บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1601: หนองน้ำกระดูกขาว
ตอนที่ 1601: หนองน้ำกระดูกขาว
เมื่อได้ยินเสียงพึมพำของสาวน้อย มุมปากของชายชราก็กระตุก หัวเราะมิได้ร่ำไห้ไม่ออก
“เป่าเอ๋อร์ เราพบชายหนุ่มผู้นั้นโดยบังเอิญ เป็นเรื่องธรรมดาหากเขาจะปฏิเสธไม่มากับเรา”
ชายชราชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง “นี่คือเขตหวงห้ามแม่น้ำลั่ว หนึ่งในหกเขตหวงห้ามแห่งทวีปกกพิสุทธิ์ อันตรายอย่างยิ่ง ตัวตนใด ๆ เข้าไป…”
สาวน้อยรีบกล่าวขัด “ท่านอา ข้ารู้แล้วน่า คนเรารู้หน้ามิรู้ใจ ต้องคิดระวังตัวไว้ก่อนเป็นยอดดี ไป ๆๆ เรารีบไปกันดีกว่าเจ้าค่ะ!”
ชายชราถลึงตาอย่างฉุนโกรธ ทว่าก็ไม่อาจโทษสาวน้อยได้ จึงกล่าวเพียงว่า “ต่อจากนี้ไป ทำตามคำสั่งข้าทุกอย่างนะ”
ขณะสนทนา คู่ชายชราสาวน้อยก็ก้าวขึ้นสู่มหาบรรพตสุดสวรรค์
หมู่หมอกปกคลุมหนา ฟ้าดินมืดครึ้ม
มหาบรรพตสุดสวรรค์ตระหง่านสูง ปกคลุมด้วยหมู่หมอกตราบกาล การเข้าไปภายในหาต่างจากการย่างสู่รัตติกาลสีเทาไม่
ในฐานะเขตหวงห้าม บรรพตนี้มีสิ่งประหลาดอันตรายกระจายอยู่เกินคณานับ
……
บนผาแห่งหนึ่ง เรืองรองด้วยแสงสีเงิน
ที่มาของมันคือโอสถเซียนพฤกษาต้นหนึ่งอันหยั่งรากลึกติดกับผนังผา มันมีขนาดราวฝ่ามือ เป็นสีขาวปลอดดุจหิมะ เรืองประกายเยี่ยงดวงดาว
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ ขยับเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง
เขาเป็นชายชุดดำซึ่งมีท่าทางสำรวม
เมื่อยังห่างจากโอสถเซียนต้นนั้นร้อยจั้ง ชายชุดดำก็สะบัดมือออกไป เชือกเส้นหนึ่งทะยานออกมารัดพันโอสถเซียนเอาไว้ในทันที
ดวงตาของชายชุดดำทอประกายยินดี
ทว่ายามนี้เอง ปราณมีดสายหนึ่งพลันพุ่งลงมาจากผาสูง
ฉับ!
เนื่องจากปราณมีดสายนั้นเฉียบคมมาก ชายชุดดำจึงตายลงทันที ไร้โอกาสกระทั่งจะกรีดร้อง
จากนั้นเงาสายหนึ่งก็คืบคลานออกมาจากหมู่หมอกบนหุบผา แปรเปลี่ยนเป็นชายวัยกลางคนในชุดสีน้ำเงินผู้หนึ่ง
เขารวบรวมสินสงครามจากผู้ตายโดยไม่รีรอ
ไกลออกไป สาวน้อยสวมกระโปรงสีชมพูรากบัวและเสื้อสีเหลืองส้มซึ่งเห็นทุกสิ่งก็อดเบิกตากว้างมิได้
“โอสถเซียนนั่นเป็นกับดัก!”
สาวน้อยตื่นตะลึงพลางกล่าวอย่างเดือดดาล “คนผู้นั้นชั่วช้าเกินไปแล้ว ใช้โอสถเซียนเป็นเหยื่อล่อแล้วซ่อนตัวรอกระต่ายออกจากโพรง!”
ชายชราที่อยู่ข้างกายนางกล่าวเบา ๆ “เจ้าดูอีกที”
นางผงะไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ทันใดนั้น นางก็อ้าปากค้าง และพบว่าจู่ ๆ ชายวัยกลางคนชุดสีน้ำเงินซึ่งกำลังเก็บสินสงครามอยู่นั้นก็กรีดร้องขึ้นมา จากนั้นก็เผ่นหนีไป
แต่ก็ช้าไปแล้วก้าวหนึ่ง
เพลิงทิพย์ปรากฏขึ้นจากอากาศ ปกคลุมทั่วทั้งร่างของเขาเอาไว้ แผดเผาเหลือแต่ธุลีในชั่วพริบตา!
