บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1561: นี่ยังเป็นคนอยู่หรือไม่?
ตอนที่ 1561: นี่ยังเป็นคนอยู่หรือไม่?
ยามเกิดเหตุผิดปกติ ต้องมีบางสิ่งอยู่เบื้องหลัง
ฉงฉีย่อมเข้าใจสัจธรรมนี้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าซูอี้เคยสังหารเซียนขอบเขตจักรวาลเพียงหนึ่งโบกมือมาก่อน และย่อมมิเลินเล่อ
บรรยากาศกดดันเคร่งเครียด
คนทุกผู้ถอยหลบ เปิดทางให้โล่ง
โถงหลักเมฆมงคลนี้ปกคลุมด้วยค่ายกลวิถีเซียนโบราณ เพียงพอขวางการโจมตีสุดกำลังในขอบเขตมหาเซียนได้ ย่อมไม่ต้องกลัวว่ามันจะถูกทำลายไปในศึกนี้
ชิงเวย ราชันเซียนซิงอวี้ และเฟิงเย่อวิ๋นล้วนยืนจัดขบวนรออยู่ฝั่งหนึ่ง พร้อมเข้าช่วยเหลือทุกเมื่อ
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียง เซียวจวี้ ราชันเซียนเก้ากระเรียนและคนอื่น ๆ ต่างเพ่งปราณไปยังพวกชิงเวย
มิต้องสงสัยเลยว่าหากพวกชิงเวยกล้าเข้าช่วยเหลือซูอี้ พวกเขาจะถูกขวางในทันที!
บรรยากาศเงียบงัน
ซูอี้ดูจะไม่ได้รู้สึกรู้สาถึงการเปลี่ยนแปลงรอบข้าง สองขาเดินเข้าหาฉงฉี
เสียงฝีเท้านั้นแผ่วเบา ไม่รีบร้อน เหมือนเช่นเดินทอดน่องชมวิว
บนร่างของเขาไร้ปราณฝึกฝนใด ๆ เหมือนเช่นปุถุชน
ทว่าเพราะเหตุนี้ ผู้คนจึงล้วนประหลาดใจ มิอาจหยั่งเชิงซูอี้ได้
ดวงตาของฉงฉีหรี่ลง จิตสังหารกระหายเลือดพลุ่งพล่านขึ้นในดวงตา
เขาสวมอาภรณ์หยก มัดผมสวมมงกุฎ การฝึกฝนเป็นเซียนแท้ขอบเขตสุญตา อำนาจเซียนร้ายกาจแผ่ออกมาอย่างเงียบเชียบ
แม้จะยังมิโจมตีออกไป
ทว่าเพียงปราณก็ทำให้เซียนแท้ขอบเขตสุญตาส่วนใหญ่ที่นี่ตัวสั่น รู้สึกละอายต่อตนแล้ว
ราชันเซียนทั้งหลายเผชิญหน้ากัน ต่างผู้ล้วนพร้อมโจมตี
ความกดดันทำให้เหล่าตัวตนใต้วิถีเซียนแทบสิ้นสติ
จนกระทั่งเมื่อซูอี้ห่างจากฉงฉีเพียงสิบจั้ง
ตู้ม!
ฉงฉีโจมตีทันที เขาก้าวย่างกระโจน ยกแขนขวาชกไปบนอากาศ
แสงทองสาดพร่าง หลอมรวมกับเคล็ดกฎเกณฑ์เซียนแท้ในหมัดนี้ ทำให้ฉงฉีเป็นเช่นดวงตะวันสีทองแผดเผาทะยานลง
อำนาจใหญ่หลวงนั้นทำให้ผู้คนมากมายตกตะลึง
กระทั่งราชันเซียนเหล่านั้นยังรู้สึกทึ่งน้อย ๆ
เพราะอำนาจและกฎเกณฑ์ในหมัดนี้กล่าวได้ว่าแข็งแกร่งสูงสุด เมื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งกับจิตวิญญาณของฉงฉี มันก็ทะยานสู่ขีดสุด
เมื่อหมัดนี้ถูกปล่อยออกมา อำนาจสะเทือนโลกาก็สะท้านทั้งจิตใจและวิญญาณของคู่ต่อสู้!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉงฉีอยู่นิ่งยามมิลงมือ หากขยับก็โจมตีเยี่ยงอัสนี!
หมัดนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าเขา บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิหมื่นวิญญาณผู้นี้มิชอบโอ้เอ้เสียเวลา!
ในใจคนมากมายเกิดภาพการตายอันน่าสยดสยองของซูอี้จากหมัดนี้ขึ้น
พริบตาต่อมา
เปรี้ยง!!!
