บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1698: อาวุธสังหารร่างมนุษย์เหลยเจ๋อ
ตอนที่ 1698: อาวุธสังหารร่างมนุษย์เหลยเจ๋อ
ฝุ่นควันฟุ้งไปหมด
ร่างสูงใหญ่กำยำของเหลยเจ๋อเป็นประหนึ่งขุนเขาตระหง่านที่มิอาจสั่นคลอน ยืนพิทักษ์อยู่ตรงหน้าซูอี้ และมันก็กลายเป็นจุดสนใจทันใด
หัวใจคนทุกผู้สั่นสะท้าน เพราะไม่มีผู้ใดเคยเห็นหุ่นเชิดวิญญาณศึกอันทรงพลังเพียงนี้มาก่อน
เซี่ยขุยหยวน หลี่เปยเชวี่ย และมหาเซียนทั้งเจ็ดต่างขมวดคิ้วอย่างพร้อมเพรียง
พวกเขาคาดเดาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายน่าจะมีไพ่ตายบางอย่างซ่อนอยู่ จึงกล้าประชันกับพวกเขาที่เป็นเจ็ดมหาเซียน
ดังนั้นยามลงมือ พวกเขาจึงจู่โจมเต็มกำลังอย่างไร้ความเกรงใจ
แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าไพ่ตายของซูอี้จะเป็นหุ่นเชิดวิญญาณศึกอันมีพลังต่อสู้ร้ายกาจและน่าสะพรึงกลัวอย่างนี้!
เพียงหนึ่งการโจมตีของมันก็หยุดการโจมตีประสานของพวกเขาเจ็ดมหาเซียนได้ ผู้ใดเล่าจะเคยพบเจอหุ่นเชิดวิญญาณศึกเช่นนี้มาก่อน?
ช่างน่าอัศจรรย์!
หลังจากย้อนนึกถึงอดีตแสนนาน ทั่วทั้งแดนเซียนก็ไม่อาจพบพานแม้สักหน!
เซี่ยขุยหยวนสูดหายใจเข้าลึกและรีบส่งกระแสปราณ “พี่หลี่ เจ้าแบ่งกำลังอีกสามคนไปหยุดหุ่นเชิดวิญญาณศึกนั่น ส่วนเราสามคนที่เหลือจะฆ่าไอ้หนูนั่นเอง! จำไว้ว่าต้องไวที่สุด!”
“ได้!”
หลี่เปยเชวี่ยตอบตกลง
……
“เหลยเจ๋อ เจ้าเห็นคนทั้งเจ็ดนี้หรือไม่ หากแน่ใจว่าชนะได้แน่ ก็ฆ่าได้เลยมิต้องปรานี”
ซูอี้ออกคำสั่งด้วยเสียงแผ่วเบา
พลังของเหลยเจ๋อถดถอยอย่างรวดเร็ว จิตวิญญาณของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จิตใจจึงรู้สึกมึนงงสับสนอยู่บ่อย ๆ
แต่ขอเพียงต้องทำศึก เขาจะไม่มีวันยอมถอย
นี่คือสัญชาตญาณของเขา!
และอำนาจต่อสู้ของเหลยเจ๋อก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ในโลกเร้นลับแห่งยุคสุดวิเวกเมื่อก่อน พญาวิหคเผิงเทียนสลัวและพยากรณ์สวรรค์โจมตีเขาอยู่หลายต่อหลายหน ทว่าเหลยเจ๋อก็บดขยี้พวกเขาเสียจนราบคาบอย่างง่ายดาย
และต้องทราบว่าพญาวิหคเผิงเทียนสลัวเป็นมหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นปลาย!
“ขอรับ!”
เหลยเจ๋อรับคำด้วยเสียงลุ่มลึก
อสนีบาตสีม่วงรอบกายของเขาส่งเสียงแปลบปลาบ คู่เนตรเฉยชาเปี่ยมประกายกระหายเลือด
หลี่เปยเชวี่ยในยามนี้ได้พามหาเซียนอีกสามคนเข้าโจมตี
ตู้ม!
