บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1676: จับเป็น
ตอนที่ 1676: จับเป็น
ฉู่ป้าเทียนฉีกยิ้มกล่าวทักทาย “แม่นางอวี่เยียน เจ้าและข้านี่ดวงสมพงษ์กันจริงแท้ พบกันอีกแล้ว”
ทังอวี่เยียนเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
ขณะที่ราชันเซียนคนอื่น ๆ ล้วนมีสีหน้าบูดบึ้ง
คราก่อน ณ ส่วนลึกในพงไพร ฉู่ป้าเทียนไม่เพียงฉวยโอกาสฉกชิงผลประโยชน์ ยังข่มขู่รีดไถพวกเขาด้วย!
ยามนั้น ทังอวี่เยียนบาดเจ็บสาหัสเกินไป จึงต้องกล้ำกลืนโทสะส่งโอกาสในมือของนางให้
และยามนี้ฉู่ป้าเทียนก็ใช้ลูกไม้เดิม ฉวยโอกาสปล้นกันยามวิกฤติอีกหน ทำให้ทังอวี่เยียนและคนอื่น ๆ เดือดดาล เคียดแค้นฟันแทบป่นแหลก
“ฉู่ป้าเทียน เจ้าจะรังแกกันเกินไปแล้วนะ!”
ทังอวี่เยียนฟาดฟันมีดสั้นสีเขียวของนางเข้าโจมตี
เคร้ง!!
ฉู่ป้าเทียนตวัดหอกศึกในมือขวางการโจมตีของทังอวี่เยียนไว้อย่างราบรื่น เกิดเป็นเสียงสนั่นกัมปนาท
“ทังอวี่เยียน เจ้าบาดเจ็บสาหัส สหายของเจ้ายังแสนอ่อนแอในสายตา ในกรณีนี้ เจ้าจะนำอันใดมาสู้กับข้า?”
ฉู่ป้าเทียนเชิดหน้าหัวเราะลั่นนภา “เชื่อหรือไม่ว่าหากเจ้าทุ่มสุดกำลังสู้กับข้า พวกเจ้าล้วนจบไม่สวย?”
ราชันเซียนทั้งหลายเปลี่ยนสีหน้าโดยพร้อมเพรียง โทสะสุมแน่นไปหมด
จริงดังฉู่ป้าเทียนว่า พวกเขาผ่านศึกดุเดือดมามากกว่าจะฆ่ามังกรมารคะนองโลหิตลงได้ในหนนี้ นับได้แล้วว่าเป็นศรปลายวิถีไร้เรี่ยวแรง!
“ครั้งนี้ ข้าจะลากคนหน้าไม่อายเช่นเจ้าไปด้วย!”
ทังอวี่เยียนว่าพลางตวัดมีดสั้นเข้าโจมตี
นางเดือดดาลโดยสมบูรณ์
นางถูกฉู่ป้าเทียนฉกฉวยผลประโยชน์ไปสองหนในคราเดียว ทำให้นางทิ้งคำนึงทุกสิ่ง ต้องการเพียงสังหารฉู่ป้าเทียน คนสาวเลวนี่ลงเท่านั้น!
“อย่าโกรธเลย โกรธไปก็ทำอันใดข้าไม่ได้ แล้วไฉนต้องลำบากด้วย? อีกอย่าง ข้าหาคิดสู้กับพวกเจ้าไม่ ลาแล้ว ฮ่า ๆๆ!”
ฉู่ป้าเทียนเสสรวลแล้วหันหลังจากไป
ร่างของเขาวูบไหวหายไปลับตา
“พวกเจ้ารอข้าที่นี่นะ!”
ทังอวี่เยียนสั่งการแล้วไล่ตามไปทันที
เมื่อเหล่าราชันเซียนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็ล้วนอึดอัดเป็นกังวล สีหน้าแปรเปลี่ยนไป
“สุนัขฉู่นี่ช่างฉ้อฉล น่ารังเกียจนัก!”
มีผู้ปริปากสบถด่า “ข้ามิเคยเห็นราชันเซียนไร้เทียมทานใด ๆ น่ารังเกียจชวนขยะแขยงเช่นเขามาก่อนเลย!”
