บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1560: เรื่องสนุกยังไม่จบ
ตอนที่ 1560: เรื่องสนุกยังไม่จบ
“อ๊า!”
เสียงกรีดร้องทำลายความเงียบอันกดดัน
ทันใดนั้น โถงใหญ่ก็เกิดความปั่นป่วนขึ้น
บริเวณใกล้เคียงกับที่ซูอี้อยู่ มีตัวตนชั้นผู้น้อยบางคนนั่งอยู่ พวกเขาล้วนตื่นตระหนกจนถอยกรูดไปไกล
โต๊ะถูกเตะล้ม ถ้วยโถโอชามแตกดังเพล้ง
ปั่นป่วนเละเทะ
ผู้อาวุโสเซียวจวี้ บุตรสวรรค์ฉงฉีและคนอื่น ๆ จากลัทธิหมื่นวิญญาณล้วนเดือดดาล
คิ้วของหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงบนแท่นหยกย่นหากัน แววตามืดมนลง
ราชันเซียนและเซียนแท้ขอบเขตสุญตาทั้งหลายล้วนลุกขึ้นยืน
มีเพียงใบหน้าของชิงเวยที่ปรากฏรอยยิ้ม
นางรู้ว่าจากนี้ไป นางจะมิต้องอดทนแล้ว
“เงียบ!”
เซียวจวี้ตวาด
เสียงนั้นดังกึกก้องเยี่ยงสายฟ้า ทำให้ทั้งโถงเงียบสนิท
จิตสังหารแผ่ออกไปทั่วทุกแห่งหนในโถง
เมื่อผู้คนมองไปยังซูอี้ สายตาและสีหน้าต่างเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ไม่อาจคาดคิดได้เลยว่า เหตุใดชายหนุ่มจึงกล้ามาก่อเรื่องที่นี่ เขามิกลัวความตายจริง ๆ หรือ?
บุตรสวรรค์ฉงฉีกล่าวด้วยสีหน้าแฝงเจตนาสังหาร “หากเจ้ากล้าฆ่าคนของลัทธิหมื่นวิญญาณของข้า เจ้าต้องถูกประหาร! ฆ่าเขาเสีย!”
กลุ่มตัวตนวิถีเซียนจากลัทธิหมื่นวิญญาณต่างลงมือ แรงกดดันรอบกายดุดันมหาศาล
ทั้งเซียวจวี้ ราชันเซียนเก้ากระเรียน ราชันเซียนอัคคียันต์และตัวตนอื่น ๆ ล้วนพุ่งเป้าไปยังชิงเวย เพื่อมิให้นางไปช่วยชีวิตซูอี้
คู่เนตรทรงเสน่ห์ของชิงเวยเผยจิตสังหารเย็นเยียบ ใครเล่าจะสนใจ?
ทว่า ขณะที่นางกำลังจะโจมตีนั้นเอง…
ตู้ม!
รัศมีเซียนอันจ้าจรัสสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ยอดฝีมือวิถีเซียนซึ่งพุ่งเข้าใส่ซูอี้ล้วนกระเด็นกระแทกพื้นตาม ๆ กัน
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าซูอี้อย่างเงียบงัน
เรือนผมขาวดุจหิมะ ใบหน้าเยาว์วัยเช่นชายหนุ่ม
เขาคือเฟิงเย่อวิ๋น เจ้าของหมู่ตึกไร้จำกัด!
ปราณราชันเซียนจากร่างของเขาชวนลืมหายใจ
เหตุพลิกผันนี้เกินความคาดหมายของผู้คนนัก
“พี่เฟิง เจ้า…”
เซียวจวี้เดือดดาล
สีหน้าของหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงเองก็ดำคล้ำ
การเปลี่ยนแปลงนี้เหนือความคาดหมายของเขาเช่นกัน
ซูอี้เองก็ประหลาดใจเช่นกัน เพราะไม่คิดเลยว่าเจ้าของหมู่ตึกไร้จำกัดผู้นี้จะตรงไปตรงมา ถึงขนาดกล้าล่วงเกินลัทธิหมื่นวิญญาณ!
