บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1574: สดับวจีมังกร
ตอนที่ 1574: สดับวจีมังกร
ฮุ่นตุ้นละล่องเนิบช้า ปราณโบราณแห่งที่มามหาวิถีจับตัวแน่นเป็นหมอก
ซูอี้นั่งขัดสมาธิ เริ่มเพ่งจิตขัดเกลาอำนาจมหาวิถีที่เขาเชี่ยวชาญ
เปรี้ยง!
เมื่อจิตคำนึงครุ่นคิด ปราณที่มามหาวิถีอันแน่นหนาเยี่ยงหมอกก็ทะลักเข้ามาจากทุกสารทิศเยี่ยงคลื่นวารี
และจิตทารกในร่างของซูอี้อันมีรูปร่างเหมือนดาบเก้าคุมขังก็กู่คำราม แผ่อำนาจกฎเกณฑ์มหาวิถีออกมา
กฎเกณฑ์มหาวิถีเยี่ยงเวิ้งลึกลับ วัฏสงสาร เอกกะและอนันตกาลจรัสแสงดูจะฟื้นชีวิตชีวา เริ่มหล่อหลอมที่มามหาวิถีอันทะลักสู่ร่างตามจังหวะของจิตทารก
การฝึกฝนของซูอี้มาถึงขอบเขตแปรสุญตาขั้นปลาย การเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์ของขอบเขตนี้ห่างไปเพียงเส้นกั้น
ทว่าอำนาจมหาวิถีในมือเขาต่างเคลื่อนสู่ขอบเขตใหม่ได้แสนเชื่องช้า
เหตุเป็นเพราะความเข้าใจและการขัดเกลาวิถีนั้นมิใช่สิ่งที่จะได้มาจากการขยันฝึกฝนอย่างหนัก แต่ยังต้องการโอกาสรู้แจ้งตกผลึกอีกด้วย
“ก่อนเคลื่อนสู่วิถีเซียน เราควรขัดเกลาเคล็ดมหาวิถีต่าง ๆ ให้ได้มากกว่านี้ก่อน”
“เคล็ดพลังเวิ้งลึกลับมาจากธารสายยาวแห่งโชคชะตา สามารถสะบั้นผลกรรม ทำให้ข้าเลี่ยงการถูกกรรมวิถีอดีตชาติแทนที่ จะทิ้งมิได้เด็ดขาด”
“ขณะเดียวกัน วัฏสงสารเกี่ยวพันกับอำนาจสูงสุดในบัญญัติต้องห้าม ทำให้เหล่าเทพหวาดกลัว ต้องเลื่อนระดับโดยไวที่สุด และเมื่อมันก้าวสู่วิถีเซียน มันจึงสามารถควบแน่นเป็นกฎเซียนอันเหมาะสมกันได้”
“ส่วนกฎเกณฑ์มหาวิถีอื่น ๆ หลอมพวกมันเข้ากับเคล็ดพลังเวิ้งลึกลับทั้งหมดเลยก็ได้”
การฝึกฝนนั้นใฝ่หาความเป็นหนึ่งเดียวกันของหมื่นวิถี ที่มาแห่งหมื่นกฎเกณฑ์
การฝึกดาบแสวงหมื่นดาบรวมศูนย์ หนึ่งดาบสะบั้นหมื่นกฎเกณฑ์!
ยิ่งช่ำชองในอำนาจมหาวิถีเพียงใดยิ่งดี แต่เมื่อการฝึกฝนสูงส่งขึ้นตามกาล ความเข้าใจในวิถีลึกล้ำยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องทำก็คือหลอมพวกมันให้เป็นหนึ่ง!
ทำให้เป็นเรื่องง่าย!
เลข ‘หนึ่ง’ นี้คือรากฐานของมหาวิถี วิถีกำเนิดหนึ่ง หนึ่งกำเนิดสอง และสามสรรพชีวัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็สามารถสำแดงหมื่นวิถีได้ด้วยหนึ่งอำนาจ หมื่นวิชาด้วยหนึ่งดาบ!