เพลิงแสงสาดกระจาย
ร่างหนึ่งกระเด็นออกไปกระแทกผนัง ทำให้ทั่วโถงสั่นสะท้านรุนแรง
ท่ามกลางพิรุณแสง ซูอี้ยืนกับที่ ท่าทีลอยชายสบายใจ
ไกลออกไป บุตรสวรรค์ฉงฉีเค้นเสียงออกมา ร่างโซเซกว่าจะตั้งหลักได้ ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมความตะลึง
คนทุกผู้ล้วนตะลึงงัน
เพียงพริบตา ฉงฉีก็ถูกฟาดกระเด็น?
สิ่งนี้ลบล้างความคาดคิดของผู้คนโดยสิ้นเชิง
“นี่คืออำนาจที่ผู้มิใช่เซียนมีได้จริง ๆ หรือ?”
เฟิงเย่อวิ๋นอ้าปากค้าง
ในฐานะราชันเซียนผู้หนึ่ง เขาเห็นชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ซูอี้ก็ออกหมัด เรียบง่ายตรงไปตรงมา ไร้ความพิเศษใด ๆ
ทว่าหมัดนี้กลับมีอำนาจทำลายล้างร้ายกาจ ทำลายอำนาจหมัดของฉงฉี ขยี้กฎวิถีเซียนรอบกายอีกฝ่ายสิ้น
จากนั้นก็ชกเขากระเด็นไปในพริบตา
ทรงพลังไร้ขอบเขต!
“มิน่าเล่า ท่านจึงอยากลงมือเอง นี่… เกินความคาดหมายอย่างจริงแท้…”
ราชันเซียนซิงอวี้ตะลึงและลอบถอนใจโล่งอก
ก่อนหน้านี้ เขาเตรียมพร้อมตั้งใจจะไปช่วยเหลือ
แต่ปรากฏว่าเขาและราชันเซียนคนอื่น ๆ ล้วนมองผิดไป!
ขณะเดียวกัน หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียง เซียวจวี้และราชันเซียนอื่น ๆ ล้วนตกตะลึง ไม่คาดเลยว่าสงครามเพิ่งเริ่ม แต่ฉงฉีก็ถูกชกกระเด็นไปแล้ว!
ต้องทราบว่าพวกเขาเห็นชัดเจนว่าฉงฉีหาเลินเล่อไม่ และโจมตีอย่างสุดกำลังทันที!
ส่วนคนอื่น ๆ นั้นตะลึงงันไปโดยสิ้นเชิง
หนึ่งตัวตนผู้ยังไม่ขึ้นเป็นเซียน ทว่ากลับสามารถต่อยเซียนแท้ขอบเขตสุญตากระเด็นได้ด้วยหนึ่งหมัด?
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เกรงว่าคงไร้ผู้ใดกล้าเชื่อ!!
“ที่แท้เขาก็แข็งแกร่งเช่นนี้… มิน่าเล่าจึงไร้ความกลัว…”
หนุ่มน้อยฟางหานพึมพำ
ขณะนี้ซูอี้ก้าวเข้าไปหาฉงฉีแล้ว
ก่อนหน้านี้ เขาอยู่เฉย ๆ
ทว่าสายตาที่มองมายังชายหนุ่มนั้นกลับแปรเปลี่ยนไป
“ยังลังเลอันใดอยู่ ใช้วิชาสังหารฆ่าเขาซะ!”
หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงกล่าวเสียงลึกล้ำ ดวงตามืดดำ
“หัวหน้านักบวชโปรดวางใจ ข้าจะจัดการเขาเอง!”
ฉงฉีสูดหายใจลึก ๆ ดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์
ตู้ม!
ในมือของเขาปรากฏง้าวสีเงินพร่างอัสนีขึ้นเล่มหนึ่ง ปราณทะยานสูงตามกาล
ทันใดนั้น เขาดูราวเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดุร้ายไร้ขอบเขต จิตสังหารเดือดพล่าน แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่ลิบลับ!
“ฆ่า!”
ฉงฉีตวาดลั่น ร่างทะยานเยี่ยงเส้นแสง โบกง้าวสีเงินฟาดใส่ซูอี้
เปรี้ยง!
อำนาจเซียนทะลักออกมาบดขยี้แดนดินจากง้าวสีเงิน คมอันเจิดจรัสดูจะสามารถตัดผ่านสรรพสิ่งทั่วฟ้าดิน
ดวงตาของซูอี้ฉายประกายเย้ยหยัน
เขายังคงใช้มือเปล่า สะบัดมือขวาออกไป
เคร้ง!!!