เฟิงเย่อวิ๋นยิ้มน้อย ๆ ให้กับสายตาเดือดดาลเหล่านั้น ก่อนจะกล่าวว่า “งานแต่งนี้ ข้าเฟิงเย่อวิ๋นก็คัดค้านเช่นกัน!”
“เพราะเหตุใด?”
สีหน้าของเซียวจวี้เย็นเยียบ “เจ้าน่าจะรู้ว่าลำพังตัวเจ้า ยากจะเปลี่ยนสถานการณ์ในวันนี้ได้! ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็นการล่วงเกินลัทธิหมื่นวิญญาณของข้า!”
วาจานั้นข่มขู่กันโดยมิปิดบัง
คนมากมายอดตัวสั่นมิได้ และตระหนักได้ว่าเซียวจวี้ขุ่นเคืองเสียแล้ว
เฟิงเย่อวิ๋นอดหัวเราะมิได้ “หากไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าแนะนำให้พวกเจ้าหยุดลงตรงนี้เถิด อย่าคิดการใดกับราชันเซียนชิงเวยอีก หาไม่ ข้าเกรงว่าเจ้าคงมิอาจทนผลกระทบได้”
เซียวจวี้หัวเราะอย่างเดือดดาล “เจ้าสำคัญตัวเองสูงไปแล้ว!”
“เรื่องนั้น… เพิ่มข้าอีกคนพอหรือไม่?”
หนึ่งเสียงทรงอำนาจกล่าวขึ้น และที่ด้านหน้าห้องโถง หัวหน้าองครักษ์มังกรดำ ‘ราชันเซียนซิงอวี้’ ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น
แรงกดดันอันร้ายกาจแผ่ตามออกมา
ตู้ม!
ทั่วทั้งบริเวณนั้นพลันสั่นสะท้าน ผู้คนตกตะลึง แทบไม่อยากเชื่อสายตา
คิดให้หัวแตกก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า ราชันเซียนซิงอวี้ซึ่งเป็นแขกผู้มีเกียรติ คนที่ลัทธิหมื่นวิญญาณมองว่ามาช่วยควบคุมสถานการณ์จะยืนขึ้นเพื่อสนับสนุนชายหนุ่มผู้คัดค้านการแต่งงานนี้!
“สหายเต๋าซิงอวี้ ไฉนเจ้า…”
เซียวอวี้งุนงงเกินเชื่อลง
ราชันเซียนเก้ากระเรียน ราชันเซียนอัคคียันต์และคนอื่น ๆ ล้วนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
เหตุชุลมุนซึ่งเกิดขึ้นจากชายหนุ่มซึ่งนั่งหลบมุมอยู่คนเดียว กลับทำให้เจ้าของหมู่ตึกไร้จำกัดกับหัวหน้าองครักษ์มังกรดำออกมาสนับสนุน มันผิดปกติโดยมิต้องสงสัย!
ราชันเซียนซิงอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชา “หยุดเสียที่นี่ หาไม่ ข้าจะมิอยู่เฉย”
บุตรสวรรค์ฉงฉีพลันรู้สึกเดือดดาลจากการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จนแทบกระอักเลือด หนนี้เขาอดกล่าวขึ้นมิได้ “นี่คือทัศนคติของเจ้า หรือของราชันวิถีมังกรแดง?”
ราชันเซียนซิงอวี้กล่าวเสียงเย็น “เจ้าโง่ มันแตกต่างกันตรงไหน?”
สีหน้าของฉงฉีในยามนี้ดูแทบไม่ได้
ตลาดมังกรดำล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของราชันวิถีมังกรแดง
และราชันเซียนซิงอวี้ก็เป็นหนึ่งในสี่หัวหน้าองครักษ์มังกรดำ
หากเขาอยากเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ใครเล่าจะไม่หยุดชั่งใจ?