แล้วชายชุดดำผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
เขาคือผู้ที่ชายวัยกลางคนชุดน้ำเงินลอบโจมตีจนตกตายไปเมื่อครู่
“นี่…”
สาวน้อยแทบมิอาจเชื่อตาตน
ยามนี้เอง นางจึงตระหนักว่าชายชุดดำที่ชายวัยกลางคนชุดน้ำเงินฆ่าไปนั้น แท้จริงคือหุ่นเชิดหุ้มหนังมนุษย์ซึ่งเหมือนจริงอย่างยิ่ง!
ส่วนชายชุดดำตัวจริงนั้นซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ
สันหลังของสาวน้อยหนาวเยือก
คนหนึ่งใช้โอสถเซียนเป็นเหยื่อ ล่อกระต่ายออกจากโพรง
ส่วนอีกคนโยนหินถามทาง ล่ออสรพิษออกจากรู!
ศึกอันกะทันหันนี้สะท้อนให้เห็นความชั่วร้าย โหดเหี้ยมและกลับกลอกที่สุด ชวนสะเทือนใจยิ่งนัก
“เห็นหรือไม่ นี่แหละอันตรายที่มักจะเกิดยามสำรวจเขตหวงห้าม”
ชายชรากล่าวเบา ๆ “ยามแก่งแย่งโอกาสกัน ผู้ใดก็ล้วนเป็นเหยื่อได้ และสิ่งที่เหี้ยมโหดที่สุดก็คือ ตัวตนอันร้ายกาจบางผู้ไม่คิดจะค้นหาโอกาสเลยสักนิด แต่ถือสถานที่เช่นนี้เป็นลานล่าสัตว์ ปักหลักฆ่าคนแย่งสมบัติด้วยสรรพวิธีเป็นการเฉพาะ”
จากนั้นชายชราก็เปลี่ยนประเด็นทันที “แน่นอนว่า สิ่งที่เจ้าเห็นเมื่อครู่นี้เป็นเพียงศึกเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีค่าให้พูดถึงสักนิด ตัวตนอันทรงพลังบางผู้คร้านเกินกว่าจะเล่นลูกไม้ต้อยต่ำเช่นนี้”
ทันทีที่กล่าวถึงตรงนี้ ชายชราก็เลิกคิ้วน้อย ๆ
เขาพบว่าบนฟ้าดินที่ห่างออกไป ชายชุดดำเพิ่งเก็บโอสถเซียนที่ผนังผามาได้ ทว่ากลับเกิดเหตุแปรผันขึ้นอีก
ชายหนุ่มชุดเขียวผู้หนึ่งเดินมาไกล ๆ
ท่าทางของเขาดูสุขุมและเฉื่อยช้า ราวกับกำลังเดินทอดน่องชมนกชมไม้ มิคิดพรางตัวเร้นกายใด ๆ
ยามผ่านมาถึงผาที่ชายชุดดำอยู่ เขาก็ทำเพียงเหลือบมองแล้วเดินต่อไปไกล
“เอ๋ นั่นพี่ชายน้อยสุดหล่อคนนั้นนี่!”
สาวน้อยประหลาดใจ
“เด็กนั่น เกรงว่าคงอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ”
ชายชราขมวดคิ้ว
“อันใดกันเจ้าคะ? เห็นชัด ๆ นี่ว่าเขาไม่ได้ไปกวนชายชุดดำนั่นเสียหน่อย”
สาวน้อยอดกล่าวมิได้ “ยิ่งกว่านั้น เขายังไม่ไปร่วมชิงโอสถเซียนด้วย แค่จากไปเฉย ๆ เช่นนี้มิได้หรือเจ้าคะ?”
แววตาของชายชราดูซับซ้อนขึ้น “นับแต่พบเรื่องเช่นนี้ โอกาสถอยก็หมดสิ้น หากไร้สิ่งอื่นใด ชายชุดดำน่าจะเลือกฆ่าคนปิดข่าว เพราะเรื่องสกปรกโสมมเช่นนี้ไม่อาจให้ผู้ใดเห็นได้ หากเรื่องแดงขึ้นมา เขาจะต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะถูกเปิดโปงและล้างแค้นในภายหลัง”
และจริงตามนั้น ร่างของชายชุดดำพลันวูบไหว เคลื่อนกายผ่านเวหาไปขวางทางตรงหน้าชายหนุ่มคนนั้น
“ท่านโปรดช้าก่อน”
ชายชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างระแวดระวัง
ซูอี้เหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนจะกล่าวเสียงเนิบ “ไสหัวไป”
ชายชุดดำยิ้มแข็งทื่อ จิตสังหารวูบไหวในดวงตา “ขอท่านอย่าเข้าใจผิด ข้า…”
มิทันขาดคำ ซูอี้ก็สะบัดแขนเสื้อ
เปรี้ยง!!
