บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1708: "เซวี่ยเฮ่อ"
ตอนที่ 1708: “เซวี่ยเฮ่อ”
……………
ตอนที่ 1,708: “เซวี่ยเฮ่อ”
มหาเซียนเซวี่ยเฮ่อรู้สึกครั่นคร้ามอีกฝ่ายขึ้นมา
หัวใจของเขาสั่นสะท้าน ลอบอุทานว่าแย่แล้ว
เขาไม่เคยประเมินศัตรูในครานี้ต่ำไปเลย และพร้อมโจมตีเสมอ
ดังนั้น เมื่อพบกับซูอี้ เขาจึงโจมตีสุดกำลังอย่างไม่ลังเล
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับดาบที่ถูกฟาดออกมาอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย หัวใจของเขาก็ดิ่งวูบ พลางตระหนักแล้วว่าตนยังคงประเมินความน่ากลัวของราชันเซียนผู้นี้ต่ำไป
ดาบเล่มนี้ทำให้สัญชาตญาณของเขาซึ่งเป็นมหาเซียนสัมผัสอันตรายถึงตายได้!
ทว่ายามนี้ เขาจะเปลี่ยนเป็นหลบก็สายเกินไปแล้ว
‘เมื่อข้ารับดาบนี้ไว้ ข้าจะใช้ ‘กระดิ่งจิตโลหิต’ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอันตรายสาหัส และยังปราบเขาลงได้ด้วย!’
ดวงตาของมหาเซียนเซวี่ยเฮ่อวูบไหวดุดัน
ขอเพียงดาบนี้ฆ่าเขาไม่ได้ ไพ่ตายในมือเขาจะสามารถทำให้อีกฝ่ายรับผลกระทบอันมิอาจหนีพ้น
เคร้ง!!!
เสียงระเบิดสะท้านโลกาดังขึ้น
ดาบแห่งโลกาซึ่งร่วงลงมาฟาดเข้าใส่ง้าวกระดูกขาวที่เซวี่ยเฮ่อฟาดฟันออกไปอย่างสุดกำลัง
เปรี๊ยะ!
ง้าวกระดูกขาวหักเป็นสองท่อน
เสียงปริแตกกังวานชัดทำให้หัวใจของมหาเซียนเซวี่ยเฮ่อสั่นสะท้านตกตะลึง
คิดให้ตายอย่างไร เขาก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าสมบัติเซียนคู่กายของเขา อาวุธล้ำเลิศอันกล่าวได้ว่าอยู่ในจุดสูงสุดแห่งขอบเขตอัศจรรย์จะถูกฟันขาดในคราเดียวดุจทำจากกระดาษ!!
สิ่งนี้ทำให้เขาไม่ทันตั้งตัว ไร้โอกาสใช้ไพ่ตายอื่นใด ต้องถอยไปด้านข้างเพื่อหลบเลี่ยงโดยสัญชาตญาณ
ดาบแห่งโลกากู่ก้อง ปราณดาบพุ่งลงมาจากทั่วสารทิศในโลกหล้า รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
หนึ่งดาบนั้นหาแตกต่างจากท้องนภาร่วงหล่นไม่
เปรี้ยง!!
อำนาจคุ้มกายเซวี่ยเฮ่อระเบิดออก
“ไม่!” เขาร้องลั่นตาถลน
ทว่าดาบแห่งโลกาก็สับร่างของเขาเป็นเสี่ยง!
ก่อนตกตาย สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความไม่ยินยอมระคนงุนงง
เพียงดาบเดียว!
ข้าก็หยุดมิได้เทียวหรือ? ซ้ำยังไร้โอกาสได้ใช้ไพ่ตายอีก?
เขา…
นี่เขาเป็นราชันเซียนจริง ๆ หรือ!?
เปรี้ยง!
พิรุณโลหิตกระเซ็น ปราณดาบอันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งฟ้าดินสับร่างและจิตวิญญาณของอีกฝ่ายจนป่นเป็นจุณ
หนึ่งดาบสะบั้นง้าวกระดูกขาว ผ่าร่างของมหาเซียนเซวี่ยเฮ่อทั้งเป็น!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วเวลาเพียงพริบตา
ทว่าอันตรายชั่วประเดี๋ยวนี้กลับระทึกขวัญแท้ ทำให้มหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้นระดับปลายยังไม่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ ต้องตกตายอย่างมิเต็มใจ!
เฮ้อ!
ซูอี้ผ่อนลมหายใจยาว
เขาเองก็ทุ่มสุดกำลัง บรรจุจิตวิญญาณสุดฝีมือไว้ในดาบเล่มนี้เช่นกัน ทั้งยังใช้ทักษะวิชาดาบขั้นสูงและอำนาจมหาวิถีลงไปอย่างเต็มที่ เพื่อสังหารศัตรูด้วยดาบเดียว
และในที่สุดจุดประสงค์ก็สัมฤทธิ์ผลแล้ว!
