บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1669: ย้อนสังหาร
ตอนที่ 1669: ย้อนสังหาร
ชายผู้พูดร่างสูงยาว สวมอาภรณ์สีน้ำเงิน ใบหน้ายิ้มแย้ม
ท่าทีของเขาอ่อนโยนมาก ดูเหมือนว่ากำลังปรึกษา แต่แท้จริงต้องการให้ซูอี้ไปเสี่ยงอันตราย ช่วยเด็ดโอสถเซียนต้นนั้น ส่วนตนนั่งรอเฉย ๆ อย่างสบายกาย
ข้างหลังนั่นยังมีราชันเซียนติดตามมาด้วยอีกสองคน ล้วนจับจ้องสายตาไปที่ซูอี้ แววตามีเลศนัย
ซูอี้ชายตามองชายชุดน้ำเงินคนนั้นพลางกล่าวอย่างไม่สนใจ “หากว่าข้าไม่ช่วยเล่า?”
ชายชุดน้ำเงินหัวเราะขึ้นมา กล่าว “ไม่ เจ้าไม่ช่วยก็ต้องช่วย”
วาจาที่กล่าวแสดงความหมายชัดเจนว่าปฏิเสธไม่ได้
ห่างออกไป จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังขึ้น ราชันเซียนคนหนึ่งบุกเข้าไปในธารศิลาหลอม พยายามจะไปเด็ด ‘บงกชมายาเพลิงน้ำแข็ง’ ดอกนั้น ปรากฏว่าหินหลอมเหลวเดือดท่วมทับตัว ไฟแผดเผาไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลาเป็นตาย คนผู้นี้ขยำป้ายยันต์ที่พกติดตัวจนแตกละเอียด จึงไม่โดนซัดเข้าไปกลางธารศิลาหลอมแห่งนั้น แต่เขากลับโดนพลังกฎเกณฑ์มิติคลุมร่างจนหายลับไป
เช่นนี้เท่ากับว่าถูกคัดชื่อออกจากงานประกวดล่าเวหาในครั้งนี้!
เหตุการณ์เช่นนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับราชันเซียนคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ จนถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยน ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ชายชุดน้ำเงินก็ขมวดคิ้วด้วยเช่นกัน พลันยิ้มพลางกล่าวกับซูอี้ “วางใจไปเด็ดเถอะ พวกเราจะช่วยคุ้มกันเจ้า รับรองว่าจะไม่ให้เจ้าได้รับอันตราย!”
ราชันเซียนอีกสองคนก็พยักหน้า แสดงสีหน้าหยอกล้อ
ก่อนหน้านี้ พวกเขาสังเกตเห็นแล้วว่าซูอี้เดินทางเพียงลำพัง ประกอบกับเป็นคนแปลกหน้า ไม่ใส่ใจกับเรื่องใด ๆ จึงกล้าวางท่าใหญ่โต บังคับให้ซูอี้ไปผจญอันตรายแทนพวกเขา
เห็นดังนั้น ซูอี้ก็หัวเราะแล้วลงมือจู่โจมโดยพลัน
เขาก้าวเดินออกไปหนึ่งก้าว ฝ่ามือราวกับกรงเล็บมังกร ขย้ำคอของชายชุดน้ำเงิน
รวดเร็ว ง่ายดาย
ชายชุดน้ำเงินดูปล่อยตัวสบาย แต่ความจริงเตรียมพร้อมลงมือตั้งนานแล้ว ชั่วขณะที่ซูอี้ลงมือ ในสายตาของเขาผุดประกายเย้ยหยัน
จนกระทั่งกรงเล็บของซูอี้ขย้ำเข้ามา ชายชุดน้ำเงินร้องตวาด ระเบิดแสงสีเงินน่ากลัวออกมาจากตัวและปล่อยหมัดออกไป
ฉึบ!
เลือดกระเซ็น
แขนขวาของชายชุดน้ำเงินขาดเป็นท่อน ๆ ส่วนคอของเขาถูกซูอี้บีบแน่น!