มีเพียงการสั่งสมอย่างเพียงพอในช่วงต้น จึงหลอมรวมสายธารนับไม่ถ้วนสร้างเป็นสมุทรใหญ่ ณ ตอนท้ายได้
แน่นอน ยามทุกวิถีรวมเป็นหนึ่ง นั่นก็หาใช่จุดจบไม่ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่
เหมือนเช่นวิถีจุติสรวงเริ่มจากขอบเขตจิตทารก และจบที่จุติมงคล
ทว่ายามก้าวสู่วิถีเซียน ทุกสิ่งก็เริ่มต้นใหม่
การฝึกฝนมหาวิถีก็เป็นเช่นนั้น
หลังกฎเกณฑ์มหาวิถีในวิถีจุติสรวงถูกหล่อหลอมจนถึงจุดที่ ‘หมื่นธารหลอมสมุทร’ และก้าวสู่วิถีเซียน มันก็จะเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของกฎเกณฑ์มหาวิถีในวิถีเซียน!
เป็นวัฏจักรไร้สิ้นสุด
น่าเสียดายที่นับแต่โบราณกาล มีผู้คนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่ขัดเกลาฝึกฝนทุกด้านจนไร้ที่ติเยี่ยงซูอี้ได้
“วิถีเซียนของข้า กาลก่อนหวังเย่มิเคยได้เยื้องกราย และข้าก็ดำเนินตามวิถีเดิมของเขาอีกมิได้ เช่นนั้นก็คงต้อง ‘รอให้ถึงกาล’ ต่อไป!”
วิถีนั้นเรียบง่าย ผู้มีอำนาจสูงส่งเท่านั้นที่แข็งแกร่ง
กล่าวได้ว่ามิเคยบังเกิดขึ้นในชั่วกาลใด!
“กาลก่อน หวังเย่บรรลุกฎวิถีเซียนนับไม่ถ้วน ในหมู่พวกมันมีเป็นร้อย ๆ อันกล่าวได้ว่าอยู่ ณ จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียน ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ไม่อาจหลอมรวมพวกมันเป็นหนึ่ง มิอาจบรรลุ ‘หลอมหมื่นวิถีเป็นหนึ่ง สูงสุดคือสามัญ’ ได้”
“เหตุเป็นเพราะเรายังมิอาจค้นหาภาชนะอันเพียงพอบรรจุกฎเกณฑ์มหาวิถีเหล่านี้ได้ และยากจะให้ธารนับพันเหล่านั้นรวมเป็นมหาสมุทร”
“และในชาตินี้ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดพลังเวิ้งลึกล้ำหรือวัฏสงสารก็ล้วนกล่าวได้ทั้งสิ้นว่าเป็นเตาหลอมวิถีอันสมบูรณ์แบบสูงสุด! เมื่อก้าวสู่วิถีเซียน เพียงเลือกมาสักอย่างก็เพียงพอบรรลุวิถีซึ่งหวังเย่มิเคยตระหนักถึงได้แล้ว”
“แต่มันก็ยังมิเพียงพอ!”
“แม้วัฏสงสารจะกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งต้องห้าม แต่เคล็ดเวิ้งลึกล้ำก็หาได้อ่อนแอ หากบรรลุเคล็ดพลังมหาวิถีเช่นนี้และหลอมรวมสองเคล็ดพลัง วัฏสงสารและเวิ้งลึกล้ำเข้าด้วยกันได้ บางที…อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดสูงสุด!”
…ซูอี้ครุ่นคิดขณะกำลังขัดเกลาหล่อหลอมอำนาจมหาวิถี
ทุกความพยายามเป็นเช่นการบุกเบิกวิถีใหม่
แม้ท้ายที่สุดเขาจะล้มเหลว ประสบการณ์เหล่านี้ก็ทรงคุณค่า ช่วยให้ซูอี้เลี่ยงความผิดพลาดเหล่านั้นได้ในภายหน้า!