‘แม้เขาจะอยู่ในขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้นเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้เหนือกว่ามหาเซียนที่ข้าฆ่าตายไปในงานประกวดล่าเวหาจริง ๆ…’
ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ
ความแข็งแกร่งของยอดฝีมือในขอบเขตเดียวกันนั้นแตกต่างอย่างมาก
บางคนกล่าวได้ว่าอยู่ในจุดสูงสุด ขณะที่บางคนอยู่ได้เพียงระดับธรรมดา
เซวี่ยเฮ่อผู้นี้คืออย่างแรกโดยมิต้องสงสัย
หากเป็นยามที่เขาเพิ่งก้าวสู่ขอบเขตสุญตาขั้นต้น ซูอี้ก็คงไม่กล้าประกันเลยว่าจะสามารถฆ่าอีกฝ่ายด้วยดาบเดียว ใช้เพียงกำลังตนได้เช่นนี้
โชคดีที่ตอนนี้ เขาใกล้เข้าสู่ขอบเขตสุญตาขั้นกลางเต็มทีแล้ว จึงมิใช่ปัญหาใหญ่หากจะกำจัดมหาเซียนระดับเซวี่ยเฮ่อ
ทันใดนั้น แสงทองสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ชายหนุ่มหันไปแล้วก็เห็นใบหน้าตกตะลึงของคนผู้หนึ่ง
นั่นคือฮูหยินเฝ่ยเหลิ่ง!
นางถือตะเกียงชาววังแปดเหลี่ยมดวงหนึ่งด้วยหนึ่งมือ มีดขว้างสายฟ้าสิบหกเล่มลอยวนเวียนอยู่รอบกาย แสงเงาบนพื้นเรืองออกมาจากตะเกียงของนาง
แทบจะในขณะเดียวกัน…
ซูอี้เคลื่อนกายสู่ฟ้า ฟาดฟันดาบออกมา
และฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งก็หันหลังวิ่งหนี
ทั้งคู่มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วยิ่ง
ยามฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งหลบหนี นางก็เปล่งเสียงกรีดร้องออกมาว่า “มาช่วย…”
เสียงนั้นหยุดชะงักไป
ตู้ม!
อากาศในบริเวณใกล้เคียงพลันแหวกออก เมื่อปราณดาบสายหนึ่งวูบผ่าน แสงดาบสีทองอร่ามพาดผ่านนภาเป็นทางยาว
กฎเร้นลับต้องห้าม!
ร่างของฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งชะงักเยี่ยงแมลงติดใยแมงมุม
จากนั้นนางก็สะบัดมืออย่างรุนแรง
ตู้ม!
ตะเกียงในมือของนางระเบิดเปลวเพลิงกวาดไปทั่วทั้งทศทิศ
ในขณะเดียวกัน มีดขว้างทั้งสิบหกเล่มซึ่งห้อมล้อมร่างของนางอยู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งออกไป
อำนาจกฎเร้นลับต้องห้ามซึ่งปกคลุมพื้นที่แห่งนี้อยู่พลันแหลกสลาย ทว่าชายหนุ่มได้โจมตีออกมาแล้ว
ดวงตาของเขาลึกล้ำไร้อารมณ์ ขณะสะบัดแขนเสื้อตวัดดาบเข้าโจมตี
เปรี้ยง!
ด้วยดาบเล่มนี้ มันดูราวกับสะบั้นภูผาถมทะเล ทันทีที่มันเคลื่อนออกไป ฟ้าดินพลันระเบิดแหลก เพลิงผลาญนภาถูกดับลงทันที
ปราณดาบตวัดฉวัดเฉวียน ก่อให้เกิดเสียงระเบิดกึกก้องไม่ขาดสาย
มีดขว้างสายฟ้าทั้งสิบหกต่างถูกปราณดาบสายนั้นบดขยี้ดุจเหล็กผุ
ภาวะดาบอันอหังการฟาดฟันเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างจัง ส่งร่างของนางกระเด็นไปไกล
อั้ก!
นางกระอักเลือด สีหน้าหวาดผวา
นี่คือความแข็งแกร่งที่ราชันเซียนมีได้หรือ?
ต้องทราบว่านางเป็นมหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นกลาง!!
ก่อนนางจะทันได้คิดต่อ ชายหนุ่มก็โจมตีเข้ามาอีกหน
กล่าวคือ ซูอี้ไม่เคยยั้งมือแต่ไหนแต่ไร เขามุ่งโจมตีอย่างเฉียบขาดดุดัน ดาบในมือครวญวจี ภาวะดาบพาดผ่านเวหา
ตู้ม!
