บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1592: ส่งระฆัง
ตอนที่ 1592: ส่งระฆัง
………………..
ตอนที่ 1592: ส่งระฆัง
ชายชราชุดดำนั่งหมดสภาพกับพื้น
ผู้ทรงอำนาจบางผู้ในตระกูลเหลียงย่างสามขุมเข้ามา
ทว่ายามพวกเขาจำตัวตนของเสวี่ยหงเฟิงได้ ความทะนงของผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ก็สงบอย่างมาก
“ไฉนคุณชายเสวี่ยจึงตบเขาหรือ?”
ชายวัยกลางคนชุดทองผู้หนึ่งถามเสียงลุ่มลึก
เหลียงหมิง ผู้อาวุโสผู้หนึ่งในตระกูลเหลียง
เสวี่ยหงเฟิงแค่นยิ้ม “สมควรถูกตบ! สุนัขนี่ดูถูกคน ถือลูกพี่ซูของข้าเป็นผู้มากินเลี้ยงเปลืองอาหาร วอนตายโดยแท้! หากเป็นในโลกภายนอก ก่อนหน้านี้ข้าคงแทงสุนัขนี่ให้ตายไปแล้ว!”
คนทุกผู้ “…”
เสวี่ยหงเฟิงกำเริบหรือ?
ไม่เลย มันคือความมั่นใจเต็มเปี่ยม!
ในฐานะสมาชิกตระกูลเสวี่ยแห่งหุบเขานภาเมฆ ตัวตนสูงสุดในหมู่ชนรุ่นเยาว์ ตำแหน่งและฐานะของเสวี่ยหงเฟิงสูงส่งมีเกียรติกว่าผู้ดูแลและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเหลียงเหล่านี้มาก
เหลียงหมิงกล่าวกับชายชราชุดดำ “เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นจริงหรือ?”
ชายชราชุดดำตัวสั่น “เดิมที ข้าคิดว่าคนผู้นั้นเป็นสหายของภรรยาเหลียงเหวินอวี่ ข้าเลยไม่ได้สนใจนัก ใครเล่าจะคิด…”
คนทุกผู้เข้าใจทันที
สีหน้าของเหลียงเหวินอวี่แดงก่ำ เขาหรือจะฟังไม่ออกว่าชายชราชุดดำหมายความว่าเขารังแกเพื่อนภรรยาเขาเช่นนี้ได้!
ฟางโหย่วหรงเม้มปาก กำมือหยกของนางอย่างเดือดดาล
แม้นางจะเคยเผชิญกับการดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อถูกเหยียบย่ำต่อหน้าธารกำนัล นางก็ยังรู้สึกอับอายอยู่ดี
“เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตระกูลเหลียงเรากระทำการมิควรจริง ๆ หวังว่าคุณชายเสวี่ยจะอภัยให้ข้าด้วย”
เสวี่ยหงเฟิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา “เช่นนั้นเจ้าก็ต้องถามแล้วว่าลูกพี่ซูของข้าพอใจหรือไม่”
เหลียงหมิงผงะ หันไปหาและกำลังจะขอโทษซูอี้
ทว่าซูอี้โบกมือกล่าว “วันนี้ข้ามาร่วมงาน ไม่คิดทำให้งานมงคลต้องกร่อยเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้”
เหลียงหมิงโล่งใจและเชื้อเชิญเสวี่ยหงเฟิงกับซูอี้เข้ามาข้างในด้วยรอยยิ้ม
ซูอี้ว่า “ช้าก่อน ในฐานะแขก ข้าก็ควรมอบของขวัญแสดงความยินดี”
เสวี่ยหงเฟิงกระชุ่มกระชวยด้วยความใคร่รู้
เขารู้ดีมากว่าซูอี้เป็นตัวตนลึกล้ำเหนือชั้นเช่นไร และในเมื่ออีกฝ่ายจะมอบของขวัญแสดงความยินดี มันต้องไม่ธรรมดาแน่!
