อย ๆ
อย่างไม่ต้องสงสัย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เรื่องที่เขาควบคุมวัฏสงสารได้สร้างความตื่นตัวต่อจักรวาลพร่างดาว มีคนมากมายนับไม่ถ้วนให้ความสนใจ
ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมากมายเพ่งเล็งไปที่ภูมิดาราฟ้าดิน!
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะแค่สืบถามดูสักหน่อย ไม่ว่าใครก็สามารถรู้ได้ว่าเขาหาพลังวัฏสงสารเจอ จากภูมิมืดมิดของภูมิดาราฟ้าดิน!
“เกิดปัญหาแล้ว” ซูอี้นวดหัวคิ้ว
โดยไม่ต้องสงสัย เมื่อผู้แข็งแกร่งจากจักรวาลพร่างดาวเหล่านั้นเข้าสู่ภูมิดาราฟ้าดินแล้ว จะต้องเกิดกระแสที่ไม่อาจคาดเดาได้อย่างแน่นอน!
และต้องเข้าใจว่าเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ซูอี้ออกจากภูมิดาราฟ้าดิน หนทางวิถีสู่สวรรค์เพิ่งปรากฏตัวขึ้นใหม่อีกครั้งในกฎสวรรค์
หรือกล่าวได้อีกอย่างว่า ณ ภูมิดาราฟ้าดิน ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นเพียงแค่ตัวตนในขอบเขตราชันย์แห่งภูมิเท่านั้น
พลังเช่นนี้จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของตัวตนแข็งแกร่งในจักรวาลพร่างดาวเหล่านั้นได้เช่นใด?
เมื่อเพียงแค่ขอบเขตราชันย์แห่งภูมิ ซูอี้ก็ยังไม่ถึงกับต้องเป็นห่วงมากนัก
แต่ที่เขากังวลก็คือ ผู้แข็งแกร่งที่มาจากจักรวาลพร่างดาวจะต้องสืบเสาะเรื่องราวและคนทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน หากว่าใครมีเจตนาประสงค์ร้าย เป็นไปได้มากว่าจะต้องลงมือจัดการกับคนข้างกายของเขาเหล่านั้น!
สิ่งเดียวที่ทำให้ซูอี้รู้สึกสบายใจได้ก็คือ ตอนที่ออกจากภูมิดาราฟ้าดินในตอนนั้น ได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว
หากว่าเกิดภัยพิบัติขึ้น ญาติมิตรเหล่านั้นของเขาก็จะถอยหนีไปยังเขตต้องห้ามเซียนอับโชคก่อนล่วงหน้า
ที่นั่นมีเหล่าผู้ใต้บัญชาของท่านมหาเทพหงคอยดูแล สามารถปัดเป่าบรรเทาอันตรายทั้งหลายได้
“ท่านอาจารย์ ดูเหมือนว่า… จะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว”
ชิงถังก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลเช่นกัน นางถึงกับขมวดคิ้วแน่น
ซูอี้เอ่ยขึ้น
ชิงถังพยักหน้า
ระหว่างทางในช่วงถัดมา ซูอี้เร่งเดินทางอย่างเต็มที่ ไม่ชักช้าเสียเวลาอีก
สามวันให้หลัง
ภายในจักรวาลพร่างดาว โครงร่างของภูมิดาราขนาดใหญ่มหึมาปรากฏขึ้น พลังกฎสวรรค์นับไม่ถ้วนกลายเป็นกลิ่นอายพลังฮุ่นตุ้นที่กำลังเดือดพล่าน ล้อมรอบภูมิดาราแห่งนั้น
ภูมิดาราฟ้าดิน!
ภูมิดาราแห่งนี้ ไม่เพียงแค่แผ่นดินมหาแดนดินเท่านั้น ยังมีโลกภูมิน้อยใหญ่มากมายอยู่ด้วย เช่น มหาทวีปคังชิง ภูมิมืดมิด เป็นต้น
ทว่าเวลานี้ เมื่อมองเห็นภูมิดาราฟ้าดินแต่ไกล ๆ ซูอี้ก็ต้องตะลึงงัน ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง
ภูมิดาราฟ้าดินในอดีตกว้างใหญ่ไพศาล เบียดจนเต็มหมู่ดารา
เล็กลงจนถึงขั้นที่ว่าดูแล้วไม่เหมือนภูมิดาราเลยสักนิด ไม่อาจเทียบได้กับโลกภูมิใด ๆ ในจักรวาลพร่างดาว
นอกจากนี้ ซูอี้ยังสังเกตเห็นอีกว่ารอบด้านของภูมิดาราฟ้าดินมีพลังกฎลึกลับเพิ่มขึ้นมากมาย ตลบอบอวลคล้ายกับฮุ่นตุ้น
แต่ก่อน ไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่!
“ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น แท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดกับภูมิดาราฟ้าดินกันแน่ เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?”
ซูอี้ขมวดคิ้ว
เขานึกถึงข่าวคราวเหล่านั้นที่สืบทราบมาเมื่อตอนอยู่ที่ศักราชแห่งมาร
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ตัวตนยิ่งใหญ่จำนวนหนึ่งของโลกเซียนได้เริ่มกระทำการแล้ว เป็นไปได้มากว่าอาจสืบพบเรื่องราวตอนที่ตัวเองฝึกตนอยู่ในแผ่นดินมหาแดนดิน!
และบัดนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภูมิดาราฟ้าดิน จะเกี่ยวข้องกับตัวตนยิ่งใหญ่ของโลกเซียนเหล่านั้นหรือไม่?
ขณะที่ครุ่นคิด ซูอี้พาชิงถังมุ่งหน้าไปยังภูมิดาราฟ้าดินต่อแล้ว
มองเห็นภูมิดาราแล้ว แต่ระยะทางก็ม้าวิ่งจนเหนื่อยตาย
หากเหาะเหินไปในหมู่ดาราก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
ดูเหมือนว่าจะมองเห็นภูมิดาราแล้ว แต่เมื่อต้องการจะไปถึงจริง ๆ ยังมีระยะทางอีกไกลโข
ต่อให้เคลื่อนตัวทะลุผ่านอากาศ ก็ยังต้องใช้เวลานานมาก
หลังจากผ่านไปหลายชั่วยาม
จู่ ๆ ซูอี้ก็หยุด
ท่ามกลางหมู่ดาราอันไกลโพ้น มีผู้ฝึกตนจำนวนมากปรากฏตัวอยู่เต็มไปหมด กระจัดกระจายอยู่ในแต่ละที่
ส่วนด้านหน้า จุดที่ผ่านไปยังภูมิดาราฟ้าดิน มีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาเป็นพัก ๆ
ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งที่มีกลิ่นอายพลังน่ากลัวกำลังขับดันสมบัติล้ำค่า พยายามจะพังทลายอำนาจกฎเกณฑ์ฮุ่นตุ้นที่ครอบคลุมรอบภูมิดาราฟ้าดิน!
มองดูให้ดี ผู้ฝึกตนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นราชันย์แห่งภูมิขอบเขตไร้ขีดจำกัด ในจำนวนนั้นยังมีวิญญาณอาสัญขอบเขตจุติสรวงด้วยอีกหลายตน!
“ท่านอาจารย์ ม่านพลังฮุ่นตุ้นที่กลายเป็นผนังล้อมรอบสี่ด้านภูมิดาราฟ้าดินนั้น ดูเหมือนจะกีดกั้นคนทั้งหมดไว้ภายนอก”
ชิงถังกล่าวด้วยความตกใจ
นางก็มองออกตั้งนานแล้วเช่นกันว่าภูมิดาราฟ้าดินเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
“แปลกมากจริง ๆ”
ซูอี้กล่าว “คอยดูไปก่อน”
จิตสัมผัสของเขาถูกส่งออกไปสัมผัสรับรู้
ปรากฏว่าตกใจมากเมื่อพบว่าอำนาจกฎเกณฑ์ฮุ่นตุ้นที่ครอบคลุมรอบสี่ด้านของภูมิดาราฟ้าดินนั้นมีความลึกลับและมหัศจรรย์อย่างเหลือเกิน อาบชโลมไปด้วยสิ่งต้องห้าม
แม้กระทั่งประสบการณ์ของเขาเมื่อชาติก่อนก็ยังไม่เคยพบเห็น!
ครืน…!