ทันใดนั้น หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงซึ่งนั่งบนแท่นหยกสูงก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเฉยชา “หรือว่าทัศนคติของเจ้าเป็นเช่นเดียวกับราชันวิถีมังกรแดง?”
ราชันเซียนซิงอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าว “เจ้าคิดเอาเองได้เลย”
สองฝ่ายเผชิญหน้า!
ดาบชี้เข้าใส่กัน!
ยามนี้ กระทั่งคนที่โง่ที่สุดยังตระหนักได้ว่าฐานะของซูอี้ไม่ได้ธรรมดา!
หาไม่ มีหรือเขาจะทำให้ราชันเซียนซิงอวี้และเฟิงเย่อวิ๋นออกมาคัดค้านงานแต่ง ยอมฉีกหน้าลัทธิหมื่นวิญญาณเช่นนี้?
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงก็กล่าวขึ้นว่า “เช่นนั้นก็ได้ เรื่องนี้ เราลัทธิหมื่นวิญญาณจะไว้หน้าราชันวิถีมังกรแดง มิเซ้าซี้อีกต่อไป!”
วาจานั้นเย็นชา ไม่ว่าผู้ใดก็เห็นได้ว่าหัวหน้านักบวชแห่งลัทธิหมื่นวิญญาณผู้นี้ไม่เต็มใจ!
ทว่าการยอมถอยของเขาทำให้หลายผู้คนในโถงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพราะถึงแม้ลัทธิหมื่นวิญญาณจะมีผู้ทรงอำนาจมากมาย แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือตลาดมังกรดำ ถิ่นขององครักษ์มังกรดำ!
และ ‘เขามังกรเร้น’ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากโถงหลักเมฆมงคลก็เป็นที่พำนักของราชันวิถีมังกรแดง!
สีหน้าของเซียวจวี้มองดูแทบไม่ได้ ทว่าก็มิได้กล่าววาจาใด
บุตรสวรรค์ฉงฉีแทบคลั่ง อดกล่าวมิได้ว่า “ชิงเวย ข้าบอกไว้เลยนะ ขอเพียงข้าฉงฉีหมายตาสตรีใด นางจะมิอาจหนีเงื้อมมือข้าไปได้! หากไร้ลัทธิหมื่นวิญญาณของข้าช่วยเหลือ อาจารย์เจ้าจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปีแน่!”
วาจานั้นลั่นไปทั่วโถง
ทุกผู้ต่างรับรู้ได้ถึงโทสะในน้ำเสียง
แววตาของชิงเวยเฉยเมย ก่อนจะหันไปกล่าวกับซูอี้ว่า “คุณชาย เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ”
เฟิงเย่อวิ๋นเองก็กล่าวพร้อมกับแย้มยิ้มว่า “ไปด้วย ข้าขอตามไปด้วยนะ”
ราชันเซียนซิงอวี้พยักหน้ากล่าว “ที่นี่ก็งั้น ๆ มิเห็นน่าสนใจเท่าไรเลย”
เขาเองก็ตั้งใจจากไปเช่นกัน
ทว่าไม่ว่าจะเป็นชิงเวย เฟิงเย่อวิ๋นหรือราชันเซียนซิงอวี้ สายตาของพวกเขาล้วนมองไปที่ซูอี้
ความคิดที่ชัดเจนเช่นนี้กลับทำให้คนมากมายหัวใจสั่นสะท้าน ตระหนักแล้วว่าชายหนุ่มผู้ถูกกีดกันไปนั่งหลบมุมผู้นี้ แท้จริงคือใจกลางแห่งพายุ
กระทั่งสามราชันเซียนยังต้องมองเขาก่อนลงมือ!
ช่างเหลือเชื่อนัก
เขาเป็นใครกัน?
ไยจึงมีอำนาจเพียงนี้?
ฟางหานลุกขึ้นเงียบ ๆ ทว่าพ่อหนุ่มดื้อดึงผู้นี้กล่าวอย่างแง่งอน “นี่หรือที่เจ้าบอกว่าละครดี ๆ? มันจบเร็วไป”
เหล่าผู้ฟังล้วนผงะ
เจ้าหนูนี่เห็นเรื่องชวนระทึกเช่นนี้เป็นละครทั่วไป!