เหลียงหมิงและสมาชิกตระกูลเหลียงอีกสองคนมองหน้ากัน สีหน้าผ่อนคลายมาก
ชายหนุ่มผู้เสวี่ยหงเฟิงเรียกว่า ‘ลูกพี่ซู’ อย่างสนิทสนมผู้นี้ยังคงมีมารยาทดีเยี่ยม
เหลียงเหวินอวี่และฟางโหย่วหรงอดแสดงท่าทีสงสัยมิได้
เขารู้แล้วว่าซูอี้จะมอบของขวัญแสดงความยินดีสามสิ่งในวันนี้ และยามนี้ ของขวัญชิ้นแรกจะเผยโฉมออกมา!
ภายใต้สายตาคนทุกผู้ ซูอี้นำวัตถุชิ้นหนึ่งวางไว้บนแท่นหยกอันมีของขวัญแสดงความยินดีกองพะเนิน
จากนั้นคนทุกผู้ก็ล้วนผงะ บรรยากาศรื่นเริงมีชีวิตชีวาเงียบสงัด
เพราะซูอี้หยิบระฆังออกมาหนึ่งใบ!
มันมีขนาดเท่าฝ่ามือ สีสำริด พื้นผิวด่างดำเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ดูเหมือนสมบัติโบราณชิ้นหนึ่ง
แต่ไม่ว่าเช่นไร มันก็คือระฆังหนึ่งใบ!
“ผู้อาวุโส วันนี้เป็นวันมงคลตระกูลเหลียงของเรา ทว่าคนผู้นั้นกลับมาส่งระฆัง เห็นได้ชัดว่ามาหาเรื่องที่นี่!”
ชายชราชุดดำซึ่งถูกเสวี่ยหงเฟิงตบตะโกนอย่างเดือดดาล
สีหน้าของพวกเหลียงหมิงพลันแปรเปลี่ยนต่างออกไปอย่างสุดขั้ว
ส่งระฆัง
เท่ากับส่งจุดจบ!
ความหมายนั้นชัดเจนในตัว ส่อถึงเจตนาที่ร้ายกาจ!!
เสวี่ยหงเฟิงอดสูดหายใจเฮือกมิได้ ตระหนักแล้วว่าบางอย่างผิดปกติ ในใจของเขาครุ่นคิด หรือตระกูลเหลียงจะเคยล่วงเกินลูกพี่ซูมาก่อน และจะถูกลูกพี่ซูคิดบัญชีในวันนี้?
‘หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะเป็นแขกในงานบ้านี่มิได้ ต้องแสดงตัวชัดเจนว่าอยู่ข้างลูกพี่ซูไม่ว่าเช่นไร!’
เหลียงเหวินอวี่และฟางโหย่วหรงผงะไป สีหน้าแปรเปลี่ยน
คิดให้ตายเช่นไร พวกเขาก็มิคาดว่าซูอี้จะนำของขวัญเช่นนี้มาให้
ไม่ว่าอย่างไร วันนี้ก็งานแต่งพวกเขานะ!
ฟางหานเบิกตากว้าง ทำตัวไม่ถูก ไฉนผู้อาวุโสซูจึงนำของขวัญเช่นนี้มากัน?
“คุณชายเสวี่ย เดิมทีข้าเห็นแก่หน้าท่านจึงไม่อยากคิดเอาความ ทว่าเจตนาของคนผู้นี้ร้ายกาจเกินไป เห็นได้ชัดว่ามาหาเรื่องที่นี่นะ!”
สีหน้าของเหลียงหมิงดำคล้ำ ดวงตาแข็งกร้าว “วันนี้หากเขาไม่ให้คำอธิบายที่น่าพอใจกับตระกูลเหลียงของเรา เขาต้องชดใช้!”
จิตสังหารคุกรุ่น
สมาชิกตระกูลเหลียงคนอื่น ๆ ต่างก็มาดร้าย!
บรรยากาศกดดัน
ทว่ายามนี้ ชายชราชุดม่วงผู้หนึ่งพลันพุ่งเข้ามา เมินเฉยต่อคนทุกผู้แล้วจ้องนิ่งที่ระฆังสำริดของซูอี้
คนทุกผู้ล้วนผงะ
หลายผู้จำได้แล้วว่าชายชราชุดม่วงคือใคร และอดประหลาดใจมิได้
ม่อไต้ซาน
ผู้อาวุโสตำแหน่งสูงผู้หนึ่งจากบรรพตเซียนเอกเมฆาแห่งทวีปกกพิสุทธิ์
และยังเป็นแขกผู้มีเกียรติชั้นหนึ่งในหมู่แขกทั่วงานเลี้ยงนี้!
