บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1544: อ่อนแอจริง ๆ!
ตอนที่ 1544: อ่อนแอจริง ๆ!
ก่อนหน้านี้ในสายตาคนทุกผู้ ซูอี้ผู้นี้ไร้ปราณผู้ฝึกตน แสนธรรมดาสามัญ
ทว่ายามนี้ ทันทีที่เขาลงมือ คนทุกผู้กลับตะลึงงัน หนึ่งดีดนิ้วของเขาส่งเผิงชิงซงกระเด็นไปไกล เผยอำนาจร้ายกาจทรงพลัง ทำลายการคาดเดาของพวกเขาโดยสิ้นเชิง!
โดยเฉพาะอาหนิงผู้ตะลึงทึ่มทื่อกับที่ในทันใด
“เขา… เอาชนะเผิงชิงซงได้ด้วยหนึ่งดีดนิ้ว?”
นัยน์ตางามของอาหนิงเบิกกว้าง ใบหน้าจิ้มลิ้มเปี่ยมความไม่อยากเชื่อ
แม้นางจะคาดไว้แล้วว่าซูอี้น่าจะมีบางอย่างให้พึ่งพาหากเขากล้าทำเช่นนี้ แต่นางก็ไม่เคยคาดคิดว่าซูอี้ ชายผู้น้องสาวนางช่วยชีวิตไว้ แท้จริงจะแข็งแกร่งเพียงนี้!
“พี่ซู เขาชนะแล้วหรือ?”
อาหลีพึมพำราวเชื่อมิลง
นางยังไม่ได้ก้าวเดินบนวิถีฝึกฝน มิอาจทราบได้ว่าการดีดนิ้วเบา ๆ ของซูอี้ร้ายกาจเพียงไร
“คนผู้นี้ ที่แท้เป็นยอดฝีมือขอบเขตราชันแห่งภูมิหรือ?”
ผู้ทรงอำนาจเช่นหม่าสิงคงและคนอื่น ๆ จากสำนักเซียนนภาหยกเองก็ตกตะลึง
พวกเขาเผลอถือซูอี้เป็นตัวตนเกาะชายกระโปรงอาหนิง จึงมิเคยมีซูอี้ในสายตา
ทว่ายามนี้ พวกเขาตระหนักแล้วว่าเหมือนจะมองผิดไป!
เฉียนอวี่เองก็ตกตะลึงเช่นกัน หัวใจของเขาอึดอัดยิ่งนัก และอดกล่าวเย้ยมิได้ “น่าเสียดาย ถึงจะแข็งแกร่งเพียงนั้น ท้ายที่สุดก็อาจมิรอด!”
“ไอ้โง่เฉียนอวี่นี่เกินเยียวยาแล้ว”
ฉางเล่อสิงลอบส่ายหน้า
ความเงียบรอบทิศถูกทำลาย เสียงอื้ออึงดังทั่ว
“เผิงชิงซงพ่ายหรือ?”
“คนผู้นั้นแข็งแกร่งจริง ๆ มิน่าเล่าจึงเลือกพิทักษ์สนามประลอง ตัดสินเป็นตาย!”
บางผู้ตื่นเต้น
“ต้องแบบนี้สิถึงน่าสนุก!”
บางผู้เสสรวล
เหล่าผู้ทรงอำนาจต่างเผยสีหน้าเคร่งขรึม
หากไร้ฝีมือ ไม่กล้าแบกรับภาระใหญ่!
ความแข็งแกร่งที่ซูอี้แสดงทำให้พวกเขามิกล้าดูแคลนประเมินต่ำ
กระทั่งตัวตนทรงอำนาจจากขุมกำลังเซียนใหญ่ที่นี่ยังอดแสดงสีหน้าแตกต่างกันไปมิได้ และเริ่มประเมินซูอี้ผู้พิทักษ์สนามประลองใหม่อีกครั้ง
“การที่สามารถเอาชนะเผิงชิงซงได้ง่าย ๆ เช่นนี้ ความแข็งแกร่งในขอบเขตราชันแห่งภูมิของคนผู้นี้นับว่าเป็นเลิศ เกรงว่าคงเทียบได้กับโจวปู๋ตู้และเซี่ยอวิ๋นเฟิง รวมถึงตัวตนเลิศล้ำอื่น ๆ”
“ตรวจสอบดูซิ หากรับผู้เก่งกล้าเช่นนี้เข้าสำนักได้…”
“รอก่อนจะดีกว่า หากเขาพ่ายการพิทักษ์สนามประลอง เขาก็มีแต่ต้องตาย”
…เสียงหารือดังขึ้นมากมาย
และร่างหนึ่งพลันรุดสู่สนามเต๋า
เนี่ยอวิ๋นซวง!