มีผู้กล่าวอย่างเป็นกังวล “แม่นางอวี่เยียนใจร้อนเกินไปแล้ว นางไล่ตามไปเช่นนั้น หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับนาง มิใช่ว่า…”
“อย่าห่วงเลย แม่นางอวี่เยียนเป็นราชันเซียนไร้เทียมทาน หากจะทุ่มสุดกำลังต่อสู้จริง ๆ ฉู่ป้าเทียน ก็ต้องเสียหายเหมือนกัน”
“เอ้อ แล้วเจ้าเสิ่นมู่นั่นเล่า?”
ทันใดนั้น คนผู้หนึ่งก็พบว่าไร้วี่แววของในบริเวณใกล้เคียง
“มิใช่เจ้าคนเอาแต่เสวยสุขนั่นกลัวจนหนีไปแล้วหรือ?”
“ถุ้ย! ไอ้สารเลวนี่ตาขาวจริงแท้!”
“คนเช่นนี้ เมื่อครู่ที่พูดว่ามาช่วยคุ้มกันเรา แท้จริงก็แค่วาจาเลื่อนลอย ไร้ประโยชน์ใด!”
…ทันใดนั้น เหล่าราชันเซียนก็ดูจะได้พบเป้าระบายโทสะ ผรุสวาทซูอี้กันอย่างเผ็ดร้อน
ครึ่งเสี้ยวชั่วยามต่อมา
ทังอวี่เยียนกลับมาด้วยใบหน้างามงอง้ำ สีหน้าของนางแสนหดหู่
มิต้องสงสัยเลยว่านางไม่อาจไล่ตามฉู่ป้าเทียนทัน
ราชันเซียนทั้งหลายต่างรีบร้อนเข้าไปปลอบใจทังอวี่เยียน บอกนางไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับการสูญเสียของนอกกายชั่วขณะมากนัก
สายตาของทังอวี่เยียนกวาดมองไปทั่วแล้วเอ่ยถาม “เสิ่นมู่ล่ะ?”
ทันใดนั้น ทุกผู้ก็พร้อมใจกันผรุสวาทด่าทอ บอกว่าซูอี้ขี้กลัวเยี่ยงหนู กลัวจนหนีไปแล้ว
ทังอวี่เยียนขมวดคิ้วถอนใจ “พอแล้ว มิต้องพูดถึงเขาแล้ว เราไปสำรวจโอกาสที่ก้นธารมารผีดิบกันเถอะ”
แล้วอารมณ์ของผู้คนจึงดีขึ้น
แม้ครานี้ผลประโยชน์จะถูกฉู่ป้าเทียนฉกฉวยไป แต่โอกาส ณ ก้นธารมารผีดิบยังคงอยู่ จึงเรียกว่าขาดทุนย่อยยับมิได้
……
ขณะเดียวกัน
ภายใต้ท้องนภาอันขมุกขมัว ฉู่ป้าเทียนใช้ ‘เคล็ดสยบพันชะตา’ เคลื่อนกาย ร่างของเขาเป็นเช่นแสงเงาอันเกินจับต้อง วูบไหวในธารเมฆา
“การเก็บเกี่ยวเช่นนี้ดีจริง ๆ!”
ใบหน้าของฉู่ป้าเทียนเปื้อนยิ้ม เขาตรวจสอบแล้วพบว่ามังกรมารคะนองโลหิตนี้คือสมบัติมีค่ามหาศาล
สิ่งที่ยิ่งหายากคือผลึกมารในตัวมังกรมารคะนองโลหิตนั้นคุณภาพยอดเยี่ยม หาได้ยากเอาการ และบรรจุที่มาอำนาจแห่งมังกรอันบริสุทธิ์เอาไว้!
“มิน่าเล่า ทังอวี่เยียน สตรีผู้นั้นจึงโกรธจนคลั่ง เหยื่อถูกชิงไปเช่นนี้ ใครเล่าจะไม่โมโหโกรธา?”
