บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1568: ทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล
ตอนที่ 1568: ทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล
หลังหนึ่งชั่วดื่มชา
ตู้ม!
หมอกสีเลือดระเบิดสลายไป
ปราณดาบอันเจิดจรัสพาดผ่านนภาสามพันจั้ง แน่นิ่งมิแหลกสลายแสนนาน
ทวารบาลถูกปราณดาบทะลวงร่าง แปรเปลี่ยนเป็นพิรุณแสง
บนอากาศ ซูอี้ยกมือขึ้นแตะแก้มซ้าย มีบาดแผลเปื้อนเลือดพาดอยู่
แม้จะเป็นเพียงรอยขีดข่วนบนผิวหนัง เขาก็ยังบาดเจ็บ
“มันแข็งแกร่งกว่าทวารบาลชั้นแรกเล็กน้อย ดีจริง ๆ”
ซูอี้อารมณ์ค้างเล็กน้อย
จนเมื่อเขาดูดซับหล่อหลอมพิรุณแสงซึ่งแปรเปลี่ยนจากทวารบาลเป็นที่เรียบร้อย การฝึกฝนของซูอี้ไม่เพียงฟื้นฟูกลับมาเต็มที่เท่านั้น มันยังได้รับการขัดเกลามากมาย ก้าวสู่ขอบเขตแปรสุญตาขั้นกลางในคราเดียว!
อำนาจใหม่จากการแปรเปลี่ยนนี้ทำให้จิตต่อสู้ในใจซูอี้ยิ่งระริกระรี้ แสนตื่นเต้นอยากหาคู่ต่อสู้มาลองมือ
ดังนั้น เมื่อเข้าไปในห้องชั้นสาม เขาก็เดินตรงออกนอกห้องไปโดยมิสนใจจะมองลำดับบนแท่นวิถีทองคำ
สนามรบชั้นสามนี้ปกคลุมโดยอสนีบาตอันเพียงพอกระทบสะท้านถึงจิตวิญญาณ และความแข็งแกร่งของทวารบาลก็สูงส่งกว่าชั้นสองมากนัก
นอกจากนั้น วิญญาณของผู้เข้าทดสอบยังได้รับผลกระทบร้ายแรงทุกครั้งยามอัสนีสนั่นลั่น
ทว่านี่แหละ สิ่งที่ซูอี้เฝ้ารอ
หากคู่ต่อสู้อ่อนแอ เขาคงสิ้นสนใจจะมาเลื่อนระดับ
“ฆ่า!”
ไม่นานนัก ศึกก็ปะทุขึ้น
……
กาลเวลาเคลื่อนผ่าน
ถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมชั้นหก
ในห้องโถงหลัก
“ไม่อาจทราบได้เลยว่าครานี้ สั่วอวิ๋นถูจะผ่านชั้นหกได้หรือไม่”
เยี่ยนเป่ยตู้กระซิบ
เขามาจากขุมกำลังราชันเซียนแห่งหนึ่ง เป็นเซียนขอบเขตจักรวาลอันเจิดจรัสสูงสุด ผู้ล้ำเลิศวิถีเซียนอันลือนามในโลกหล้า อนาคตรุ่งโรจน์
“ชั้นนี้ยากเกินไปอย่างจริงแท้ มีทวารบาลถึงสองตน หนึ่งปรากฏที่แจ้ง หนึ่งซุ่มซ่อนที่ลับ ทำให้มิอาจป้องกันได้เลย”
เฉิงเซียวฮั่นรำพึง ดูจนปัญญา
เขาเองก็เป็นผู้เลิศล้ำในหมู่เซียนขอบเขตจักรวาลเช่นเดียวกับเยี่ยนเป่ยตู้ เป็นที่เคารพสูงส่งในสำนัก ฝีมือยอดเยี่ยมโดดเด่น
“อย่าห่วงเลย ค่อยเป็นค่อยไป ข้าสังหรณ์ว่าหากผ่านชั้นหกนี้ไปได้ ศักยภาพของข้าจะได้พัฒนาต่อ และการฝึกฝนของข้าก็จะทะยานไปตามกัน!”