“ข้าท้าเจ้าสู้!”
เนี่ยอวิ๋นซวงกล่าวเสียงชัดเจนขณะถือหอกศึกโจมตีบนอากาศ
นี่คือศึกพิทักษ์สนามประลอง
ขอเพียงผู้ท้าทายปรากฏตัว ซูอี้มิอาจปฏิเสธได้
“ตั๊กแตนเขย่าต้นไม้”
ซูอี้ยกมือขึ้นสะบัดแขนเสื้อ
เปรี้ยง!
ร่างของเนี่ยอวิ๋นซวงกระเด็นกลับออกไปนอกสนามประลอง กระดูกของเขาแหลกเละ โลหิตรินไหลทั่วกาย
การสะบัดแขนเสื้อของเขาดูแผ่วเบาไม่สลักสำคัญ ทว่ายามกระทบร่างกลับประหนึ่งบรรพตศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนชนปะทะร่าง ทำให้เนี่ยอวิ๋นซวงสะบักสะบอมในทันใด!
เหล่าผู้ชมสั่นสะท้านกันอีกหน เสียงสูดหายใจเฮือกดังมิหยุดหย่อน
จะว่าไป ความแข็งแกร่งของเนี่ยอวิ๋นซวงนั้นต่างจากเผิงชิงซงลิบลับ และเนี่ยอวิ๋นซวงก็ได้บทเรียนจากเผิงชิงซงแล้ว เขาจึงทุ่มสุดกำลังทันทีที่ลงมือ
ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ยังพ่าย!
จบศึกลงเพียงหนึ่งโบกแขนเสื้อ!
ถึงยามนี้ คนทุกผู้ก็ตระหนักแล้วว่าตัวตนอย่างเผิงชิงซงและเนี่ยอวิ๋นซวงนั้นไร้คุณสมบัติประชันโดยสิ้นเชิง
ขืนไปก็เท่ากับทำร้ายตนเอง!
“ไม่คาดเลยว่าชุมนุมเซียนเจ็ดดาราหนนี้จะมีม้ามืดโผล่มา!”
ยามนี้ เหล่าตัวตนทรงพลังจากขุมกำลังเซียนทั้งหลายต่างมิอาจอยู่นิ่ง ดวงตาของพวกเขามองไปยังซูอี้อย่างเปี่ยมความใคร่รู้
มีเพียงฝั่งสำนักเซียนนภาหยกที่พวกหม่าสิงคงขมวดคิ้ว สีหน้ามืดคล้ำ
ก่อนหน้านี้ พวกเขากดข่มดูถูกซูอี้อยู่ไม่น้อย ยามนี้เมื่อได้เห็นซูอี้แสดงฝีมือ พวกเขาจึงรู้สึกมิชอบใจอย่างยิ่ง
“พี่หญิง พี่ซูชนะหรือ?”
