บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1595: กำนัลด้วยหัว
ตอนที่ 1595: กำนัลด้วยหัว
วจีดาบคร่ำครวญราวกับร่ำไห้ ฟังดูเศร้าโศกสะท้อนไปทั่วทั้งโลกา
ทุกผู้ต่างนิ่งตะลึง
เหลียงอวิ๋นหู่ ผู้เป็นราชันเซียนวิถีดาบแห่งทวีปกกพิสุทธิ์ถูกสังหารตายคาที่!
และผู้ที่ฆ่าเขาก็เป็นเพียงเซียนขอบเขตจักรวาล!
“ไยจึงเป็นเช่นนี้ได้…”
หลายคนรู้สึกรับไม่ได้
ราชันเซียนนั้นกล่าวได้แล้วว่าเป็นตัวตนชั้นหนึ่งในวิถีเซียน ซึ่งสามารถครอบครองแดนเซียนได้ด้วยตัวคนเดียว ทำให้เซียนทั้งหลายชื่นชมและเลื่อมใส
ใครเล่าจะคิดว่าตัวตนเช่นนั้นจะถูกเซียนหนุ่มแห่งขอบเขตจักรวาลสังหารลงได้?
“เหตุใดเขาจึงแข็งแกร่งได้เพียงนั้น?”
ผู้อาวุโสบางคนต่างแข็งทื่อ หัวใจเต้นอย่างรุนแรง
ในศึกนี้ ซูอี้โจมตีเพียงแค่สองหน
เริ่มด้วยชกเหลียงอวิ๋นหู่จนเซถอยไป
แล้วจากนั้นมือขวาของเขาก็เอื้อมออก สยบดาบนับหมื่นทั่วหล้า กระทั่งดาบบินทั้งสิบหกเล่มของเหลียงอวิ๋นหู่ก็มิอาจหลุดรอด
และเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว เก้าบรรพตดาบอันเกิดจากอำนาจวิเศษสูงสุด ‘ปาดสะบั้น’ ของเหลียงอวิ๋นหู่ก็ถูกผ่าแยก
และชายชราผู้มิอาจรับการโจมตีนี้ได้ก็ถูกปราณดาบอันลี้ลับประหารไป!!
ความตายอันน่าสะเทือนใจนี้ทำให้หนังศีรษะของเหล่าราชันเซียนชาวาบ สันหลังหนาวยะเยือก
“หมื่นดาบใต้นภา ข้าคือผู้เป็นนาย ยามพบพานต้องคำนับ!”
บางผู้พึมพำซ้ำวาจาก่อนหน้านี้ของซูอี้อย่างเผลอไผล มิอาจฟื้นสติได้เนิ่นนาน
เหลียงเหวินอวี่กับฟางโหย่วหรงล้วนตะลึงงัน
ฟางหานกำมืออย่างตื่นเต้น
เสวี่ยหงเฟิงรำพึง ลูกพี่ซู… ไปได้วาจาทรงพลังเช่นนี้มาจากที่ไหน?
“ผู้อาวุโสใหญ่!”
เหลียงจือเป่ยกรีดร้องอย่างรวดร้าวด้วยดวงตาแดงฉาน
คนตระกูลเหลียงล้วนโศกเศร้าระคนไม่พอใจ
ผู้อาวุโสใหญ่ถูกฆ่าต่อหน้าธารกำนัล ใครเล่าจะไม่เดือดดาล?
ซูอี้ไพล่หลังด้วยมือหนึ่ง ขณะมองลงมายังเหลียงจือเป่ยจากไกล ๆ “สละหัวเจ้ามา แล้วตระกูลเหลียงที่เหลือจะอยู่ต่อได้”
วาจานั้นเฉยเมย ทว่าสะท้อนก้องไปทั่วฟ้าดิน
“สามหาว!”
เหลียงจือเป่ยเดือดดาล “ข้าจะให้เจ้าสัตว์ร้ายนี่ต้องชดใช้!”
ตู้ม!
