บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1594: ปาดสะบั้น
ตอนที่ 1594: ปาดสะบั้น
ทั่วทั้งโถงเงียบสงัด
ความตกตะลึงถาโถมเข้าสู่หัวใจทุกผู้ที่อยู่ภายในโถง
เซียนขอบเขตจักรวาลสิบกว่าคนตกตายอย่างอนาถในชั่วพริบตา
เหตุการณ์นองเลือดนี้กระตุ้นให้ใบหน้าของทุกผู้เปลี่ยนสี
เหลียงเหวินอวี่กับฟางโหย่วหรงตัวแข็งทื่ออย่างช่วยมิได้
เซียนขอบเขตจักรวาลเหล่านั้นตายตกตรงหน้าในระยะประชิด กระทั่งโลหิตยังเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า
จึงเห็นได้ชัดว่าความตื่นตะลึงนั้นมากมายเพียงใด
มีเพียงแค่ฟางหานกับเสวี่ยหงเฟิงที่ยังคงสุขุมอยู่
ผู้ที่เคยเห็นฝีมือของชายหนุ่มย่อมไม่ประหลาดใจกับสิ่งนี้
“วอนตาย!”
ผู้อาวุโสเหลียงหมิงทะยานเข้าหาซูอี้ด้วยโทสะ
ชายหนุ่มงอนิ้วเล็กน้อย โดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง
เปรี้ยง!
ร่างของชายชรายังมามิถึงตัว ทว่ากลับร่วงลงบนพื้นและแหลกสลายกลายเป็นก้อนเนื้อในทันใด
บรรดาแขกเหรื่อในงานเลี้ยงล้วนขวัญผวา
เพราะเหลียงหมิงเป็นเซียนแท้ในขอบเขตสุญตาขั้นสมบูรณ์
แต่ก็ยังไร้โอกาสขัดขืน!
สีหน้าของเหลียงจือเป่ย เหลียงอวิ๋นหู่และตัวตนอันทรงอำนาจคนอื่นต่างแปรเปลี่ยนไปมา
“ไม่คิดเลยว่าไอ้หนูนี่จะเป็นผู้ร้ายกาจเร้นกาย!”
ผิดกับซูอี้ที่กล่าวขึ้นอย่างเฉยชา “ข้าไม่ใช่คนฆ่าอย่างไม่แยกแยะ มิอยากกวาดล้างตระกูลเหลียงในวันนี้ ดังนั้นอย่าหาเรื่องใส่ตัว”
เขาว่าพลางเดินไปหาเหลียงจือเป่ย “ข้าแค่อยากยืมหัวเจ้าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สองในวันนี้”
“ที่แท้ของขวัญใหญ่ชิ้นที่สองที่ผู้อาวุโสว่าก็คือหัวของผู้นำตระกูลเหลียงนี่เอง!”
หัวใจของฟางหานสั่นสะท้าน เขาเรียกสติคืนมาได้ในครานี้
เหลียงจือเป่ยหัวเราะอย่างเดือดดาล “เป็นแค่เซียนขอบเขตจักรวาล กล้ามาทำตัวกร่างในถิ่นของตระกูลเหลียง อยู่ดีมิว่าดี!”
ตู้ม!
ปราณทั่วทั้งร่างกู่ร้องคำราม อำนาจร้ายกาจแห่งราชันเซียนทะลวงเวหา สั่นคลอนทั่วทั้งห้องโถง โต๊ะเก้าอี้และสารพัดเครื่องตกแต่งต่างกระจัดกระจาย
ทุกผู้ในโถงล้วนตะลึงงัน หากเปลี่ยนเป็นพวกเขา เพียงแค่อำนาจของราชันเซียนนี้ ก็ทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสแล้ว!
ผู้อาวุโสใหญ่พลันกล่าวขึ้นว่า “เจ้าหนุ่ม กล้าออกไปสู้กันข้างนอกหรือไม่?”