เขาใช้ดาบบินสร้างพิรุณดาบอันเรืองรองกวาดผ่านเวหา
ส่วนมหาเซียนทั้งสามต่างถือง้าว แส้นักพรตและหอกโจมตีเหลยเจ๋อจากมุมต่าง ๆ ด้วยกัน
แม้พวกเขาจะมีเพียงสี่คน แต่เมื่อร่วมมือกัน ระดับพลังที่เผยออกมาก็ยิ่งทวีความทรงพลังยิ่งกว่ายามเจ็ดมหาเซียนรวมพลังเมื่อครู่!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาล้วนตระหนักแล้วว่าเหลยเจ๋อร้ายกาจ จึงลงมือโจมตีอย่างไม่เกรงใจ คิดถ่วงแข้งถ่วงขาเหลยเจ๋อไว้ เปิดโอกาสให้เซี่ยขุยหยวนและพรรคพวกสังหารซูอี้
“ลงมือ!”
ขณะเดียวกัน ดวงตาของเซี่ยขุยหยวนก็พลุ่งพล่านด้วยจิตสังหาร ขณะพามหาเซียนอีกสองคนทะยานผ่านนภาเข้าสังหารชายหนุ่มด้วยกัน
ทว่า ยามที่พวกเขากำลังจะโจมตีนั้นเอง เซี่ยขุยหยวนและมหาเซียนอีกสองคนต่างหน้าเปลี่ยนสีในบัดดล
ทันใดนั้นเอง…
ตู้ม!
ท้องนภาสั่นสะท้าน ร่างที่อาบอสนีบาตสีม่วงของเหลยเจ๋อดุจเทพสงครามปรากฏกายในอดีตกาล อำนาจร้ายกาจปกคลุมทั่วผืนนภา!
เขายกมือขึ้นคว้า
เป๊าะ!
ง้าวสีเงินซึ่งแทงใส่หน้าเขาแหลกละเอียดดุจเศษเต้าหู้
ผู้ถือง้าวสีเงินนั้นเป็นชายชราผมขาวในชุดสีดำผู้หนึ่ง มีหรือเขาจะคาดคิดว่าเพิ่งลงมือ อาวุธวิเศษระดับมหาเซียนในมือเขาจะสลายไปทันควัน?
สิ่งนี้ทำให้เขาตกตะลึงจนหันหลังเผ่นหนี
ทว่าด้วยเสียงแค่นอย่างเย็นชาของเหลยเจ๋อ
ตู้ม!
วิญญาณของชายชราคนนั้นดุจดั่งต้องสายฟ้าฟาด การมองเห็นมืดบอด ร่างสั่นสะท้านแทบสิ้นสลาย
ก่อนเขาจะทันไหวตัว หัตถ์ใหญ่ดุจใบพัดพลันกระแทกเข้าสู่ใบหน้า
ศีรษะของชายชราคนเดิมถูกฉีกกระชาก ระเบิดโผละดุจแตงโมเน่า ร่างของเขาถูกฝ่ามืออันร้ายกาจกระแทกใส่ สิ้นขันธ์ดับวิญญาณก่อนจะทันได้หนี
จากที่เห็น ร่างของเขาประหนึ่งดอกไม้ไฟที่ถูกฝ่ามือข้างนั้นจุดประกายชั่วประเดี๋ยว ก่อนจะระเบิดเป็นพิรุณโลหิตนับไม่ถ้วน
เพียงหนึ่งฝ่ามือ มหาเซียนผู้หนึ่งก็ถูกสังหาร!
ป่าเถื่อน!
ทรงพลัง!
ละเลงเลือด!