ทันใด หมู่ดารากว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ก็สั่นสะเทือนอย่างแรง
ภายใต้การจับจ้องด้วยสายตาแห่งความตื่นตะลึงจำนวนนับไม่ถ้วน ภูมิดาราฟ้าดินที่อยู่ห่างออกไปกลับหดเล็กลงไปอีก อำนาจกฎเกณฑ์ฮุ่นตุ้นที่ครอบคลุมรอบสี่ด้านของภูมิดาราฟ้าดินยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ผู้แข็งแกร่งที่กำลังลงมืออย่างไม่บันยะบันยังเหล่านั้นล้วนทำหน้าเศร้า ส่งเสียงก่นด่า คนบางกลุ่มถึงกับล้มเลิกความตั้งใจไปเลย
เป็นเพราะไม่อาจทะลวงผนังฮุ่นตุ้นที่ครอบคลุมรอบสี่ด้านของภูมิดาราฟ้าดินได้นั่นเอง
“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าอำนาจกฎเกณฑ์ที่คล้ายกับฮุ่นตุ้นนั่นทำท่าว่าจะหลอมละลายภูมิดาราฟ้าดินจนไม่เหลือ”
ชิงถังขมวดคิ้ว
ซูอี้รู้สึกหนังตากระตุก
เขาก็รู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน
ภูมิดาราฟ้าดินที่หดเล็กลงไปเรื่อย ๆ มีความเกี่ยวข้องกับกฎที่คล้ายกับฮุ่นตุ้นอย่างเห็นได้ชัด!
เรื่องนี้ทำให้ภาวะจิตของซูอี้หนักหน่วงขึ้นไม่น้อย รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
ณ ภูมิดาราฟ้าดิน มีศิษย์และสหายเก่าของเขาอยู่หลายคน และยังมีอีกหลายคนที่เขาคนึงหาอีกด้วย
ทว่าตอนนี้ หากว่าภูมิดาราฟ้าดินถูกม่านพลังฮุ่นตุ้นอันลึกลับนั้นกลืนกินไปจนหมดไม่เหลือ… ผลที่ตามมายากนักจะคาดเดา!
“ตามข้ามา ลงมือเต็มกำลัง!”
ทันใด ผู้เฒ่าชุดสีขาวก้าวออกมา วิญญาณอาสัญในวิถีจุติสรวงจำนวนหนึ่งพุ่งตรงไปยังผนังที่คล้ายกับฮุ่นตุ้น
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะลงมืออย่างสุดแรงเกิดเพียงใดก็ตาม ล้วนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง!
อย่าว่าแต่เข้าไปในภูมิดาราฟ้าดินเลย แม้กระทั่งผนังฮุ่นตุ้นนั้นก็ยังไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“เฮ้อ ข้ามาภูมิดาราฟ้าดินตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแล้ว แต่เมื่อตอนนั้น ภูมิดาราฟ้าดินก็ถูกม่านพลังฮุ่นตุ้นนั้นครอบคลุมแล้ว ไม่มีใครสามารถเข้าไปข้างในได้”
ไม่ไกลนัก ผู้ชายวัยกลางคนก็ทอดถอนใจ “กลับกันเถอะ โชคของภูมิดาราฟ้าดินแห่งนี้ไม่มีวาสนากับพวกเราแล้ว”
ผู้ฝึกตนจำนวนมากพากันกลับ
ทว่าก็ยังมีคนอีกมากเลือกที่จะอยู่ต่อ ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ
‘ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ภูมิดาราฟ้าดินก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้แล้วอย่างนั้นรึ?’ ซูอี้ครุ่นคิด
เมื่อสองปีก่อน เขาในตอนนั้นได้เดินทางออกจากภูมิดาราฟ้าดินแล้ว
กล่าวอีกอย่างได้ว่าความเปลี่ยนแปลงของภูมิดาราฟ้าดินในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เขาจากไปได้ไม่นาน และยังคงดำเนินต่อไปจนถึงตอนนี้!
เดิมที ซูอี้ยังกังวลว่าผู้แข็งแกร่งจากจักรวาลพร่างดาวเหล่านั้นเข้าสู่ภูมิดาราฟ้าดินแล้ว จะไปบังคับข่มขู่ญาติมิตรเหล่านั้นของเขา
ทว่าตอนนี้ดูแล้วความเป็นห่วงในจุดนี้แลดูไม่จำเป็นเอาเสียเลย
ความเปลี่ยนแปลงของภูมิดาราฟ้าดิน สกัดกั้นคนจากภายนอกทุกคน!
ทว่าขณะเดียวกันความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ก็ทำให้ซูอี้รู้สึกหนักใจเช่นกัน เพราะว่า เมื่อภูมิดาราฟ้าดินโดนม่านพลังฮุ่นตุ้นลึกลับกลืนกินไปจนหมด ผลที่ตามมาเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์ได้จริง ๆ!
“หรือว่า ม่านพลังฮุ่นตุ้นลึกลับนี้จะมาจากฝีมือของเหล่าเทพ จะได้เก็บภูมิดาราฟ้าดินไป?”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองของซูอี้
เขาอยู่เฉย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว ตรงไปข้างหน้า ตัดสินใจว่าจะลงมือด้วยตนเอง ลองดูสิว่าจะสามารถทะลวงผนังฮุ่นตุ้นนั้นได้หรือไม่
ทว่ายังไม่ทันที่ซูอี้จะลงมือ เสียงเย็นชาต่ำทุ้มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ถอยออกไปให้หมด!”