ทันทีที่ฉู่ป้าเทียนคิดเช่นนี้ เขาก็อดหัวเราะมิได้
“ในงานประกวดล่าเวหานี้หาจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าสู้ไม่ ขอเพียงหาโอกาสอันเหมาะสม ก็ปล้นสมบัติอันดีเกินคาดได้มากมายแล้ว!”
ฉู่ป้าเทียนครุ่นคิดรวดเร็ว “ทว่าก็ถึงกาลไปยัง ‘แดนมหาบาป’ แล้ว ว่ากันว่าพวกคนอย่างกงหนานเฟิงกับเวิงฉางเฟิงต่างเร่งไปยังแดนมหาบาปกันตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อน หากไร้เรื่องผิดพลาดใด เกรงว่าพวกเขาคงเข้าไปตรวจสอบโลกเร้นลับซึ่งอยู่มาแต่ยุคสุดวิเวกในแดนมหาบาปกันแล้ว…”
ทันทีที่คิดเช่นนั้น ฉู่ป้าเทียนพลันสัมผัสได้ถึงวิกฤติร้ายแรง เส้นขนพากันลุกซู่
เขาหลบไปข้าง ๆ โดยไร้ลังเล
ฉัวะ!
ปราณดาบสายหนึ่งฉายขึ้นตรงหน้า คว้านเป็นเส้นยาวพาดนภาขยี้หมู่เมฆหายไป
ฉู่ป้าเทียนเหงื่อแตกพลั่ก
ปราณดาบสายนี้ปรากฏขึ้นกะทันหันเกินไป มิอาจหยุดยั้งได้เลย หากไม่ใช่เพราะประสบการณ์ต่อสู้ของเขาขัดเกลายาวนาน เกิดเป็นสัญชาตญาณศึกอันไม่ธรรมดาเหนือผู้ใด เกรงว่าคงถูกดาบนั้นเชือดเข้าให้แล้ว!
“ใคร?”
ฉู่ป้าเทียนตวาดลั่น
ในมือของเขาถือหอกศึก นัยน์ตาเรืองรองเช่นประทีป จิตสังหารพลุ่งพล่านทั่วร่าง เบื้องหลังเขาปรากฏเงาร่างของโคยักษ์ตัวหนึ่ง สี่อุ้งเท้าดุจเสาค้ำโลกาเชื่อมสวรรค์
“อย่ากลัวไป ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก”
ไกลออกไป ร่างของซูอี้ปรากฏขึ้นและเดินเข้ามาหา
“หือ? ไฉนเป็นเจ้าได้”
ฉู่ป้าเทียนมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเคยเห็นชายในชุดนักพรตผู้นี้มาก่อนที่ตลิ่งธารมารผีดิบเมื่อครู่ และอีกฝ่ายน่าจะเป็นพรรคพวกของทังอวี่เยียน!
และเมื่อเขาเห็นยันต์สาส์นในมือของอีกฝ่าย ฉู่ป้าเทียนก็ตะลึงไปแล้วเผลอคลำเอวตน
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปทันที
ยันต์สาส์นห้อยเอวของเขาหายไปแล้ว!
“ก่อนหน้านี้ เหตุที่เจ้าลอบโจมตีข้าก็เพื่อขโมยยันต์สาส์นของข้าหรือ?”
ฉู่ป้าเทียนเดือดดาล
“ใช่”
ซูอี้พยักหน้าอย่างเยือกเย็น “ข้ากลัวเจ้าจะหนี เลยต้องใช้ลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ”
เมื่อเห็นท่าทีไร้ความกลัวของเขา ดวงตาของฉู่ป้าเทียนก็วูบไหว ตระหนักแล้วว่าบางอย่างมิชอบมาพากล “กลัวข้าหนี? เจ้ายังคิดต่อสู้ชี้เป็นตายกับข้าหรือ?”
ซูอี้เสสรวลกล่าว “เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าทำเช่นนี้เพื่อจับเป็นเจ้าต่างหาก”
จับเป็น!