ดูง่ายดายเยี่ยงบี้มดให้ตายคามือ
ทว่าขณะที่ชายชราผมขาวในชุดดำถูกเหลยเจ๋อสังหารนั้นเอง แส้นักพรตหนึ่งด้ามและหอกหนึ่งเล่มอันอาบไล้ด้วยเปลวเพลิงก็โจมตีเข้ามาแล้ว
ผู้ลงมือเป็นชายชุดเทาและชายวัยกลางคนหนวดเคราหยิกหยอยผู้หนึ่ง
ผู้แรกถือแส้นักพรต คนหลังถือหอก พวกเขาโจมตีทันทีที่ชายชราผมขาวในชุดดำถูกสังหาร
เหลยเจ๋อหาหลบเลี่ยงไม่
อักขระลึกลับตัวหนึ่งเลือนหายไปจากชุดเกราะคร่ำคร่าของเขา รูปลักษณ์ดุจปากใหญ่กระหายเลือดกลืนนภา เขมือบหมื่นดาราและดวงเพลิงทั่วจักรวาลในคำเดียว
สิ่งนี้ทำให้ชายชุดเทากับชายวัยกลางคนหนวดเคราหยิกตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสีโดยสมบูรณ์
แย่แล้ว!!
คนทั้งสองต่างรีบเผ่นหนี
ทว่าก็สายไปก้าวหนึ่ง เมื่อเหลยเจ๋อก้าวเข้ามา มือของเขาก็เอื้อมคว้าคอสองมหาเซียนไว้นิ่งดุจจับคอไก่
จากนั้นเหลยเจ๋อก็กระแทกมือฟาดสองมหาเซียนเข้าด้วยกันทันทีท่ามกลางสายตาตกตะลึงขวัญแขวนมากมาย
เปรี้ยง!!!
เสียงเลือดเนื้อระเบิด กระดูกป่นชวนหนังศีรษะชาดังสนั่น
ร่างของสองมหาเซียนระเบิดแหลก เลือดและเศษเนื้อสลายหายเป็นเถ้าถ่านกลางนภาไป
การสังหารเช่นนี้ช่างโหดร้ายกระหายเลือดถึงขีดสุด
ต้องทราบว่าพวกเขาคือสองมหาเซียน ทว่ากลับถูกสังหารง่ายดายเยี่ยงไก่เยี่ยงสุนัข!
ฉัวะ!
ดาบบินของหลี่เปยเชวี่ยทะยานถึงท้องนภาเหนือศีรษะเหลยเจ๋อ ทว่ายามนี้ หลี่เปยเชวี่ยนั้นพรั่นพรึงเต็มหัวใจ เก็บดาบบินพลางถอยหนีอย่างสุดชีวิตไปแสนไกล มิกล้าเข้าไปใกล้อีก
ณ จุดนี้ พันธมิตรสี่มหาเซียนพังราบคาบ
เดิมที พวกเขาเพียงอยากถ่วงเวลาเหลยเจ๋อไว้ ทว่าพริบตาต่อมา เหลยเจ๋อก็สังหารคนไปถึงสามติด ๆ กันด้วยวิธีการอันโหดร้ายกระหายเลือด!
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้หลี่เปยเชวี่ยบงการดาบบินจากไกล ๆ เกรงว่าคงมิอาจหนีจากหายนะได้เลย!
น่าสะพรึงกลัวยิ่ง!
และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก
เพียงชั่วพริบตา เขาก็สังหารสามมหาเซียนสิ้นซาก ทำให้เซี่ยขุยหยวนและพรรคพวกทั้งสามซึ่งเดิมตั้งใจลงมือสังหารซูอี้ตัวสั่นขวัญสะเทือน ไม่กล้าก้าวเข้ามาอีก
พวกเขาแต่ละคนล้วนหน้าซีดขาว หัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ไฉนหุ่นเชิดวิญญาณศึกนี้จึงดุร้ายนัก!?
เหล่าผู้ชมล้วนเงียบกริบ ผู้มองจากไกล ๆ ทั้งหลายล้วนหนาวเยือกทั้งกายใจ ดวงตาเหม่อลอย
สังหารมหาเซียนดุจตัดหญ้า?
ตัวประหลาดประเภทใดกัน?
ไฉนจึงมีหุ่นเชิดวิญญาณศึกอันร้ายกาจเช่นนี้ในโลกหล้าได้?