ดวงตากลมโตกระจ่างใสของอาหลีเปล่งประกาย ใบหน้าน้อยของนางเปี่ยมความตื่นเต้น
อาหนิงเองก็ผ่อนคลายมาก ดวงตาของนางเจิดจรัส กล่าวเสียงเบา “อย่าดีใจเร็วไปนัก ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงยังมิลงมือ”
ความแข็งแกร่งที่ซูอี้เผยออกมาทำให้นางตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า
บนสนามประลอง
ซูอี้แต่งกายด้วยชุดสีเขียว กวาดตามองไปรอบ ๆ และกล่าวอย่างเฉยชา
“ฟังคำแนะนำข้านะ ยามนี้ข้ามาเพื่อจัดการเจ้าเหวินเยวียนหมิงเพียงผู้เดียว จะเป็นการดีที่สุดหากผู้อื่นมิเข้ามาหยั่งฝีมือ หาไม่มีแต่จะเป็นฝ่ายทำตนเองอับอาย”
เสียงรอบข้างเซ็งแซ่ขึ้นทุกขณะ แต่ละผู้ล้วนตะลึงกับความหมายอันทรงพลังในวาจาของซูอี้
เหวินเยวียนหมิงผู้ดื่มชาสบายใจก่อนหน้านี้อดขมวดคิ้วมิได้ แค่นเสียงหึอย่างเย็นชา
เมื่อถูกซูอี้ท้าประลองมากเข้า เหวินเยวียนหมิงหรือจะมิมีโทสะ?
ผู้ทรงอำนาจผู้หนึ่งหันไปเตือนเหวินเยวียนหมิง “รอดูก่อนเถิด ปลาซิวปลาสร้อยเช่นนี้มิควรค่าให้เจ้าลงมือ”
“ก็ได้”
เหวินเยวียนหมิงพยักหน้า
ทว่าในหัวใจเขาตั้งมั่นแล้ว ว่าหากท้ายที่สุดไร้ผู้ใดฆ่าซูอี้ได้ เขาจะลงสนาม บิดคอคนบ้าผู้นี้ต่อหน้าคนทุกผู้และเหยียบย่ำมันใต้เท้าด้วยตนเอง!
“สามหาว นี่เจ้าดูถูกพวกข้าอยู่หรือ?”
เซี่ยอวิ๋นเฟิงลุกขึ้น ในมือถือกระบี่ศึก เยื้องย่างสง่างามเยี่ยงหงส์มังกร สง่างามทรงพลัง
เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันที
เซี่ยอวิ๋นเฟิง ราชันแห่งภูมิอันดับหนึ่งในหมู่ชนรุ่นเยาว์จากสำนักเต๋าแปรนิลกาฬ ผู้เก่งกาจวิถีกระบี่อันหาได้ยากในชั่วพันปี และหนึ่งในชนรุ่นเยาว์สิบอันดับแรกแห่งแคว้นจิ่ง!
คนผู้นี้ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งสิบอันดับแรกในชุมนุมเซียนเจ็ดดาราครั้งนี้ด้วย!
ทันทีที่เซี่ยอวิ๋นเฟิงปรากฏขึ้น อีกหนึ่งบุคคลก็ลุกตาม
ชายผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดขาวดุจหิมะ สูงส่งไร้มลทิน ในมือถือดาบปลายมน กิริยาเจิดจรัสงดงาม
เขาคือโจวปู๋ตู้!
ตัวตนเลิศล้ำผู้มิได้ด้อยไปกว่าเซี่ยอวิ๋นเฟิง
“งั้นก็ได้ ข้าจะขอลองฝีมือกับสหายเต๋าผู้นี้สักเดี๋ยว!”
ทันใดนั้น เจิ้งเทียนถูเองก็ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงเย็นเยียบ
ดวงตาของเขาสาดประกายเจิดจ้าเยี่ยงเปลวเพลิง เรือนผมดำสยายแผ่ ปราณยิ่งใหญ่ดุดัน
สามผู้เลิศล้ำปรากฏตัวพร้อมกัน จุดประกายบรรยากาศรอบข้างร้อนรุ่ม ก่อให้เกิดเสียงอื้ออึ้งสนั่นลั่น
“เลือกได้เลยว่าจะประลองกับผู้ใดในเราทั้งสามก่อนกัน!”
โจวปู๋ตู้กล่าวเบา ๆ
ทุกผู้จับจ้องอย่างตั้งใจ อยากเห็นว่าซูอี้จะตัดสินใจเช่นไร
ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยอวิ๋นเฟิง โจวปู๋ตู้หรือเจิ้งเทียนถูล้วนแต่เป็นตัวตนสูงส่งเยี่ยงนายเหนือในขอบเขตราชันแห่งภูมิ!
