บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1709: เขตแดนวิถีมหาเซียน
ตอนที่ 1709: เขตแดนวิถีมหาเซียน
มิใช่เซวี่ยเฮ่อ?
หานอวิ๋นอดรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาในใจมิได้
ต้องใช้วิชาแปลงกายแบบใดจึงสามารถเลียนแบบรูปลักษณ์ ปราณ กระทั่งคลื่นพลังการฝึกฝนบนร่างของเซวี่ยเฮ่ออย่างไร้ที่ติได้เพียงนี้?
กระทั่งมหาเซียนอย่างพวกเขายังมิอาจมองทะลุได้?
ตู้ม!
โดยไม่รีรอให้หานอวิ๋นคืนสติ ร่างของเซวี่ยเฮ่อพลันหายวับไป
อึดใจต่อมา หนึ่งคมมีดก็ปรากฏทะลวงกลางหว่างคิ้วของเขา
รวดเร็วเยี่ยงเคลื่อนย้ายพริบตา!
อำนาจอันดุดันของดาบเล่มนั้นดูจะให้ความรู้สึกที่มิอาจทำลายลง
ลมหายใจของหานอวิ๋นหยุดชะงัก ทั่วทั้งร่างเย็นเยียบ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน
ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานนี้เอง ไม้เท้าสีดำพลันปรากฏขึ้นขวางคมดาบไว้
เคร้ง!!
อาวุธทั้งสองปะทะกัน จนเกิดเป็นคลื่นพลังทลายโลกาวูบไหว
ร่างของ ‘เซวี่ยเฮ่อ’ ถูกบีบให้ปรากฏขึ้นจากสุญญะ
หานอวิ๋นฉวยโอกาสนี้หลีกลี้ไปไกล
และไม้เท้าสีดำซึ่งขวางคมดาบนั้นก็มาจากมือชายชราร่างผอม!
“วิชาแปลงกายนี้ทรงพลังจริง ๆ”
ชายชรากล่าวเสียงเย็น น้ำเสียงแหบแห้งเปี่ยมไปด้วยการเหน็บแนม “ทว่า ตาเฒ่าผู้นี้หาคาดคิดไม่ว่าร่างเวียนวัฏของจอมราชันอนันตรัตติกาลจะใช้ลูกไม้เช่นนี้กับเขาด้วย”
ไกลออกไป ร่างของเซวี่ยเฮ่อแปรเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของซูอี้อย่างเงียบเชียบ
“แล้วที่ห้ามหาเซียนร่วมมือกันวางแผนเล่นงานหนึ่งเซียนแท้ขอบเขตสุญตาเช่นข้าเล่า นับเป็นอันใด?”
ซูอี้แค่นเสียง
ตู้ม!
วจีมิทันสิ้น ร่างของเขาก็ทะยานสู่กลางหาว ฟาดฟันดาบเข้าใส่หานอวิ๋น
“เฮอะ!”
ร่างของชายชราร่างผอมวูบไหวทะยานผ่านเวหา ยกไม้เท้าสีดำกวัดแกว่งเล็กน้อย
รุ้งทิพย์สีดำนับไม่ถ้วนพลันปรากฏ แปรเปลี่ยนเป็นแผ่นหินโม่หยินหยางคู่หนึ่ง หนึ่งหยินหนึ่งหยางเวียนวนตรงข้าม สร้างเป็นอำนาจบดขยี้ร้ายกาจทะยานหาซูอี้
สุญตาถูกบดทำลาย ฟ้าดินสั่นคลอน!
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
ไอ้แก่ผู้นี้รับมือยากยิ่ง เป็นมหาเซียนผู้ใกล้เข้าสู่ขอบเขตอัศจรรย์ขั้นปลายรอมร่อ! เคล็ดวิชาและเคล็ดพลังมหาวิถีที่เขาใช้ต่างก็ทรงพลังและเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่ง!
ในขณะเดียวกัน หานอวิ๋นก็คำรามออกมา พร้อมกับเร่งใช้อำนาจค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดน
ตู้ม!