“ผู้อาวุโสม่อ สมบัตินี้มีปัญหาใดหรือขอรับ?”
เหลียงหมิงกระแอมแห้ง ๆ
เขาสังเกตว่าสายตาของม่อไต้ซานจ้องมองแน่นิ่ง ลมหายใจถี่รัวราวกับได้พบสมบัติล้ำค่าน่าอัศจรรย์
เมื่อได้ยินวาจาของเหลียงหมิง ม่อไต้ซานพลันโบกมืออย่างตื่นเต้นและตะโกนออกมา “สมบัติเช่นนี้หรือจะมีปัญหา? พวกเจ้ามีตาไร้แววแท้ ๆ!”
ผู้คนล้วนอื้ออึง
คนใหญ่คนโตเช่นม่อไต้ซานเผชิญร้อนหนาวมากมาย ทว่าครานี้เขากลับแสนตื่นเต้นจนเสียอาการ กระทั่งตำหนิพวกเหลียงหมิงว่ามีตาไร้แวว!
“ตระกูลเหลียงของพวกเจ้าช่างโชคดี ได้รับสมบัติอันพบได้แต่ไม่อาจครอบครองเช่นนี้ หากรังเกียจมัน ส่งให้ข้าแทนดีหรือไม่?”
ดวงตาของม่อไต้ซานแดงขึ้นเล็กน้อย “ข้ารับปากว่าจะส่งของขวัญแสดงความยินดีให้ตระกูลเหลียงของพวกเจ้าเพิ่ม”
คนทุกผู้ “…”
หนึ่งสมบัติซึ่งทำให้ตัวตนเช่นม่อไต้ซานตื่นเต้นจนเสียอาการเช่นนี้ ใครเล่าจะไม่รู้ว่าระฆังสำริดนั้นไม่ธรรมดา?
ชั่วขณะนั้น สายตาของทุกผู้ต่อซูอี้แปรเปลี่ยนไป
เสวี่ยหงเฟิงสับสนเล็กน้อย ลูกพี่ซูเขา…มิได้มาหาเรื่องที่นี่หรือ?
“พี่ม่อ สิ่งใดกันทำเจ้าตื่นเต้นเพียงนี้?”
ชายชราสวมหมวกกลมสีดำผู้หนึ่งเสสรวลพลางสาวเท้าเข้ามาจากอีกด้านของโถงงานเลี้ยง
เหลียงอวิ๋นหู่!
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเหลียง
ตัวตนระดับราชันเซียน!
เมื่อเขาปรากฏขึ้น ทุกผู้ก็เปิดทางให้โดยมิรู้ตน
ม่อไต้ซานสงบใจกล่าวว่า “ไม่ใช่เพราะข้าตื่นเต้นอันใดหรอก แต่คนตระกูลเหลียงของเจ้ามีตาไร้แววเกินไป ไร้ผู้ใดมองออกเลยว่าสมบัตินี้คือ ‘ระฆังโบราณสวรรค์มงคล’!”
ระฆังโบราณสวรรค์มงคล!
ผู้ทรงอำนาจหลายคนสูดหายใจเฮือกราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน
ก่อนยุคอวสานเซียน ทวีปกกพิสุทธิ์เคยมีขุมกำลังราชันเซียนหนึ่งนามว่า ‘บรรพตดาบครรลองโลกา’ และสมบัติอันเลื่องชื่อสูงสุดในกลุ่มเต๋านั้นก็คือระฆังโบราณสวรรค์มงคล!
สมบัติชิ้นนี้ เดิมทีถูกบันทึกเป็นหนึ่งใน ‘ร้อยยอดสมบัติ’ แห่งทวีปกกพิสุทธิ์ ลือนามทั่วโลกเซียน!
