บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1572: ผิดหมดแต่ต้น
ตอนที่ 1572: ผิดหมดแต่ต้น
ซูอี้เบนสายตาไปมองชายในชุดผ้าแพร และกล่าวว่า “ทุกสิ่งไร้จีรัง สิ่งที่เจ้าทำมิได้ ผู้อื่นไม่จำเป็นว่าต้องทำมิได้เช่นกัน”
เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าล้วนผงะนิ่ง
ทันใดนั้น พวกเขาก็อดขำมิได้
เห็นชัดเจนว่าชายหนุ่มผู้นี้หารู้ไม่ว่าปริศนาในเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกนั้นยากเย็นเพียงใด จึงกล้ากล่าววาจาอย่างไร้กังวล
และเมื่อเห็นเหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าเสสรวล ชิงเวยก็อดกล่าวกับตนเองในใจมิได้ว่า ข้าจะรอดูว่าภายหลัง พวกเจ้าจะยังหัวเราะออกอีกหรือไม่!
“หมายความว่าคุณชายสามารถไขปริศนาของเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกนี้ได้หรือ?”
ชายในชุดผ้าแพรกล่าวยิ้ม ๆ
เขาดูราวผู้ใหญ่พูดกับลูกหลาน
“แน่นอน”
ซูอี้ตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผล หาหยุดคิดไม่
ทุกผู้ล้วนผงะ และสงสัยว่าหูตนจะฝาดไป
“จริงหรือ?”
ชายในชุดผ้าแพรเลิกคิ้วถาม “เราเหล่าผู้เฒ่าเกลียดผู้คุยโอ่เป็นที่สุด มิอยากให้เจ้าเป็นคนเช่นนั้นนะ”
ซูอี้เหลือบมองคนผู้นี้และกล่าวยิ้ม ๆ “เดิมพันหน่อยเป็นไร?”
ชายในชุดผ้าแพรกล่าว “เดิมพันสิ่งใดหรือ?”
สัตว์ประหลาดเฒ่าตนอื่นต่างแสดงความสนใจเช่นกัน
ชายหนุ่มผู้นี้อาจดูเย่อหยิ่ง แต่ต้องกล่าวว่าเขาใจกล้านัก!
ซูอี้กล่าวพร้อมแย้มยิ้ม “หากข้าบอกได้ว่าพวกเจ้าผิด ก็ให้พวกเจ้าคำนับข้าอย่างนอบน้อมที่สุดทีละคนแล้วกัน”
ทุกผู้ล้วนมองหน้ากันอย่างตกตะลึงระคนน่าขัน
ชายในชุดผ้าแพรอดหัวเราะมิได้ “แล้วหากเจ้าแพ้เล่า?”
ซูอี้กล่าวโดยมิยั้งคิด “จะจัดการเช่นไรก็เชิญ”
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่าผู้อาวุโสต่างมองไปทางชิงเวย ราวจะถามว่าเจ้าจะทำเพียงมองผู้น้อยเล่นเช่นนี้หรือ?
ทว่าพวกเขากลับต้องประหลาดใจเมื่อนางกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าแนะนำให้พวกเจ้าทิ้งความดูแคลน ขอคุณชายข้าชี้แนะอย่างนอบน้อมเสียดีกว่า หาไม่ หากตกลงเดิมพันกันจริง ๆ พวกเจ้าแพ้แน่”
วาจานี้ทำให้รอบข้างอื้ออึง เหล่าผู้เฒ่าล้วนมิอาจเป็นสุข
ชายในชุดผ้าแพรกล่าวอย่างมิพอใจ “หากทำเช่นนี้แล้วคุณชายสามารถชี้จุดที่พวกข้าผิดพลาดได้จริง ไฉนข้าจะไม่อาจคำนับเขาต่ำ ๆ เพื่อขอขมาได้เล่า?”
เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าตนอื่นเองต่างก็พยักหน้า
ชิงเวยเหยียดริมฝีปากสีกุหลาบของนางอย่างจนใจ ไฉนต้องเป็นห่วงด้วยหนอ?
ข้าพูดจากก้นบึ้งหัวใจเลยนะ!
บางผู้เสสรวลกล่าวเร่ง “คุณชาย มา ๆๆ รีบไขข้อข้องใจของเราเหล่าผู้เฒ่าเถิด ข้ารอฟังอย่างตั้งใจอยู่!”
วาจานั้นคมคาย
“ใช่ ๆ ถอยทางเร็ว ขอคุณชายชี้แนะด้วย!”