ตัวตนทรงอำนาจอย่างมหาเซียนเจินเหยี่ยนกับทังจินหงซึ่งมองศึกจากระยะไกลล้วนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ไม่ต้องพูดถึงการเข้าอกเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน ทว่าเมื่อเห็นมหาเซียนร่วมขอบเขตเดียวกับพวกเขาถูกเข่นฆ่าเยี่ยงผักปลาเช่นนี้ พวกเขาต่างครั่นคร้ามอย่างรุนแรง และตระหนักอย่างลึกซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของหุ่นเชิดวิญญาณศึกนั้น!
น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ
ในแดนเซียนทุกวันนี้ ตัวตนขอบเขตมหาศาลไม่ได้ปรากฏโฉม และศัตรูแท้จริงสำหรับมหาเซียนทั้งหลายก็มีเพียงสหายร่วมขอบเขต ผู้น้อยคนอื่น ๆ หาอยู่ในสายตาของพวกเขาไม่
ทว่าในยามนี้ หุ่นเชิดวิญญาณศึกตัวหนึ่งซึ่งเป็นเพียงแค่อาวุธที่มีรูปร่างเหมือนคน ไม่ใช่ผู้ฝึกตนจริง ๆ ด้วยซ้ำกลับสามารถสังหารมหาเซียนได้ประหนึ่งเชือดไก่ ใครเล่าจะมิตกตะลึง?
ใครเล่า… จะมิตื่นกลัว?
ตัวซูอี้เองก็อดประหลาดใจมิได้เช่นกัน
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าสภาพของเหลยเจ๋อย่ำแย่ยิ่งนัก แม้ว่าเขาจะอยู่รอดมาตั้งแต่ยุคสุดวิเวก แต่กลับถูกอำนาจหายนะเทพกัดกร่อนมาเนิ่นนาน อำนาจที่มาและจิตวิญญาณของเขาจึงได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรง
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ความแข็งแกร่งและอำนาจที่เหลยเจ๋อแสดงออกมาก็สามารถบดขยี้มหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้นลงได้โดยง่าย ทำให้เขามิอาจคาดเดาได้เลยว่าเหลยเจ๋อยามสมบูรณ์พร้อมจะทรงพลังเพียงใด
ตู้ม!
ก่อนผู้ใดจะฟื้นจากความตกตะลึง ร่างสูงใหญ่ของเหลยเจ๋อก็แปรเปลี่ยนเป็นอสนีบาตหายวับไป
อึดใจต่อมา เขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่เปยเชวี่ยแล้วชกหมัดออกไป
หลี่เปยเชวี่ยขวัญผวาเป็นทุนเดิม เขาถอยหลบอีกครั้งอย่างไม่ลังเล ร่างหนีไปหลายพันจั้งในพริบตา
ทว่าเมื่อเหลยเจ๋อสะบัดแขนขวาของเขาในอากาศ…
เปรี้ยง!
ตรวนทิพย์สายหนึ่งอันสร้างจากอสนีบาตสีม่วงพาดผ่านนภา ทะลวงเวหาพันรอบร่างของหลี่เปยเชวี่ยไว้ทันใด
วิญญาณของหลี่เปยเชวี่ยปะทุเป็นไฟ เขาร้องลั่น “ข้ายอมแพ้!”
เหลยเจ๋อหาสนใจไม่ เขากระชากตรวนทิพย์สีม่วง
เปรี้ยง!!
ร่างของอีกฝ่ายถูกตัดขาดครึ่ง
เลือดเนื้อและจิตวิญญาณล้วนแต่ถูกอสนีบาตคลั่งสีม่วงนั้นป่นเป็นผง
สิ้นลักษณ์ดับวิญญาณ!
อีกหนึ่งมหาเซียนตกตาย เหตุสะเทือนขวัญนี้ทำให้เซี่ยขุยหยวนและมหาเซียนคนอื่น ๆ ทั้งสามพรั่นพรึงยิ่งนัก พวกเขาไม่กล้าจะลังเล ต่างรีบเผ่นหนีไปทันควัน
ดวงตาของเหลยเจ๋อทอประกายกระหายเลือด เขายกมือขึ้นขณะตวาด “ผนึกสุญตา!”