ดวงตาของเยี่ยนเป่ยตู้เร่าร้อน สีหน้าเปี่ยมความมั่นใจ
เฉิงเซียวฮั่นส่ายหน้ากล่าว “แต่เทียบกับเวินเจวี๋ยจากสุขาวดีเทียนเสวียนและผูเหิงจากภาคีใต้ตะวันแล้ว เราก็ยังสู้มิได้อยู่ดี”
เยี่ยนเป่ยตู้นิ่งไป ก่อนจะถูจมูกกล่าวอย่างจนใจ “สองคนนั้นเป็นปีศาจไร้เทียมทานในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล เทียบกันมิได้หรอก”
นับแต่สิ้นยุคอวสานเซียน ทุกช่วงเวลาหนึ่ง หอเทพอัศจรรย์แห่งโลกเซียนจะประกาศทำเนียบอันเป็นที่สนใจในโลกหล้า
ในหมู่สิ่งเหล่านั้น สิ่งที่ถูกจับตามองสูงสุดคือทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลและทำเนียบเซียนขอบเขตสุญตา
ตัวตนใด ๆ ซึ่งได้รับการจัดชื่อเข้าทำเนียบต่างเป็นตัวตนไร้เทียมทานสูงสุดในขอบเขตจักรวาลและสุญตา
และชื่อของเวินเจวี๋ยแห่งสุขาวดีเทียนเสวียนกับผูเหิงจากภาคีใต้ตะวันต่างก็ปรากฏในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล
คนแรกอยู่ลำดับ 81
ส่วนคนหลังอยู่ลำดับ 97
“แม้ทำเนียบจะไม่อาจหยั่งวัดความแข็งแกร่งแท้จริงของยอดฝีมือขอบเขตจักรวาลได้ แต่จากวาจาบรรพชนข้า ตัวตนใด ๆ ในทำเนียบนั้นต่างก็เรียกได้ว่าเป็นตัวตนอันเจิดจรัสสูงสุดในขอบเขตจักรวาลทุกวันนี้แล้ว”
เยี่ยนเป่ยตู้กล่าว “หากไม่ใช่อัจฉริยะเลิศล้ำ ฝีมือเกินธรรมดา ก็เป็นปีศาจเดินดินผู้ศักยภาพตะลึงโลกทั่วทุกยุคสมัย ผู้เลิศล้ำเปี่ยมวาสนาสูงส่งมีมิขาด ต่างผู้ล้วนแข็งแกร่งไปกว่ากัน”
“เหตุที่ข้าอยากเข้ามาเลื่อนระดับในถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมก็เพื่อแสวงหาการพัฒนา ดิ้นรนเพื่อทิ้งนามบนทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล!”
ท้ายที่สุด ดวงตาของเยี่ยนเป่ยตู้ก็หนักแน่นยิ่ง
เฉิงเซียวฮั่นดูจะได้รับอารมณ์ไปด้วย กล่าวขึ้นว่า “จริงของเจ้า หลังยุคอวสานเซียนอันยาวนาน โลกเซียนก็แปรเปลี่ยนรุ่งเรืองอย่างมิเคยเกิด และภายหน้า ตำนานจะถือกำเนิดตาม ๆ กันในโลกหล้า และเราผู้ฝึกตนทั้งหลายก็ถือกำเนิดได้จังหวะพอดิบพอดี!”
ทันใดนั้น ร่างโชกเลือดร่างหนึ่งก็เซเข้ามาในห้อง
เยี่ยนเป่ยตู้และเฉิงเซียวฮั่นมองปราดเดียวก็จำได้ ว่าเขาคือสั่วอวิ๋นถูผู้ไปทดสอบชั้นหกเป็นหนที่สองเมื่อกาลก่อน
“ทำให้ทั้งสองหัวเราะเยาะเสียแล้ว!”