รอยยิ้มของราชันเซียนสองคนนั้นแข็งกระด้าง ตกตะลึงยิ่งนัก
ชายชุดน้ำเงินเป็นราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ ถึงแม้ระดับวิถีภายในตัวจะเทียบกับราชันเซียนไร้เทียมทานเหล่านั้นไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีความเก่งกาจมากในโลก
ใครจะคาดคิดว่าเขาจะถูกจับตัวภายในเวลาชั่วครู่เช่นนี้?
“มีอะไรก็พูดกันดี ๆ อย่าได้โกรธไป ข้ายินดีชดเชยและชดใช้!”
ชายชุดน้ำเงินพูดเสียงสั่น
สีหน้าของเขาขาวซีด เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก รู้ตัวว่าเจอของแข็งเข้าให้แล้ว จึงยอมแต่โดยดี
ซูอี้ร้องอ้อขึ้นมาทีหนึ่ง กล่าว “ตอนนี้ เจ้าก็ต้องช่วยข้า ไปเด็ดโอสถเซียนดอกนั้นกลับมา”
พูดจบ เขาโยนชายชุดน้ำเงินไปในธารศิลาหลอม
“อย่า….!”
ชายชุดน้ำเงินร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้ร่างจะยังอยู่กลางอากาศ แต่ก็พยายามจะหนี ทว่าสายไปเสียแล้ว
เพียงชั่วครู่เท่านั้น เลือดเนื้อของเขาแห้งเหือด ลุกไหม้ กลายเป็นธุลีอย่างรวดเร็ว จิตวิญญาณและร่างกายไม่มีเหลือ!
“ตายได้อย่างไร?”
มีคนร้องตกใจ
“เขา… เขาไม่ได้ขยำป้ายยันต์แตกหรอกหรือ?”
เหตุการณ์นี้สร้างความสนใจให้แก่ราชันเซียนที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ต่างก็ขยาดหวาดกลัว
ส่วนซูอี้ เขาถือป้ายยันต์แผ่นหนึ่งแกว่งเล่นไปมาในมือ
“ไปกัน!”
ราชันเซียนสองคนที่มาพร้อมกับชายชุดน้ำเงินหมุนตัวหนี
ไม่คาดคิดเลยสักนิดว่าคนที่มีเรื่องด้วยในครั้งนี้จะเป็นคนโหดร้าย ลงมือฆ่าได้อย่างหน้าตาเฉย น่ากลัวจนหัวใจสั่นสะท้าน
ทว่าเพิ่งไปถึงกลางทาง รุ้งเทวะก็พุ่งมาซัดสองคนนี้
ซูอี้เป็นผู้ลงมือจัดการ
ในเมื่อได้ลงมือสังหารแล้ว ไฉนเลยจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้อีก?
แต่เกินความคาดหมายของซูอี้ สองคนนั้นกลับไม่ขัดขืน พอรู้ตัวว่ามีอันตราย พวกเขาขยำป้ายยันต์แตกอย่างรวดเร็ว จากนั้นถูกกฎเกณฑ์มิติย้ายออกไปจากสถานที่แห่งนี้
“หนีเร็วเสียเหลือเกิน”
ซูอี้ละสายตากลับมา ไม่ใส่ใจอีก ราวกับว่าเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดามาก
ทว่าราชันเซียนที่อยู่ใกล้ ๆ กับธารศิลาหลอมต่างก็มองซูอี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แววตามีประกายหวาดเกรง
ครืน!
ธารศิลาหลอมเดือดพล่านรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
บงกชมายาเพลิงน้ำแข็งที่อยู่ใจกลางทะเลสาบดอกนั้นเริ่มจมลงไปใต้ทะเลสาบ
หลังเห็นเช่นนี้ ซูอี้ไม่รอช้าอีก รีบลงมือในทันใด
เขาเคลื่อนย้ายผ่านสุญญะ หยิบเตาเสริมสวรรค์ออกมา
ฟิ้ว!