ในความคิดผู้คนแล้ว ไม่ว่าซูอี้จะเลือกผู้ใด การประลองจะดุเดือดเป็นแน่แท้!
“เหตุร้ายแรงแล้ว”
คิ้วของอาหนิงขมวดหากัน ในฐานะหนึ่งในสิบผู้นำชนรุ่นเยาว์แห่งแคว้นจิ่ง นางย่อมรู้ถึงความน่ากลัวของทั้งสาม
สิ่งที่ร้ายกาจที่สุดคือ แม้ซูอี้จะมีโอกาสชนะ แต่หากต่อสู้ต่อเนื่อง เขาก็ต้องเสียพลังไปอย่างมาก และกระทั่งบาดเจ็บ
ต้องทราบว่าเหวินเยวียนหมิงยังไม่เคลื่อนไหวเลย!
“ฮ่า ๆ ในที่สุดไอ้เจ้านี่ก็จะซวยแล้ว”
เฉียนอวี่อดเสสรวลมิได้
“เขาไร้โอกาสชนะมากจริง ๆ”
หม่าสิงคงกล่าวอย่างไร้อารมณ์
ยามนี้ ผู้คนล้วนเสวนากันอย่างตั้งใจ
บนสนามประลอง ซูอี้ดูจะไม่ตระหนักถึงแรงกดดันและความหดหู่ของบรรยากาศเอาเสียเลย
หนึ่งมือของเขาไพล่หลัง ดวงตาหรี่เล็กน้อย ก่อนจะกล่าวโดยไม่แลพวกโจวปู๋ตู้ทั้งสาม
“ในเมื่อพวกเจ้าอยากทำตัวเองขายหน้า ข้าก็จะเติมเต็มให้ เข้ามาด้วยกันนั่นแหละ ข้ารีบ”
ท่าทีเฉยชาหยิ่งยโส วาจาเฉยเมยเช่นนี้ทำให้เหล่าผู้ฟังนิ่งอึ้ง ก่อนจะระเบิดตู้ม
ไม่คาดเลยว่าผู้พิทักษ์สนามประลองผู้มีที่มาปริศนาจะเย่อหยิ่งเสียจนโอหัง!
ยามนี้ แม้สามผู้เลิศล้ำจะฝึกฝนจิตใจมาเป็นอย่างดี พวกเขาก็ยังอดมีโทสะมิได้
“งั้นก็ดูเถิดว่าเจ้าจะมีฝีมือพอหรือไม่!”
เซี่ยอวิ๋นเฟิงผู้อารมณ์ร้อนที่สุดโจมตีทันที
เขาพุ่งขึ้นบนสนามประลอง กระบี่ศึกในมือกวัดแกว่ง กรีดปราณกระบี่สีทองเบิกฟ้าบนอากาศ นิมิตมังกรทิพย์สีทองอันเด่นชัดปรากฏขึ้นในปราณกระบี่ ทรงพลังสะเทือนแดนดิน
กระบี่เสียงสวรรค์มังกรฟ้า!
มรดกมหาวิถีอันยิ่งใหญ่สูงสุดในหุบเขาเทพเสียงสวรรค์ ลือกันว่าหากฝึกฝนถึงจุดสูงสุดจะสามารถวาดหนึ่งกระบี่สร้างแปดมังกรทิพย์ ปราบทั่วฟ้าดินได้
แม้เซี่ยอวิ๋นเฟิงจะยังไม่ถึงขั้นนั้น เขาก็ยังร้ายกาจอยู่ดี!
ตู้ม!!
ซูอี้ใช้ฝ่ามือบดขยี้ปราณกระบี่มังกรฟ้าสีทองยาวพันจั้งอย่างง่ายดาย อำนาจกระบี่ทรงพลังไร้ขอบเขตนั้นเป็นเช่นกระดาษเปื่อยภายใต้ฝ่ามือซูอี้!
สิ่งที่ยิ่งน่าสะพรึงกลัวคือ อำนาจฝ่ามือของซูอี้ทะลวงโจมตีเซี่ยอวิ๋นเฟิงผู้เพิ่งทะยานสู่สนามประลองในทันใด
“ข้าขอรับคำชี้แนะ!”