“ก็ได้ ข้าจะมอบโอกาสนั้นให้”
ซูอี้เดินออกไปข้างนอก
เขาไม่ได้อยากเข่นฆ่าโดยไม่เลือกหน้า จึงไม่อยากให้ผู้อื่นติดร่างแหไปด้วย
เมื่อเห็นเช่นนี้ สมาชิกตระกูลเหลียงและบรรดาแขกเหรื่อในโถงพิธีต่างก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
แล้วทุกผู้ก็เดินออกนอกโถงหลักทันใด
……
บนท้องฟ้าเหนือบรรพตเซียนอร่ามรวงข้าว
ทะเลเมฆาเคลื่อนคล้อย ปราณเซียนกำจายอยู่โดยรอบ
ซูอี้สวมอาภรณ์สีเขียว ยืนท่ามกลางเมฆาด้วยสองมือไพล่หลัง ร่างสูงใหญ่ของเขาให้ความรู้สึกสูงส่งท่ามกลางแสงจากนภา
วูบ!
ผู้อาวุโสใหญ่เหลียงอวิ๋นหู่ทะยานเวหาสู่นภา
“คนผู้นี้เพียงสะบัดแขนเสื้อก็สังหารเซียนขอบเขตจักรวาลไปสี่คน เพียงงอนิ้วก็สังหารเหลียงหมิง ซึ่งเป็นเซียนแท้ขอบเขตสุญตาขั้นสมบูรณ์ได้ หรือเขาจะเป็นราชันเซียน?”
“ไม่ ยามที่เขาลงมือก่อนหน้านี้ การฝึกฝนที่เผยออกมานั้นอยู่เพียงขอบเขตจักรวาล!”
“หา เซียนขอบเขตจักรวาล? มีเซียนขอบเขตจักรวาลที่ท้าทายสวรรค์เพียงนี้ตั้งแต่เมื่ิอไร?”
…แขกมากมายสนทนากัน
“ไม่ว่าจะทรงพลังเพียงใด เขาจะตายวันนี้แน่!”
“นี่ตระกูลเหลียงของเรานะ!”
เหล่าสมาชิกตระกูลเหลียงถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยโทสะ
เหลียงเหวินอวี่กับฟางโหย่วหรงเข้าร่วมกับฟางหาน และได้รับการปกป้องจากเสวี่ยหงเฟิง
ทั้งสองต่างดูกังวลกระสับกระส่ายอย่างยิ่ง
“พี่สาวอย่าตื่นกลัวไป ผู้อาวุโสซูจะต้องชนะแน่นอน!”
เด็กหนุ่มปลอบใจผู้เป็นพี่สาว
ฟางโหย่วหรงส่ายหน้าอย่างขมขื่น
ชนะหรือ?
ที่นี่คือบรรพตเซียนอร่ามรวงข้าว ปกคลุมด้วยค่ายกลสังหารไม่รู้กี่ชั้น และยอดฝีมือตระกูลเหลียงก็กลาดเกลื่อนไปหมด ทั้งยังมีราชันเซียนสองคนคอยคุมอยู่
ซูอี้ผู้นั้นอาจแข็งแกร่งและทรงอำนาจ ทว่าเขาหาใช่ราชันเซียนไม่ โอกาสชนะไหนเลยจะมี?
ราวล่วงรู้ความคิดของฟางโหย่วหรง เสวี่ยหงเฟิงอดส่ายหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้มมิได้
ขณะเดียวกัน…
ท่ามกลางท้องฟ้าในเวลานี้
ชายหนุ่มมองเหลียงอวิ๋นหู่ผู้ทะยานเข้าหาแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องการเพียงเด็ดหัวเหลียงจือเป่ย เจ้าถอยไปจะดีกว่า”
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเหลียงกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “เอาชนะข้าก่อนค่อยพูดก็ไม่สาย!”
ตู้ม!
เสียงยังไม่ทันขาดคำ ชายชราก็ลงมือแล้ว
กฎเกณฑ์ระดับราชันเซียนปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ สร้างเป็นหัตถ์ใหญ่ปรกนภา ฟาดทะยานใส่ซูอี้
การโจมตีของราชันเซียนร้ายกาจเพียงใด?