สั่วอวิ๋นถูยิ้มขมขื่น โถมบั้นท้ายนั่งลงที่พื้นแล้วหอบหายใจ
เขาบาดเจ็บสะบักสะบอม อกยุบเป็นรู เห็นได้ชัดว่ามิอาจผ่านด่านสำเร็จ
หาไม่ คงไม่มีทางกลับมายังห้องนี้
“หัวเราะเยาะอันใดกัน เราทั้งหลายต่างมาลับคมวิถีกันที่นี่ ไร้สิ่งใดให้แพ้ชนะ”
เยี่ยนเป่ยตู้ปลอบใจ
เฉิงเซียวฮั่นกล่าวถาม “ยามนี้ สหายเต๋าสั่วเหลือโอกาสเพียงหนเดียว อยากสู้ต่อหรือไม่?”
ว่าถึงการผ่านด่าน แต่ละชั้นสามารถหวนท้าทายได้เพียงสามหน
เมื่อสิ้นสามโอกาส พวกเขาจะสิ้นคุณสมบัติทันที
สั่วอวิ๋นถูพ่ายในชั้นหกไปแล้วสองหน หากแพ้อีกหน เขาจะถูกพาตัวออกจากถ้ำสวรรค์อัคคีหลอม
สั่วอวิ๋นถูกล่าวโดยหาคิดไม่ “สู้!”
เขากล่าวด้วยดวงตาดุดัน “ต่อให้จบด้วยความพ่ายแพ้ ก็ขอเป็นผู้แพ้อย่างภาคภูมิ!”
เยี่ยนเป่ยตู้และเฉิงเซียวฮั่นต่างพยักหน้า
พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้เลิศล้ำในขอบเขตจักรวาล แต่ละผู้ล้วนมีจิตวิญญาณยิ่งใหญ่สูงส่ง ไร้ผู้ยอมแพ้ง่าย ๆ
ทันใดนั้น จู่ ๆ คลื่นกระเพื่อมก็ปรากฏขึ้นบนอากาศ และหนึ่งร่างสูงใหญ่พลันปรากฏขึ้น
เขาคือซูอี้
บนแท่นวิถีทองคำในห้อง ผลการเลื่อนระดับในชั้นห้าของซูอี้ปรากฏขึ้น
ลำดับที่ 9,527!
เยี่ยนเป่ยตู้และคนอื่น ๆ ต่างหันมองผลการเลื่อนระดับตาม ๆ กัน ขณะที่หัวใจรู้สึกโล่งอกไม่มากก็น้อย
เพราะผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ได้ดีเช่นพวกเขา!
“ข้าชื่อเยี่ยนเป่ยตู้ พบสหายเต๋าแล้ว ขอบังอาจถามไถ่ตระกูลสำนักสหายเต๋าได้หรือไม่?”
เยี่ยนเป่ยตู้แย้มยิ้ม ลุกขึ้นคำนับ
ซูอี้ขานนามตนอย่างราบเรียบ กล่าวอย่างครุ่นคิด “พวกเจ้าอยู่ที่นี่นานแล้วหรือ?”
เยี่ยนเป่ยตู้กล่าวยิ้ม ๆ “ถูกต้อง พวกเราทั้งหลายเข้ามาในถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมนี้ครึ่งเดือนก่อน แล้วเจ้าเล่า สหายเต๋าซู?”
เยี่ยนเป่ยตู้ผงะ “วันนี้?”
เฉิงเซียวฮั่นและสั่วอวิ๋นถูเองก็ดูตะลึงอย่างเห็นได้ชัดราวกับไม่คาดฝัน
ซูอี้พยักหน้ากล่าว “ถูกต้อง กล่าวให้กระชับคือ ข้าเข้ามาในถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมนี้เมื่อชั่วยามก่อน”
ทุกผู้ “…”
แต่เดิม เมื่อเห็นลำดับของซูอี้ พวกเขาก็คิดว่าได้พบตัวตนอันอ่อนด้อยกว่าพวกตนเล็กน้อย
ใครเล่าจะคิดว่าพวกเขาจะมองผิดไป!
เฉิงเซียวฮั่นอดกล่าวมิได้ “ท่านไม่ได้พักผ่อนยามผ่านห้าชั้นแรกเลยหรือ?”