อาภรณ์ของเขาโบกสะบัด ทะยานร่างสู่เวหา ค่ายธงสีเหลืองส้มปรากฏขึ้นในมือขวา
เมื่อวาดมืออย่างฉับไว
เปรี้ยง!
ค่ายธงสีเหลืองส้มก็ขยายขึ้น ขณะที่ค่ายกลวิถีเซียนปกคลุมไปทั่วทั้งบรรพตเซียนอร่ามรวงข้าว
ชั่วขณะนั้น ฟ้าดินในแถบนี้วูบไหวด้วยอสนีบาต วาตะอัคคีพลุ่งพล่าน สารพัดอำนาจค่ายกลแปรเปลี่ยนเป็นอำนาจถล่มนภาสะเทือนแดนดินแพร่ไปทั่วทศทิศ
ค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภา!
มันประกอบด้วยค่ายกลเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์หกสิบสี่ชั้น และเมื่อขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลังก็จะสามารถฆ่าตัวตนแห่งขอบเขตราชันเซียนได้ทั่วทั้งโลกหล้า ซึ่งเรียกได้ว่าร้ายกาจยิ่งนัก
บรรดาแขกเหรื่อล้วนตกตะลึง
ค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภาของตระกูลเหลียงนั้นเป็นที่เลื่องลือทั่วทั้งทวีปกกพิสุทธิ์ เมื่อได้ประจักษ์กับตาในเวลานี้ มันก็เหนือธรรมดามากจริง ๆ
ราชันเซียนทั้งหลายล้วนสัมผัสได้ถึงความพินาศและวิกฤตร้ายแรงที่กำลังมาเยือน
“เจ้าตระกูล ฆ่าเขาเลย! ล้างแค้นให้ผู้อาวุโสใหญ่!”
“ฆ่าเขา!”
“ฆ่าเขาซะ!”
คนตระกูลเหลียงพากันตะโกนอย่างเดือดดาล วจีสะท้านก้องทั่วโลกหล้า
พวกเขาเห็นแล้วว่าชายหนุ่มติดอยู่ภายในค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภาเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นหายนะจะต้องบังเกิดแก่เขาเป็นแน่!
“แย่แล้ว! ผู้อาวุโสรองเหลียงอวิ๋นเทาเป็นผู้สร้างค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภานี้ และยังเชิญเจ้าลัทธิกำเนิดเอกภพมาชี้แนะด้วยตนเอง หากติดอยู่ในนั้น กระทั่งราชันเซียนยังสลัดหลุดได้ยาก!”
เหลียงเหวินอวี่มือเท้าชาเย็นยะเยือก
เหลียงอวิ๋นเทาเป็นน้องชายของเหลียงอวิ๋นหู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในราชันเซียนผู้แข็งแกร่งสูงสุดแห่งตระกูลเหลียง เขาไปฝึกฝนยังลัทธิกำเนิดเอกภพ ขุมกำลังยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในโลกเซียน และเป็นผู้อาวุโสซึ่งครองตำแหน่งสูงส่งที่นั่นตั้งแต่แปดพันปีก่อน
แม้เหลียงอวิ๋นเทาจะไม่ได้อยู่ในตระกูลในยามนี้ ค่ายกลวิถีเซียนที่เขาสร้างขึ้นนี้ก็ยังกล่าวได้อยู่ว่าเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายแรงที่สุดของตระกูลเหลียง!
“ข้าทำอย่างไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง…”
หัวใจของฟางโหย่วหรงราวถูกบีบคั้น
เปรี้ยง!
ค่ายกลวิถีเซียนส่งเสียงครานครืนขณะหมุนเวียน
ฟ้าดินแถบนี้ล้วนปกคลุมด้วยอำนาจค่ายกลร้ายแรง
ชายหนุ่มติดอยู่ในนั้นจริง ๆ อำนาจค่ายกลวิถีเซียนอันรุนแรงถาโถมไปทั่วทุกแห่งหนราวกับเป็นภัยพิบัติ ดูจะพร้อมจมร่างของเขาได้ทุกเมื่อ
“ก็ยังดื้อด้านหนอ”
ซูอี้ส่ายหัวน้อย ๆ
เขาในครานี้เตรียมตัวมาดี มีหรือจะไม่รู้ว่าตระกูลเหลียงยังมีไพ่ตายใหญ่อย่างค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภาอยู่?