ชายในชุดผ้าแพรกล่าว
แม้เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าจะรู้สึกว่าการเดิมพันเช่นนี้ช่างน่าขัน แต่มุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มเช่นนี้ ต่อให้ชนะ พวกเขาก็หามีเกียรติไม่
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
“ก็ได้ ขอฟังความเห็นอันสูงส่งของคุณชายผู้นี้ก่อน”
ผู้คนถอยเปิดทาง
“งั้นข้าจะสนองให้”
ซูอี้แย้มยิ้ม ขณะเดินไปยังแท่นเมฆา สายตาจับจ้องไปยังอนุสรณ์สุดวิเวกที่เจ็ด
ปราณฮุ่นตุ้นแผ่ออกมาจากบนอนุสรณ์ พื้นผิวปกคลุมด้วยลวดลายที่มามหาวิถีหนาแน่นซับซ้อน ทำให้ผู้คนรู้สึกหัวหมุนตาลาย
ทว่าหากมองดี ๆ จะพบว่าลวดลายที่มามหาวิถีอันเก่าแก่แต่ละแห่งล้วนซุกซ่อนเงื่อนงำเกินหยั่ง บรรจุจังหวะวิถีโบราณตามธรรมชาติ ช่างน่าตื่นตายิ่งนัก
อนุสรณ์วิถีตระหง่านสูงจรดนภา ปกคลุมด้วยลวดลายที่มามหาวิถีนับพันหมื่น
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือลวดลายเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบงันเยี่ยงวารีหลั่งริน!
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนทั่วไป กระทั่งผู้มีอำนาจลึกล้ำวิถีเซียนยังคาดคะเนความหมายแท้ที่อยู่เบื้องหลังลวดลายวิถีทั้งหลายบนแท่นศิลานั้นได้ยาก!
หากฝืนทำความเข้าใจ วิญญาณจะบาดเจ็บ ทำให้จิตใจตีกลับ กระทั่งเสี่ยงเป็นบ้า!
เมื่อซูอี้มองมา อนุสรณ์สุดวิเวกที่เจ็ดนั้นปกคลุมด้วยลวดลายค่ายกลสีทอง
ลวดลายค่ายกลนี้ปกคลุมแทบทั่วทั้งแท่นศิลา เผยความสั่นพ้องอันน่าอัศจรรย์ที่เป็นเอกลักษณ์กับลวดลายที่มามหาวิถีในแท่นศิลา
แต่หากมองดี ๆ จะพบว่าลวดลายที่มามหาวิถีส่วนใหญ่บนอนุสรณ์นั้นหาเกี่ยวข้องกับลวดลายค่ายกลนี้ไม่
กล่าวคือ ลวดลายที่มามหาวิถีส่วนเดียวเท่านั้นที่มีความสั่นพ้องอย่างเหลือเชื่อกับค่ายกล
ซูอี้มองมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “นี่คือวิถีไขปริศนาของพวกเจ้าหรือ?”
“ถูกต้อง”
ชายในชุดผ้าแพรดูคลุมเครือเล็กน้อย “เราใช้เวลายี่สิบกว่าปีกว่าจะไขปริศนาจนวาดค่ายกลนี้ขึ้นมาได้”
กล่าวถึงตรงนั้น เขาก็รำพึง “น่าเสียดายที่มันหยุดลงเพียงเท่านั้น ด้วยฝีมือของพวกข้า ไม่อาจเผยปริศนาอื่นมากกว่านี้ได้”
สีหน้าของสัตว์ประหลาดเฒ่าอื่น ๆ ต่างหดหู่
การทำความเข้าใจเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกนั้นเหมือนใช้จอมคาถามาแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากเย็นแสนเข็ญ
หากจะค้นพบปริศนาทั้งหมดบนแท่นศิลา ก็คงทำได้เพียงวาดค่ายกลอันสมบูรณ์ สะท้อนลวดลายที่มามหาวิถีบนแท่นศิลาทั้งหมดให้ได้!
หากทำเช่นนี้ได้ก็เทียบเท่ากับทำความเข้าใจความลับของอนุสรณ์ศิลาสำเร็จ
เมื่อพบความลับทั้งหมดบนเก้าอนุสรณ์สุดวิเวก พวกเขาก็จะได้รับอำนาจต้นกำเนิดมหาวิถีอันเก่าแก่โบราณจากเก้าอนุสรณ์สุดวิเวก!
ซูอี้ครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “กล่าวตามตรง ค่ายกลนี้อธิบายได้ว่าเป็นความผิดพลาดหลายประการ จะให้สาธยายก็มิอาจรับได้”
ทันทีที่วาจาถูกกล่าว สีหน้าของสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายก็บึ้งตึง
พวกเขาทั้งหลายล้วนเดือดดาล!