ร่างของชายชุดดำแหลกสลาย โลหิตสาดกระเซ็น
ทว่านั่นมิใช่จุดจบ
ซูอี้ยกมือขึ้นปาด และเสียงร้องลั่นเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นเหนือหุบเหวอันแสนไกล
แล้วศพร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาทันที
ชายชรากับสาวน้อยเห็นชัดเจนว่านั่นคือศพของชายชุดดำ!!
มิต้องสงสัยเลยว่าผู้ขวางทางชายหนุ่มชุดเขียวอยู่เมื่อครู่ก็เป็นหุ่นเชิดเช่นกัน!
“พี่ชายน้อยผู้นั้นยอดไปเลย!”
ดวงตากลมโตคู่งามของสาวน้อยเปล่งประกาย
นางเห็นได้ว่าซูอี้ประจักษ์แก่ที่ซ่อนแท้จริงของชายชุดดำแล้ว จึงสามารถสังหารชายคนนั้นลงได้ทันทีหลังจากฆ่าหุ่นเชิด
ชายชราหัวใจเต้นกระตุก “ผู้กล้าเข้ามาในเขตหวงห้ามแม่น้ำลั่วลำพังย่อมมิใช่คนธรรมดา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้ยังเป็นแค่เซียนขอบเขตจักรวาล!”
อันที่จริงขอบเขตจักรวาลนั้นไม่มีความหมายให้กล่าวถึงมากมาย
ประเด็นอยู่ที่คนหนุ่มสาวผู้บรรลุสู่วิถีเซียน เพื่อสร้างรากฐานขอบเขตจักรวาลได้นั้นหายากยิ่งนัก!
เขามาจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่ มีช่วงชีวิตที่ยืนยาว ทว่าก็เคยพบพานเซียนขอบเขตจักรวาลรุ่นเยาว์ขนาดนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
และเมื่อเวลาผ่านไป เซียนขอบเขตจักรวาลน้อยเหล่านี้ต่างกลายเป็นตัวตนอันไร้เทียมทานในโลกหล้า พวกเขาส่วนใหญ่กลายเป็นผู้ลือนามในโลกเซียน ณ ภายหลัง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มชุดเขียวผู้นั้นก็เป็นผู้เลิศล้ำมิต่างกัน!
“ข้าไม่รู้เลยว่าเจ้าหนุ่มนั่นเป็นศิษย์สำนักใหญ่ใด ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามีนั้นสามารถไต่ขึ้นสิบอันดับแรกในทำเนียบเซียนขอบเขตจักรวาลได้อย่างง่ายดาย และกระทั่ง… จะไปสูงกว่านั้นก็ยังไหว”
ชายชราสนใจขึ้นมา
ดวงตาของสาวน้อยเปล่งประกาย “ท่านอา ท่านมิเห็นที่มาของเขาหรือ หาได้ยากจริงแท้”
ชายชราแย้มยิ้มกล่าว “โลกเซียนใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด กระทั่งผู้อยู่ ณ จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนยังอาจไม่รู้ทุกเรื่องเลย”
หลังเว้นช่วงเล็กน้อย ชายชราก็กล่าวกับคนข้างกายเขาด้วยเสียงอันแผ่วเบา “แน่นอน เขาก็เทียบกับเป่าเอ๋อร์ของข้ามิได้หรอก”
สาวน้อยตรงหน้าเขามีความสามารถในการฝึกฝนที่หาได้ยากยิ่ง และเป็นหนึ่งในทายาทผู้มากคุณสมบัติที่สุดในตระกูลตลอดสามหมื่นปีผ่านมา!
เหล่าผู้ใหญ่ในตระกูลล้วนพากันถนอมนางเยี่ยงมุกในมือ ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อฝึกฝนอบรมนาง และได้รับโอกาสยิ่งใหญ่ วาสนามากมีตั้งแต่ยังเยาว์วัย!
สาวน้อยเองก็สนองตอบความคาดหวังอย่างไม่บกพร่อง ฝึกฝนตามวิถีมาโดยตลอด
อย่าว่าแต่สหายร่วมรุ่น กระทั่งผู้อาวุโสกว่าบางคนยังมิอาจเทียบรัศมี!
สาวน้อยแง่งอน “ไฉนเป็นเรื่องน่าเบื่อนี้ไปได้เล่า จะว่าไป ท่านอาว่าพี่ชายน้อยผู้นั้นก็มาหา ‘มรดก’ ที่ตำหนักอนันตรัตติกาลหลงเหลือไว้เหมือนกันหรือไม่เจ้าคะ?”