“จบ? ยังเร็วไป”
ซูอี้ว่า สายตาของเขามองไปยังบุตรสวรรค์ฉงฉี และกล่าวอย่างสบายอารมณ์ว่า “มีตาเฒ่าผู้หนึ่งดูดวงให้คนผู้นี้ บอกว่ามีเมฆดำปกคลุม โชคเคราะห์คั่นด้วยเส้นบาง ๆ เขาต้องตายเพื่อให้ดวงนี้สมจริง”
ทุกผู้ที่นี่ต่างตกตะลึง
มีความคิดเดียวในใจ นั่นคือ… เขาอยากฆ่าบุตรสวรรค์แห่งลัทธิหมื่นวิญญาณ?
บ้าไปแล้ว!
“จ- จ- เจ้า…”
บุตรสวรรค์ฉงฉีเดือดดาลจนปอดแทบระเบิด สีหน้าเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
“พวกเจ้าทั้งสองก็คิดเช่นกันหรือไม่?”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงซึ่งนั่งอยู่บนแท่นหยกลุกขึ้นช้า ๆ
ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด เพลิงศักดิ์สิทธิ์วูบไหวในแววตาขณะกวาดมองไปที่ราชันเซียนซิงอวี้กับเฟิงเย่อวิ๋น
แรงกดดันปั่นป่วนไปทั่วทั้งห้องโถง
สีหน้าของทุกผู้เปลี่ยนแปลงไปมา
ตัวตนสูงสุดในระดับราชันเซียนแห่งลัทธิหมื่นวิญญาณผู้นี้เดือดดาลเต็มที่อย่างเห็นได้ชัด
เฟิงเย่อวิ๋นดูเคร่งขรึม ทว่าก็ยังตอบ “ถูกต้อง!”
ราชันเซียนซิงอวี้กล่าวอย่างเย็นชา “แน่นอน!”
ทันใดนั้น หัวใจของทุกผู้ก็สั่นสะท้าน ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเหตุใดสองราชันเซียนจึงกล้าเปิดเผยได้เพียงนี้
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงอดเชิดหน้าหัวเราะลั่นมิได้ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูผิดปกติ
สายตาของเขากวาดมองไปทั่วทิศพลางกล่าวทีละคำอย่างช้า ๆ ชัด ๆ “ถ้าเช่นนั้น ก็ลองวัดกับข้าผู้นี้หน่อยปะไร พวกเจ้าไม่กี่คนแค่นี้ ใครเล่าจะฆ่าบุตรสวรรค์ของลัทธิข้าได้!”
วาจาสะท้านก้องโถง
มิต้องสงสัยเลยว่าเมื่อมีเขาอยู่ เขาจะไม่ยอมให้บุตรสวรรค์ฉงฉีประสบอุบัติเหตุใด!
และฉงฉีผู้ระงับโทสะไว้ไม่ได้ก็ชี้หน้าด่าซูอี้ดังลั่น “ไอ้คนต่ำต้อย ข้ายืนอยู่นี่ไง มาฆ่าข้าสิ กล้าซ่อนอยู่หลังการคุ้มกันของผู้อื่นแล้วทำพูดดี เจ้าก็แค่กล้าดียามมีผู้คุ้มหัวเท่านั้นแหละ!”
เขาเห็นแล้วว่าชายหนุ่มไม่มีปราณเซียนอยู่ในร่าง และยังไม่ได้บรรลุสู่วิถีเซียนเลย
แม้จะเคยฆ่าเซียนขอบเขตจักรวาลมาก่อน แต่ซูอี้ก็มั่นใจว่าเขาซึ่งเป็นเซียนแท้ขอบเขตสุญตาจะฆ่าอีกฝ่ายลงได้อย่างง่ายดาย!
แน่นอน เงื่อนไขก็คือคนผู้นี้ต้องกล้าสู้กับเขาก่อน!
