บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 1978 จนมุม
บทที่ 1978 จนมุม
ใต้ท้องนภา
ขณะซูอี้กำลังหลบหนีอย่างสุดชีวิต ความคิดก็แล่นเร็วจี๋
ระหว่างทาง คนตกปลาลงมือหลายต่อหลายหน สร้างบาดแผลหนักหนาบนร่างของเขา เลือดเนื้อปริแตกหลายแห่ง โลหิตไหลนองเป็นธาร
แม้จะไม่ถึงตาย แต่เมื่อกาลผ่าน วิถีเต๋าของเขาก็ยิ่งเลือนหายอย่างรุนแรง
‘ลั่วเทียนตูพูดถูก เพื่อฆ่าข้าเสียยามนี้ พวกเทพซึ่งวางแผนกันมาเนิ่นนานได้เตรียมการมาพร้อมจริงๆ’
ซูอี้กล่าวในใจ
ภัยคุกคามมีสองประการ
หนึ่ง ทวยเทพคาดไว้แล้วว่าเขาจะเคลื่อนขอบเขตสู่ระดับสุดลึกล้ำ จึงขัดขวางโอกาสในการเคลื่อนขอบเขตในแดนเซียนกันไว้ก่อน!
ผลก็คือ เขาแทบไร้โอกาสเคลื่อนขอบเขตได้
สอง ดูเหมือนว่าจอมเทพอย่างคนตกปลาจะรู้ไพ่ตายของเขาดี
พวกเขากระทั่งรู้ว่าชายหนุ่มไม่อาจใช้อำนาจแท้จริงของดาบเก้าคุมขังได้หากมิขึ้นเป็นเทพ
และยังรู้ว่ายิ่งใช้ดาบเก้าคุมขังหลายหน วิถีเต๋าของเขาก็ยิ่งหดหาย
สิ่งนี้หมายความว่า ยามสิ้นกำลัง ตัวเขาได้ตายตกเป็นแน่!
“ต้องเปลี่ยนแผนโดยเร็วที่สุด”
ซูอี้ครุ่นคิดเร็วจี๋
ยามนี้ แค่คนตกปลาลำพังก็ทำเขาสะบักสะบอมเหลือแสน หากอวตารจำนงของจอมเทพมาสมทบอีก ผลลัพธ์จะเกินคาดฝันเป็นแน่
“จะว่าไป บางทีเจ้าตัวน้อยอาจช่วยได้!”
หัวใจซูอี้กระตุกวูบ ราวกับจำบางอย่างขึ้นได้
ในฐานะทารกเทพโดยกำเนิดผู้ก่อเกิดจากที่มาฮุ่นตุ้นแดนเซียน วานรน้อยย่อมต้องรู้ทุกสิ่งในสมรภูมิแห่งยุคสมัย
ขอเพียงวานรน้อยยื่นมือช่วย มันจะหาที่ปลอดภัยให้เขาหลบเร้นได้!
ขอเพียงยื้อเวลาพักฟื้น ซูอี้ก็แน่ใจว่าตนตอบโต้ได้!
“เจ้าตัวน้อย ขึ้นกับเจ้านำทางแล้ว”
ซูอี้ส่งกระแสปราณให้วานรน้อยที่อยู่ในเตาเสริมสวรรค์
เจ้าตัวน้อยขานรับอย่างแสนฉลาด จากนั้นยื่นมือออกมาชี้ทางให้แก่ชายหนุ่ม
ต่อมา ซูอี้ก็ลอบเปลี่ยนทิศทาง
ทว่าเพียงสองเค่อหลังจากนั้น
เงาร่างทั้งสามพลันปรากฏขึ้นในฟ้าดินตรงหน้า!
เป็นสองบุรุษหนึ่งสตรี เห็นได้ชัดว่าพวกเขามารออยู่ก่อนแล้ว
และสามคนนี้ก็เป็นเทพใหม่ซึ่งเพิ่งเคลื่อนขอบเขต! อำนาจเทพที่แผ่ออกจากร่างคลุมฟ้าปรกตะวัน เหนือชั้นกว่าขอบเขตมหาศาล!
แทบจะทันทีที่พบกับซูอี้ สองบุรุษหนึ่งสตรีนั้นก็ลงมืออย่างพร้อมเพรียง
ตู้ม!
ชายชุดดำร่างสูงถือหอกเรียกพายุทองพัดคลั่งบนท้องฟ้า แหวกนภายาวสามหมื่นจั้งขวางไว้ตรงหน้า
“ไป!”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมยกมือโยกย้ายค่ายกลดาบตระการเข้าโจมตีใส่ซูอี้
ขณะที่สตรีในชุดกระโปรงยาวสีหมึกหายวับไป
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ทันทีว่าเทพใหม่ทั้งสามนี้ต้องเป็นผู้ช่วยที่คนตกปลาเรียกมา หาไม่ คงไม่มีทางมาดักรอที่นี่ได้!