เกิดเสียงระเบิดเสียดหูสนั่นลั่นเยี่ยงทองคำเจาะศิลา
นิ้วซึ่งดูไม่ได้ออกแรงนั้นเปี่ยมด้วยอำนาจถล่มสรวงทลายแดนดิน ขยี้อัสนีและขวางง้าวสีเงินไว้
ยามนี้ ง้าวสีเงินสั่นสะท้านรุนแรง เรืองรัศมีจ้าจรัส ทว่าท้ายที่สุดก็ต้องหยุดนิ่งกับที่
ไม่อาจเคลื่อนได้อีกแม้เพียงน้อย!
และเมื่อซูอี้ออกแรง
ร่างของฉงฉีก็เซถอยหลังดุจกลีบปทุมต้องวายุในทันใด ใบหน้าเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวซีด
อำนาจจากนิ้วนั้นร้ายกาจเกินไป ดุจดาบแทงทะลวงร่างของเขา แทบทำให้ปราณของเขาปั่นป่วน!
คนทุกผู้ล้วนตกตะลึง มีสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“เจ้า… วอนตายนัก!!”
ฉงฉีเดือดดาล พลันคำรามลั่น เรือนผมยาวสยายยุ่ง อำนาจร้ายกาจปะทุขึ้นในร่าง
ตู้ม!
แสงสีเลือดพร่างพราว ภายใต้สายตาตกตะลึงของผู้คน เงามายาของสัตว์ร้ายในตำนานก็ปรากฏเหนือศีรษะฉงฉี อาบเพลิงอัสนี ศีรษะเช่นมังกร ร่างเยี่ยงกวาง สี่กีบเท้าเหยียบเหนือจักรวาลพร่างดาว บนร่างเต็มไปด้วยเกล็ดเพลิง
กิเลน!
แรงกดดันจากสัตว์ร้ายศักดิ์สิทธิ์ปฐมสวรรค์แผ่ออก และเหล่าเซียนปีศาจขอบเขตสุญตาทั้งหลายก็ถูกอำนาจกดดันนี้จนตัวสั่นขนลุก
ส่วนเหล่าราชันเซียน พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้ฝึกตนปีศาจ ยามสัมผัสอำนาจจากสายเลือดกิเลน พวกเขาก็พรั่นพรึง ร่างเกร็งขึ้นอย่างช่วยมิได้
นั่นคือการกดข่มของสายเลือด!
แม้พวกเขาจะมิได้รับผลกระทบใด ๆ แต่ทุกผู้ก็รู้ว่าหากฉงฉีก้าวสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ในภายหน้า ราชันเซียนเหล่านี้ก็จะถูกฉงฉีแซงหน้ามิช้าก็เร็ว!
ในหมู่ผู้คนทั้งมวล มีเพียงชิงเวย หัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียงและราชันเซียนคนอื่น ๆ เท่านั้นที่มิได้รับผลกระทบใด ๆ
“ฆ่า!”
ฉงฉีตะโกนลั่น ทิ้งง้าวสีเงินแล้วใช้สองมือประทับตราเข้าฆ่าซูอี้
ตู้ม!
ยามนี้ ตราประทับของฉงฉีระเบิดเพลิงอัสนีศักดิ์สิทธิ์ทะลวงเยี่ยงกิเลนเพลิงทะยานนภา ร้ายกาจไร้ขอบเขต
“กำลังรอเจ้าอยู่เลย!”
ซูอี้ยิ้มแย้มมองนภา
กำนิ้วเป็นหมัดชกขึ้นอากาศเข้าสวน!
เสียงคำรามดังขึ้นสะเทือนโลกา อำนาจตราประทับของฉงฉีพลันแหลกสลาย ร่างของซูอี้ทะยานมาตรงหน้า ยกแขนขวาคว้าร่างมายาของกิเลนไว้เยี่ยงหยิบของจากกระเป๋า
“โฮก!”
เงากิเลนดิ้นรนรุนแรง ระเบิดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ อสนีบาตไร้ประมาณ
ทว่าอำนาจอันทลายสรวงทะลวงแดนดินนี้กลับมิอาจสะท้านสะเทือนใด ๆ ต่อซูอี้ได้เลย
เปรี้ยง!
รอบกายซูอี้ปรากฏแสงพรั่งพรู สลายอำนาจทำลายล้างนั้นลงอย่างง่ายดาย แขนขวาออกแรงกระชาก
เงากิเลนร้องโหยหวนราวอยากจะแยกตนจากฉงฉี
ฉงฉีตกตะลึง สีหน้าแปรเปลี่ยนโดยสมบูรณ์ และคำรามอย่างเดือดดาล “ไร้ยางอาย!”
เขาเป็นเช่นปีศาจคลั่ง เหวี่ยงหมัดโจมตี
“มิประมาณตน”
ซูอี้แค่นเสียงอย่างเย็นชา มือขวาจับเงากิเลนไว้นิ่ง ขณะใช้มือซ้ายผลักออกจากตัว
เปรี้ยง!!