เสียงนั้นราวกับเสียงอสนีบาต ดังสนั่นไปทั่ว
ผู้ฝึกตนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ใจสั่น จิตวิญญาณสะดุ้งหวาดกลัว
จากนั้นจึงมองเห็นผู้ชายผู้มีใบหน้าราวกับหนุ่มน้อย สวมชุดยาวสีแดง ก้าวเดินบนฟากฟ้า
กลิ่นอายพลังในตัวเขาเดือดปะทุ เปลวเทวะประสมประสาน ราวกับเทพสวรรค์ครอบจักรวาลลงมาเยือน ทุกแห่งที่ก้าวผ่าน ลำพังเพียงแค่อำนาจบารมีในตัวก็ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ระหว่างทางถึงกับลอยกระเด็นออกไป
เมื่อผู้ชายในชุดสีแดงคนนี้สะบัดแขนเสื้อ
ครืน!
ผู้แข็งแกร่งทั้งหลายที่กำลังซัดผนังฮุ่นตุ้นอย่างเต็มกำลังเหล่านั้นคล้ายกับถูกลมพายุพัดกระเด็นออกไปจนไกล
แม้กระทั่งวิญญาณอาสัญขอบเขตจุติสรวงก็ยังกระเด็นไม่เป็นท่า!
ชั่วครู่เดียว เสียงร้องโอดครวญมากมายหลายเสียงก็ดังขึ้น
สายตาทุกคนที่มองชายในชุดสีแดงล้วนแฝงไว้ด้วยความครั่นคร้ามลึก ๆ
อำนาจบารมีของคนผู้นี้ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน เปลวเทวะล้อมรอบตัวราวกับเทพสวรรค์ลงมาสู่โลกมนุษย์!
“กลิ่นอายพลังของคนผู้นี้แปลกประหลาดยิ่ง พลังที่ควบคุมพิศดารเหลือคณา เห็นได้ชัดว่าเป็นกฎเกณฑ์ประเภทหนึ่ง! เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมิได้เอง…”
ซูอี้หรี่ตาลง
เพียงแวบเดียวเขาก็มองออกว่าผู้ชายชุดสีแดงที่มีหน้าตาราวกับหนุ่มน้อยคนนี้น่าจะเป็นคนรับใช้ของบรรดาทวยเทพ!
หรือจะเรียกว่าทูตสวรรค์ก็ได้เช่นกัน!
เพราะกลิ่นอายพลังในตัวคนผู้นี้คล้ายกับหมีเจินที่รับใช้พุทธเจ้าแผดตะเกียง ซึ่งทั้งสองต่างก็สามารถใช้และควบคุมอำนาจกฎเกณฑ์บางอย่างได้เหมือนกัน!
ช่างเสื้อกับฉินชงซูก็มีพลังเช่นนี้เหมือนกัน
ทว่า ช่างเสื้อค่อนข้างจะอ่อนกว่าอยู่สักหน่อย มีแต่ตอนที่สำแดงอำนาจกฎเกณฑ์ที่ ‘ท่านเทพรัตติกาลดับวจี’ ทิ้งเอาไว้เท่านั้นจึงแก่กล้าเทียบเท่าผู้ชายชุดสีแดงตรงหน้าคนนี้
“เพียงแค่คนทำงานถวายชีวิตแทนเทพคนหนึ่งเท่านั้น กลับปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้… หรือว่า อำนาจกฎเกณฑ์ที่คล้ายกับฮุ่นตุ้นนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับทวยเทพจริง ๆ?”
ซูอี้รู้สึกตกใจมากและเข้าใจด้วยว่าความเปลี่ยนแปลงของภูมิดาราฟ้าดินซ่อนเร้นเงื่อนงำอันใหญ่หลวง!
“สหายเต๋า สู้พวกเราลงมือพร้อมกัน ทะลวงผนังฮุ่นตุ้นนี้ด้วยกัน เป็นอย่างไร?”
หลังจากที่ผู้ชายชุดสีแดงคนนั้นมาถึงได้ไม่นาน พลันเสียงผ่อนคลายเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
หมู่ดาราแถบนี้สั่นสะท้านตามเสียงที่ดัง กลิ่นอายพลังที่น่ากลัวจนทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดสั่นสะท้านราวกับพายุใหญ่โหมกระหน่ำ