ภายในเตาเสริมสวรรค์ ปล่อยลวดลายสัญลักษณ์สีม่วงเฉิดฉายออกมา ถักทอเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ คลุมบงกชมายาเพลิงน้ำแข็งดอกนั้น
ครืน!
คลื่นหินหลอมเหลวพุ่งขึ้นฟ้า ซัดไปที่ตัวของซูอี้
ทว่าตามแรงโบกสะบัดแขนเสื้อของซูอี้ การบุกโจมตีของหินหลอมเหลวที่สามารถเผาผลาญราชันเซียนได้อย่างง่ายดายพลันหายลับไป
และในเวลานี้ เตาเสริมสวรรค์เก็บบงกชมายาเพลิงน้ำแข็งนั้นขึ้น ก่อนทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน…
ธารศิลาหลอมเดือดพล่านราวกับภูเขาไฟระเบิด คลื่นไฟพุ่งขึ้นฟ้า เผาผลาญหลอมละลายอากาศ
ราชันเซียนที่อยู่ใกล้ ๆ พากันหลบหนีด้วยความตื่นตระหนก
ส่วนซูอี้ที่ยืนอยู่เหนือธารศิลาหลอมโดนจู่โจมก่อนเป็นคนแรก
ทว่าเขาไม่มีความตื่นตระหนก ใช้นิ้วมือขวาแตะอากาศ เตาเสริมสวรรค์ส่งเสียงร้องขึ้นมาทีหนึ่ง ประกายแสงสีม่วงครอบคลุมร่างของเขา บดบังการโจมตีของคลื่นศิลาหลอมนั้น
ปลอดภัยดีทุกประการ
ทว่าชั่วขณะ แสงสีดำพลิ้วเป็นสายผุดออกมาจากใต้ทะเลสาบ ราวกับอสนีบาตฟาดไปที่ตัวของซูอี้
ปัง!
ประกายแสงสีม่วงที่เตาเสริมสวรรค์ปล่อยออกมาถูกเจาะจนทะลุ
แสงสีดำนั้นพุ่งแทงซูอี้โดยตรง
หากมองดูให้ดี นั่นคืองูดำที่มีลักษณะแปลกประหลาดพิศดารมากตัวหนึ่ง ลำตัวมีขนาดเท่ากับนิ้วมือ หัวงูราวกับศรแหลม มีเขี้ยวเต็มปาก ใต้คางมีหนวดสะบัดพลิ้ว
ซูอี้สบถเสียงร้องหึทีหนึ่ง ไม่ทันเห็นเขาลงมือส่วนหัวของงูดำตัวนี้ก็ถูกบีบแน่น ตามแรงบีบของมือ งูดำรูปร่างประหลาดตัวนี้ก็ถูกจับจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก
และเวลานี้เอง เตาเสริมสวรรค์ก็เก็บบงกชมายาเพลิงน้ำแข็งดอกนั้นได้สำเร็จแล้ว!
ธารศิลาหลอมที่สั่นสะเทือนก็เริ่มสงบนิ่ง
ทุกสิ่งสงบเงียบ ราชันเซียนที่หลบซ่อนอยู่ไกล ๆ เหล่านั้นต่างพากันสูดปาก
เจ้าหนุ่มสวมชุดดำคนนั้นเป็นใครกันแน่?
เก่งฉกาจถึงขั้นนี้เชียวหรือ?
ขณะที่ทุกคนต่างก็ตกตะลึง ซูอี้กลับพินิจมองงูดำตัวนั้น
“ในตัวเดียรัจฉานนี้กลับซ่อนเร้นสายเลือดของงูยักษ์ปาเสอ ความสามารถเทียบเท่าราชันเซียนขั้นสมบูรณ์ ไม่รู้เช่นกันว่าผนึกมารที่สกัดได้เป็นลักษณะอย่างไร”
ซูอี้จับงูดำตัวนั้นโยนเข้าไปในเตาเสริมสวรรค์ ขณะที่หมุนตัวจะเดินจากไป
ฟิ้ว!!