ร่างของฉงฉีราวถูกบรรพตศักดิ์สิทธิ์พุ่งชน ร่วงลงกับพื้นโครมใหญ่ กระดูกในร่างหักมิอาจทราบว่ากี่ท่อน เกิดเป็นเสียงเป๊าะเปรี๊ยะดังลั่น
เจ็ดทวารหลั่งโลหิต กรีดร้องอย่างเจ็บปวด
มือขวาของซูอี้ฉวยโอกาสนี้กระชาก
เงามายาแห่งกิเลนถูกกระชากออกจากร่างฉงฉีอย่างกะทันหัน แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มแสงสีแดงสดเยี่ยงเพลิงปรากฏในมือซูอี้
กลุ่มแสงนี้คืออำนาจสายเลือดอันบริสุทธิ์ เจิดจรัสเยี่ยงเพลิงโชติ เผยอำนาจศักดิ์สิทธิ์น่าตกตะลึง
“ไม่น่าเล่า เจ้าในขอบเขตสุญตาจึงแสนอ่อนแอ ที่แท้เจ้าก็มิได้เกิดมาพร้อมสายเลือดกิเลน”
ซูอี้พลันกล่าว
“ไม่นะ!”
เมื่อถูกริบสายเลือดกิเลนไป ฉงฉีก็ร้องลั่นอย่างรวดร้าว ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ทว่าท้ายที่สุดก็ไร้ค่า ปราณทั่วร่างของเขาลดลง!
เหล่าผู้ชมล้วนเงียบกริบ
เหตุพลิกผันนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป!
นับแต่ฉงฉีปลุกสายเลือดกิเลน โจมตี และถูกปราบลง ชุดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นและจบลงเพียงชั่วเสี้ยวประกายเพลิง
กระทั่งหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียง เซียวจวี้และราชันเซียนอื่น ๆ ยังไม่คาดว่าฉงฉีจะแพ้เร็วเสียจนพวกตนมิอาจเข้าช่วยได้ทัน
ขนาดราชันเซียนยังเป็นเช่นนี้ นับประสาอันใดกับผู้อื่น
ยามนี้ เมื่อเห็นฉงฉีถูกปราบลง กระทั่งสายเลือดกิเลนยังถูกริบไป เหล่าผู้ชมก็พลันแตกฮืออย่างตกตะลึง
“ไฉนจึงมีอำนาจต่อสู้เช่นนี้ก่อนเป็นเซียนได้?”
“แข็งแกร่งจนน่าขัน…”
“ไม่คาดเลยว่าผู้มิอาจต่อสู้ได้โดยแท้จริงจะกลายเป็นบุตรสวรรค์ฉงฉี!”
…ผู้คนสับสนงุนงง
เพราะฉงฉีเสียเปรียบมาตลอดนับแต่เริ่มศึก
หนแรก เขาถูกหมัดของซูอี้ชกกระเด็น
หนที่สอง อาวุธวิถีถูกนิ้วคีบเกินขยับ เขาเองก็ถูกดีดเซไปเบื้องหลัง
หนที่สาม เขาถูกปราบลงกับพื้นโดยตรง กระทั่งสายเลือดกิเลนก็ถูกริบสิ้นแรง!
นับแต่ต้นจนจบ ฉงฉีมิอาจต้านทานใด ๆ ได้ทั้งสิ้น หาต่างจากตั๊กแตนเขย่าต้นไม้ไม่!
ใครเล่าจะมิประหลาดใจ?
กระทั่งราชันเซียนเหล่านั้นยังรู้สึกเกินจริงราวฝันไป
ทั่วแดนเซียนนี้ตลอดกาลนาน ใครเล่าจะเคยเห็นว่ามีผู้ฝึกตนซึ่งยังมิได้เป็นเซียน ทว่าสามารถปราบเซียนแท้ขอบเขตสุญตาลงอย่างง่ายดายบ้าง?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าบุตรสวรรค์ฉงฉีไม่มีทางเทียบได้กับเซียนแท้ขอบเขตสุญตาทั่วไป!
ราชันเซียนซิงอวี้และเฟิงเย่อวิ๋นมองหน้ากัน เห็นความตะลึงในสายตาของกันและกันอย่างชัดเจน
เซียวจวี้ ราชันเซียนเก้ากระเรียนและพรรคพวกล้วนตกตะลึง
ชิงเวยแย้มยิ้มเงียบงัน
มือของฟางหานกำเข้าหากัน ดวงตาเบิกกว้าง โลหิตร้อนรุ่ม
หนุ่มน้อยมองร่างสูงใหญ่ของซูอี้ ในใจมีเพียงหนึ่งคำนึง
นี่… ยังเป็นคนอยู่หรือไม่?!