กล่าวกันว่าระฆังโบราณสวรรค์มงคลนี้สามารถรวบรวมปราณมงคลมทั่วฟ้าดิน แปรเปลี่ยนชะตากลุ่มเต๋า เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันเลิศล้ำแห่งโลกหล้า!
“ปรากฏว่าเป็นสมบัติ”
เหลียงอวิ๋นหู่อดสั่นไหวมิได้ ดวงตาของเขารุ่มร้อน
กล่าวจบ เขาก็หันไปถลึงตาใส่เหลียงหมิง ดุด่าอย่างโกรธเคือง “เจ้านี่มันมีตาไร้แววจริง ๆ!”
ส่งจุดจบอันใดกัน!
นี่มันส่งโชคมงคลแก่ตระกูลเหลียงของพวกเขาชัด ๆ!
เหลียงหมิงยิ้มแห้ง กระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ยามนี้เอง คนทุกผู้จึงตระหนักในที่สุดว่าระฆังสำริดที่ซูอี้หยิบออกมาส่ง ๆ ชิ้นนี้เป็นของขวัญล้ำค่าเพียงไร! ต่างตะลึงตกใจ
สมบัติทั้งหลายอื่น ๆ รวมกัน เกรงว่าคงยังมิอาจเทียบสมบัติเช่นนี้ติดฝุ่นด้วยซ้ำไป!
กล่าวได้ว่าเหนือล้ำกว่าใครทุกผู้!
สายตาของบางผู้มองซูอี้อย่างแสนสงสัย ชายหนุ่มผู้นี้มีที่มาเช่นไร ไม่เพียงทำให้ผู้สูงส่งอย่างเสวี่ยหงเฟิงนอบน้อมให้เกียรติ กระทั่งสมบัติที่เขามอบออกมาส่ง ๆ ยังแสนเลิศล้ำ!
“สหายเต๋าซู ของขวัญเช่นนี้ล้ำค่าเกินไปแล้ว”
ยามนี้ เหลียงเหวินอวี่อดเดินมาหาไม่ได้ “ข้าและโหย่วหรงแต่งงาน ดีใจมากแล้วที่เจ้ามาร่วมงานเลี้ยงได้ สมบัติเช่นนี้… เจ้ารับกลับไปเถิด”
ของขวัญแสดงความยินดีในวันนี้ เขาไม่มีทางได้รับสักชิ้น มีแต่คนอื่นตระกูลจะเปรมปรีดิ์กันฝ่ายเดียว
และวาจาของเขาทำให้เหล่าคนตระกูลเหลียงมิพอใจในทันที ในใจคิดสังหาร
นั่นมันระฆังโบราณสวรรค์มงคลเลยนะ!
เป็นสมบัติมงคลอันพบได้แต่มิอาจครอบครอง!
ทั่วทวีปกกพิสุทธิ์นี้ ผู้สามารถครอบครองสมบัติเช่นนี้ได้ ไม่มีทางที่จะนับได้เกินห้านิ้ว!
ซูอี้กล่าวอย่างราบเรียบ “สมบัติที่ให้ไปแล้ว จะรับคืนได้เช่นไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านี่เป็นสมบัติที่ข้าเตรียมไว้เพื่อเจ้า ผู้อื่นต่อให้อยากได้ก็เข้ามาพัวพันมิได้”
วาจานี้ทำให้เหล่าผู้ทรงอำนาจตระกูลเหลียงมองหน้ากัน
แล้วพวกเขาจะใช้คำอ้างใดมานำสมบัตินี้ไปได้โดยชอบธรรมเล่า?
เหลียงเหวินอวี่แสนปรีดาเกรงใจ กล่าวอย่างตื้นตัน “เช่นนั้น…ก็ขอบคุณมาก!”
ชั่วขณะนั้น ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดริษยา
เหลียงหมิงลอบเย้ยเยาะในใจ “ช่างไร้เดียงสา หากมันอยู่ในมือเจ้า มันก็เท่ากับสมบัติของตระกูลเหลียงเช่นกัน!”