ใครเล่าจะไม่โมโหหากผลลัพธ์ของการทุ่มเทพยายามตลอดยี่สิบกว่าปีถูกชายหนุ่มผู้หนึ่งดูถูกเอาได้?
ชายในชุดผ้าแพรกล่าวเสียงขรึม “เช่นนั้น ขอบังอาจถามคุณชายว่าเราผิดตรงไหนหรือ?”
ซูอี้หยิบไหสุราขึ้นจิบ พลางกล่าวว่า “การอนุมานวิถีเปรียบดั่งเหลือบมองเสือดาวทั้งตัว เมื่อทำความเข้าใจปริศนาของลวดลายที่มามหาวิถีก็เช่นกัน โดยตัดสินจากลวดลายค่ายกลที่พวกเจ้าวาด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าแก่นปริศนาของเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกนี้ยังไม่ถูกพบเลย”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่ลวดลายค่ายกล “กฎวิถีทั่วฟ้าดินมีห้าสิบกฎ สี่สิบเก้าสวรรค์ลิขิต หนึ่งชะตาสวรรค์เล็ดลอด พวกเจ้าใช้ ‘กุญแจทองแปดทวาร’ ของสำนักเซียนผนึกนภาแทนเคล็ดเจ็ดดาราเก้าตำหนัก ก็จะสามารถอนุมานแก่นหลักของลวดลายที่มามหาวิถีบางส่วนได้ แต่หากทำเช่นนี้ก็เท่ากับการวาดพื้นขังตัวเอง ถูกกักให้ต้องจมกับมุม ๆ หนึ่งจนพลาดสิ่งที่ใหญ่กว่าไป”
เดิมที สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายกำลังโมโห หาฟังวาจาซูอี้ไม่
ทว่าเมื่อชายหนุ่มชี้จุดผิดพลาดของลวดลายค่ายกลออกมาจุดแล้วจุดเล่าอย่างแม่นยำ เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าก็อดผงะไปมิได้
เมื่อกาลผ่าน สีหน้าของพวกเขาก็ทั้งตกตะลึง ตระหนักรู้ ประหลาดใจ ตื่นเต้น…
พวกเขาถูกการวิเคราะห์ของซูอี้โน้มน้าวอย่างสมบูรณ์
ความดูถูกชายหนุ่มก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปอย่างเงียบงัน
พวกเขาแต่ละผู้ล้วนตั้งใจฟังราวกับนักเรียนดีเด่น
ไม่ห่างไปนัก ชิงเวยเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ คู่เนตรงดงามทรงเสน่ห์อดแย้มยิ้มมิได้
ในที่สุดตาเฒ่าพวกนี้ก็เห็นแล้วสินะว่าใต้เท้าจอมราชันทรงอำนาจแค่ไหน?
“อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว!”
ทันใดนั้น ชายชราชุดเทาผู้หนึ่งก็กล่าวอย่างตื่นเต้น “ตลอดหลายปีผ่านมา พวกเราเสียเวลาในการสืบหาความลับของแท่นศิลาที่เจ็ดโดยใช่เหตุจริง ๆ คุณชายกล่าวได้ถูกต้อง เราวาดพื้นขังตัวเอง จมอยู่ในมุมแคบ ๆ มีหรือจะใช้ปัญญาละเอียดอ่อนมองภาพรวมได้!”
ว่าแล้วเขาก็รีบก้าวออกมา สะบัดมือลบลวดลายค่ายกลที่ปกคลุมอยู่ทั่วแท่นศิลาแล้ววาดลวดลายค่ายกลขึ้นใหม่
เมื่อลวดลายค่ายกลใหม่เสร็จสมบูรณ์ อนุสรณ์วิถีทั้งแท่นพลันกู่คำราม แสงสีทองทะยานนภา วจีวิถีขับขาน พิรุณแสงดุจภาพฝันพร่างพรม
เมื่อมองดี ๆ ก็พบว่าลวดลายที่มามหาวิถีบนแท่นศิลาดูราวมีชีวิต สอดประสานรับกับลวดลายค่ายกลพอเหมาะพอเจาะ
ทุกผู้ล้วนตะลึงมองอย่างตื่นเต้นราวประจักษ์แก่ปาฏิหาริย์
และเมื่อมองไปยังซูอี้อีกหน สายตาของเหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าก็แปรเปลี่ยน
ใครเล่าจะไม่ตกใจเมื่อปัญหาที่พวกตนติดค้างคามายี่สิบกว่าปีจะถูกแก้ไขด้วยหนึ่งคำพูดของชายหนุ่มผู้หนึ่ง?