ทั่วทั้งฟ้าดินสะท้านไหว ทะเลเมฆาแหวกแยก สุญญะพลันปั่นป่วน
แรงกดดันคุกรุ่น ฟ้าดินแปรสีสัน
การโจมตีนั้นสามารถสังหารตัวตนที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตราชันเซียนจนตกตายอย่างน่าสะพรึงกลัวได้
ซูอี้ยืดเส้นยืดสายโดยมิใส่ใจ
เปรี้ยง!
จิตเซียนอันไพศาลเยี่ยงมหาสมุทรในแดนจักรวาลจิตเซียนของเขาปะทุขึ้นทันใด อำนาจกฎเกณฑ์วิถีเซียนอันมีรูปร่างประหนึ่งดาบเก้าคุมขังเคลื่อนไหวตามใจ
ทันใดนั้น อำนาจอันดุร้ายพลันพุ่งออกจากร่างของเขา ทุกอณูทั่วทั้งร่างเปล่งประกายด้วยรัศมีเซียนที่กระจ่างใสประหนึ่งแก้ว ซึ่งให้ความรู้สึกสูงส่งเกินเทียบได้ในโลกหล้า
รอบข้างพลันเกิดเสียงอุทานขึ้นมา
ชายหนุ่มก่อนหน้านี้ดูดาษดื่นไม่น่าสนใจ
ทว่าเขาในยามนี้กลับดูประหนึ่งอวตารเซียนดาบผู้ไร้เทียมทาน พลังอำนาจทะยานขึ้นสู่สวรรค์ชั้นเก้า กลืนกินภูผาธาราให้สิ้นซาก!
ตู้ม!
ยามฝ่ามือใหญ่ข้างนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ ซูอี้ก็ชกสวนออกไป
ด้วยหนึ่งหมัดนั้น รัศมีสาดประกายเจิดจรัสพาดผ่านท้องนภา ทะลวงหัตถ์ใหญ่ทันที!
หมัดนั้นหาลดทอนกำลังลงไม่ มันบดขยี้ทุกสิ่งตลอดทาง กระแทกเข้าหาเหลียงอวิ๋นหู่
ม่านตาของชายชราหดตัวลง ขณะสะบัดมืดเข้าขัดขวาง
ทว่าพริบตาต่อมา เขาก็ถูกชกเซถอย ทำลายสรรพสิ่งทุกย่างก้าว เสียงคำรามลั่นเยี่ยงสายฟ้า
ใบหน้านั้นเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวซีด เห็นได้ชัดว่าอึดอัดใจยิ่ง
เหล่าผู้ชมล้วนตกตะลึงและส่งเสียงเซ็งแซ่
เซียนขอบเขตจักรวาลผู้หนึ่งใช้หนึ่งหมัดชกราชันเซียนจนเซถอยได้!?
ตัวตนระดับราชันเซียนในหมู่แขกเหรื่ออดตระหนกตกใจกันมิได้ ปีศาจร้ายท้าทายสวรรค์ผู้นี้มาจากแห่งหนใด?
เหลียงเหวินอวี่กับฟางโหย่วหรงมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
คิดให้หัวแตกตาย พวกเขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าสหายเต๋าซูจะทรงอำนาจจนน่ากลัวเพียงนี้!
“ไป!”
เหลียงอวิ๋นหู่ที่อยู่บนอากาศตวาดลั่น
ดาบบินสิบหกเล่มทะยานออกไป ดุจดวงดาราแต้มราตรี และส่องแสงเรืองรองไปทั่วทั้งแดนดิน
ในสายตาของคนทุกผู้ ดาบบินทั้งสิบหกเล่มนี้เปรียบเสมือนอัสนี ซึ่งเผยพลังทำลายล้างทั่วทั้งแดนดิน ฟาดเข้าใส่ซูอี้อย่างดุเดือด
เพียงมองจากไกล ๆ ก็ชวนให้หัวใจสั่นสะท้านจนแทบลืมหายใจ
“ใช้ดาบต่อหน้าข้าหรือ?”
ชายหนุ่มรู้สึกขบขัน จากนั้นเขาก็ฟาดมือขวาออกไป
“หมื่นดาบใต้นภา ข้าคือผู้เป็นนาย ยามพบพานต้องคำนับ!”