เรื่องนี้จบลงอย่างรวดเร็ว
ซูอี้และฟางหานพร้อมทั้งเสวี่ยหงเฟิงได้รับการปฏิบัติด้วยเช่นแขกผู้มีเกียรติ ถูกเชื้อเชิญนั่งที่นั่งพิเศษในงานเลี้ยง
อย่าว่าแต่สิ่งอื่นใด เพียงแค่ระฆังโบราณสวรรค์มงคลชิ้นเดียวก็เพียงพอให้ตระกูลเหลียงถือซูอี้เยี่ยงแขกผู้มีเกียรติชั้นหนึ่งแล้ว
และเหตุนี้ยังทำให้สมาชิกตระกูลเหลียงหลายคนเปลี่ยนมุมมองต่อฟางโหย่วหรงใหม่
ก่อนหน้านี้ หามีผู้ใดใส่ใจให้ค่าฟางโหย่วหรงไม่
แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าสหายที่นางเชิญมาจะมอบสมบัติอย่างระฆังโบราณสวรรค์มงคลเป็นของขวัญ?
“ยามนี้ สหายเต๋าซูนำศักดิ์ศรีแก่เราโดยแท้”
ฟางโหย่วหรงพึมพำ นางตกตะลึง ไม่คาดเลยว่าซูอี้จะเตรียมการใหญ่เพียงนี้ไว้
“แต่ข้าแน่ใจว่าระฆังโบราณสวรรค์มงคลจะมิถึงมือข้าแน่นอน”
เหลียงเหวินอวี่ยิ้มขมขื่น หลังสงบสติได้ เขาก็ตระหนักเรื่องนี้ และความชิงชังต่อตระกูลในใจก็ยิ่งกล้าแกร่ง
ฟางโหย่วหรงกล่าวเบา ๆ “พี่ใหญ่เหลียง หลังเรื่องนี้ ตระกูลต้องเปลี่ยนมุมมองต่อเจ้าแน่ เพราะถึงอย่างไร สหายเต๋าซูก็ส่งของขวัญเช่นนี้มาเพราะความรักของเรา ตระกูลเหลียงต้องปฏิบัติกับพี่ต่างออกไปเพราะระฆังโบราณสวรรค์มงคลชิ้นนี้แน่”
ดวงตาเหลียงเหวินอวี่วูบไหว ถอนหายใจออกมา “หวังว่า…จะเป็นเช่นนั้น”
ฟางโหย่วหรงกล่าว “ข้ากล้าสรุปแล้วว่าสหายเต๋าซูไม่มีทางเป็นคนเลว เขาอาจช่วยข้าและน้องชายด้วยจุดประสงค์แอบแฝง แต่ไม่มีทางคิดร้ายต่อเราแน่”
เหลียงเหวินอวี่พยักหน้าและกล่าวอย่างจริงจัง “ไม่ว่าอย่างไร เราก็ต้องขอบคุณสหายเต๋าซูให้ดี!”
ขณะเดียวกัน…
ที่โต๊ะพิเศษ ณ งานมงคล
ผู้ทรงอำนาจมากมายทั่วทวีปกกพิสุทธิ์ต่างเหลือบมองและหารือเกี่ยวกับซูอี้อย่างลับ ๆ ราวอยากตรวจให้พบว่าชายหนุ่มผู้มอบระฆังโบราณสวรรค์มงคลออกมาหน้าตาเฉยผู้นี้วิเศษมาจากหนใดแน่
ซูอี้หาสนใจสายตาเหล่านี้ไม่
เขาดื่มสุราอย่างเงียบ ๆ และทุกจอกที่ดื่มไป เสวี่ยหงเฟิงก็จะรินสุราเติมให้ทันที กล่าวได้ว่าพินอบพิเทาให้เกียรติสูงสุด
ตัวตนสูงส่งจากตระกูลเสวี่ยแห่งเขานภาเมฆมาชงชารินเมรัย ทำให้หลายผู้ผงะตะลึง
แต่สิ่งที่เขาทำนั้นมาจากความเต็มใจ ไร้ความชิงชังละอาย หาใส่ใจสายตาผู้อื่นไม่!
ไม่นานนัก พิธีสมรสระหว่างเหลียงเหวินอวี่และฟางโหย่วหรงก็เริ่มขึ้น