ซูอี้ยกไหสุราขึ้นจิบ แล้วจึงกล่าวว่า “ไม่”
คนทุกผู้ “!!!”
ผ่านห้าชั้นแรกในรวดเดียว?
คนผู้นี้เป็นใคร ไฉนดึงดุดันนัก?
ต้องทราบว่าคนเหล่านี้ ทุกครั้งที่ผ่านหนึ่งชั้นจะต้องตั้งจิตทำสมาธิ ทำความเข้าใจและย่อยประสบการณ์ ตกผลึกความรู้ความเข้าใจในศึกเสียก่อน
ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมตัวรับมือชั้นถัดไป
กระทั่งเวินเจวี๋ยจากสุขาวดีเทียนเสวียนและผูเหิงแห่งภาคีใต้ตะวันยังเป็นเช่นนี้!
ใครเล่าจะคิดว่าจะมีผู้เข้าทดสอบคนหนึ่ง เพิ่งมาถึงถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมวันนี้ แล้วทะลวงสู่ชั้นหกในรวดเดียว?
สั่วอวิ๋นถูอดกล่าวมิได้ว่า “จากที่ท่านว่า เกรงว่าความแข็งแกร่งของท่านน่าจะอยู่ในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลไปนานแล้ว ทว่าไฉนข้าจึงไม่เคยได้ยินเลยเล่า?”
มิต้องสงสัยเลยว่าเขายังคงเคลือบแคลงในวาจาของซูอี้
เยี่ยนเป่ยตู้และเฉิงเซียวฮั่นเองก็มองมายังซูอี้
“ทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล?”
ซูอี้กล่าวอย่างสนอกสนใจ “ทำเนียบนี้คืออันใดหรือ?”
ในความทรงจำของหวังเย่ ไร้ความทรงจำเกี่ยวกับทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลนี้แม้แต่น้อย
เยี่ยนเป่ยตู้และสหายทั้งสามตะลึงไป ก่อนจะกล่าวว่า “ในฐานะเซียนขอบเขตจักรวาล ไฉนเจ้าจึงมิเคยกระทั่งได้ยินถึงทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลมาก่อนกัน?”
ซูอี้ยิ้มแล้วส่ายหน้า “พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าฝึกฝนเพียงขอบเขตจุติมงคล และเพิ่งเข้าสู่ขอบเขตจุติมงคลขั้นกลางเท่านั้นเอง”
คนทุกผู้ “???”
พวกเขาล้วนแทบสติแตก
ไฉนจึงมีตัวตนขอบเขตจุติมงคลได้รับโอกาสเข้ามาผ่านระดับในถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมได้!?
ตลอดกาลนานมา ใครเล่าจะเคยเห็นตัวตนขอบเขตจุติมงคลทะลวงถึงชั้นหกในคราวเดียว?
“สหายเต๋า แน่ใจหรือว่าไม่ได้ล้อกันเล่น?”
เยี่ยนเป่ยตู้ขมวดคิ้ว
เฉิงเซียวฮั่นแค่นเสียงเย็นชา “ไม่ต้องถามหรอก คนผู้นี้ต้องแหย่เราเล่นอยู่เป็นแน่แท้! ต่อให้เป็นตัวตนในขอบเขตจุติมงคลก็ยังรู้เรื่องทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลอยู่ดี! แต่เขายังทำเป็นเล่น พูดจาเรรวนเก็บงำความจริง!”
ซูอี้รู้สึกจนใจ
ช่างน่าแปลก พูดความจริงแท้ ๆ แต่มักไม่มีผู้ใดเชื่อ
ทว่า ในที่สุดเขาก็รู้ว่าในโลกเซียนทุกวันนี้มีทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลอยู่ ซึ่งกระตุ้นความสนใจของเขาขึ้นมา
ซูอี้ถาม “หรือทั้งสามจะล้วนแต่เป็นผู้เลิศล้ำในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล?”
คนทุกผู้ “…”
พวกเขาพลันรู้สึกว่าเจ้าคนชื่อซูอี้ผู้นี้น่าชิงชังโดยแท้ ทุกวาจาช่างแสนเสียดแทงใจกันยิ่งนัก!