ถ้อยคำนั้นประหนึ่งเสียงกู่ร้องของดาบที่สะท้านถึงสวรรค์เก้าชั้นและพร้อมจะบดขยี้สรรพสิ่งบนผืนดิน
อำนาจอันยิ่งใหญ่เกินเทียบแห่งวิถีดาบแผ่ออกมาจากร่างของซูอี้
สารพัดดาบทั้งหลายในหมู่ผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นดาบเซียน ดาบวิญญาณ ดาบบิน ดาบยาว…
พวกมันทั้งหมดล้วนสั่นสะท้านขึ้น ณ ยามนี้
ราวกับก้มลงคำนับยามพบกับจอมราชัน!
วจีดาบแซ่ซ้องไปทั่วทั้งฟ้าดิน สะท้อนถึงเก้าชั้นสรวง แผ่ไปทั่วทศทิศ
และดาบบินทั้งสิบหกเล่มซึ่งฟาดฟันเข้าใส่ชายหนุ่มพลันกรีดร้องขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง และก่อนจะทันถึงตัว พวกมันก็ส่ายวูบไหวไปมา จนกระทั่งถูกปราบเช่นกลุ่มโจรสิ้นหัวหน้า
สีหน้าของเหลียงอวิ๋นหู่ที่อยู่ไกลออกไปดูตื่นตระหนกสุดขีด
เขาเป็นราชันเซียนแห่งวิถีดาบ เพียงหนึ่งชั่วชักดาบ สามารถฟาดฟันศัตรูได้ทั่วทุกสารทิศ พลังต่อสู้เหนือชั้นกว่าผู้ใดในขอบเขตเดียวกัน
ทว่าอำนาจวิถีดาบทั่วกายเขาในยามนี้กลับปรากฏเค้าลางว่าไม่อาจควบคุมดาบบินคู่ชีพทั้งสิบหกเล่มนั้นได้!
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกขนลุกขนพอง หรือจะบอกว่าเคล็ดวิชาและความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีดาบของชายหนุ่มผู้นั้นเลิศล้ำกว่าเขาไปไกลแล้วอย่างนั้นหรือ?
“ไป!”
ชายหนุ่มหัวเราะยาวออกมาก่อนจะสะบัดมือวูบ
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ท่ามกลางเสียงคำรามแห่งดาบ ดาบบินทั้งสิบหกเล่มล้วนปลดปล่อยปราณดาบอันร้ายกาจพุ่งออกไปจากข้างหลัง ฟาดฟันใส่เหลียงอวิ๋นหู่
มันไม่ใช่ผลตีกลับ
แต่เป็นเพราะดาบบินทั้งสิบหกเล่มถูกอำนาจวิถีดาบของซูอี้กำราบ พลังที่อยู่ภายในดาบบินเหล่านั้นจึงถูกลบเลือนไปตั้งนานแล้ว และอำนาจวิถีดาบของชายหนุ่มก็กู่ร้องขึ้นมา
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเหลียงตกตะลึงจนตาถลน
ในฐานะราชันเซียนแห่งวิถีดาบ เขาจะไม่รู้เชียวหรือว่าการเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าอย่างไร?
เขาคำรามก้อง ขณะประกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน แล้วภาวะดาบที่มีขนาดใหญ่ซึ่งสามารถปกคลุมสวรรค์ได้ก็ปรากฏขึ้นบนร่างของชายหนุ่ม
บรรพตดาบลูกแล้วลูกเล่าปรากฏขึ้นทั่วท้องนภาอย่างหนาแน่น
รวมทั้งสิ้นเก้าลูก
ดุจเสาค้ำสวรรค์ดั้นนภาทั้งเก้า แสงจากนภาพลันถูกบดบัง!
เก้าบรรพตดาบนั้นแผ่ไปทั่วทศทิศ ฟ้าดินถูกปกปิดจนสิ้นแสง
วิชานี้มีนาม ‘ปาดสะบั้น’!