เจิ้งเทียนถูตวาดลั่น ร่างทะยานเวหา ใช้เคล็ดวิชาสร้างเพลิงทิพย์สีครามตระการออกมา
เพลิงทิพย์โหมกระหน่ำเยี่ยงทะเล กระทั่งอากาศยังถูกแผดเผา ร้ายกาจทรงพลังเพียงพอจะเผาตัวตนขอบเขตราชันแห่งภูมิส่วนใหญ่ทั่วโลกหล้ามอดมลาย
ทว่าดวงตาของซูอี้กลับปรากฏเค้าความดูแคลน เขาปริปากพ่นลมหายใจแผ่วเบา
ตู้ม!
สายลมพวยพุ่งเยี่ยงพายุโหมจากเก้าชั้นสรวง ดับเพลิงทิพย์นั้นไปทันใด
ร่างของเจิ้งเทียนถูราวกับถูกพายุพัดขึ้นฟ้า ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้น ดวงตาเลื่อนลอยพร่างดารา มิอาจลุกขึ้นได้ในชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อมองดี ๆ จะพบว่าร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลสีเลือดเล็กบาง โลหิตไหลซิบชวนตะลึง!
“ไป!”
แทบจะยามเดียวกันนั้น โจวปู๋ตู้ลงมือ
อาภรณ์ของเขาขาวยิ่งกว่าหิมะ สาวเท้าไปเบื้องหน้าอาบในแสงทอง ยกดาบหยกปลายมนในมือฟาดลงอย่างดุดัน
อำนาจของการโจมตีนั้นเพียงพอเบิกบรรพตทลายวารี บดขยี้ท้องนภามิอาจทำลาย ในหมู่ราชันแห่งภูมิรุ่นเดียวกัน แทบไร้ผู้ใดกล้ารับการปะทะนี้ตรง ๆ
เพราะนี่คือไม้ตายสังหารก้นหีบของเขา!
ทว่าซูอี้หาหลบเลี่ยงไม่ เขาปล่อยการโจมตีนี้ปะทะร่าง พิรุณแสงพร่างพรม ร่างของซูอี้เป็นเช่นบรรพตศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่
เขายืนนิ่ง ไร้รอยขีดข่วน!
“อ่อนแอจริง ๆ”
ซูอี้ส่ายหัวเล็กน้อย
ในสายตาตะลึงงันของโจวปู๋ตู้ เขายกมือขวาขึ้นกำหมัดชกเบา ๆ
โจวปู๋ตู้ยกดาบปลายมนขวางตรงหน้าตนโดยมิยั้งคิด ทว่าในพริบตาเขาก็ถูกหมัดของซูอี้กระแทกอกเข้าอย่างจัง
เป๊าะ!
อกของโจวปู๋ตู้ยุบเป็นหลุมใหญ่ ร่างของเขากระเด็นออกไปนอกสนามประลอง
ยามร่วงลงพื้น แม้เขาจะพยายามคงสมดุล ใช้เท้าเหยียบลงพื้นอย่างสุดกำลัง สองขาของเขาก็ยังขุดพื้นเป็นหล่มยาวถอยไปหลายร้อยจั้ง!
จากนั้น เขาก็กระอักเลือด ร่างคู้งอทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างมิอาจทรงตัวได้ เรือนผมยาวสยาย ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ
ด้วยหนึ่งฝ่ามือ เขาตบเซี่ยอวิ๋นเฟิงกระเด็น
หนึ่งลมหายใจ พัดเพลิงทิพย์สีครามดับมอด ดีดเจิ้งเทียนถูปลิว
หนึ่งหมัดขยี้โจวปู๋ตู้!
เพียงพริบตา สามราชันแห่งภูมิรุ่นเยาว์ผู้เลิศล้ำล้วนปราชัย
และนับแต่ต้นจนจบ ซูอี้ก็ยืนนิ่งกับที่ ใช้หนึ่งมือไพล่หลัง แข็งแกร่งเหนือใครในสายตาผู้ชม!
เพียงหนึ่งมือก็ปราบสิ้น!
คนทุกผู้ที่ได้ประจักษ์ล้วนตะลึงงัน
………………..