ทันใดนั้น กลีบบุปผาสีเลือดปรกนภาก็ร่วงลงมากลีบหนึ่ง แปรเปลี่ยนเป็นตรวนทิพย์นับไม่ถ้วนพุ่งลงมา
ดุจกรงขังมหึมา ปกคลุมทั่วทศทิศ คิดจองจำซูอี้ไว้ภายใน
เมื่อถูกต้อนเช่นนี้ เขาก็สูดหายใจเข้าลึก แล้วโจมตีอย่างห้าวหาญ
จิตต่อสู้ในดวงตาของเขาพลุ่งพล่าน ภาวะดาบโหมกระหน่ำออกมาจากร่างสูงใหญ่ ทะลวงปกคลุมทั่วนภา!
ตู้ม!
ดาบแห่งโลกาส่งปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวโผทะยานเข้าใส่
ทว่าเพียงชั่วพริบตา ปราณดาบที่ชายหนุ่มฟาดฟันออกไปก็ถูกแผ่นหินโม่หยินหยางบดขยี้เสียจนไม่เหลือซาก!
พิรุณแสงพร่างพรม ร่างของซูอี้ถูกอำนาจอันร้ายกาจผลักกระเด็นไป
ตรวนทิพย์สีเลือดสายแล้วสายเล่ากระหน่ำฟาด นั่นคืออำนาจค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดนซึ่งสามารถสังหารมหาเซียนได้ทุกเมื่อ!
ขณะที่มันกำลังจะครอบร่างซูอี้จนมิดนั้นเอง
เปรี้ยง!
แสงทิพย์สีทองพลันปรากฏขึ้น ร่างของเขาทะยานออก ทะลวงตรวนสีเลือดเส้นแล้วเส้นเล่าเสียแหลกดุจใช้กรรไกรตัดในพริบตา
จากนั้นเขาก็ทะยานตรงเข้าหาหานอวิ๋น
คนผู้นี้ควบคุมค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดน เหมือนกับผู้บงการฟ้าดิน หากมิฆ่าเสียก่อน อีกฝ่ายก็จะขัดแข้งขัดขาตนเสมอทุกแห่งหนแน่!
“ย้าก!”
ชายชราเคลื่อนกายไปบนอากาศ ไม้เท้าสีดำในมือตวัดไปมา
ทันใดนั้น ท้องนภาก็ถูกผ่าแยก
คู่แผ่นหินโม่หยินหยางปรากฏขึ้นโจมตีซูอี้จากเบื้องหลังอีกครา
เปรี้ยง!!
ชายหนุ่มไม่ได้หลบเลี่ยง ร่างของเขาถูกฟาดอย่างจัง จนกระอักเลือดออกมาคำโต หลังของเขาร้อนผ่าว ผิวกายปริแตก กล้ามเนื้อและกระดูกแทบแหลก
ทว่าเขาใช้แรงส่งจากแรงกระแทกนี้ส่งตัวเองเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายด้วยความเร็วสูงขึ้น
สีหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย มิคาดเลยว่าอีกฝ่ายจะบ้าบิ่นเพียงนี้ ต่อให้บาดเจ็บก็ยังคิดจะจัดการกับหานอวิ๋น
“ถอย!”
เขาคำรามลั่นเพื่อเตือนหานอวิ๋นทันที
ขณะเดียวกัน เขาก็ตวัดไม้เท้าสีดำโจมตีซูอี้ต่อไป
ทว่าก็สายไปเสียแล้ว
ยามนี้ ดวงตาของชายหนุ่มทอประกายจิตสังหาร จากนั้นก็ใช้วิชาสังหารโดยไม่มีความลังเล
ตู้ม!