ไหนจะเรื่องทะลวงถึงชั้นหกในคราวเดียว
ไหนจะเรื่องเขาอยู่ในขอบเขตจุติมงคล
ยามนี้ ยังจะมาถามต่อหน้ากันอีกว่าพวกเขาเป็นผู้เลิศล้ำในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลหรือไม่!
ไฉนต้องมาทำให้ขายหน้ากันด้วย?
เยี่ยนเป่ยตู้กลับไปนั่งด้วยสีหน้าเย็นเยือก
เฉิงเซียวฮั่นและสั่วอวิ๋นถูเองก็เลิกสนใจซูอี้
ในฐานะผู้เลิศล้ำแห่งเหล่าเซียนขอบเขตจักรวาล ใครเล่าเย่อหยิ่งเพียงน้อย?
เห็นเช่นนี้ ซูอี้ก็อดส่ายหน้าอย่างทึ่มทื่อมิได้
ไร้การรีรอ เขาหันหลังเดินออกนอกห้อง เริ่มทดสอบผ่านชั้นที่หก!
“เจ้าว่า เมื่อครู่คนผู้นั้นตั้งใจล้อเลียนเราหรือไม่?”
เยี่ยนเป่ยตู้อดถามมิได้
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่!”
เฉิงเซียวฮั่นกล่าวอย่างฉุนเฉียว “ตลอดกาลนานมา ใครเล่าเคยทะลวงถึงชั้นหกในคราวเดียว? ตัวตนใดในขอบเขตจุติมงคลมีคุณสมบัติพอเข้ามายังถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมนี้? เรื่องน่าขันคือ กระทั่งทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลยังไม่รู้จัก ไม่ใช่ว่าพูดโป้ปดตาใสหรอกหรือ?”
เยี่ยนเป่ยตู้ถูจมูกกล่าว “เช่นนั้น พวกเจ้าว่าคนแซ่ซูผู้นี้จะผ่านชั้นหกไปได้หรือไม่?”
ทันใดนั้น เฉิงเซียวหานและสั่วอวิ๋นถูก็เงียบไป
“จากกฎของถ้ำสวรรค์อัคคีหลอมนี้ ยามรับมือทวารบาล ต่อให้ชนะไม่ได้ ขอเพียงฝืนได้ครึ่งชั่วยาม ก็ผ่านเข้าสู่ชั้นถัดไปได้”
เยี่ยงเป่ยตู้กล่าว “รอสักครึ่งชั่วยามเถิด ดูว่าคนผู้นั้นจะเลื่อนชั้นสำเร็จหรือไม่!”
อีกสองคนพยักหน้า
กาลเวลาเคลื่อนผ่าน
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
ซูอี้ไม่ได้ปรากฏขึ้นอีก
เยี่ยนเป่ยตู้ เฉิงเซียวฮั่นและสั่วอวิ๋นถูมองหน้ากัน หัวใจสับสนคลุมเครือ
สัจธรรมพิสูจน์แล้วว่าแม้คนแซ่ซูผู้นั้นจะพูดจาโป้ปดมากมาย แต่ก็ต้องกล่าวว่าความแข็งแกร่งของคนผู้นี้น่าสะพรึงกลัวอย่างจริงแท้
ปรากฏว่าเขาผ่านชั้นหกในคราวเดียว!
เรื่องน่าเหลือเชื่อที่สุดคือ นามของคนผู้นี้ไม่ได้อยู่ในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาล!
ชั่วขณะนั้น ทั้งสามเงียบกริบ
ทันใดนั้น พวกเขาก็รู้สึกราวถูกโจมตีโดยมิอาจมองเห็น หัวใจช่างมัวหมองมิน่าอภิรมย์
อันที่จริง พวกเขาล้วนเดาผิด
ครึ่งชั่วยามมานี้ ซูอี้ผ่านชั้นหกและเจ็ด มาถึงห้องที่ตั้งอยู่ ณ ชั้นแปดแล้ว!