วาจานั้นเปี่ยมด้วยการเหยียดหยาม
แม้ฉู่ป้าเทียนจะเดือดดาล เขาก็ตระหนักถึงความผิดปกติมากขึ้นตามกาล ฝืนตนให้ทนต่อโทสะและกล่าวว่า “เจ้าเป็นใคร แล้วเหตุใดจึงทำเช่นนี้ ข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าเคยมีความแค้นกับเจ้ายามใจ เจ้า… เข้าใจอันใดผิดหรือไม่?”
เขาตั้งใจจะถ่วงเวลาลองเชิงซูอี้!
ซูอี้ครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “ข้าและเจ้าไร้ความแค้นกันจริง ๆ แต่ข้ามีหนี้เลือดซึ่งมิอาจคลี่คลายกับไอ้แก่ฉู่ ฉู่เสินทงอยู่”
ฉู่ป้าเทียน “???”
ในแดนเซียนนี้ ใครเล่าจะมิทราบว่าปู่ทวดฉู่เสินทงของเขาคือจอมราชันนักสังหารผู้ขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียน?
ทว่ายามนี้ ราชันเซียนผู้หนึ่งกลับอ้างว่าตนมีความแค้นกับปู่ทวดของเขา ซึ่งก็เหมือนหลอกกันโดยแท้
ปกติยามเกิดการลวงหลอก ก็มักเป็นการหลอกเพื่อผลประโยชน์
ทว่าคนผู้นี้กลับหลอกลวงเพราะต้องการบังคับแก้แค้น!
บ้าไปแล้ว!!
หลังทำใจให้สงบได้ ฉู่ป้าเทียนก็กล่าวว่า “เช่นนั้น… เจ้าขยายความได้หรือไม่?”
ซูอี้ว่า “บอกข้าก่อนได้หรือไม่ ว่าฉู่เสินทงในยามนี้ซ่อนอยู่หนใด?”
ฉู่ป้าเทียนแค่นยิ้มเย้ย “กระไรหรือ เจ้าเป็นเพียงราชันเซียน อยากไปหาที่ตายที่นั่นหรือไร?”
ซูอี้ถูหว่างคิ้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแค่การไถ่ถามคงมิอาจได้ข้อมูลมีค่าใด ๆ จากปากฉู่ป้าเทียน
เขาสิ้นลังเล ก้าวออกมากล่าวเบา ๆ “ภายหน้า ยามข้าไปไล่ชำระแค้นกับไอ้แก่ฉู่ที่ทะเลบูรพา ข้าจะพาเจ้าไปด้วยแน่”
ดวงตาของฉู่ป้าเทียนวูบไหวด้วยจิตสังหาร ชิงโบกหอกศึกโจมตีก่อนอย่างดุดัน
ตู้ม!
หอกศึกเรืองรัศมี ส่งปราณฆ่าฟันร้ายแรง และดูจะมีเงาอันเลือนรางของโคตัวหนึ่งปรากฏขึ้น เยื้องย่ำเหนือนภา กู่คำรามสะท้านเวหา
ฟ้าดินป่วนสะท้าน หมู่เมฆาสลายกระจาย
ต้องกล่าวว่าฉู่ป้าเทียนนั้นควรค่าเป็นราชันเซียนไร้เทียมทาน ความแข็งแกร่งของเขาเลิศเลอเกินเทียบได้กับราชันเซียนทั่วไป
จากการประเมินด้วยสายตาของซูอี้ ฉู่ป้าเทียนนั้นฝีมือทัดเทียมกับเสนามารไร้เทียมทานอิ๋นเป๋ยอู่แห่งเผ่ามารจันทราเงิน!
