บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1680: อหังการไร้คู่เทียบ ...............
ตอนที่ 1680: อหังการไร้คู่เทียบ
……………
ตอนที่ 1680: อหังการไร้คู่เทียบ
“เสิ่นมู่ แข็งแกร่งเพียงนี้เลยหรือ?”
ทังหานเฟิงตกตะลึง แทบไม่เชื่อสายตาของตนเอง
ระหว่างทาง พวกเขาคิดมาตลอดว่าซูอี้นั้นเป็นคนอ่อนแอ ขี้ขลาดตาขาว ซ้ำยังลอบดูถูกอยู่ในใจมากมาย
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่ายามอีกฝ่ายลงมือจริง ๆ ความแข็งแกร่งของเขาจะร้ายกาจเพียงนี้!
ราชันเซียนทั้งหลายเองก็เบิกตากว้าง
สังหารเจ็ดราชันเซียนในหนึ่งการโจมตี ท่าทีของเขาช่างไร้ความสลักสำคัญ ทำให้พวกเขานึกสงสัยว่านี่ใช่ซูอี้ที่พวกตนรู้จักหรือ?
ผู้ตกตะลึงที่สุดคือทังอวี่เยียน
เพราะมีเพียงนางที่รู้ว่าเสิ่นมู่เป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตจักรวาล!
เป็นตัวตนขอบเขตจักรวาล แต่กลับบดขยี้ราชันเซียนเจ็ดคนได้ด้วยหนึ่งการโจมตี!
สิ่งนี้ทำให้หญิงเฒ่างุนงงเล็กน้อย
ในโลกนี้ยังมีผู้ท้าทายสวรรค์เพียงนี้อยู่ด้วยหรือ!?
ก่อนจะทันคืนสติ มหาศึกก็บังเกิดขึ้นแล้ว ณ แดนดินห่างออกไป
ฝั่งซูอี้ก็ไม่ได้คิดเกรงใจอีกต่อไปแล้ว
ร่างของเขาเหยียดตรง ชายแขนเสื้อโบกสะบัด เยื้องย่างเหนือเวหาแล้วสะบัดฝ่ามือออกไป
เปรี้ยง!
รอบกายของชายหนุ่มปรากฏภาวะดาบปะทุขึ้นทะลวงท้องนภา คมกริบเกินใดเทียบ เป็นประหนึ่งเทพดาบเหนือโลกา ยิ่งยงเหนือผู้ใด
เพียงหนึ่งฝ่ามือนั้น สมบัติเซียนมากมายครวญวจีขณะปลิวกระเด็น หวีดหวิวร่ำไห้สะท้านแดน
และเมื่อพลังฝ่ามือนั้นแพร่ออกไป ราชันเซียนอีกสามคนซึ่งหนีไม่ทันก็ถูกฟาดกระเด็นดุจแมลงวัน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
จากนั้นร่างของทั้งสามคนก็หายวับไปจากสนามรบพร้อมคลื่นมิติกระเพื่อม
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายามตกอยู่ในภาวะคับขัน พวกเขาต่างขยี้ยันต์เพื่อเอาชีวิตรอด
ทว่าพวกเขาก็ตกรอบไปเพราะสาเหตุนี้!
“คนผู้นั้นแข็งแกร่งเพียงนี้เลยหรือ?”
“ความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับพวกราชันเซียเลยนะ!”
“ทุกคนระวังด้วย!”
เสียงตวาดดังไปทั่วทั้งสนามรบ
ราชันเซียนจากฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งเดิมล้อมโจมตีซูอี้อย่างดุดันอดระวังตัวกันขึ้นมาไม่ได้
กระทั่งราชันเซียนไร้เทียมทานทั้งหลายยังตื่นตะลึง มิอาจคาดคิดได้ว่าฝ่ายของทังอวี่เยียนยังมีผู้ร้ายกาจท้าทายสวรรค์เช่นนี้อยู่
มิน่าเล่า ยามชิงโอกาสมาได้ก่อนหน้านี้ เขาจึงไม่เลือกหลบหนี มิใช่เพราะเย่อหยิ่ง แต่เพราะไร้ความกลัว!