‘ขึ้นมา!’
ชายหนุ่มตะโกนในใจ
เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังหนึ่งพลันสะท้อนทั่วทั้งฟ้าดิน ทะลวงโสตทุกผู้เยี่ยงวจีจากสวรรค์
ทว่าเมื่อมันกระทบโสตของเหลียงจือเป่ย ราวกับเป็นอสนีบาตจากเทพโบราณทะลวงจิตวิญญาณ สะเทือนสมองจนเส้นเลือดปรากฏชัดในดวงตา
ทั่วร่างของเขาแทบแหลกเป็นเสี่ยง!
เมื่อเหลียงจือเป่ยถูกโจมตี ค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภาภายใต้การควบคุมของเขาก็แทบจะหยุดทำงานลง
ชายหนุ่มฉวยโอกาสนี้ สะบัดแขนเสื้อหนึ่งครา แล้วร่างของเขาทะยานสู่ข้างนอกของค่ายกล
เปรี้ยง!
ปราณดาบรอบกายเขาคำรามทะยาน ทุกแห่งหนที่เขาเคลื่อนผ่าน ค่ายกลหนึ่งจะถูกทำลายลง
เมื่อเห็นซูอี้กำลังจะหนีออกมาข้างนอกค่ายกล เหลียงจือเป่ยพลันกู่คำราม เค้นอำนาจทั่วร่างกายถ่ายเข้าไปในค่ายธงสีเหลืองส้ม
ทว่าเสียงระฆังอันทรงพลังนั้นก็ดังขึ้นอีกหน ทำให้ดวงตาของเหลียงจือเป่ยดับวูบ ร่างกายซวนเซไปมา
ในที่สุด ผู้คนจึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเสียงนั้นมาจากระฆังสำริดอันเรียบง่ายและเก่าแก่ใบหนึ่ง
มันคือ ‘ระฆังโบราณสวรรค์มงคล’ ที่ซูอี้เพิ่งมอบเป็นของขวัญ! สมบัติขั้นสูงสุดระดับราชันเซียนซึ่งเคยอยู่ในมือบรรพตดาบครรลองโลกาก่อนยุคอวสานเซียนนี้เป็นหนึ่งใน ‘ร้อยยอดสมบัติ’ แห่งทวีปกกพิสุทธิ์ ณ ขณะนั้น!
ตู้ม!
มุมหนึ่งของค่ายกลแตกร้าว
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มพุ่งออกมาเยี่ยงเส้นแสง ด้วยหนึ่งสะบัดมือ ปราณดาบที่ทอดยาวหมื่นจั้งก็แหวกผ่านนภา ฟาดเข้าใส่เหลียงจือเป่ย
ผู้รับการโจมตีถึงกับหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นเขาก็รีบใช้หอกศึกต้านรับ
เคร้ง!!!
ปราณดาบหมื่นจั้งระเบิดออก
ทว่าร่างของเหลียงจือเป่ยกระเด็นไปเบื้องหลัง กระอักเลือดย้อมอาภรณ์เป็นสีแดงฉาน
ก่อนที่ร่างของเขาจะทันยืนตั้งหลักได้ ซูอี้ก็โจมตีออกมาอีกครั้ง
“ฆ่า!”
ผู้นำตระกูลเหลียงตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง จิตวิญญาณลุกโชน ตวัดหอกศึกเข้ารับการโจมตี
ฟ้าดินปั่นป่วน ทั่วทศทิศพังทลาย
ในฐานะราชันเซียน การฝึกฝนของเหลียงจือเป่ยจึงไม่ได้ด้อยไปกว่าเหลียงอวิ๋นหู่ กระทั่งดีกว่าด้วยซ้ำ ยามโจมตีอย่างสุดกำลัง จึงคาดเดาได้ว่าเขานั้นร้ายกาจเพียงใด
ก่อนหน้านี้ ซูอี้ต้องยืมพลังดาบเก้าคุมขัง ต่อสู้กับราชันเซียนอย่างเต็มที่
ทว่าเขาในยามนี้ได้บรรลุสู่วิถีเซียนที่แตกต่างจากผู้อื่นในโลกหล้าเรียบร้อยแล้ว ความแข็งแกร่งจึงมิอาจเทียบกับอดีตได้
เมื่อออกหมัดโจมตี เขาก็แผลงอำนาจอันมิอาจขัดขืน เพียงชั่วพริบตาก็ปราบการโจมตีของเหลียงจือเป่ยได้อย่างอยู่หมัดในทันที!!
เหลียงจือเป่ยผมกระเซิง กู่ร้องคำรามซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ขณะพยายามต่อสู้ขัดขืนอย่างสุดกำลังหลายหน ทว่าท้ายที่สุดก็ยังมิพ้นถูกซูอี้กำราบ ร่างกายได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
และในยามนี้เองที่ผู้นำตระกูลเหลียงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดผู้อาวุโสใหญ่เหลียงอวิ๋นหู่จึงบอกให้เขายอมแพ้ก่อนสิ้นใจ
ชายหนุ่มผู้มีการฝึกฝนเพียงขอบเขตจักรวาลตรงหน้าเขาผู้นี้ร้ายกาจเกินไปจนมิอาจใช้รระดับการฝึกฝนมาเป็นเกณฑ์ได้เลย!
ตู้ม!
หลังจากการปะทะ เหลียงจือเป่ยก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส หอกศึกกระเด็นหลุดจากมือ และอกของเขาก็ถูกทะลวงเป็นรูที่มีขนาดเท่าชามใบหนึ่ง โลหิตไหลหลั่งจากปากแผลดูน่ากลัวยิ่ง
มันเกิดจากตราประทับหมัดของซูอี้!
“เจ้าตระกูล!”
ทุกผู้ในตระกูลเหลียงตาเหลือกถลน
ผู้ทรงอำนาจบางคนเร่งรุดเข้ามาช่วยก่อนใคร
“อย่าเข้ามา!”
เหลียงจือเป่ยตวาด
เขาหอบแฮกและหน้าซีด ขณะมองซูอี้ผู้โจมตีมาจากไกล ๆ และกล่าวว่า “เจ้าบอกว่าตระกูลเหลียงที่เหลือจะไม่ถูกลากมาพัวพัน ข้าถือว่าวาจานี้เป็นจริงได้ใช่หรือไม่?”
“แน่นอน”
ซูอี้พยักหน้า
ผู้นำตระกูลเหลียงยิ้มพลางกล่าวอย่างเศร้าสร้อย “งั้นก็ได้ หัวข้านี้มอบให้เจ้า! แต่…ก่อนตาย บอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดตัวตนเช่นเจ้าจึงอยากช่วยเหลียงเหวินอวี่นัก?”
เห็นได้ชัดว่าเขาดูสับสนและไม่เต็มใจที่จะตายโดยไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง
คำถามของเขายังกระตุ้นความสงสัยของเหล่าคนตระกูลเหลียงที่นี่ด้วย
ซูอี้ว่า “เพราะฟางโหย่วหรง”
ฟางโหย่วหรง?
เหลียงจือเป่ยตะลึงและเข้าใจทันที สีหน้าของเขาพลันซับซ้อนอย่างยิ่ง แล้วพึมพำออกมา “ข้าว่าแล้วเชียว สตรีจากเผ่าภูตปี้อั้นผู้นี้เป็นดาวหายนะ!”
วจีนั้นสะท้านทั่วฟ้าดิน เปี่ยมด้วยโทสะแห่งความแค้น
ฉัวะ!
หนึ่งปราณดาบปรากฏขึ้น ศีรษะของเหลียงจือเป่ยลอยขึ้นสู่เวหา และถูกคว้าไว้ในมือของซูอี้ทันใด
ศีรษะนั้นมีดวงตาเบิกโพลงด้วยโทสะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความแค้น โลหิตไหลลงมา
เหลียงจือเป่ย ผู้เป็นเจ้าตระกูลเหลียงถูกสะบั้นหัว!
ยามเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกผู้ในตระกูลเหลียงล้วนชะงักงัน รู้สึกราวท้องนภาถล่มลงมา ดูสิ้นหวังและหมดที่พึ่ง
ผู้อาวุโสใหญ่ตกตาย
และยามนี้ กระทั่งเจ้าตระกูลก็มอดม้วย!!
เพียงหนึ่งวัน สองราชันเซียนในตระกูลเหลียงก็พากันตกตาย เหตุการณ์ทั้งหมดยังเกิดขึ้นในถิ่นของตน ความสะเทือนใจนี้… มิต้องสงสัยเลยว่าหนักหนาเกินจะรับไหว!
แม้กระทั่งเหล่าแขกยังตัวสั่นด้วยความหวาดผวา
วันนี้เป็นวันสำคัญของตระกูลเหลียง บรรยากาศรื่นเริงหลากสีสัน แขกเหรื่อจากทั่วสารทิศมาร่วมเฉลิมฉลองกัน
ใครเล่าจะคาดคิดว่าในงานสมรสนี้ เจ้าตระกูลกับผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลจะพากันตกตายอย่างน่าสยดสยอง?
เหลียงเหวินอวี่กับฟางโหย่วหรงล้วนรู้สึกเกินจริงเยี่ยงฝันไป สีหน้าของพวกเขาตกตะลึง
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ตะโกนลั่นออกมา
“เหลียงเหวินอวี่ ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้าสารเลวนี่ ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”
ยอดฝีมือผู้หนึ่งจากตระกูลเหลียงเคลื่อนกายแหวกผ่านอากาศ โจมตีเข้าใส่เหลียงเหวินอวี่ด้วยสีหน้าอาฆาตมาดร้าย
ทว่ายังไม่ทันไร ผู้ทรงอำนาจอีกคนก็ออกมาหยุดไว้
“พอแล้ว! อย่าหาที่ตายเองอีกเลย!”
“จากนี้ไป ห้ามผู้ใดกระทำการบุ่มบ่าม!!”
ผู้ทรงอำนาจนั้นตวาดออกคำสั่ง
มิเห็นหรือไรว่าทั้งเจ้าตระกูลและผู้อาวุโสใหญ่ต่างตายแล้ว?
มิเห็นหรือไรว่ากระทั่งค่ายกลจิตลี้ลับสะบั้นนภายังไร้ค่า?
นี่ต่างอันใดกับพาตัวเองไปตาย?
คนต้นเรื่องเมินเฉยต่อเรื่องเหล่านี้โดยสิ้นเชิง
ร่างของเขาร่อนลงจากเวหา โยนศีรษะของเหลียงจือเป่ยให้กับเหลียงเหวินอวี่ “รับไว้สิ นี่คือของขวัญแสดงความยินดีชิ้นที่สองที่ข้าจะให้เจ้าในวันนี้”
เหลียงเหวินอวี่สะดุ้งราวตื่นจากฝัน มองหัวของเหลียงจือเป่ยในมือ แล้วสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไป หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
กาลก่อน เขาเฝ้าฝันอยากล้างแค้นให้บุพการีทุกวันคืน!
ทว่าเมื่อได้เห็นหัวของลุงใหญ่ในมือตนจริง ๆ ในยามนี้ หัวใจของเขากลับว่างเปล่า
นี่ข้าได้ล้างแค้นให้พ่อแม่แล้วหรือไม่?
“พี่ใหญ่เหลียง ยังไม่รีบขอบคุณผู้อาวุโสซูอีกหรือ?”
ฟางโหย่วหรงอดเตือนสติมิได้
นางเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน หัวใจรู้สึกลิงโลด มิรู้ตัวด้วยซ้ำว่าคำเรียกชายหนุ่มของตนเองได้เปลี่ยนไปแล้ว
นางเริ่มยกซูอี้เป็นผู้อาวุโสตามน้องชายแล้ว!