และหากเขาถูกขวางไว้ คนตกปลาผู้ไล่ตามมาหรือจะพลาดโอกาสสังหารเช่นนี้?
ความคิดทั้งหมดนี้แล่นฉิวในใจซูอี้ชั่วพริบตา
ร่างของเขาหาหยุดยั้งไม่ ทะยานตรงไปเบื้องหน้า
“ตาย!!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเย็นเยียบ
สตรีในชุดกระโปรงสีหมึกปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของซูอี้ มือทั้งสองถือดาบจันทร์เสี้ยวฟาดฟันลงอย่างดุเดือด
ตู้ม!
ดาบเคียงประชิดขับขาน ปราณดาบฮุ่นตุ้นระเบิดออก
เพียงพริบตา ก่อนสตรีในชุดกระโปรงสีหมึกจะทันเข้าประชิด นางก็ถูกโจมตีจนตาย
แกร๊ก! เปรี๊ยะ!
ปราณดาบฮุ่นตุ้นอันอหังการถล่มนภา ดาบทั้งสองเล่มแตกสลายไปพร้อมกับนางโดยพลัน
ใบหน้างดงามยามสิ้นใจของอีกฝ่ายเปี่ยมความตกตะลึง
นางเพิ่งบรรลุเทพ เป็นช่วงที่ทรงอำนาจที่สุดในชีวิต นางจะคาดคิดได้อย่างไรว่าแม้เพียงการโจมตีเดียว ตนก็หยุดไม่ได้?
ตู้ม!
ฟ้าดินสะเทือนเลือนลั่น
ยามสตรีในชุดกระโปรงสีหมึกตกตาย ร่างของซูอี้ก็ทะลวงไร้หยุดพักเยี่ยงลำแสงอันไม่อาจขวางกั้น
เขาบาดเจ็บสาหัส ทว่าภาวะดาบของเขาก็ไร้ขอบเขต
ยามค่ายกลดาบของชายวัยกลางคนในชุดคลุมโจมตีเข้ามา ซูอี้ก็เข้าปะทะตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง
เปรี้ยง!
พื้นที่ทั่วทิศแตกแยกเป็นหลุมบ่อ
ค่ายกลดาบอันน่าสะพรึงกลัวถูกผ่ากลางเป็นรอยร้าวทอดยาว
และแทบจะพร้อมกันนั้น ดาบของซูอี้พลันสะบั้นศีรษะของชายวัยกลางคนในชุดคลุม
ประหารในพริบตา!
ยามสังหารเจียงไท่เออซึ่งเป็นเทพใหม่ก่อนหน้านี้ ซูอี้ไม่ได้ใช้ดาบเคียงประชิด ดังนั้นจะนับประสาอันใดกับยามนี้ที่เขาทุ่มสุดกำลัง?
ต่อหน้าซูอี้ผู้สู้ยิบตา ไม่ว่าจะเป็นสตรีในชุดกระโปรงสีหมึกหรือชายวัยกลางคนชุดคลุมก็เกินต้านไหว!
เหลือเพียงชายชุดดำร่างสูงที่อยู่ไกลออกไป และพายุสีทองอันสูงล้ำค้ำสวรรค์
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทะยานเข้ามาสังหารสหายชายหญิงของเขาไปในพริบตา ชายชุดดำก็ตื่นกลัวจับใจ ครั่นคร้ามแทบสิ้นวิญญาณ
ทันใดนั้น เสียงของคนตกปลาพลันดังขึ้นในฟ้าดิน
“อย่าสู้กับเขา แค่ขวางไว้!”
“ขอรับ!”
ชายชุดดำรับคำ
เขาโจมตีอย่างสุดกำลัง อำนาจทั่วกายเลิศล้ำ เพียงพริบตาก็บังเกิดพายุสีทองนับร้อยปกคลุมฟ้าดิน
ขณะที่ร่างของเขาลี้หนีไปไกล
ฟ้าดินรวนเร พายุสีทองกวาดผ่านทับซ้อน กระชากสุญญะสลายสูญ
หากเปลี่ยนเป็นตัวตนระดับสุดลึกล้ำอื่น คงถูกบดขยี้สิ้นลักษณ์ดับวิญญาณในชั่วพริบตา
เพราะนี่คืออำนาจเทพ!