นี่คือเหตุที่ทำให้เขายั่วยุอย่างหนัก
วาจานั้นสะท้อนทั่วทั้งห้องโถง สีหน้าของผู้คนดูแปลกพิกล
คนส่วนใหญ่ที่นี่ต่างเป็นเซียนผู้ฝึกฝนมาไม่รู้กี่ปี มีหรือจะไม่เห็นว่าชายหนุ่มหาใช่เซียนไม่?
และต้องทราบว่าบุตรสวรรค์แห่งลัทธิหมื่นวิญญาณนั้นอยู่ในขอบเขตสุญตาขั้นต้น!
ยิ่งกว่านั้น เขายังมีเชื้อสายกิเลน ในหมู่เซียนแท้ขอบเขตเดียวกัน เขานับเป็นตัวตนชั้นหนึ่ง!
เฟิงเย่อวิ๋นและราชันเซียนซิงอวี้ต่างขมวดคิ้วพร้อมเพรียง ขณะที่กำลังจะกล่าวบางอย่างนั้นเอง
ซูอี้กลับกล่าวขึ้นมาเสียก่อนว่า “ตามใจเจ้า”
แล้วเขาก็เดินออกมา
ทุกผู้พากันงุนงง นี่ต่างอันใดกับพาตนเองไปตาย!?
เฟิงเย่อวิ๋นเกลี้ยกล่อมอย่างร้อนใจ “ท่าน เรื่องวันนี้ยังเป็นเพราะ…”
“เจ้ามิต้องหรอก”
ซูอี้ว่า “เจ้าดูเฉย ๆ ก็พอ ห้ามผู้ใดเข้าแทรกแซง”
เฟิงเย่อวิ๋นกับราชันเซียนซิงอวี้มองหน้ากัน สีหน้าของทั้งคู่ดูลังเล ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ขัดขวางอีกฝ่าย
มีเพียงชิงเวยที่สุขุมที่สุด ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยประหลาดใจ นี่พวกเขาคิดว่าใต้เท้าเป็นลูกพลับนิ่ม ที่จะหยิบจะบีบเช่นไรก็ได้หรือ?
โอ ช่างโง่เง่าเสียนี่กระไร!
“เฮ้! เจ้าทำได้จริง ๆ หรือ? อย่าฝืนน่า!”
หนุ่มน้อยฟางหานอดกล่าวเสียงดังมิได้
ซูอี้ชะงักอย่างประหลาดใจ ก่อนจะหันมายิ้มให้ “มิใช่เจ้าอยากเห็นข้าสู้กับคนอื่นหรือ เจ้าควรดีใจนะ”
เด็กหนุ่มแค่นเสียงหึอย่างเย็นชาแล้วพึมพำว่า “ก่อนหน้านี้ทำสั่งสอนข้า บอกว่าการยุยงของข้าน่าขัน แต่ยามนี้เจ้ากลับทนคำยั่วยุมิไหวเสียเอง…”
ซูอี้ยิ้มทื่อ ๆ “เจ้านี่นะ ยังมิเข้าใจอีก”
เขาเดินเข้าไปโดยไม่รอช้าอีก
ระหว่างทาง ผู้คนมากมายแหวกทางและทอดสายตามองซูอี้ มีทั้งประหลาดใจ ชิงชัง งุนงงและสงสาร…
แตกต่างกันไป
“เจ้ากล้าสู้จริง ๆ หรือ?”
ฉงฉีตะลึง ในโลกนี้ยังมีผู้มิรู้จักความเป็นความตายเช่นนี้อยู่จริง ๆ หรือ?
ยามนี้ หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวเตือน “ระวังด้วย อย่าเลินเล่อ สิงโตสู้กระต่ายยังทุ่มสุดกำลัง! หากผู้อื่นกล้าเข้ามาแทรกแซง ข้าผู้นี้จะมิเห็นด้วยเป็นผู้แรก!”
หัวใจของฉงฉีสะท้านขณะพยักหน้ารับ
………………..