“ฆ่า!”
ชายผมขาวผู้หนึ่งตวาดลั่น พาราชันเซียนกลุ่มหนึ่งเข้าโจมตี
หลี่เซียว เป็นราชันเซียนไร้เทียมทานจากสำนักมารกระดูกขาว
เขาฝึกฝนคัมภีร์มารสวรรค์สะบั้นแปดทิศ มากพรสวรรค์ มีวิถีเต๋าในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ ถือหอกอสรพิษอันรายล้อมด้วยสายฟ้าอัสนี
เมื่อเขาโจมตี อากาศรอบข้างจะส่งเสียงแปลบปลาบ อัสนีสีเลือดแล่นพล่าน อำนาจยิ่งใหญ่สะเทือนจิต
และราชันเซียนในคณะของเขาต่างร่วมมือกันอย่างรู้ใจ ต่างผู้ใช้สารพัดสมบัติโจมตีซูอี้จากทุกทิศทาง ประสานร่วมมือกับหลี่เซียวเป็นอย่างดี
ดวงตาของซูอี้มองด้วยความเดียดฉันท์ เขากระโจนมาเบื้องหน้า ใช้ร่างดุจดาบทะลวงการโจมตีอย่างดุดัน
ตู้ม!
เขาสะบัดแขนเสื้อ เมื่อปาดนิ้วออกไป ปราณดาบอันเจิดจรัสทิ่มแทงก็ทะยานฉีกผ่านเวหาไป
ทันใดนั้น สมบัติเซียนทั้งหลายก็ถูกบดขยี้เยี่ยงเศษกระดาษ
และปราณดาบอันไม่อาจทำลายก็แผ่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง กวาดร่างราชันเซียนที่อยู่ใกล้เคียงกับหลี่เซียวออกไปทันที
บ้างถูกสะบั้นขาดสองท่อน
บ้างถูกปราณดาบสับแหลก
บ้างถูกทะลวงอกจนกลวงโบ๋
…เรื่องที่น่าสะพรึงกลัวคือราชันเซียนเหล่านั้นต่างระวังตัวแจมาตั้งแต่แรก ทว่าจากการถล่มใส่ของปราณดาบอันอหังการเช่นนี้ก็ยังมีหลายชีวีปลิดปลิว มิอาจขยี้ยันต์หนีไปได้ทัน!
ทุกสิ่งนั้นเป็นเพราะความต่างชั้นของฝีมือมีมากเกินไป
แม้ซูอี้จะดูเหมือนเผชิญหน้ากับกลุ่มศัตรูเพียงลำพัง ทว่าปราณดาบที่เขาสำแดงออกมานั้นมีอำนาจที่อหังการยิ่ง!
ตัดสินเป็นตายในชั่วพริบตา!
ราชันเซียนหลี่เซียวถูกพิรุณดาบกวาดกระเด็น ร่างสะท้านเลือดลมปั่นป่วนทั่วกาย
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน สัตว์ประหลาดนี่โผล่มาแต่หนใด ไฉนจึงมีวิถีดาบที่น่ากลัวนัก?
ตู้ม!
ฮัวหมิงอู๋ผู้อยู่ในชุดเกราะสีเงินลงมือ กวัดแกว่งหอกสีเลือดโจมตีอย่างรุนแรง
ความดุร้ายนี้ทำให้ราชันเซียนในละแวกเดียวกันหายใจไม่ทั่วท้อง
ซูอี้ดีดนิ้ว
เคร้ง!!