ทว่าซูอี้กลับเมินมันไป
เขาเร่งรุกคืบเยี่ยงแสงสว่างอันเจิดจรัสที่สุดในฟ้าดิน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงระเบิดสะท้านสะเทือนกึกก้องหนาหู
พายุสีทองสายแล้วสายเล่าแหลกสลายไป
ทว่าจำนวนของมันมีมากเกินไป ความเร็วของซูอี้จึงถดถอยเช่นกัน แม้จะยังชวนตกตะลึง แต่คนตกปลาก็ไล่ตามมาติดๆ แล้ว!
“คนบาป เจ้าหนีไม่ได้หรอก!”
ท่ามกลางเสียงตะโกนลั่นสนั่นสรวง ร่างของคนตกปลาปรากฏขึ้นในอากาศ ขณะฟาดแขนขวาออกไป
เปรี้ยง!
จักรดาราเกินคณานับรวมตัวกันร่วงลงมาผนึกท้องนภาในรัศมีเก้าหมื่นจั้ง กักขังร่างซูอี้ไว้อย่างแน่นหนา
คนตกปลาก้าวเข้ามา ทันใดนั้น ในมือของเขาปรากฏโองการที่สลักด้วยลวดลายลับวิถีเทพนับไม่ถ้วน ก่อนจะฟาดมันอย่างดุดัน
ตู้ม!
ท้องนภาสั่นสะท้าน
โองการนั้นแปรเปลี่ยนเป็นอนุสรณ์เทพสีดำ กดลงทับร่างของซูอี้ไว้ทันที
กระดูกของชายหนุ่มแทบร้าว ร่างวิถีถูกกดทับอย่างรุนแรง ผิวหนังปริเป็นรอยแผลมากมาย
อนุสรณ์เทพสีดำนี้อันตรายเกินไป!
เพียงหนึ่งการโจมตี ซูอี้ก็บาดเจ็บสาหัส ถูกกดทับไว้ที่นี่!
และท้องนภาในรัศมีเก้าหมื่นจั้งอันปกคลุมด้วยจักรดาราก็ก่ออำนาจเทียบได้กับโลกามหาวิถี ปิดกั้นทางหนีของเขาไว้สิ้น!
“ทำได้ดี หลังจากนี้ข้าจะส่งคนมาพาเจ้าสู่โลกแห่งเทพ”
คนตกปลามองชายร่างสูงในชุดดำอย่างชอบใจ จากนั้นก็เบนมามองซูอี้ สีหน้าของเจ้าตัวไม่อาจซุกซ่อนความปรีดา รอยยิ้มประดับเต็มหน้า
“นี่คือวิชาจักรดาราประกอบสรวงและยันต์ลับอนุสรณ์เทพสะกดนพวิญญาณ แม้ทั้งคู่จะต่างเป็นเคล็ดวิชาและสมบัติในขอบเขตสรรสร้าง แต่หากใช้ออกมาก็สามารถปราบเทพชั้นกลางในขอบเขตรังสรรค์ได้”
ยามนี้ อีกฝ่ายหาลนลานไม่ ยืนอยู่กับที่ ดวงตาพินิจมองซูอี้ตั้งหัวจรดเท้า
สภาพของชายหนุ่มสะบัดสะบอม และทุลักทุเลเป็นอย่างยิ่ง
โลหิตชุ่มอาภรณ์เขียว บาดแผลกระจายทั่วทั้งร่างกาย!
พลังปราณทั่วร่างถูกอนุสรณ์เทพสีดำสะกดไว้ แทบไม่อาจคงไว้ได้อีก
ทว่าดวงตาของชายหนุ่มยังคงเยือกเย็น สีหน้านิ่งเฉยอย่างน่าสะพรึงกลัว!
สิ่งนี้ทำให้คนตกปลาขมวดคิ้ว ก่อนจะกล่าวขึ้นในทันทีว่า “ข้ารอให้เจ้าสู้จนตัวตายอยู่นะ แม้จะทลายยันต์ลับอนุสรณ์เทพสะกดนพวิญญาณ หนีจากวิชาจักรดาราประกอบสรวงได้ แต่ข้าก็สังหรณ์ว่าหากทำเช่นนั้น เจ้าก็ต้องจ่ายด้วยสิ่งตอบแทนแสนหนักหนาอยู่ดี!”
“เจ้าเองก็ไม่ต่างกันหรอก ข้าเกรงว่าอำนาจอวตารจำนงของเจ้าคงถูกใช้ไปมากแล้ว หาไม่ ไฉนจึงมิกล้าฆ่าข้าเสียเดี๋ยวนี้เลยเล่า?”