อันที่จริง ก่อน ‘ศึกอนันตรัตติกาล’ บังเกิด เหตุที่หวังเย่เก็บตัวฝึกฝนนั้นก็เพื่อหลอมรวมหมื่นวิถีนี่เอง และเขาก็พบวิธีที่เป็นไปได้วิธีหนึ่งแล้ว
จากการคาดเดาของหวังเย่เมื่อกาลก่อน หากเขาสามารถหลอมรวมหมื่นวิถีสู่เตาเดียวได้ ไม่เพียงเขาจะแปรเปลี่ยนพัฒนาวิถีเต๋าของตน ยังสามารถก้าวล้ำไปสู่วิถีผนึกเทพได้อีกด้วย!
น่าเสียดายที่ขณะเก็บตัว เซวี่ยเซียวจื่อและกลุ่มศัตรูร้ายลอบโจมตีกะทันหันจนเขามิอาจบรรลุความตั้งใจ
‘ความปรารถนาแสนนานนี้ ข้าในชาตินี้จะเติมเต็มมันเอง!’
ซูอี้กล่าวในใจ
……
ครึ่งเดือนเคลื่อนผ่านรวดเร็ว
“ใต้เท้า ยามนี้ในตลาดมังกรดำมีคำร้องทุกข์มากมาย ทั้งหอวาณิชต่าง ๆ และผู้ทรงอำนาจในตลาดต่างออกมาเอ่ยวาที หวังว่าใต้เท้าจะออกคำสั่งเปิดตลาดสู่โลกภายนอกอีกหนขอรับ”
ราชันเซียนซิงอวี้มาเยือนราชันวิถีมังกรแดง และรายงานทุกสิ่งซึ่งเกิดขึ้นในชั่วกาลนี้
สีหน้าของเขาเปี่ยมกังวล
นับแต่เหตุนองเลือดในโถงหลักเมฆมงคล ตลาดมังกรดำก็ปิดกั้นทางเชื่อมสู่โลกภายนอกเสียสิ้น
และชั่วขณะนั้น ตลาดมังกรดำก็เต็มไปด้วยข่าวลือและคลื่นใต้น้ำ ผู้ทรงอำนาจบางคนเผยความไม่พอใจหลายต่อหลายครั้ง ขอให้พวกเขาองครักษ์มังกรดำออกมาชี้แจงให้ชัดเจน
เหมือนเช่นฮูหยินอวิ๋นหนิงจากสุขาวดีเทียนเสวียน หลี่ซงฝู่จากภาคีใต้ตะวันและผู้ทรงอำนาจจากขุมกำลังวิถีเซียนมากมาย เหมือนเช่นสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายผู้มาไขปริศนาเก้าอนุสรณ์สุดวิเวก ทุกผู้ล้วนแสดงความไม่พอใจกับเรื่องนี้
จริงอยู่ที่ตลาดมังกรดำเป็นถิ่นของราชันวิถีมังกรแดง
ทว่าเมื่อกระทำการมากไป ไม่เพียงพวกนางจะล่วงเกินขุมกำลังน้อยใหญ่โดยสมบูรณ์ แต่ในภายหน้า ก็เกรงจะไร้ผู้ใดในแดนเซียนมายังตลาดมังกรดำด้วยเช่นกัน
“ให้พวกเขารอก่อน”
ราชันวิถีมังกรแดงกล่าวราบเรียบ “ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็บ่นกันแล้ว และข้าก็ไม่กลัวหากจะล่วงเกินพวกเขาอย่างสมบูรณ์ ข้ามิเชื่อหรอกว่าไร้พวกเขา ตลาดมังกรดำจะมิอาจคงอยู่ได้”
ราชันเซียนซิงอวี้อดยิ้มขื่น ๆ มิได้
ราชันวิถีมังกรแดงนึกเรื่องอื่นขึ้นได้ “จะว่าไป ซู… เอ่อ วัตถุดิบที่คุณชายซูขอให้เจ้ารวบรวม หาพบแล้วหรือไม่?”