ชายชราพยักหน้า “เป็นไปได้”
ภายในเขตหวงห้ามแม่น้ำลั่วมีซากของตำหนักอนันตรัตติกาลถูกฝังอยู่ แม้จะมีอันตรายถึงชีวิตซ่อนอยู่นับไม่ถ้วน แต่ก็ยังมีโอกาสอันชวนระทึกใจอยู่หลากหลาย!
และในยามนี้ ชายชรากับสาวน้อยก็มาเพื่อหาโอกาสที่เกี่ยวข้องกับ ‘มรดก’ ของตำหนักอนันตรัตติกาล
“ไปกันเถอะ เราต้องรีบไปรวมตัวกับสหายเต๋าคนอื่น ๆ ที่ ‘สันเขาน้ำค้างพิสุทธิ์’ ก่อนวันพรุ่ง”
ชายชราพานางเดินทางต่อ
“ท่านอา ผู้ใดจะเข้าร่วมกับเราในหนนี้หรือเจ้าคะ?”
สาวน้อยถามอย่างสงสัย
“พวกตาเฒ่าอย่างข้า และผู้เยาว์เช่นเจ้าอย่างไร ทุกผู้ล้วนมาเพื่อหามรดกที่ตำหนักอนันตรัตติกาลทิ้งเอาไว้กันทั้งสิ้น ยามลงมือด้วยกันจะเป็นการช่วยกันได้มากกว่า”
“สถานที่ที่เราจะไปดูจะอันตรายมากเลยนะเจ้าคะ”
“แน่นอนว่าหากไม่ใช่เช่นนั้น ตาเฒ่าเช่นเรามีหรือจะร่วมมือ? จากสารลับที่เรารู้มา สถานที่ซึ่งเรากำลังจะสำรวจในครั้งนี้ ตัวตนที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตราชันเซียนจะเข้าไปแล้วมิได้ออกมาแน่นอน!”
“หากว่าเช่นนั้น พี่ชายผู้นั้นไม่อยู่ในอันตรายหรือเจ้าคะ?”
“พบพานโดยบังเอิญ ไร้เหตุผลเกี่ยวดอง เหตุใดเจ้าหนูน้อยจึงต้องห่วงความปลอดภัยผู้อื่นด้วย? ไปกันเถอะ!”
“อื้อ”
…ตลอดเส้นทางในเวลาต่อมา คู่ชายชราสาวน้อยได้ผ่านเขตอันตรายมากมาย
หากเปลี่ยนเป็นตัวตนวิถีเซียนทั่วไป เกรงว่าคงได้ตายไปแล้วเป็นแน่
ทว่าชายชรานั้นเป็นเช่นอาชาเฒ่าเจนเส้นทาง พาสาวน้อยหลบหายนะเลี่ยงความเสี่ยงมากมาย
แต่อันตรายระหว่างทางก็ยังทำให้หัวใจของนางสั่นสะท้าน หวาดระแวงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
สถานที่อันตรายแห่งนี้ร้ายกาจเกินไป ทุกย่างก้าว ทุกหย่อมหญ้าล้วนแฝงอันตรายที่หมายปลิดชีวิตเอาไว้!
ระหว่างทาง สาวน้อยได้เห็นว่ายามเซียนแท้ขอบเขตสุญตาสองคนกำลังสำรวจหาโอกาส ณ ซากโบราณแห่งหนึ่ง แล้วพวกเขาก็ถูกหมอกทมิฬปกคลุมร่างจนกระทั่งสลายหายไปในชั่วพริบตาเพราะแค่เหยียบกองซากที่ดูธรรมดากองหนึ่ง!
ภาพนั้นทำให้สาวน้อยเหงื่อแตกพลั่ก
เรื่องประหลาดอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ปรากฏขึ้นให้เห็นตลอดทาง
ทีแรก สาวน้อยยังคงไม่ปักใจเชื่อ ทว่าในที่สุด นางก็ต้องยอมรับว่าหากไม่มีท่านอามาด้วย เกรงว่านางคงได้ตายไปไม่รู้กี่หนแล้ว!
ทันใดนั้น ชายชราก็ชะงัก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างประหลาดใจ “หือ เจ้าหนุ่มนั่นมาถึง ‘หนองน้ำกระดูกขาว’ ก่อนเราเสียได้”
สาวน้อยมองตามไป และพบว่ามีหนองน้ำที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทาขาวอยู่ไกล ๆ
มันทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา และร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ยืนอยู่ตรงหน้าต้นไม้ตายไร้ใบ สวมอาภรณ์เขียว สูงส่งไร้มลทิน