น่าเสียดายที่ศัตรูเช่นนี้ไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเขาอีกต่อไป
แขนเสื้อพัดกระพือ พลังปราณของซูอี้โหมคำราม ชกออกไปติด ๆ กันสามหน
หมัดแรกเป็นเช่นเทพในโลกมนุษย์ยกบรรพตศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่โบราณขึ้นทุ่มลงใส่โลกหล้า บดขยี้สุญญะเข้าใส่ฉู่ป้าเทียน
หอกศึกของฉู่ป้าเทียนปลิวไปพร้อมเสียงกัมปนาทเสียดโสต
หมัดที่สองดุจรุ้งทิพย์พาดตะวัน รวดเร็วดุจอสนีบาต ทำลายอำนาจป้องกันรอบกายฉู่ป้าเทียน ขยี้เข้าใส่อกของเขาราวไร้อุปสรรค
เมื่อเสียงเนื้อกระทบกระดูกดังขึ้น ร่างของฉู่ป้าเทียนก็ปลิวกลับหลัง โลหิตทะลักออกเจ็ดทวาร บาดเจ็บสาหัสใกล้สิ้นสูญ
ส่วนหมัดที่สามนั้นเป็นเช่นกรงขังมหาวิถี อำนาจประหนึ่งตรวนเทพผนึกเวหา เพียงหนึ่งโจมตี วิถีเต๋าทั้งในและนอกกายฉู่ป้าเทียนก็รวนเรไร้ระเบียบ ถูกผนึกด้วยอำนาจหมัดอันระเบิดจากร่างของเขากะทันหัน ร่วงลงจากอากาศสู่พื้น
ซูอี้ยกมือขึ้นคว้าคอฉู่ป้าเทียนราวเป็ดตัวหนึ่ง
ฉู่ป้าเทียนแผดเสียงร้อง ดวงตาเห็นดาวเดือน ร่างรวดร้าวสาหัส สมองอื้ออึงว้าวุ่น ชะงักงันไปโดยหมัดทั้งสาม
เขาเป็นใคร?
ราชันเซียนไร้เทียมทานจากวังเซียนฟ้ามรกตแห่งทะเลบูรพา เหลนชายของจอมราชันนักสังหาร ตัวตนลือนามในแดนเซียน!
ไม่เพียงแข็งแกร่งท้าทายสวรรค์ ศักดิ์ศรีและสถานะของเขายังสูงส่งพอให้มหาเซียนมากมายในโลกต้องสงวนท่าทีนอบน้อมให้เกียรติ!
ทว่ายามนี้ เขากลับถูกปราบเสียราบคาบด้วยสามเพลงหมัด!
และตลอดการประมือนั้น เขามิอาจต้านทานอันใดได้เลย ความรู้สึกนั้นทำให้เขาสิ้นหวังสติหลุดลอย
คนผู้นี้เป็นใครกันแน่?
ไฉนจึงทรงพลังเพียงนี้?
ไฉนก่อนหน้านี้เขาจึงมิได้ช่วยทังอวี่เยียนที่ริมธารมารผีดิบ แต่เลือกดักปล้นโจมตีเขาในยามนี้?
ความงุนงงนับไม่ถ้วนพลุ่งพล่านในใจฉู่ป้าเทียน
ทว่าก่อนเขาจะทันมีปฏิกิริยา เขาก็พบว่าชายหนุ่มในชุดนักพรตซึ่งแม้แต่นามก็ยังไม่ทราบแย้มยิ้มน้อย ๆ และกล่าวว่า “ต่อจากนี้ ต้องลำบากเจ้าไปสักพักก่อนนะ”
ว่าแล้ว เขาก็ยกมือขึ้นสับใส่ ทำให้ฉู่ป้าเทียนหมดสติไป
“ว่าแล้วเชียว วิญญาณของเด็กนี่มีอำนาจผนึกต้องห้ามอยู่”
ซูอี้ตรวจสอบด้วยจิตสัมผัสเล็กน้อยแล้วเลิกคิ้วนิด ๆ
แม้เขาจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าการสืบค้นวิญญาณราชันเซียนไร้เทียมทานอย่างฉู่ป้าเทียนจะเป็นเรื่องยาก ชายหนุ่มก็ไม่คาดว่าฉู่เสินทงจะตราผนึกต้องห้ามไว้ในจิตวิญญาณของฉู่ป้าเทียนด้วยตนเอง
กล่าวคือ อำนาจผนึกต้องห้ามซึ่งตัวตนขอบเขตมหาศาลสร้างไว้ กระทั่งมหาเซียนในโลกหล้ายังลบมิได้!