“เรียบร้อยแล้วขอรับ” ราชันเซียนซิงอวี้รีบร้อนกล่าว
ราชันวิถีมังกรแดงพยักหน้า “ดีแล้ว เจ้าไปได้”
ราชันเซียนซิงอวี้ลังเลชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวว่า “ใต้เท้า นับแต่เกิดเรื่องในโถงหลักเมฆมงคลก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว หากไร้อุบัติเหตุใด ลัทธิหมื่นวิญญาณก็น่าจะสังเกตเห็นเหตุผิดปกติแล้ว หากเขามาถามหาเอาความในภายหน้า…”
ก่อนเขาจะทันพูดจบ ราชันวิถีมังกรแดงก็ขัดขึ้นอย่างหาได้ใส่ใจไม่ “หากพวกนั้นกล้ามา ก็ฆ่าให้หมด”
ราชันเซียนซิงอวี้ “…”
ยามนี้เอง เขาจึงตระหนักว่าเพื่อ ‘คุณชายซู’ ผู้ลึกลับคนนั้นแล้ว ใต้เท้าราชันวิถีมังกรแดงหาห่วงสิ่งใดไม่!
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงก็กล่าวขึ้นอย่างราบเรียบ
“แต่เจ้าจะทำลายชื่อเสียงและกฎเกณฑ์ในตลาดมังกรดำเพื่อข้ามิได้ เพราะถึงอย่างไร นี่ก็เป็นถิ่นที่พ่อบุญธรรมเจ้าสร้าง เขาทุ่มเทกายใจสร้างให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสามตลาดมืดหลักแห่งโลกเซียน”
พร้อมกันนั้น ซูอี้ก็เดินมือไพล่หลังมาหา
“เจ้าไปได้”
ราชันวิถีมังกรแดงกล่าวกับราชันเซียนซิงอวี้
“ขอรับ!”
ราชันเซียนซิงอวี้รีบร้อนจากไป
อันที่จริงแล้ว เขาลอบโล่งอกอยู่ในใจ วาจาของซูอี้ทำให้เขาตระหนักว่าอีกไม่นาน ตลาดมังกรดำจะเปิดกลับสู่สาธารณะ!
เท่านั้นก็พอแล้ว
ขณะเดียวกัน ราชันวิถีมังกรแดงก็ลุกขึ้นคำนับซูอี้ “ผู้อาวุโส ข้ามิทราบว่าท่านออกจาก ‘แดนลับสุดวิเวก’ แล้ว จึงมิได้ออกไปต้อนรับ”
ซูอี้เสสรวลโบกมือ “เจ้าน่ะนะ ดีทุกอย่าง เสียเรื่องเดียวคือสงวนกิริยามากพิธีไปหน่อย”
หญิงสาวยืนนิ่ง ทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
ซูอี้มิคิดถึงรายละเอียดยิบย่อยเหล่านี้อีก และกล่าวว่า “ไป เราไปสระกำเนิดมังกรกัน หลังทำลายผนึกบนร่างให้เจ้า ข้าก็ควรไปได้แล้ว”
การเก็บตัวครึ่งเดือนมานี้ทำให้เขาบรรลุกฎเกณฑ์มหาวิถีขั้นสมบูรณ์ และกระทั่งรวบรวมอำนาจที่มามหาวิถีส่วนเกินมาได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะใช้ยามบรรลุสู่วิถีเซียน
สำหรับซูอี้ การเลื่อนขอบเขตนั้นมีเพียงโอกาสเดียว และเขาก็จะสามารถก้าวสู่วิถีเซียนเพื่อสร้างรากฐานวิถีเซียนในโลกนี้!
หญิงสาวกล่าวอย่างตะลึงตกใจ “ยามนี้… ได้หรือเจ้าคะ?”