ตู้ม!
ชั้นรัศมีเซียนม่วงตระการตาพลันปรากฏขึ้นเป็นวงกว้าง ขวางกั้นฟ้าดินเอาไว้ในทันใด
ชั่วพริบตานั้น ฟ้าดินทั่วรัศมีหมื่นจั้งพลันเปลี่ยนเป็นกรงขังล่องหน ถูกผนึกเอาไว้โดยสมบูรณ์!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เกิดเสียงกระทบดังทึบ ๆ เมื่อสามมหาเซียนรวมถึงเซี่ยขุยหยวนผู้ทะยานเวหาหนีดูจะชนเข้ากับทิวเขาล่องหนอย่างจัง ร่างของพวกเขาซวนเซถอยเป๋ สมองมึนงง
ทว่าพวกเขาหาใส่ใจไม่ สีหน้าของคนเหล่านี้ซีดขาวด้วยความตระหนกกลัว
ไร้หนทางหลบหนี ทำให้เขาและมหาเซียนคนอื่น ๆ รู้สึกสิ้นหวัง
“พี่ทัง เจ้าเป็นผู้จัดงานประกวดล่าเวหา จะอยู่เฉยดูเราถูกสังหารอย่างนั้นหรือ?”
เซี่ยขุยหยวนตะโกน
ว่าแล้ว เขากับอีกสองมหาเซียนก็โจมตี พยายามทำลายอำนาจผนึกล่องหนนี้อย่างบ้าคลั่ง
มองจากไกล ๆ แล้วดูไม่ต่างจากแมลงวันสามตัวติดอยู่ในกับดักอันมิอาจทลายออกได้เลย
และเหลยเจ๋อก็เดินไปหาพวกเขาแล้ว
ทังจินหงกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “ก่อนหน้านี้ ตาแก่ไร้ค่าผู้นี้ก็บอกแล้วว่าจะมิยุ่งกับเรื่องนี้ เจ้าเซี่ยขุยหยวนก็เห็นดีเห็นงามด้วย แล้วการที่พวกเจ้าจะเป็นจะตายมันเกี่ยวอันใดกับพวกข้าตระกูลทังเล่า?”
ยังมิทันสิ้นคำ
เปรี้ยง!!
ร่างของมหาเซียนผู้หนึ่งก็ถูกเหลยเจ๋อสังหารด้วยหมัดในพริบตา โลหิตสาดกระจายทั่วอากาศ
“ทุกท่าน จะมองเขาฆ่าคนเช่นนี้หรือ!?”
เซี่ยขุยหยวนคำราม ดวงตาแดงก่ำ ลนลานอย่างสุดขีด
เหล่าผู้ทรงอำนาจซึ่งมองศึกนี้อยู่จากไกล ๆ อย่างทังจินหงล้วนเงียบกริบ ไร้ผู้ใดสนใจเซี่ยขุยหยวนอีก
หุ่นเชิดวิญญาณศึกนั้นดุดันเพียงไร สังหารมหาเซียนได้ดุจเชือดไก่ฆ่าวานร แล้วใครเล่าจะกล้าเข้าสอดมือ?
เปรี้ยง!!
แสงอสนีบาตม่วงเจิดจรัสทะลวงเวหา อีกหนึ่งมหาเซียนถูกทะลวงร่างตกตายระเบิดเป็นจุณ
เหตุนองเลือดนี้ทำให้ใครหลายคนตัวสั่นระรัว
ความแข็งแกร่งที่เหลยเจ๋อแสดงนั้นร้ายกาจเกินไป ประดุจอาวุธสังหารร่างมนุษย์ ทำให้หาความแตกต่างระหว่างมหาเซียนกับไก่หรือหมาทั่วไปไม่ได้เลย!
และขณะนี้ ทั่วอาณาเขตผนึกแห่งฟ้าดินนี้ก็เหลือเซี่ยขุยหยวนเป็นมหาเซียนเพียงหนึ่ง!
……………