ลูกธนูดอกหนึ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว รุนแรงและเร็วปานอสนีบาต เต็มไปด้วยอานุภาพแห่งการทำลายล้าง
แรงกำลังที่น่ากลัวเช่นนั้น สามารถทำอันตรายราชันเซียนคนใดก็ได้ที่อยู่ตรงนั้น
แม้กระทั่งซูอี้ ก็ยังหลบไม่ทัน…
ทว่า เขาก็ไม่คิดจะหลบด้วยเช่นกัน!!!
เขางอนิ้วแตะกลางอากาศ
ฉึบ!
ลูกธนูดอกนั้นระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ
พลังรุนแรงที่สั่งสมบนลูกธนูดอกนั้น สะเทือนจนปลายนิ้วของซูอี้ชาไปเล็กน้อยเช่นกัน รู้สึกราวกับถูกกระแสไฟไหลผ่าน
แน่นอน สิ่งนี้ไม่อาจทำอะไรซูอี้ได้
และเวลานี้ ราชันเซียนกลุ่มนี้ก็พุ่งตรงมาถึง
คนที่นำหน้า คือหม่าคุนจากลัทธิไร้มลทินนั่นเอง!
และราชันเซียนที่ติดตามข้างกายหม่าคุนเหล่านั้น ซูอี้เคยพบเจอมาก่อนเช่นกัน ตอนที่เข้าสู่บรรพตมารล่าเวหา ราชันเซียนเหล่านั้นก็อยู่ด้วย
เพียงแต่ว่าตอนนั้น ราชันเซียนเหล่านั้นเลือกที่จะเข้าเป็นพวกกับหม่าคุน
ส่วนซูอี้เลือกที่จะเดินทางเพียงลำพัง
“อ้าว ที่แท้ก็เป็นเจ้า”
หลังจากที่หม่าคุนมาถึง เขาจำซูอี้ได้อย่างชัดเจน กล่าวด้วยความตะลึง “ข่างมีวาสนาต่อกันจริง ๆ”
สายตาของซูอี้กลับมองไปที่คันธนูใหญ่สีเขียวในมือหม่าคุน กล่าว “เมื่อสักครู่ เจ้าเป็นคนแอบโจมตีข้าลับหลังเช่นนั้นหรือ?”
หม่าคุนหัวเราะพลางกล่าว “เพียงเข้าใจผิดเท่านั้น อย่าได้ถือสา ยิ่งไปกว่านั้นลูกธนูดอกนี้ก็ไม่ได้ทำอันตรายแก่เจ้าไม่ใช่หรือ เจ้าน่ะ ควรใจกว้างหน่อย อย่าใส่ใจนักเลย”
กล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดและขอโทษเลยแม้แต่น้อย
ซูอี้ก็หัวเราะเช่นกัน กล่าว “ได้ หากคุกเข่าอ้อนวอนข้าตอนนี้ ข้าจะไม่เอาความอีก”
ทุกคนตะลึง ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน
รอยยิ้มบนใบหน้าหม่าคุนแข็งกระด้าง กล่าวราวกับไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าว่าอะไรนะ? ให้ข้า… คุกเข่าต่อหน้าเจ้า?”
ข้างกายหม่าคุน ราชันเซียนคนหนึ่งแผดเสียงตะคอก “เหลวไหลสิ้นดี! เสิ่นมู่ อย่าคิดนะว่าพวกเราไม่รู้ที่มาของเจ้า เป็นเพียงราชันเซียนที่เข้ามาร่วมงานประกวดล่าเวหาได้โดยอาศัยความสนิทสนมกับตระกูลทังคนหนึ่งเท่านั้น มีอะไรให้หยิ่งยโสนัก?”