และเมื่อคิดว่าก่อนหน้า พวกเขามองว่าชายหนุ่มเป็นผู้น้อย จึงล้อเลียนดูถูกเขา ใบหน้าเฒ่าชราทั้งหลายก็แดงเรื่อเล็กน้อย
ชายในชุดผ้าแพรตกตะลึง ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างละอายใจว่า “ก่อนหน้านี้เป็นข้าเองที่ไปดูถูกคุณชายโดยมิดูตาม้าตาเรือ ขอคุณชายอภัยให้ด้วย!”
“ข้าก็ขอให้คุณชายโปรดอภัยด้วย”
สัตว์ประหลาดเฒ่าอื่น ๆ ต่างก็คำนับอย่างนอบน้อม
ยามนี้ พวกเขายินดีคำนับชายหนุ่มอย่างซูอี้โดยนอบน้อมจริงใจ
ชิงเวยมองภาพเหล่านี้ด้วยรอยยิ้ม มุมปากสีกุหลาบยกขึ้นเล็กน้อย หัวใจเปี่ยมด้วยความภาคภูมิ
ช่างเป็นเกียรตินัก
ทว่าทุกผู้กลับต้องประหลาดใจเมื่อซูอี้ส่ายหน้ากล่าวว่า “ลวดลายค่ายกลนี้ยังผิดอยู่นะ”
ชายชราชุดเทาอดกล่าวมิได้ว่า “ผิดหรือ? แต่ลวดลายที่มามหาวิถีบนแท่นศิลาที่เจ็ดนี้ถูกกระตุ้นแล้ว โดยไม่มีจุดผิดพลาดเลยนะขอรับ”
คนอื่น ๆ เองก็ดูงุนงง
ซูอี้กวาดตามองอนุสรณ์ศิลาอีกหกแห่งและกล่าวว่า “ความลับของอนุสรณ์เจ็ดแห่งแรก พวกเจ้าพบว่ามันแยกกันแล้วก็จริง แต่กล่าวได้ว่าพวกมันทั้งหมดล้วนผิด และจากวิถีนี้ จะไม่สามารถแก้ปริศนาแท่นศิลาที่แปดและเก้าได้เลย”
หลังเว้นช่วงเล็กน้อย ซูอี้ก็กล่าวว่า “กล่าวคือ นับแต่พวกเจ้าแรกเริ่มทำความเข้าใจเก้าอนุสรณ์สุดวิเวก พวกเจ้าก็ออกนอกหนทางแต่แรกแล้ว”
เหล่าผู้ฟังเงียบสงัด
สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายต่างตะลึงงัน
หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาคงตำหนิอีกฝ่ายต่าง ๆ นานาและมองว่าวาจาชายหนุ่มเป็นเพียงเรื่องตลก
ทว่าหลังจากได้ประจักษ์ฝีมือของซูอี้ พวกเขาก็ลังเล
“ในความคิดของท่าน เราผิดพลาดตรงไหนหรือ?”
เสียงเฒ่าชราดังขึ้นจากบนพื้น
ปรากฏว่าห่างออกไป ม่อฉานชิวผู้นั่งนิ่งมิไหวติงได้ลืมตาและลุกขึ้นแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ได้ปลุกปรมาจารย์อาวุโสแห่งวิถีค่ายอักขระผู้บรรลุศาสตร์ตีความถึงจุดสูงสุดผู้นี้ขึ้น
ซูอี้ยกไหสุราขึ้นดื่มก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เก้าอนุสรณ์สุดวิเวกนี้ดูเหมือนจะแยกเป็นเอกเทศจากกัน ทว่าแท้จริงระหว่างลวดลายที่มามหาวิถีโบราณในแต่ละแห่งจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างอัศจรรย์ และหลอมรวมเป็นหนึ่งไร้รอยต่อ”
“นี่ยังหมายความว่า การจะสำรวจความลับของเก้าอนุสรณ์สุดวิเวกนั้นต้องมิทำความเข้าใจแยกทีละแห่ง แต่ต้องมองภาพรวมทั้งหมด!”
ว่าแล้ว เขาก็มายังแท่นศิลาแรก ชี้ลวดลายค่ายกลบนนั้น และเริ่มแก้จุดผิดพลาดและช่องโหว่ทั้งหลาย
ม่อฉานชิวและสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายเผลอฟังอย่างตั้งใจ
จนเมื่อซูอี้ชี้จุดผิดพลาดบนค่ายกลแรก รอบข้างก็เงียบสงัด เข็มตกยังได้ยินชัดเจน
สีหน้าของเหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าแต่ละคนล้วนแปรเปลี่ยน คล้ายกับนักเรียนผู้ถูกอาจารย์ตำหนิเพราะตอบคำถามผิด แต่ละคนดูจนปัญญาและก้มหน้าอย่างอับอาย
………………..