พิรุณดาบโปรยปรายจากฟ้า รัศมีดาบเรืองรอง
สิ่งที่อยู่ภายในปราณดาบสายนั้นก็คือจิตต่อสู้และจิตสังหารสูงส่งของชายหนุ่ม เป็นปราณสังหารที่ระเบิดพร้อมกับอำนาจเต็มที่ของเขา
ดูไม่ต่างจากเทพดาบ!
ฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งกัดฟันกรอด ดวงตาของนางเป็นสีแดงฉาน ขณะใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามทำร้ายตนเองออกมา
“เงาตะเกียงชี้ชัด ชักนำสู่มรณะ!”
นางคำรามลั่น แล้วตะเกียงในมือนางพลันทะยานสู่เวหา เปล่งแสงสีเลือดทะลวงนภา
ดุจดวงตะวันสีเลือดสาดแสงไร้ประมาณ!
พิรุณดาบของซูอี้ถูกแผดเผาไปจนหมด
ทว่าเขาหาหลบเลี่ยงไม่ กลับก้าวเข้ามาโจมตีอีกหน
วูบ!
เตาเสริมสวรรค์ทะยานไปบนเวหา รัศมีเซียนเกินประมาณโปรยปรายสยบฟ้า บดขยี้แสงสีเลือดจากตะเกียงชาววังจนเกิดรอยร้าว
หญิงสาวส่งคำสั่งให้ตะเกียงชาววังต่อสู้อย่างสุดกำลัง กว่าจะหยุดการโจมตีของเตาเสริมสวรรค์เอาไว้ได้
ซูอี้แค่นเสียงเย็นชา ดาบแห่งโลกาในมือพลันร้องคำราม ชี้ตรงไปยังท้องนภา
ปราณดาบทะยานเยี่ยงรุ้งพิสุทธิ์
ตะเกียงกำสรวลสะเทือนสรวง
ชายหนุ่มฉวยโอกาสโจมตีในสถานการณ์นี้ เอาชนะฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งด้วยหนึ่งตวัดดาบอย่างราบรื่น
เรือนผมยาวของนางสยายยุ่ง ผิวกายปริร้าว ถูกแทรกซึมโดยปราณดาบร้ายกาจ อวัยวะภายในดุจถูกกรีดเฉือน ร่างของนางร่วงลงไปกองกับพื้น
“อย่าฆ่าข้าเลย!”
หญิงสาวกรีดร้อง “ข้าเป็นตัวประกันได้นะ เจ้าใช้ชีวิตข้าเป็นตัวประกันเพื่อออกจากค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดนนี้ได้!”
ทว่ายังไม่ทันสิ้นคำ ซูอี้ก็ยกมือขึ้นและฟาดลงมา
ฉัวะ!
ฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งถูกสังหารอย่างอเนจอนาถทันที
“ลืมบอกไปว่าข้าสมัครใจเข้ามาเอง หากอยากจะไป ไฉนต้องให้ผู้อื่นช่วย?”
ซูอี้กระซิบ ดวงตาเปี่ยมความเย้ยเยาะ
กับดักที่ศัตรูอุตส่าห์วางไว้เสียดิบดี หากใช้ให้เหมาะสม ก็ฉวยโอกาสนี้สังหารพวกมันได้!
มหาเซียนจากลัทธิหลิงหลงเหล่านี้คิดว่าตนวางแผนดีแล้ว มีหรือจะคิดว่าเขาจงใจพาตนเองมารับความเสี่ยงตั้งแต่แรก?
แน่นอน การทำเช่นนั้นมันอันตราย
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น คงได้ตายไปนานแล้ว!
ซูอี้ผ่อนหายใจยาว และบนร่างของเขา ม้วนหนังสัตว์สีทองก็เรืองรัศมีอัศจรรย์ออกมาเบาบาง ต่อต้านและสลายอำนาจของดอกลำโพงคั่นแดนอยู่
นั่นคือหนังของสัตว์เซียนขอบเขตมหาศาล ‘สัตว์สุญญะสว่างว่างวังวนเมฆา’ ซึ่งเป็นสมบัติขอบเขตมหาศาลที่ลั่วฉางหนิงทิ้งเอาไว้ในยุคสุดวิเวก มันได้บรรจุเคล็ดบรรลุเทพไว้!
อำนาจที่มาของสมบัตินี้กำลังจะเลือนหาย ทว่าบารมีของมันยังคงอยู่ จึงพอจะต้านทานพลังทำลายล้างของค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดนได้
“ยามนี้ พวกศัตรูข้างนอกนั่น เกรงว่าคงรู้การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในนี้แล้ว อยู่ต่อไม่ใช่การดีแน่…”
ซูอี้เก็บดาบแห่งโลกาและเตาเสริมสวรรค์ไปอย่างไม่รีรอ เมื่อเก็บสินสงครามแล้วจึงหันหลังหายไปทันที
……
“เกิดศึกใหญ่ขึ้นในหุบเขานั่น!”