ซูอี้กล่าวยิ้ม ๆ “คัมภีร์มหาวิถีและเคล็ดวิชาที่ข้าสอนเจ้าไปนั้น ก็เพื่อให้เจ้าเตรียมการแปรเปลี่ยนเป็นมังกร ยามนี้ข้าไม่ต้องลงมือเลย แค่ใช้ภูมิหลังและความแข็งแกร่งของเจ้าเองก็เพียงพอให้ทำลายผนึกจากบิดาบุญธรรมในสระกำเนิดมังกร แปรเปลี่ยนเป็นมังกรได้อย่างง่ายดายแล้ว”
นัยน์ตาสีทองหม่นของหญิงสาวเกิดประกาย เห็นได้ชัดว่าแสนตื่นเต้น และครู่ต่อมานางก็ก้มหัวลงกล่าว “ขอบคุณผู้อาวุโส! ขอผู้อาวุโสไปกับข้าด้วยเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางก็พบซูอี้ไปยังหลังเขามังกรเร้น
มันปกคลุมด้วยหมอกตลอดกาล มีอำนาจค่ายกลโบราณปกคลุมนภา
เมื่อราชันวิถีมังกรแดงเปิดค่ายกลวิถีเซียนนั้น หนึ่งภาพอันน่าอัศจรรย์พลันปรากฏ….
สมุทรกว้างสีทองปรากฏขึ้นในคลองจักษุ ไพศาลราวไร้ขอบเขต และยามน้ำทะเลเคลื่อนวน อสนีบาตพลันเจิดจ้าแปลบปลาบ
นี่คือสระกำเนิดมังกร!
หนึ่งในสถานที่บรรจุโอกาสลึกลับสูงสุดในตลาดมังกรดำ ลือกันว่าสิ่งที่อยู่ในสระบังเกิดมังกรนี้เป็นที่มาปราณมังกรบริสุทธิ์เลิศล้ำในฟ้าดิน!
น่าเสียดายที่อำนาจเช่นนี้ มีเพียงเชื้อสายมังกรเท่านั้นที่ดูดซับหลอมรวมได้
ผู้อื่นไม่อาจแตะต้องมันได้เลย
“ไปสิ ด้วยมรดกของเจ้า เจ้าจะปลดผนึกแปรเปลี่ยนเป็นมังกรได้”
ซูอี้สั่ง
ราชันวิถีมังกรแดงพยักหน้า
ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นหนักแน่น ทะยานเข้าสู่สมุทรอสนีบาตสีทอง
ตู้ม!!
อัสนีอันน่าสะพรึงกลัวฟาดเข้าใส่ร่างของหญิงสาว ร่างของนางปริเป็นแผล โลหิตทะลักไหล
ทว่านางกลับดูไม่ได้ตระหนักรู้ถึงอัสนีที่ฟาดฟันเปิดแผลบนร่างไปตลอดทาง จนเมื่อเข้าสู่ส่วนลึกของสระบังเกิดมังกร ร่างของนางก็โผทะยาน
พริบตานั้น มังกรคำรนลั่น ร่างบางของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นมังกรแดงยาวพันจั้งโลดลงสู่ทะเล ตีคลื่นสูงเกรี้ยวกราด อสนีบาตคำรามไร้สิ้นสุด เสียงครืนโครมสนั่นลั่นทั่วฟ้าดิน
ทั่วสระกำเนิดมังกรราวเดือดพล่าน
เขามังกรเร้นทั้งลูกสะเทือนเลื่อนลั่น
หัวใจของผู้ฝึกตนทั่วตลาดมังกรดำสั่นสะท้าน หยุดการเคลื่อนไหวของตนแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาเป็นตาเดียว
อำนาจมังกรยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตปั่นป่วนเรียกมรสุม ปกคลุมทั่วทุกทิศ
ณ วันนี้ ราชันวิถีมังกรแดงผู้ติดภายใต้ตรวนผนึกมาแสนนานก็ได้เข้าสู่สระกำเนิดมังกรภายใต้การชี้นำของซูอี้ และแปรเปลี่ยนเป็นมังกรแท้!
ทุกผู้ล้วนตะลึง
มีเพียงวจีมังกรสะท้อนก้องทั่วเก้าสวรรค์ ทั่วทศทิศ ทั่วแดน
สะเทือนถึงวิญญาณ!