บรรยากาศตึงเครียด
ซูอี้หยิบไหสุราออกมา จิบไปคำหนึ่ง กล่าว “พวกเจ้าแอบบุกโจมตีลับหลัง ยังจะมาบอกว่าข้าเหลวไหล? น่าสนใจ”
หม่าคุนขมวดคิ้ว กล่าวเสียงเครียด “ช่างเถอะ เจ้ามอบสิ่งของที่เพิ่งแย่งมาได้เมื่อสักครู่มา ข้าจะไม่ถือสาความไร้มารยาทของเจ้า มิเช่นนั้น…”
ฉึบ!
ปราณดาบหนึ่งฟาดลงมา
สีหน้าของหม่าคุนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ประสานฝ่ามือเป็นลวดลาย รับมือซึ่ง ๆ หน้า
ทว่าเพียงชั่วครู่เดียว เขาก็ถูกปราณดาบซัดจนกระเด็นออกไป ผมปรกหน้า เลือดกระอักออกจากปาก เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกปราณดาบจนขาดรุ่งริ่ง สภาพดูไม่ได้
ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนก
หม่าคุนเป็นถึงราชันเซียนแห่งลัทธิไร้มลทิน ไม่เพียงมีฐานะสูงศักดิ์ แต่ระดับวิถีก็ยังแกร่งกล้ามากอีกด้วย ใครกันจะคาดคิดว่า กลับต้องมาอยู่ในสภาพน่าสมเพชในดาบเดียว?
“เจ้าบังอาจเป็นศัตรูกับลัทธิไร้มลทินของพวกเรา! ไม่กลัวโดนแก้แค้นหรือไร?” หม่าคุนร้องตวาด
ราชันเซียนข้างกายเขาเหล่านั้นทั้งตกใจทั้งโกรธผสมผสานกัน
ทว่าซูอี้ไม่ใส่ใจ ลงมือจัดการโดยตรง
“รุกพร้อมกันเลย กำจัดเขา!”
หม่าคุนร้องตะโกน ชักสมบัติล้ำค่าชิ้นเด็ดออกมา พาราชันเซียนทั้งหลายจู่โจม
แต่เสียดาย พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า คนที่พวกเขาเผชิญหน้าด้วยในครั้งนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวมากขนาดไหน
เพียงแค่ไม่กี่พริบตาเท่านั้น ภายใต้สายตาจับจ้องด้วยความตื่นตระหนกของผู้คนทั้งหลายที่อยู่ห่างออกไป ร่างของซูอี้ราวกับแสงสว่างระยิบระยับ บดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้า!
ปัง ปัง ปัง!
แผ่นยันต์ส่งเสียงแตกระเบิดขึ้นติดต่อกัน ในช่วงเวลาเป็นตายเท่ากัน ราชันเซียนฝ่ายของหม่าคุนตกใจจนพากันขยำป้ายยันต์ ถูกย้ายออกไปจากสถานที่แห่งนี้
การต่อสู้จึงปิดฉากลง
ราชันเซียนที่อยู่ห่างออกไปเหล่านั้นมองดูด้วยอาการตื่นตระหนกหัวใจสะท้าน สันหลังเย็นวาบ ล้วนสงสัยกันว่าเสิ่นมู่คนนี้เป็นราชันเซียนไร้เทียมทานด้วยเช่นกันอย่างนั้นหรือ?
ไม่เช่นนั้น เหตุใดจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้?
ซูอี้รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
ไม่อาจฆ่าคู่ต่อสู้จนตายได้ เพียงแค่ตกรอบไปเท่านั้น เขารู้สึกเสียดายยิ่งนัก
แต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่เป็นงานประกวดล่าเวหา ราชันเซียนแต่ละคนต่างก็มีแผ่นยันต์คุ้มครอง อยากจะฆ่าสังหารคู่ต่อสู้ ทำได้แต่เพียงลงมือตอนที่ไม่ระวังเท่านั้น
‘ครั้งหน้าเจอคู่ต่อสู้อีก จะต้องไม่ผลีผลามอีก และเวลาที่ลงมือ จะต้องเด็ดขาดรวดเร็วกว่านี้อีกหน่อย พยายามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้แผ่นยันต์คุ้มครองทัน’ ซูอี้ขบคิดกับตัวเอง