น้ำเสียงของซูอี้แหบพร่าเล็กน้อย
ตั้งแต่เข้ามายังแดนเซียน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสะบักสะบอมเพียงนี้ ถูกไล่ล่าสังหารเสียจนแทบสิ้นแรง
ไม่เพียงบาดเจ็บสาหัส วิถีเต๋าของเขายังเลือนหายไปจนหมด!
เขาในยามนี้ยังถูกกดทับไว้ จึงมิอาจหลุดออกมาได้อีก
ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้ถอดใจ
นักดาบไม่เคยกลัวความตาย มิเคยก้มหัวจำนนยามคับขัน!
คนตกปลาหรี่ตาพลางกล่าวว่า “เจ้าพูดถูก เพื่อตามไล่ล่าเจ้า ข้าได้ใช้วิชาไพ่ตายออกมาเจ็ดแปดส่วนแล้ว กระทั่งข้ายังต้องยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้ประเมินอำนาจและความรับมือยากของเจ้าผิดไป”
วาจาเหล่านี้หาได้ผิดเพี้ยนไม่
เดิมที เขาประเมินไว้ว่าซูอี้ผู้มีการฝึกฝนในระดับแกนรวมศูนย์ อย่างมากก็เผชิญหน้ากับเทพชั้นล่างไหว แม้จะท้าทายสวรรค์เพียงไร หากถูกตนหมายหัวเข้าก็มีแต่ต้องตาย
ใครเล่าจะคิดว่าความอหังการของอีกฝ่ายจะเหนือชั้นเกินคาดหมายเป็นไหนๆ!
ทว่าโชคดีที่ทุกสิ่งลุล่วงด้วยดี ซูอี้ในยามนี้ได้กลายเป็นสัตว์ร้ายในกรง แม้ท้ายที่สุดจะยังสู้ยิบตาด้วยอำนาจเฮือกสุดท้าย อีกฝ่ายก็ยังต้องตายอยู่ดี!
ขณะสนทนากัน อนุสรณ์เทพสีดำก็กดลงทีละน้อย อำนาจสะกดของมันดูประหนึ่งจะดับชีพซูอี้มิให้เหลือ
เสียงกระดูกลั่นดังขึ้น
กระทั่งมุมปากยังมีเลือดไหลมิหยุด
คนตกปลามองทั้งหมดนี้ด้วยรอยยิ้ม เพราะยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งดีต่อเขา!
“น่าเสียดาย เจ้ามีแต่ต้องผิดหวัง”
ซูอี้กระซิบ
ภายในดวงตาชายหนุ่มพลันปรากฏเค้าความแน่วแน่
หัวใจของคนตกปลาเย็นวาบ ทว่ายังคงรอยยิ้มเอาไว้ “เจ้าจะดิ้นรนเฮือกสุดท้ายหรือ เอาสิ แสดงให้ข้าเห็นหน่อย!”
“ย่อมได้”
เสียงของซูอี้ยังมิทันสิ้น
ตู้ม!
จิตวิญญาณบนร่างสูงใหญ่ของเขาเดือดพล่านราวถูกแผดเผา ภาวะดาบน่าสะพรึงกลัวอันสูงส่งเกินเข้าใจปะทุออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
อนุสรณ์เทพสีดำสั่นสะท้านอย่างรุนแรงแล้วสั่นคลอน
สีหน้าคนตกปลาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย มีดสั้นสีดำเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในแขนเสื้อ
พร้อมกันนั้น มือของเขาก็คว้าไปบนอากาศ
เปรี้ยง!
ชายร่างสูงในชุดดำผู้ยืนมองอยู่ห่างๆ ถูกคว้าตัวไว้ทันที
สีหน้าของคนผู้นั้นพลันเปลี่ยนแปร “ใต้เท้าจอมเทพ นี่ท่าน?”
“ไป ทุ่มสุดกำลังหยุดเขาไว้ หากเจ้ารอดชีวิต ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ใกล้ชิด แต่หากเพลี่ยงพล้ำ อย่าโทษข้าว่าใจร้ายแล้วกัน”
คนตกปลาว่าแล้วก็ขว้างร่างชายร่างสูงในชุดดำเข้าใส่ซูอี้
ชายร่างสูงในชุดดำสติเตลิด งัดไม้ตายก้นหีบเข้าโจมตีใส่อีกฝ่ายอย่างสุดชีวิตโดยไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย
ไม่มีเวลามาแค้นเคืองในความโหดร้ายของคนตกปลา
เขารู้เพียงว่าหากมิทุ่มสุดตัว เขาตายแน่
แต่หากทุ่มกำลังจู่โจม ก็อาจมีความหวังรอดอยู่ริบหรี่!