หอกในมือของฮัวหมิงอู๋สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างของเขาถูกกระแทกจนเซถอยไปสองสามก้าว สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างช่วยมิได้
และซูอี้ก็ฉวยโอกาสนี้เคลื่อนไหวประหนึ่งวาตะเมฆาในแดนไร้ผู้คน ปราณดาบดุร้ายเหินทะยาน บดขยี้ราชันเซียนไปอีกกลุ่ม
โลหิตสาดกระเซ็น
เสียงกรีดร้องสะเทือนนภา
แม้ราชันเซียนเหล่านั้นจะสามารถหนีออกไปก่อนได้ พวกเขาก็ยังสะบักสะบอม วิญญาณได้รับบาดเจ็บสาหัส
มิต้องเดาก็ทราบว่าหากไม่ใช่เพราะยันต์ชั่วชีวิต พวกเขาคงถูกสังหารไปแล้ว!
เหตุการณ์นองเลือดนี้ทำให้ราชันเซียนจากขุมกำลังใหญ่ต่าง ๆ ล้วนพรั่นพรึงและตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
เสิ่นมู่ผู้นี้คือใครกันแน่?
ไฉนจึงท้าทายสวรรค์เพียงนี้?
ต้องทราบว่าฝ่ายของพวกเขาล้วนแต่มีราชันเซียนไร้เทียมทานอยู่!
ทว่ายามรุมโจมตีเข้าไปจริง ๆ กระทั่งราชันเซียนไร้เทียมทานเหล่านั้นยังไร้กำลังจะหยุดเรื่องทั้งหมดนี้ ทำให้ซูอี้กำจัดราชันเซียนไปได้มากมายติดต่อกัน
ยามนี้เพิ่งเริ่มศึกได้ไม่ทันไร ทว่าราชันเซียนก็ถูกกำจัดไปแล้วสิบเก้าคน
สามราชันเซียนตายคาที่!
ความเสียหายเพียงนี้ ใครเล่าจะไม่แค้น?
ราชันเซียนบางคนกระทั่งตื่นกลัวจนจิตต่อสู้สั่นคลอน!
“ที่เขาไม่เคยลงมือมาก่อนนั้นมิใช่เพราะแข็งแกร่งไม่พอ แต่เป็นเพราะเขาซ่อนคมมิเผยตัวมาตลอด…”
หัวใจของทังอวี่เยียนสะท้าน
มีหรือนางจะไม่เห็นว่าเซียนขอบเขตจักรวาลหนุ่มผู้นี้ แท้จริงแล้วสามารถพอเข่นฆ่าราชันเซียนไร้เทียมทานได้?
เรื่องน่าขันก็คือ นางมองอีกฝ่ายด้วยอคตินับแต่แรกพบ ไม่ว่าทังเป่าเอ๋อร์กับอาเจ็ดจะคัดค้านเพียงไร นางก็มิเคยสนใจจริงจัง
สิ่งที่ยิ่งน่าขันคือ นับแต่เข้ามาในบรรพตมารล่าเวหา ทุกผู้ในคณะของนางล้วนมองซูอี้เป็นตัวถ่วง แม้จะมีฐานะสูงส่ง แต่ก็ขี้ขลาดตาขาวในยามศึก ทำเพียงเสวยสุขบนความสำเร็จของผู้อื่น
และยามนี้เมื่อย้อนคิดกลับไป นางก็อดละอายแก่ใจตนมิได้
ส่วนทังหานเฟิงกับราชันเซียนคนอื่น ๆ ในขณะนั้นต่างทึ่มทื่อด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกโตเท่าไข่ห่าน สมองวิงเวียนไปหมด
ตลอดการเดินทางนี้ พวกเขามีอคติกับซูอี้มากที่สุด
ทว่ายามนี้ พวกเขารู้สึกเพียงว่าถูกมือที่มองไม่เห็นตบหน้าเข้าฉาดใหญ่
ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักถึงความหมายของวลี ‘มีตาไร้แวว’
ทันใดนั้น เสียงตะโกนลั่นของราชันเซียนไร้เทียมทานฮัวหมิงอู๋ก็ดังขึ้นในสนามรบ
“ทุกท่าน เราร่วมมือกันปราบคนผู้นี้ลงก่อนดีหรือไม่? หาไม่ เราทุกคนที่นี่คงถูกเขาปราบลงสิ้นแน่!”