“ได้ยินหรือไม่ ฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งกำลังขอความช่วยเหลือ!”
“เราเข้าไปในหุบเขากันดีหรือไม่?”
“อย่า!”
…ด้านนอกของหุบเขา ชายชราร่างผอม หานอวิ๋นและชายชุดดำล้วนมีสีหน้าถมึงทึง
อำนาจค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดนถูกทำให้เสียหาย พวกเขาจึงไม่อาจเห็นเหตุการณ์ในหุบเขาได้เลย
ทว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาล้วนสัมผัสถึงคลื่นอำนาจจากการต่อสู้และเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งได้อย่างชัดเจน
มันทำให้พวกเขาตระหนักได้แล้วว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“หรือเราจะต้องทนมองเซวี่ยเฮ่อกับฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งตกระกำลำบาก?”
ชายชุดดำขมวดคิ้ว
“ไม่มีทาง!”
ชายชราร่างผอมตัดสินใจ “สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว หัวหน้านักบวชหานอวิ๋น เจ้าจงปลดอำนาจค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดนที่นี่ออกเสีย”
“นี่…”
หานอวิ๋นลังเล “แต่หากทำเช่นนั้น เสิ่นมู่นั่นจะฉวยโอกาสหนีแน่นอนนะ ถึงยามนั้น…”
โดยไม่รีรอให้เขาพูดจบ ชายชรากล่าวขัด “ช่วยชีวิตเซวี่ยเฮ่อสำคัญกว่า!”
หานอวิ๋นพยักหน้ารับคำ
ขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้นเอง
เปรี้ยง!
ร่างหนึ่งออกมาจากหุบเขา ร่วงลงจมกองเลือด
เมื่อมองดี ๆ ก็พบว่านั่นคือเซวี่ยเฮ่อ
เขาดูสะบักสะบอม ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส กลิ้งหลุน ๆ กองกับพื้นไม่อาจลุกขึ้น
“มาช่วยหน่อยเร็ว!”
เซวี่ยเฮ่อร้องลั่น
หานอวิ๋นและคณะล้วนตื่นตะลึงในใจ สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง เป็นไปตามคาด เซวี่ยเฮ่อกับฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งเสียเปรียบ และบาดเจ็บจากการโจมตีของศัตรู!
ชายชุดดำพุ่งเข้าไปช่วยพยุงเซวี่ยเฮ่อก่อนใคร “บอกข้าทีว่าเกิดอันใดขึ้นในหุบเขา ฮูหยินเฝ่ยเหลิ่ง…”
ทันทีที่พูดถึงตรงนี้ เสียงของเขาก็เงียบไปกะทันหัน
ก่อนที่คอของเขาจะถูกบิดหลุด เกิดเสียงกระดูกลั่นกรอบ
ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงเมื่อพบว่าผู้บิดคอสังหารเขาคือเซวี่ยเฮ่อซึ่งตนพยุงไว้เอง
ทันใดนั้น…
เปรี้ยง!!
ร่างของเขาระเบิด แปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านปลิวหาย
เหตุการณ์ฉับพลันนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา รวดเร็วเสียจนชายชุดดำตกตายโดยไร้โอกาสไหวตัว
“เซวี่ยเฮ่อ เจ้า…”
หานอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสี ดวงตาเบิกกว้าง ตกตะลึงเกินกว่าจะเชื่อลง
พวกเขาล้วนแต่เป็นมหาเซียน มีอำนาจมหาวิถีคุ้มกาย ต่อให้ถูกลอบโจมตีก็ยังสามารถไหวตัวทันทีตามสัญชาตญาณ
ทว่ายามนี้ ชายชุดดำกลับถูกสังหารลงกะทันหัน!
และผู้ลงมือสังหารก็คือเซวี่ยเฮ่อ!!
นี่จะไม่ทำให้เขาประหลาดใจได้หรือ?
“เขามิใช่เซวี่ยเฮ่อ!”
ชายชราชุดดำตวาดลั่น สีหน้าเปี่ยมความตกตะลึง
ในฐานะมหาเซียน พวกเขาสามารถมองทะลุภาพมายาและความลวงต่าง ๆ ได้ในพริบตา วิชาแปลงกายใด ๆ ในโลกหล้าไม่อาจหลุดรอดจากการรับรู้ของพวกเขาได้ และสามารถมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ทว่ายามนี้ พวกเขาล้วนมิอาจมองออก!