นิมิตหกวิถีเวียนวัฏปรากฏขึ้นจาง ๆ บนตัวดาบแห่งโลกาสีครามเทา ส่งปราณปริศนาล้ำลึกออกมา
และเมื่อฟาดฟันออกไป ฟ้าดินพลันหยุดนิ่งอย่างน่าประหลาด
บรรยากาศนิ่งงันเสียจนน่าสะพรึง
สรรพสิ่งดูประหนึ่งสิ้นวจี
มีเพียงปราณดาบของซูอี้ที่เป็นแสงเดียวท่ามกลางฟ้าดินอันชะงักงัน ฟาดฟันเข้าใส่หานอวิ๋น
ฉัวะ!
ปราณดาบวูบไหวผ่านนภา
หว่างคิ้วของหานอวิ๋นถูกทะลวงเป็นรูเลือดย้อมอย่างเงียบงัน
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เดิมที เขาใช้พลังทั้งหมดเพื่อหลบเลี่ยง แต่ก็พบว่าเขามิอาจหลบหนีหรือขัดขืนพลังของดาบเล่มนี้ได้เลย
ร่างของเขาจมลงสู่อบายไร้สิ้นสุด ดุจถูกลากลงไปในวัฏสงสาร ภาวะดาบอันร้ายกาจและไร้ขอบเขตเชือดเฉือนทั้งชีวิตและวิถีเต๋าไปจากเขา!
เพียงชั่วพริบตา ร่างของเขาก็สลายเป็นเถ้า วิญญาณสลายไปแล้ว!
ร้ายกาจเกินหยุดยั้ง
ดาบนี้เปี่ยมด้วยอำนาจเกินคาดคิด เพียงชี้เข้ามาหา หานอวิ๋นผู้เป็นมหาเซียนขอบเขตอัศจรรย์ขั้นต้นก็ถูกปลิดชีวิตเยี่ยงถางหญ้า!
ทักษะวิชาดาบนี้มีนามว่าวิเวกเร็วพลัน!
มันคือวิชาดาบที่ซูอี้ใช้เวลาสามปีในแดนสารทวสันต์ เรียบเรียงตกผลึกความรู้ความเข้าใจในวิถีดาบตลอดทุกภพชาติของเขา ทุ่มกายใจขัดเกลานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อสร้างขึ้นมา
ดาบนี้ยังเป็นเพลงดาบแรกที่เขาสร้างขึ้น เป็นวิชาดาบขั้นสูงที่สอดรับกับเคล็ดพลังวัฏสงสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
ตู้ม!
และยามนี้เอง ไม้เท้าสีดำของชายชราร่างผอมก็ฟาดเข้าสู่อากาศ
ซูอี้หันไปฟาดฟันดาบอย่างแรง
ร่างของเขาถูกฟาดจนถอยไปพร้อมกับเสียงปะทะกัมปนาท ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวเป็นเท่าทวี โลหิตไหลลงมาจากมุมปาก
ดาบแห่งโลกาในมือเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ทว่ากลับเสสรวลกระซิบ “ไอ้แก่ เหลือเจ้าคนเดียวแล้ว”
ม้วนภาพในมือหานอวิ๋นเมื่อกาลก่อน บัดนี้อยู่ในมือซ้ายของซูอี้
นี่คืออาวุธวิเศษอันบงการค่ายกลดอกลำโพงคั่นแดน!
“แค่ตาเฒ่าผู้นี้ลำพังก็ฆ่าเจ้าได้แล้ว!”
สีหน้าของชายชราร่างผอมถมึงทึง ดวงตาเปี่ยมด้วยโทสะเจือจิตสังหาร
ถึงยามนี้ เซวี่ยเฮ่อ ฮูหยินเฝ่ยเหลิ่ง ชายชุดดำและหานอวิ๋นต่างถูกสังหารตาม ๆ กัน ทำให้หัวใจของเขาทั้งตกตะลึง โศกเศร้าและเดือดดาล
ตู้ม!