“ได้!”
“เป็นไปตามนั้น”
ทันใดนั้น ห้าราชันเซียนผู้ไร้เทียมทาน ประกอบด้วยหลี่เซียวจากสำนักมารกระดูกขาว ฝูอวิ๋นจื่อจากบรรพตเซียนหกตะปู หวงเปยเยี่ยจากโถงดาบปราณมงคล เถาหรูซวงจากสำนักเต๋ายุทธ์แท้สัจธรรมและกู้ตงหลิวจากลัทธิอัคคีเทพต่างตอบรับอย่างยินดี
เมื่อเห็นเช่นนี้ ราชันเซียนคนอื่น ๆ ต่างลอบถอนใจโล่งอกแล้วถอยออกมาชมศึกอย่างพร้อมเพรียง มิกล้าเข้าไปพัวพันอีก
ทังอวี่เยียนกับคณะพลันนิ่งเกร็ง
หกราชันเซียนไร้เทียมทานร่วมมือ นับได้แล้วว่าไร้เทียมทานในงานประกวดล่าเวหานี้ มิต้องกลัวคู่แข่งใด ๆ!
นอกจากนั้น สาเหตุที่ราชันเซียนไร้เทียมทานจึงถูกเรียกว่าไร้เทียมทาน นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาล้วนแต่มีรากฐานและอำนาจต่อสู้ท้าทายสวรรค์ในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ เพียงพอครอบงำผู้คนขอบเขตเดียวกันทั่วโลกหล้าได้อยู่หมัด!
และตัวตนเช่นนี้ก็มักถือครองเคล็ดวิชาสูงสุดและสมบัติลับสูงสุดไว้
ราชันเซียนไร้เทียมทานอย่างกงหนานเฟิงและเวิงฉางเฟิงนั้น กระทั่งข้ามขอบเขตไปเผชิญหน้ากับมหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้นยังได้!
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของราชันเซียนไร้เทียมทาน
และยามนี้ หกราชันเซียนไร้เทียมทานต่างชี้คมหอกไปยังซูอี้ และทังอวี่เยียนก็อดเป็นกังวลมิได้
ตู้ม!
โดยไร้ความลังเลใด ๆ ฮัวหมิงอู๋และราชันเซียนไร้เทียมทานคนอื่น ๆ ต่างรวมตัวกันใช้สมบัติลับของตน ใช้วิชาสังหารทะยานเข้าหาซูอี้
‘ในที่สุดก็น่าสนใจขึ้นมานิด ๆ แล้ว’
ซูอี้รำพึงในใจ
การสยบทุกผู้ทั่วหล้านั้นแสนสาใจจริงแท้ แต่ถึงอย่างไรก็ขาดความรู้สึกระทึกจากใจอยู่
และยามนี้ พันธมิตรหกราชันเซียนไร้เทียมทานทำให้ซูอี้กระตุ้นจิตต่อสู้ขึ้นมาได้บ้างในที่สุด
“ย้าก!”
หลี่เซียวเรียกใช้หอกอสรพิษอสนีบาตฟาดฟันลงอย่างดุเดือด
ขณะเดียวกัน กระบวนท่าสังหารของราชันเซียนไร้เทียมทานคนอื่น ๆ ก็กู่ก้องสะท้อนทั่วทั้งนภา อำนาจร้ายกาจทำให้ฟ้าดินสั่นสะท้าน บรรพตลำธารสั่นคลอน
ทว่าซูอี้ก็ไม่ได้ถอยหนี แล้วซัดกำปั้นเข้ารับแทน
ท่าทีของเขาเฉื่อยชาเยี่ยงเทพสำแดงวิชา ออกหมัดถล่มเวหา ระเบิดสุญตา หอกอสรพิษอสนีบาตของหลี่เซียวที่ทิ่มแทงเข้ามาแทบกระเด็นหลุดมือในทันที
ขณะเดียวกัน ร่างของซูอี้ก็วูบไหวดุจประกายแสง โจมตีห้าหนในพริบตา ใช้นิ้วมือเช่นคมดาบฟาดฟันดุเดือด บ้างขยับประทับตรา อหังการไร้คู่เทียบ และบางหนก็กางมือตบออกไป…
ทุกการโจมตีนั้นล้วนบดขยี้กระบวนท่าสังหารของราชันเซียนไร้เทียมทานผู้หนึ่ง ทำให้ราชันเซียนไร้เทียมทานผู้นั้นสะท้านต้องถอยหนี
เพียงพริบตา วงล้อมก็ถูกซูอี้ทำลายลง!