อำนาจซึ่งหลอมรวมกับความสำเร็จแห่งวิถีดาบนี้คือวิชาอันทรงพลังที่สุดเพียงหนึ่งเดียวของเหลียงอวิ๋นหู่ และด้วยอำนาจอันเลิศเลอนี้ เขาก็ได้รับคำชมจากราชันเซียนทั่วทั้งทวีปกกพิสุทธิ์
ตัวตนอาวุโสบางผู้กระทั่งประเมินว่า ‘ยามเปิดเผยสู่โลกหล้า ศัตรูในขอบเขตเดียวกันยังไม่มีหวังที่จะบรรลุ’!
กล่าวสรุปคือ นี่เป็นพลังป้องกันที่สูงที่สุด
ทว่าเมื่อเห็นเช่นนี้ ซูอี้กลับส่ายหัว
การป้องกันสูงสุดสำหรับนักดาบคือการโจมตี!
วิถีดาบก็เช่นกัน
เมื่อตั้งรับ หมายความว่าจะต้องถูกกระหน่ำโจมตีฝ่ายเดียว วิถีดาบเช่นนี้สิ้นวิญญาณแท้ในวิถีดาบไปเนิ่นนาน
เมื่อเหลียงอวิ๋นหู่แสดงพลังแห่งวิถีดาบ ‘ปาดสะบั้น’ ดาบบินทั้งสิบหกก็ทะยานลงมาจากสวรรค์อย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
ยามดาบแรกกระทบลงมา
เก้าบรรพตดาบพากันสะท้านไหวอย่างรุนแรง ราวกับภูผาแห่งเทวาใกล้จะถล่มลงมา อำนาจทำลายล้างแผ่ขยายออกไปอย่างบ้าคลั่ง
หัวใจของเหลียงอวิ๋นหู่สั่นสะท้าน
เดิมที ดาบบินเล่มนี้เป็นสมบัติของเขา ทว่ายามอีกฝ่ายใช้มัน อำนาจที่เผยออกมากลับร้ายกาจเกินกว่าเขาจะเทียบติด!
ก่อนจะทันไหวตัว ดาบบินอีกสิบห้าเล่มก็ฟาดลงมาแล้ว
เปรี้ยง!
เสียงปะทะกันระหว่างสองสิ่งดังก้องขึ้นมา ดาบแต่ละเล่มล้วนทรงพลังและอหังการยิ่ง
เพียงชั่วพริบตาเดียว ภูผาดาบทั้งเก้าลูกที่ปกคลุมฟ้าดินอยู่ก็ถูกผ่าออก คลื่นปราณดาบโหมกระหน่ำทั่วแดนด้าว
ดวงตาของคนทุกผู้เจ็บแปลบ วิญญาณแทบหลุดจากร่าง
การต่อสู้นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง!
กว่าหมอกควันจะคลายตัว บรรพตดาบทั้งเก้าก็สลายไปเนิ่นนานแล้ว
ดาบบินทั้งสิบหกเล่มลอยคว้างอยู่ตรงหน้าเหลียงอวิ๋นหู่
เส้นผมของเขากระเซอะกระเซิง ใบหน้านั้นซีดขาว ดวงตาจ้องมองดาบบินหลายเล่มตรงหน้า พลางกล่าวขึ้นอย่างขมขื่น
“ใช้ดาบข้าสยบวิถีดาบ ทำลายหัวใจดาบ ร้ายกาจและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!!”
กล่าวจบ เขาก็มองลงไปยังเหลียงจือเป่ย ขณะรวบรวมกำลังทั้งหมดกล่าวออกไปด้วยเสียงอันแหบแห้ง “เจ้าตระกูล เพื่อความอยู่รอดของตระกูลเรา โปรดยอมแพ้เถิด!”
เสียงนั้นสะท้อนทั่วฟ้าดิน
ทันใดนั้น บาดแผลดาบอันเล็กจ้อยก็ปรากฏขึ้นทั่วร่างของเหลียงอวิ๋นหู่ บดขยี้ร่างของเขาเป็นก้อนเนื้อนับไม่ถ้วน พวกมันปลิวหายไปกับนภา
สิ้นชีพไม่เหลือเค้า
มีเพียงดาบบินทั้งสิบหกเล่มที่ส่งเสียงคร่ำครวญสั่นสะท้านท้องนภา
………………..