ขณะเดียวกัน ชายชราก็เร่งไม้เท้าสีดำให้เคลื่อนเข้าโจมตีจากบนอากาศ
เขาเต็มไปด้วยโทสะ ระเบิดอำนาจอันดุร้าย โจมตีอย่างบ้าคลั่งทิ้งกระทั่งชีวิตตน หวังสังหารอย่างสุดกำลัง
ท้องนภาสั่นสะท้าน ผืนพิภพป่วนปั่น
คู่แผ่นหินโม่หยินหยางที่มีขนาดร้อยจั้งปรากฏขึ้นบนนภา ส่งวจีวาตะอัสนีเลื่อนลั่น โจมตีเข้าใส่ซูอี้
การโจมตีนี้ร้ายกาจยิ่ง
คู่แผ่นหินโม่หยินหยางหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง อากาศพลันกลายเป็นเป็นวังวนหลุมดำประหลาดที่ดูจะสามารถกลืนกินสรรพสิ่งได้
หัวใจของซูอี้แผดเผาด้วยจิตวิญญาณศึกอันเดือดพล่าน เลือดทั่วกายถูกปลุกเร้าจนร้อนรุ่ม
เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้วลงมือโจมตีสุดกำลัง
เปรี้ยง!
มหาสงครามปะทุขึ้น
หนึ่งเป็นมหาเซียนผู้ใกล้จะก้าวสู่ขอบเขตอัศจรรย์ขั้นปลาย วิถีเต๋าที่ทรงพลัง มากฝีมือหลากหลายเคล็ดวิชา โจมตีด้วยโทสะ สำแดงอำนาจที่สามารถทำให้มหาเซียนขอบเขตเดียวกันรู้สึกพรั่นพรึง
หนึ่งคือเซียนแท้ขอบเขตสุญตาขั้นต้น ความสำเร็จในวิชาดาบเย้ยสวรรค์ช่วงชิงทุกวาสนา รากฐานมหาวิถีเพียงพอให้ยืนยงหนึ่งเดียวชั่วกาลนาน กล่าวได้ว่าไร้ผู้ใดในโลกหล้าเทียบเทียม
ทั้งสองประชันต่อสู้ สถานการณ์ศึกเข้มข้นรุนแรงในชั่วพริบตา
ทว่าไม่นานนัก ความห่างชั้นก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
แม้ซูอี้จะลงมือโจมตีสุดกำลัง เขาก็เริ่มมิอาจต้านทานไหว ร่างของชายหนุ่มปรากฏบาดแผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน ชายชรานั้นกลับหมายมุ่งจะเอาชีวิต โจมตีดุดันและร้ายกาจ กระทั่งนำเขตแดนวิถีประหลาดเกินคาดเดาออกมาใช้!
สาเหตุที่มหาเซียนทรงพลังนั้นเป็นเพราะพวกเขาสามารถใช้วาจาสิทธิ์ ตีความอำนาจแดนจักรวาลจิตเซียน แปรเปลี่ยนโลกหล้าด้วยกำลังตนได้
วิชานั้นถูกเรียกว่า ‘บัญญัตินภาคืนวิถี’!
บัญญัตินภา ใช้แดนจักรวาลจิตเซียนเป็นฟ้าดิน
คืนวิถี ก้าวเดินบนทางของตน แทนที่กฎแห่งฟ้าดินด้วยมหาวิถี
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘บัญญัตินภาคืนวิถี’ ซึ่งตัวตนวิถีเซียนส่วนใหญ่มักจะเรียกวิชานี้ว่า ‘เขตแดนวิถี’ มากกว่า!
ใช้กรรมวิถีของตนพยุงเขตแดน ผู้เป็นนายแห่งเขตแดนวิถีนั้นเป็นเช่นนายเหนืออันไร้เทียมทานแห่งมหาวิถี
‘เขตแดนวิถี’ ที่ชายชราใช้นั้นเป็นเหมือนกับท้องนภาสีเทา มีเพลิงทิพย์สีครามเขียวประหลาดนับไม่ถ้วน ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
แม้จะรู้เกี่ยวกับเคล็ดพลัง ‘เขตแดนวิถี’ ก็ตาม แต่อำนาจมหาวิถีของเขาก็ยังต่ำชั้นกว่า ‘เขตแดนวิถี’ ที่มหาเซียนใช้มาก และมันก็จะถูกสยบครั้งแล้วครั้งเล่ายามเผชิญหน้า!
การประลองมหาวิถีนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ประสบการณ์ ฝีมือ และเคล็ดวิชามาถมช่องโหว่ได้
หากไม่ใช่เพราะภูมิหลังอันน่าสะพรึงกลัวของซูอี้ ความสำเร็จในวิชาดาบล้ำเลิศชวนตะลึงล่ะก็ เขาคงจะถูกอำนาจเขตแดนวิถีของชายชราผู้นี้ฆ่าตายไปแล้ว!
นี่คือเหตุผลหลักที่มหาเซียนคือ ‘ราชา’
การถืออำนาจเขตแดนวิถีประเภทนี้สามารถทำให้คู่ต่อสู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตมหาเซียนสิ้นหวังได้!
ในงานประกวดล่าเวหา ซูอี้ได้สังหารมหาเซียนมากมายในชั่วพริบตาโดยใช้อำนาจหุ่นเชิดวิญญาณศึกเหลยเจ๋อ
ไม่ว่าจะเป็นการสังหารมหาเซียนอย่างเซวี่ยเฮ่อหรือฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งก่อนหน้านี้ ก็ล้วนแต่เป็นการสังหารในชั่วพริบตา
ยิ่งกว่านั้น การฝึกฝนของเซวี่ยเฮ่อ ฮูหยินเฝ่ยเหลิ่ง หานอวิ๋นและคนอื่น ๆ นั้นล้วนอ่อนด้อยกว่าชายชราผู้นี้ทั้งสิ้น …เห็นได้ชัดว่ายังมิอาจควบรวม ‘เขตแดนวิถี’ ที่สมบูรณ์ได้
หาไม่ ยามเข่นฆ่าเมื่อกาลก่อนคงเป็นปัญหารับมือยาก มิจบสิ้นง่ายดายเพียงนั้น
ขณะเดียวกัน ชายชราร่างผอมผู้นี้ใช้อำนาจเขตแดนวิถีได้ ทำให้อำนาจมหาวิถีและแดนจักรวาลจิตเซียนของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเขตแดน กล่าวได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในหมู่มหาเซียน!
สรุปคือ การตัดสินความแข็งแกร่งของมหาเซียนนั้น ประการหนึ่งมองที่ความลึกล้ำของการฝึกฝน และอีกปัจจัยหนึ่งคือดูว่าคนผู้นั้นบรรลุการสร้างเขตแดนวิถีแล้วหรือไม่!
ผู้ครอบครองเขตแดนวิถีล้วนแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในหมู่มหาเซียน!
‘ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า มิอาจสู้กับตัวตนระดับนี้ได้เลย ทว่าตัวตนขั้นกลางอย่างฮูหยินเฝ่ยเหลิ่งนั้นหาใช่คู่ต่อสู้ของข้าไม่’
ซูอี้กล่าวในใจ
“ฆ่า!!”
ชายชราร่างผอมโจมตีอีกหน ปราณของเขาร้ายกาจ แผ่นหินโม่หยินหยางบดขยี้ข้ามนภา สูบเพลิงทิพย์เขียวครามเข้าไปมากมาย
ภายในเขตแดนนี้ เขาเป็นประหนึ่งนายผู้ไร้เทียมทาน!
ซูอี้ถอนใจอย่างแสนเสียดาย
เสียดายที่เขามิอาจต่อสู้กับตาเฒ่าผู้นี้จนจบได้ เพราะหากบาดเจ็บสาหัสกว่านี้ และถูกมหาเซียนจากขุมกำลังอื่นหมายหัว ผลลัพธ์ย่อมมิอาจคาดคิด
และทันใดนั้น ม้วนภาพในมือซ้ายของเขาพลันลุกไหม้!
……………