ชายหนุ่มในยามนี้ดูเปล่งประกายที่สุด แม้เพียงมือเปล่าก็ดูประหนึ่งไร้เทียมทาน วูบไหวโจมตีฉวัดเฉวียน ปราบหกราชันเซียนผู้ไร้เทียมทานลงในทันที!
เหล่าผู้ชมศึกจากไกล ๆ ล้วนตกตะลึง
หกราชันเซียนประสานการโจมตีกัน แต่กลับมิอาจปราบเสิ่นมู่ลงได้เลย?
และหลังจากพ่ายแพ้ไป สีหน้าของหกราชันเซียนต่างเคร่งขรึมขึ้น จากนั้นจึงออกการโจมตีอย่างสุดกำลัง
ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนทุ่มสุดกำลังไร้การซ่อนเร้น!
“สยบ!”
ฮัวหมิงอู๋คำราม ใช้หอคอยกระดูกขาวหลังหนึ่งขยี้ลงมาจากท้องนภา
หอคอยกระดูกขาวลอยอยู่เหนือเวหา สะท้อนอักขระประหลาดอันบิดเบี้ยวมากมาย เกาะเกี่ยวสร้างเป็นอำนาจจองจำกดทับลงมา
ฟ้าดินใกล้เคียงหยุดนิ่งราวถูกพันธนาการ ตกสู่สภาวะนิ่งค้างอย่างน่าประหลาด
“หอคอยเบญจธาตุสะกดสุญญะ!”
ใบหน้างามของทังอวี่เยียนพลันแปรเปลี่ยน นางรู้ทันทีว่ามันเป็นอาวุธสังหารเลิศล้ำ ไม้ตายก้นหีบของฮัวหมิงอู๋!
งานประกวดล่าเวหานั้นปกคลุมด้วยอำนาจกฎแห่งฟ้าดิน หากมีอำนาจใดปรากฏขึ้นด้วยขอบเขตสูงกว่าราชันเซียน มันจะต้องทัณฑ์สวรรค์เป็นแน่
สมบัติเซียนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
นี่ยังเป็นเหตุที่มหาเซียนทั้งหลายไม่อาจเข้ามาในบรรพตมารล่าเวหาได้
และเช่นกัน ราชันเซียนผู้เข้าร่วมงานประกวดล่าเวหาก็ไม่อาจถือสมบัติต้องห้ามซึ่งมีระดับเหนือกว่าตนเข้ามาได้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น หอคอยเบญจธาตุสะกดสุญญะในมือฮัวหมิงอู๋ก็หาธรรมดาไม่ มันเป็นสมบัติโบราณอันเกินคาดหยั่ง เป็นสุดยอดอาวุธขอบเขตราชันเซียนที่หาได้ยากยิ่ง!
สมบัติชิ้นนี้ถูกฮัวหมิงอู่เร่งใช้สุดกำลัง อำนาจที่ปรากฏออกมาก็เกินคาดคิด!
ทว่านั่นหาใช่จุดจบไม่
ยามที่เขางัดอาวุธก้นหีบออกมาใช้ ราชันเซียนไร้เทียมทานอีกห้าคนที่เหลือก็งัดไม้ตายของตนออกมาเช่นกัน!